ฤทธิ์กระบี่เทพมารราคะสยบปฐพี..!!

    บทที่ 64 กลับมาเยือนสำนักสตรีหยกสวรรค์อีกครา..

            หลังจากเว่ยเซี่ยเร่งเดินทางตลอด 3 วัน 3 คืน โดยไม่พัก ในที่สุดมันก็มาถึงอาณาเขตของสำนักสตรีหยกสวรรค์ ทว่า….ยามนี้เว่ยเซี่ยพลันรู้สึกเสียวสันหลังเย็นวาบขึ้นมากะทันหัน เพราะเกรงจะมีศิษย์หญิงของ เตียวเหม่ย ออกมาต้อนรับ ด้วยคมดาบ คมกระบี่เหมือนครั้งก่อน ก็อย่างที่ทราบกันดีว่า สำนักสตรีหยกสวรรค์มิปรารถนาให้บุรุษเพศเข้าใกล้…



            แต่แล้วมันก็ต้องเกิดความประหลาดใจเป็นอย่างมาก เมื่อเข้าใกล้เขตแดนต้องห้าม เว่ยเซี่ยได้เห็นชาวยุทธ์ชายมากมายกำลังเดินเท้า ตรงไปยังทางเข้าของสำนัก โดยมิมีศิษย์หญิงคนใดออกมาขัดขวาง แม้แต่คนเดียว



            "เกิดอันใดขึ้น? หรือเป็นเพราะท่านแม่บุญธรรมเปลี่ยนกฎใหม่กระนั้นรึ? สาเหตุคงมาจากเรื่องที่ เหล่าชาวยุทธ์ต้องมาหารือกันเรื่อง รับมือหยวนซิงก้านสินะ เช่นนั้น ข้าเองก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการผ่านเข้าไปอีกแล้ว" เว่ยเซี่ยบ่นพึมพำ ขณะกวาดตามองเหล่าชาวยุทธ์มากมายหลายพรรคที่อยู่รอบ ๆ ตัว ก่อนที่มันจะเดินตามพวกเข้าไปติด ๆ จนในที่สุดก็มาถึงหน้าประตูทางเข้าสำนักสตรีหยกสวรรค์



            แล้วเว่ยเซี่ยก็ต้องขมวดมุ่นคิ้วด้วยความงุนงงอีกครั้ง เพราะแทนที่มันจะได้พบกับ ศิษย์หญิงหน้าตางดงามเฝ้าอยู่ กลับกลายเป็น ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาดุดันสองคน ชายร่างเล็กดูมีอายุหน้าเจ้าเล่ห์น่าเกลียด อีกหนึ่ง และ เด็กหนุ่มหน้าตาเย่อหยิ่ง จองหอง อีกคน ในชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อน ที่ดูมีราคาแพง ประหนึ่งว่าคนผู้นี้ เป็นคุณชายผู้สูงศักดิ์จากสกุลใหญ่จากที่ไหนสักที่



            พวกมันทั้งสี่คอยตรวจตรา คนที่จะผ่านเข้าไปภายในอย่างละเอียดถี่ถ้วน ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องดี…หากมีไม่นับ อากัปกิริยาที่เจ้าคุณชายผู้นั้นแสดงออกมาอยู่ตลอด มันมักจะมองชาวยุทธ์ที่แต่งกายซอมซ่อด้วยแววตาดูถูกเหยียดหยัน พร้อมกับยืดอกประกาศศักดาของตนเองอยู่ตลอด ว่าตัวมันเป็นใคร และมีความสำคัญขนาดไหน พร้อมทำราวกับว่า สำนักแห่งนี้เป็นของมันยังไงยังงั้น..



            เว่ยเซี่ยที่เอายืนงุนงง จึงได้ ร้องเรียกชายยุทธ์หนุ่มสองคน ที่กำลังจะเดินผ่านไป ให้หยุด ก่อนจะสอบถามว่า เจ้าคุณชายผู้นั้นคือใครกัน?



            "หือ..? คนผู้นั้นเป็นใครงั้นรึ? นี่เจ้ากำลัง ล้อพวกข้าเล่นอยู่หรือไรน้องชาย รึว่าเจ้ามาจากสำนักบ้านนอก ถึงไม่รู้จัก มู่ฮวยฮง คุณชายสาม แห่งสำนัก เก้ากระบี่เทวฤทธิ์…"



            "มู่ฮวยฮง แห่งสำนัก เก้ากระบี่เทวฤทธิ์รึ.? .." เมื่อได้ยินชื่อนั้น เว่ยเซี่ยก็ยิ่งไม่รู้จักเข้าไปใหญ่ คงเพราะมันหาใช่คนในยุทธภพเฉกเช่น บิดา มารดากระมัง จึงยังมีความรู้ในเรื่องของสำนักต่าง ๆ ไม่มาก



            เมื่อเป็นเช่น เว่ยเซี่ยจึงส่งยิ้มบาง ๆ ให้ชาวยุทธ์สองคนนั้น ก่อนจะยกมือประสาน พร้อมค้อมตัวเล็ก และกล่าวขึ้น "ถูกอย่างที่พี่ชายคาดเดา ข้านั้นมาจากสำนักบ้านนอก กลางป่าเขาจริง ๆ จึงมิเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของคุณชาย มู่ฮวยฮง ผู้นั้นต้องขอ อภัยด้วย"



            "นั้นไงข้านึกอยู่แล้ว เพราะดูจากการแต่งเนื้อแต่งตัวของเจ้าก็น่าจะเป็นเช่นนั้นจริง ๆ แต่ไม่ต้องขออภัยข้าหรอก ผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิด และที่สำคัญ…." จอมยุทธ์หนุ่มผู้นั้นเอ่ยขึ้นก่อนจะเงียบไปเล็กน้อย



            "อันใดที่สำคัญ…? "



            เว่ยเซี่ยขมวดมุ่นคิ้วก่อนถามกลับ ทว่า..คราวนี้จอมยุทธอีกคนที่มาด้วยกลับเป็นคนตอบแทน



            "สหายของข้ากำลังจะบอกว่า ที่สำคัญเจ้าไม่ต้องไปใส่เรื่องของเจ้า มู่ฮวยฮง มากนักหรอก แม้นมันจะได้ขึ้นชื่อว่า เป็นถึงคุณชายสามของสำนักกระบี่อันดับสองของยุทธภพ แต่เจ้าก็คงเห็นกิริยาท่าทางที่มันแสดงออกต่อผู้อื่นในยามนี้แล้วใช่หรือไม่"



            เว่ยเซี่ยหันไปมอง มู่ฮวยฮงอีกครั้งก่อนจะหันกลับหาจอมยุทธ์หนุ่มคนเดิม และพยักหน้ารับ



            "ก็อย่างที่เจ้าเห็น นอกจากเปลือกนอกอันสง่างามดูดี ของมันแล้วนั้น ภายในกลับมิมีอันใด คู่ควรกับตำแหน่งคุณชายอันดับสามเลยแม้แต่น้อย เย่อหยิ่ง ถือตัว เกกมะเหรกเกเร ชอบรังแกผู้อ่อนแอ เห็นสามคนข้างกายของมันหรือไม่ เจ้าชายสองคนนั้นมี ฉายานามว่า ลั่วอิง กับ หยิ่งเฉิน เป็นสองพี่น้องที่เคยผาดโผนในยุทธภพมาก่อน ฉายาของพวกมันคือ ดาบยักษ์พิทักษ์ฟ้า ขวานเมฆาปกป้องปฐพี ส่วนเจ้าชายสูงอายุหน้าตาน่าเกลียด แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์นั้นมีนามว่า ฮานลู่ ตำแหน่งของมันคือเป็นพ่อบ้าน และ เป็นที่ชอบยุยง ตามใจ มู่ฮวยฮง ให้ทำเรื่องเสื่อมเสียมากมาย…" เมื่อจอมยุทธหนุ่มผู้นั้นกล่าวจบ อีกคนก็กล่าวเสริมขึ้นมาต่อ



            " อ้อ นอกจากเรื่องเลว ๆ ที่สหายกล่าวมานั้น เจ้าฮวยฮง ก็ยังขึ้นชื่อว่าเจ้าชู้ประตูดิน สุด ๆ อีกด้วย นี่หากไม่ใช่เพราะเหล่าชาวยุทธ์ให้เคารพ มู่ชิงอี้ บิดาของมัน กับ ชื่นชมในความสามารถ ของมู่เทียน หยง คุณชายอันดับหนึ่ง พี่ชายคนโตของมันแล้วล่ะก็ ปานนี่เจ้า ฮวยฮง คงโดนชาวยุทธ์มากมายที่โกรธแค้น สั่งสอนไปนานแล้ว…"



            พอเว่ยเซี่ยได้ฟังจึงเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด ที่แท้ มู่ฮวยฮง ก็ใช้บารมีของบิดา กับพี่ชายมาเบ่งใส่คนอื่น ๆ นี่เอง มิน่าเล่ามันกับลูกน้องถึงได้มาอยู่ตรงนี้ แทนที่จะเป็นคนของสำนักสตรีหยกสวรรค์



            "ขอเข้าใจทุกอย่างแล้ว เช่นนั้นพวกเราก็เข้าไปในสำนักกันเถิด อีกเดี๋ยวจะมีการหารือ เรื่องการรับมือพรรคมารราคะใช่หรือไม่" เว่ยเซี่ยแย้มยิ้มอย่างมิตรกับจอมยุทธ์หนุ่มสองคนนั้น ก่อนจะกล่าวขึ้น



            "ใช่แล้วน้องชาย ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นตอนเย็นวันนี้ พวกข้าสองคนเองก็เป็นตัวแทนของ สำนักคุ้มภัยกิเลนทองจากทิศใต้เพื่อมาร่วมงานนี้ หากแผนของพวกเข้าน่าสนใจ คนของพวกข้าจึงจะตามมาสมทบ เจ้าเดินทางมาคนเดินสินะ เช่นนั้นมากับพวกข้าก็ได้.."



            "ข้าขอบใจพวกท่านมากพี่ชายทั้งสอง.." เมื่อเว่ยเซี่ยกล่าวจบ ทั้งสามจึงก้าวเท้าเดินตรงไปที่ประตูทางเข้าสำนักในทันที..



            จบบทที่ 64

    คล้ายกับเรื่องฤทธิ์กระบี่เทพมารราคะสยบปฐพี..!! ที่คุณอ่าน