เมื่อประตูหินหนักอึ้งปิดลง ห้องฝึกมนตรา ก็กลายเป็พื้นที่ปิดตายโดยสมบูรณ์ กริมสามารถทำอะไรข้างในนี้ได้อย่างอิสระ ไม่ต้องกังวลสายตาแอบมองจากใครอีกต่อไป
กริมก้าวเท้าไปข้างหน้าสองก้าว เข้าไปยืนใจกลางวงแหวนอักขระลึกลับที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางสองเมตร ลวดลายที่สลักอยู่บนพื้นนั้นช่างดูแปลกตาและซับซ้อน เขาไม่รู้จักอักขระพวกนี้เลยสักตัวเดียว เห็นได้ชัดว่านี่เป็ศาสตร์ความรู้ที่เกินขอบเขตที่ผู้ฝึกหัดเวทต๊อกต๋อยอย่างเขาจะเข้าถึงได้
แต่วันนี้เขาไม่มีกะจิตกะใจจะมานั่งวิเคราะห์รายละเอียดหยุมหยิมพวกนี้ เขาเปลี่ยนมายืนตัวตรง ปรับลมหายใจให้สงบนิ่ง และทบทวนขั้นตอนการร่ายเวท ศรเพลิงกัลป์ ทั้งหมดในใจอย่างเงียบเชียบ เมื่อสมาธินิ่งดั่งผิวน้ำ เขาจึงสั่งการเสียงเข้ม
"คอยตรวจสอบกระบวนการทั้งหมด พบข้อผิดพลาดเมื่อไหร่ให้แก้ไขทันที!"
[ติ๊ด... ภารกิจใหม่ถูกสร้างขึ้น เริ่มดำเนินการตรวจสอบแบบเรียลไทม์...]
พร้อมกับประกายแสงสีฟ้าที่วูบวาบในดวงตา บนจอประสาทตาของกริมก็ปรากฏภาพพื้นที่จำลองเสมือนจริงซ้อนทับขึ้นมา
ฉากเบื้องหน้ายังคงเป็ห้องฝึกเดิม แต่บนจอภาพกลับมีจุดสีฟ้าละเอียดนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้น แบ่งพื้นที่ทั้งหมดออกเป็ตารางกริดย่อยๆ และมีโครงร่างเงาซ้อนทับร่างกายของกริม เพื่อแสดงท่วงท่าที่เขาต้องทำต่อไป สิ่งที่เขาต้องทำก็เพียงแค่ขยับร่างกายตามเงาเ่าั้ให้เป๊ะทุกองศา
ในที่สุด กริมที่ยืนนิ่งอยู่นานก็เริ่มเคลื่อนไหว
เขาเปล่งเสียงร่ายมนตราด้วยถ้อยคำที่หนักแน่นและทรงพลัง มือทั้งสองข้างวาดลวดลายกลางอากาศที่หน้าอกอย่างรวดเร็ว ท่าทางนั้นดูแปลกประหลาดแต่กลับแฝงไว้ด้วยมนต์ขลังที่ชวนให้หลงใหล ยิ่งบทคาถาดำเนินไป แสงสีแดงรอบกายกริมก็ยิ่งสว่างวาบขึ้น ธาตุไฟจำนวนมหาศาลถูกกระชากมารวมตัวกัน และค่อยๆ ถูกบีบอัดระหว่างฝ่ามือที่ร่ายรำ จนเริ่มก่อตัวเป็รูปร่างเลือนรางของลูกธนู
อาจจะเป็เพราะทุกอย่างราบรื่นเกินไป ในขณะที่ร่ายมาถึงพยางค์คาถาที่สามสิบสอง จิตใจของกริมเกิดวอกแวกขึ้นมาเพียงเสี้ยววินาที...
เพล้ง! จุดเชื่อมต่อหนึ่งของโมเดลพลังจิติญญาพังทลายลงทันที!
เหมือนโดมิโนที่ล้มครืน โมเดลพลังจิติญญาทั้งระบบพังพินาศในพริบตา ธาตุไฟที่ถูกบีบอัดมาอย่างบ้าคลั่งหลุดจากการควบคุม การะเิพลีชีพของธาตุไฟที่รุนแรงกำลังจะปะทุขึ้นตรงหน้ากริมในระยะเผาขนไม่ถึงครึ่งเมตร!
แต่กริมเตรียมตัวรับมือเื่นี้มาเป็อย่างดี วินาทีที่ธาตุสูญเสียการควบคุม เขาก็ตบการ์ดเวทที่กลัดอยู่บนอกเสื้ออย่างแรง
พร้อมกับการสั่นะเืของการ์ด วงแหวนอักขระใต้เท้าก็กางม่านพลังเวทมนตร์ขึ้นมาอย่างฉับพลัน ครอบคลุมร่างของเขาและศรเพลิงกัลป์ที่กำลังจะะเิเอาไว้ด้วยกัน
เป็เื่น่าอัศจรรย์ ธาตุไฟที่เมื่อครู่ยังบ้าคลั่งสุดขีด พอถูกม่านพลังครอบไว้ ความเกรี้ยวกราดก็ลดฮวบลงเกินครึ่งทันที แรงะเิที่ควรจะสนั่นหวั่นไหว จึงถูกกดทับจนกลายเป็การจุดประทัดลูกเล็กๆ เท่านั้น
เสียงดัง ปุ... ควันดำและแสงไฟวูบวาบกลืนกินร่างของกริมไปจนหมด
ครู่ต่อมา กริมก็วิ่งไอโขลกๆ ออกมาจากกลุ่มควัน
"บ้าเอ๊ย... บ้าเอ๊ย... อีกนิดเดียวก็จะสำเร็จอยู่แล้วเชียว..."
ใบหน้าของเขาถูกควันรมจนดำปิ๊ดปี๋ เสื้อผ้ามีรอยไหม้เกรียมเป็หย่อมๆ สภาพดูมอมแมมและทุลักทุเลอย่างยิ่ง แต่แม้จะอยู่ใจกลางการะเิ ด้วยม่านพลังที่ช่วยกดทับความรุนแรงไว้ นอกจากมือทั้งสองและหน้าผากที่ถูกไฟลวกจนแสบๆ ร้อนๆ แล้ว เขาแทบไม่ได้รับาเ็รุนแรงอะไรเลย
การร่ายเวทจริงครั้งแรก... ล้มเหลว!
สาเหตุหลักมาจากความอ่อนด้อยในการควบคุมอารมณ์ของตัวเขาเอง พอเห็นความสำเร็จอยู่แค่เอื้อม จิตใจก็เตลิดด้วยความตื่นเต้นจนเสียสมาธิใน่โค้งสุดท้าย
กริมเรียกธาตุลมมาเป่าไล่ควันในห้อง จัดการเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่ ทายาที่เตรียมมาลงบนรอยไหม้ จากนั้นจึงกลับไปยืนในวงแหวนอักขระอีกครั้ง กัดฟันแน่น กริมเริ่มร่ายเวทครั้งที่สองอย่างไม่ลังเล
คราวนี้... อาจจะเป็เพราะ์เห็นใจในความพยายาม หรือถึงเวลาที่น้ำเต็มตลิ่ง การร่ายเวทดำเนินไปอย่างลื่นไหลและคล่องแคล่วเป็พิเศษ หลังจากผ่านไปสิบสามวินาทีอันยาวนาน ในที่สุดกริมก็ร่ายศรเพลิงกัลป์ฉบับสมบูรณ์ได้สำเร็จ!
เมื่อลูกธนูเปลวเพลิงที่เกิดจากการอัดแน่นของธาตุไฟอันบ้าคลั่ง ก่อรูปร่างเสร็จสมบูรณ์บนฝ่ามือ เสียงสังเคราะห์ของชิปก็ดังขึ้นในสมองอีกครั้ง
[ติ๊ด... ตรวจพบโมเดลพลังจิติญญาที่สมบูรณ์หนึ่งชุด ขอให้โฮสต์ยืนยันว่าจะทำการ ผนึกมนตราถาวร หรือไม่? การผนึกในครั้งนี้จะใช้พลังจิติญญา 3 แต้ม และค่าประสบการณ์อาชีพ 50 แต้ม!]
"ยืนยัน!" กริมะโตอบรับทันทีด้วยความกระตือรือร้น
[กรุณาตั้งชื่อให้กับโมเดลพลังจิติญญานี้?]
"ศรเพลิงกัลป์!"
[ตั้งชื่อสำเร็จ! ภารกิจผนึกมนตราถาวรเริ่มต้นขึ้น... เวลาคาดการณ์ที่ใช้คือ 14 ชั่วโมง 37 นาที 21 วินาที...]
สั่งการในสมองเสร็จแล้ว กริมยังต้องจัดการกับ "เผือกร้อน" ในมือนี้ต่อ เวทมนตร์ปกติหลังจากร่ายเสร็จ จะมี "เวลาหน่วง" เพียงสองถึงสามวินาที หากเกินกว่านี้ หรือผู้ร่ายขยับตัวเปลี่ยนตำแหน่ง เวทมนตร์ที่ก่อรูปแล้วจะสลายตัว... หรือแย่กว่านั้นคือะเิคาอก!
กริมรีบผลักมือทั้งสองออกไปเบาๆ ส่งศรเพลิงกัลป์ที่พร้อมทำงานพุ่งเป็ลำแสงสีแดงเข้าใส่หุ่นฝึกซ้อมมนุษย์ศิลาที่อยู่อีกฟากของห้อง ศรเพลิงกัลป์ปะทะเข้ากลางหน้าอกหุ่นศิลาอย่างจัง
บึ้ม!!!
คราวนี้ไม่มีม่านพลังคอยกดทับ ธาตุไฟจึงแผลงฤทธิ์ความบ้าคลั่งออกมาได้อย่างหมดเปลือก ก้อนไฟขนาดเท่าศีรษะคนะเิออก ตามมาด้วยคลื่นกระแทกเปลวเพลิงที่แผดเผาทุกสิ่งในรัศมีห้าเมตรให้จมอยู่ในทะเลเพลิงและอุณหภูมิวิกฤต
เมื่อคลื่นความร้อนจางหายไป หน้าอกของหุ่นศิลากลายเป็สีดำเกรียม ตรงจุดศูนย์กลางการะเิมีรอยแตกร้าวขนาดเท่าเล็บมือปรากฏขึ้น บนผนังห้องเกิดคลื่นกระเพื่อมคล้ายผิวน้ำ ตัวอักษรหลายบรรทัดลอยเด่นขึ้นมา
การประเมินการโจมตีทางกายภาพ: 5 แต้ม
การประเมินความเสียหายธาตุไฟ: 16 แต้ม
ระยะโจมตีของเวทมนตร์: 150 เมตร
รัศมีครอบคลุมของเวทมนตร์: 5 เมตร
......
ต้องยอมรับว่าห้องฝึกมนตราเฉพาะทางแบบนี้คุ้มค่ามาก กริมที่มีชิปคอยช่วยอาจจะไม่ต้องพึ่งพาข้อมูลพวกนี้มากนัก แต่สำหรับผู้ฝึกหัดเวทคนอื่น ข้อมูลสถิติพวกนี้คือสิ่งจำเป็ที่ขาดไม่ได้ เพื่อให้พวกเขาเข้าใจและควบคุมเวทมนตร์ในมือได้ดีขึ้นก่อนจะไปเสี่ยงตายในสนามรบจริง
ใช้เวลาเพียงสิบห้านาที กริมก็บรรลุเป้าหมาย เขาเดินออกจากห้องฝึกมนตราด้วยความพึงพอใจ
ทว่าทันทีที่ประตูหินค่อยๆ เปิดออก เงาร่างอันงดงามที่ยืนดักรออยู่หน้าประตูก็ทำเอาเขาชะงักกึก
แขนขาเรียวยาว รูปร่างเย้ายวนมีส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจน ผิวพรรณขาวเนียนละเอียด ใบหน้าประณีตงดงาม... แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือชุดกระโปรงผ้าโปร่งสีแดงสดดุจเปลวเพลิง และริมฝีปากสีแดงฉานที่ดูหยาดเยิ้ม สิ่งเดียวที่เปลี่ยนไปจากครั้งก่อน คือดวงตาสีเืดั่งทับทิมคู่นั้นหายไปแล้ว แทนที่ด้วยดวงตาสีเขียวมรกตที่ใสกระจ่างดั่งน้ำทะเล
แมรี่ชุดแดง!
"เก่งนี่ไอ้หนู นายอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย!" ริมฝีปากแดงสดขยับเบาๆ พ่นคำพูดที่ทำเอากริมใจหายวาบ "เอาล่ะ ในเมื่อเจอตัวเขาแล้ว นายก็หมดประโยชน์!"
ประโยคหลัง เธอไม่ได้พูดกับกริม... กริมเพิ่งสังเกตเห็นว่า ในมือขวาของ "เพื่อนบ้าน" สาวสวยคนนี้ กำลังลากร่างของใครคนหนึ่งอยู่... แอม ผู้ดูแลห้องฝึกมนตรานั่นเอง
แมรี่สะบัดข้อมือเรียวงาม ร่างของแอมก็ลอยละลิ่วกระเด็นไปไกลกว่าสิบเมตร ตกลงกระแทกพื้นดัง ตุ้บ! ร้องโอดโอยอยู่นานก็ยังลุกไม่ขึ้น
สีหน้าของกริมเปลี่ยนไปทันที แอมไม่ใช่คนตัวเล็กๆ เขามีน้ำหนักตัวของผู้ชายเต็มวัยที่ไม่น้อยเลย แต่แมรี่กลับโยนเขาออกไปได้ง่ายดายราวกับโยนตุ๊กตานุ่น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าค่าพละกำลังของเธอต้องแตะระดับ 10 แต้ม เป็อย่างน้อย
บวกกับท่าทางที่ดูคล่องแคล่วว่องไวนั่น ค่าความว่องไวก็คงไม่ธรรมดา หากรวมกับความสามารถในการดูดเืฟื้นฟูที่น่าสยดสยองนั่น... เกรงว่าต่อให้หนึ่งในสามผู้แข็งแกร่งมาเอง ก็ยังไม่แน่ว่าจะเอาเธอลง
เดี๋ยวนะ... เธอถูกท่านจอมเวทจับตัวไปแล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงกลับมาได้อย่างปลอดภัยครบสามสิบสอง? เธอ...
"ตามฉันมา!"
ขณะที่สมองของกริมกำลังหมุนจี๋ แมรี่ก็ยื่นมือขาวผ่องมาคว้าคอเสื้อเขาหมับ หันหลังเดินก้าวยาวๆ ลากเขาไปทันที กริมอยากจะสะบัดหนี แต่แรงมหาศาลนั่นทำให้เขาขยับไม่ได้เลย ปีนี้กริมอายุสิบห้าปี แม้จะตัวสูงกว่าแมรี่ไปครึ่งหัวแล้ว แต่เพื่อไม่ให้ถูกลากถูไปกับพื้นเหมือนกระสอบทราย เขาจำต้องซอยเท้าถี่ๆ เดินตามหลังเธอไปอย่างทุลักทุเล โดยไม่รู้เลยว่าวันนี้แม่คุณจะมาไม้ไหนกันแน่
......
โรงอาหารรวม
เวลานี้เป็มื้อเย็น ผู้ฝึกหัดเวทส่วนใหญ่มารวมตัวกันที่นี่ นั่งล้อมวงกินข้าวพลางจับกลุ่มคุยโวสัพเพเหระ จากตำแหน่งที่นั่งและวงสนทนา ก็พอจะดูออกว่ากลุ่มไหนมีอิทธิพลแค่ไหนในหอคอยแห่งนี้ เพราะหมาป่าเดียวดายแบบกริมนั้นมีน้อยเหลือเกิน ผู้ฝึกหัดส่วนใหญ่ยังคงเลือกที่จะเกาะกลุ่มกันเพื่อความปลอดภัยและสร้างอำนาจต่อรอง
แต่ทว่า... ในขณะที่บรรยากาศกำลังคึกคัก
ปัง!!!
เสียงถีบประตูดังสนั่นหวั่นไหว ประตูไม้ที่เพิ่งซ่อมเสร็จถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง ผู้ฝึกหัดทุกคนหันขวับไปมองเป็ตาเดียว แล้วก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงกับภาพของสองคนที่เดินเข้ามา
แมรี่ชุดแดง?!
แม้คนส่วนใหญ่จะไม่เคยเห็นร่าง "กลายพันธุ์" ของเธอ แต่กิตติศัพท์เื่ราวในวันนั้นแพร่สะพัดไปทั่วหอคอยแล้ว ใครๆ ก็คิดว่าป่านนี้เธอถ้าไม่ถูกท่านจอมเวทจับไปชำแหละเพื่อการวิจัย ก็คงถูกขังลืมในคุกใต้ดิน ใช้ชีวิตเยี่ยงสัตว์ทดลอง ใครจะไปคิดว่าเธอยังกล้ามาเดินวางก้ามอยู่ที่นี่ได้อีก!
อัลเลน ที่นั่งอยู่กลางวงโถง สีหน้ามืดครึ้มลงทันที แววตาฉายความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด เขาเคยเห็นความโเี้ของแมรี่มากับตา ต่อให้ตอนนี้เธอดูเหมือนมนุษย์ปกติ แต่ภาพความสยดสยองในวันนั้นยังคงฝังลึกอยู่ในก้นบึ้งหัวใจของเขาไม่จางหาย
แมรี่เดินอาดๆ เข้ามากลางโรงอาหารราวกับพายุหมุน ยืนเท้าสะเอว กวาดสายตาเ็าไปรอบๆ ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่อัลเลน หัวหน้าผู้ฝึกหัดคนใหม่
"ฉัน แมรี่ กลับมาแล้ว!"