เจียงเยี่ยน ดับเทพพิฆาตมาร

    ตอนที่ 61 พลังอักษรทิพย์



    ไป๋เหวินโจวขับควบม้าอย่างเร่งร้อน ผ่านภูเขาสูง ลำธารใส วันนี้มันขี่ม้าผ่านมณฑลเสฉวน เห็นยอดเขาสองยอดเขาตั้งคู่กันคล้ายคิ้วโก่งของสตรี อดเอื้อนเอ่ยมิได้
    “ฤดูใบไม้ผลิแสนแจ่มใส เห็นสองยอดเขาเสมอคู่ ตั้งดั่งคิ้วโก่งงาม”
    บทกวีที่ปราชญ์มารบริสุทธิ์เอื้อนเอ่ยเป็นของลี่เต้าหยวน นักภูมิศาสตร์สมัยเป่ยเว่ย ซึ่งบรรยายถึงเขาง้อไบ๊ (คิ้วโก่ง) ซึ่งมียอดเขาสองลูกเรียงกันคล้ายกับคิ้วโก่งของสตรีงาม เขาง้อไบ๊เป็นที่ตั้งของวัดพุทธและสำนักเต๋าจำนวนมาก ดังนั้นสำนักง๊อไบ๊จึงผสานรวมวิชาของพุทธและเต๋าเข้าด้วยกันจนมีปมเด่นของตนเอง เจ้าสำนักปัจจุบันก็เป็นแม่ชีท่านหนึ่ง มีวิทยายุทธสูงส่งยิ่งไป๋เหวินโจวพักม้าอยู่ข้างลำธารแห่งหนึ่ง มันนั่งสมาธิฝึกลมปราณซึ่งถือว่าเป็นการพักผ่อนไปในตัวสักพัก เปลือกตาของไป๋เหวินโจวต้องเปิดขึ้นอย่างช้าๆ ที่แท้มีคนมาถึง
    เห็นบุรุษผู้หนึ่งใบหน้าสี่เหลี่ยมวิ่งมา สีหน้าแตกตื่นลนลาน เสื้อผ้าสีแดงของมันเต็มไปด้วยคราบเลือดไม่นานก็ได้ยินเสียงโห่ร้องตามมา คนชุดดำเก้าคนถืออาวุธวิ่งมา ร้องว่า“เจ้าหนีไม่พ้นหรอก”กลุ่มคนชุดดำวิ่งมาอย่างรวดเร็ว ไม่นานระยะห่างของคนกลุ่มคนชุดดำกับคนชุดแดงก็ใกล้เข้ามา คนชุดแดงเห็นว่าหนีไม่พ้น มันหันกายไปสะบัดดาบต่อสู้กับอย่างสุดกำลัง เห็นโลหิตกระเซ็น ที่แท้คนชุดแดงได้รับบาดเจ็บอยู่ก่อน ต่อสู้อีกครู่หนึ่งก็ได้รับบาดเจ็บเพิ่ม ไป๋เหวินโจวท่องยุทธภพไม่ทราบเห็นการต่อสู้เช่นนี้มากี่สิบครั้ง มันไม่ต้องการสอดมือยุ่งเกี่ยวเพราะมิทราบว่าฝ่ายใดถูกหรือผิดกันแน่แต่เห็นคนชุดแดงแม้ถูกฟันเพิ่มอีกหลายแผล ยังไม่ร้องโอดโอยแม้แต่น้อย มันยังสะบัดดาบดุจพยัคฆ์ร้ายคลั่ง สังหารคนชุดดำไปได้อีกสองคน ผ่านไปอีกครู่หนึ่งร่างมันก็ล้มลงแต่ยังใช้ดาบยันกายไว้พร้อมคุกเข่าข้างหนึ่ง สีหน้าคนชุดแดงมุ่งมั่นไม่ยอมตายเด็ดขาดคนชุดดำสามคนรีบฟันดาบใส่มัน ขณะที่ดาบจะกระทบถูกคนชุดแดง คนชุดดำก็ร้องโอดโอยทิ้งดาบล่วงลงกับพื้นคนชุดแดงได้จังหวะนั้นฟันดาบใส่คนชุดดำสามคนทันที! ได้ยินเสียงร้องอย่างเจ็บปวด คนชุดดำสามคนโดนฟันตายไปหนึ่ง ส่วนอีกสองคนได้รับบาดเจ็บสาหัสโลหิตไหลทะลักรีบกุมท้องไว้คนชุดแดงเสียดายยิ่ง หากไม่ใช่มันบาดเจ็บหนัก คงปลิดชีวิตคนชุดดำสามคนได้ในดาบเดียว คนชุดดำอีกหกคนต่างวิ่งเข้ามาฟันดาบใส่คนชุดแดง แต่จู่ๆ ข้อมือของพวกมันก็เจ็บแปลบ ดาบล่วงหล่นลงพื้นเช่นเดียวกันคนดำหันไปมองหน้ากันด้วยความตื่นตระหนก พวกมันมองไปที่ไป๋เหวินโจวซึ่งนั่งเหยียดขาใช้มือไขว้หัวอยู่แต่ไกลหลายสิบวาไม่มีท่าทีมายุ่งเกี่ยวเลยพวกมันต่างเก็บดาบขึ้นหมายฟันคนชุดแดงอีกครั้ง ขณะที่พวกมันฟันดาบพร้อมกันรู้สึกข้อมือชาวูบอีก ดาบต้องชะงักเล็กน้อย คนชุดแดงได้โอกาสก็ใช้ดาบสังหารพวกมันอีกสองคนคนชุดดำผู้หนึ่งไว้หนวดทราบแล้วว่ามียอดฝีมือเข้ามายุ่งเกี่ยว สุดที่ฝีมืออย่างพวกมันจะชนะได้ มันจึงตวาดว่า “อย่าถือว่ามีคนช่วยแล้วเจ้าจะรอด ถอย!”เหล่าคนชุดดำวิ่งหนีไปทันที ที่แท้เมื่อครู่ไป๋เหวินโจวเห็นธาตุแท้ลูกผู้ชายของคนชุดแดง จึงลอบใช้ดรรชนีกระบี่เทพสวรรค์ยิงใส่ข้อมือพวกมันจนดาบล่วงหล่นลงพื้น แต่ครานี้ไป๋เหวินโจวเพียงแค่ใช้พลังไร้สภาพเบาบาง มิได้ก่อเกิดเป็นแสงสีขาวเหมือนทุกครั้งคนชุดแดงทราบว่ามีคนช่วย มันเห็นคนชุดขาวนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ซึ่งอยู่ไม่ไกลนักก็คาดว่าเป็นคนที่ช่วยมัน คนชุดแดงเดินโซเซเข้าหา แต่ร่างมันต้องล้มลงกระแทกกับพื้นจนเสียงดัง ไป๋เหวินโจวเห็นเช่นนั้นจึงสะกิดกายเข้าหามันอย่างรวดเร็ว“ผู้..ผู้พระมีคุณ” คนชุดแดงกล่าว“เจ้าได้รับบาดเจ็บสาหัส ข้ามีตัวยาอาจพอรักษาเจ้าได้” ไป๋เหวินโจวกล่าวพร้อมหยิบขวดยาสีขาวออกมาจากในแขนเสื้อ ค่อยเทยาทาให้มัน แต่บาดแผลมันมากมายอย่างยิ่งคนชุดแดงจับมือไป๋เหวินโจวไว้ รีบกล่าวว่า “ข้า..ข้าถูกฟันไม่ต่ำกว่าสามสิบแผล ทราบว่ายากรอดได้ ท่านช่วยเหลือข้าด้วยคุณธรรม ข้า..ข้าขอวานท่านอีกเรื่อง”ไป๋เหวินโจวขมวดคิ้วเล็กน้อย มันกำลังจะไปงานชุมนุมชาวยุทธ์ไม่อยากหาความยุ่งยากใส่ตัวอีก แต่เห็นสภาพฝ่ายตรงข้ามก็ไม่อาจทำใจแข็ง จึงถาม “อะไร?”คนชุดแดงหยิบซองสีน้ำตาลออกมาจากในอกเสื้อ “ฝากส่ง..ฝ่าเหลียนซือไท่แห่งสำนักง๊อไบ๊”ฝ่าเหลียนซือไท่ (แม่ชีดอกบัวธรรม) เป็นเจ้าสำนักง๊อไบ๊คนปัจจุบัน มีอายุราวหกสิบปี ไป๋เหวินโจวได้ยินชื่อนี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย หากมันขึ้นเขาไปพบฝ่าเหลียนซือไท่ซึ่งนางกำลังจะไปร่วมงามชุมนุมกับฝ่ายธัมมะ ไม่แน่อาจต้องสู้กันไป๋เหวินโจวเห็นสภาพคนชุดแดงแล้วก็ทราบว่ายากจะรอดได้ จึงเอื้อมมือรับจดหมายไว้ คนชุดแดงยิ้มพร้อมพยักหน้าให้ มันคล้ายปลดเปลื้องภาระ จากนั้นก็หลับตาลงสิ้นใจไปปราชญ์มารบริสุทธิ์ยังมิทราบด้วยซ้ำว่าคนชุดแดงที่ตายเป็นใคร เห็นจดหมายประทับครั่งอยู่ ไม่อาจเปิดอ่านได้ แสดงว่าสำคัญยิ่ง

    ไป๋เหวินโจวหยิบจดหมายเก็บไว้ในอกเสื้อ ขณะเดียวกันก็มีคนตวาดลั่น“ส่งจดหมายมา อย่าได้ยุ่งเกี่ยวเรื่องนี้!”เสียงเพิ่งได้ยินกระทบหู ตัวคนก็มาถึงอย่างรวดเร็ว!เห็นคนที่มาใช้มือไขว้หลัง ท่าร่างแผ่วพลิ้วดุจสายลม สวมใส่ชุดเขียวปักลายต้นสน ใบหน้ามันขาวสะอาดอายุราวสี่สิบ แต่หัวกลับขาวโพลนราวกับมีอายุไม่ต่ำกว่าหกเจ็ดสิบปี “เจ้าเปิดจดหมายแล้วหรือไม่?” คนชุดเขียวถามไป๋เหวินโจวกล่าวว่า “ไม่ใช่เรื่องของเจ้า”คนชุดเดียวยื่นมือ “เหตุใดมิใช่ ส่งจดหมายมา”ไป๋เหวินโจวพลันหยิบจดหมายขึ้นมา จากนั้นกล่าวว่า “จดหมายนี้ทำให้คนตายไปหลายคน นับเป็นของอัปมงคล มิสู้ฉีกทิ้งจะประเสริฐกว่า”ไป๋เหวินโจวทำท่าฉีกจดหมายทิ้ง แต่คนชุดเขียวใจหายวาบ มันรีบพุ่งมาคว้าจดหมายจากมือไป๋เหวินโจวทันทีหลงกลง่ายดายนัก!ไป๋เหวินโจวประกบนิ้วชี้กับนิ้วกลางใช้ดรรชนีดาบภูติโลกกันตร์ ฟันใส่หน้าอกมันอย่างรวดเร็วดุสแสงอัสนีขาวคนชุดเขียวรีบพลิ้วกายถอยไป แต่ก็ไม่ทัน พลังดาบภูตโลกันตร์ของไป๋เหวินโจวคมกล้ายิ่ง กรีดเสื้อผ้าอันงดงามของมันขาดเป็นทางยาว ไป๋เหวินโจวยิ้มเล็กน้อย ชูจดหมายขึ้นสะบัดเบาๆ อย่างยียวน มันกำลังยั่วให้ศัตรูมีโทสะ ยิ่งศัตรูมีโทสะ มันก็ยิ่งจัดการง่ายขึ้นคนชุดเขียวพลันใช้อาวุธที่มันซ่อนไว้กลางหลังกลับเป็นพู่กันเงินยาวประมาณครึ่งตัวคนได้ ไป๋เหวินโจวเห็นเช่นนั้นก็ร้องอ้อ“กวีปีศาจ หวังจื่อ”กวีปีศาจตื่นตระหนกเล็กน้อยถามไป๋เหวินโจวว่า “เจ้ารู้จักข้าได้อย่างไร?”ไป๋เหวินโจวไม่ตอบ แต่กลับถามว่า“กวีปีศาจปกติอาละวาดอยู่ในแดนใต้ ใช้พู่กันเงินเป็นอาวุธ คิดไม่ถึงจะมาเจอกันที่เสฉวน ที่แท้ต้องการอะไร”“ไม่ใช่ธุระเจ้า” กวีปีศาจตวาดไป๋เหวินโจวเคยได้ยินว่ากวีปีศาจอายุไม่ต่ำกว่าหกสิบปีแล้ว แต่มันฝึกลมปราณชนิดหนึ่งใบหน้าถึงแทบปราศจากรอยเหี่ยวย่น ดูไปอายุเพียงสี่สิบปีเท่านั้น

    เห็นกวีปีศาจร่ายเพลงพู่กันออกก็เกิดเป็นกระแสลมเสียดสีกับอากาศเสียงดัง มันตวัดพู่กันราวเขียนอักษร ซับซ้อนพิสดาร ไป๋เหวินโจวสลับเท้าหลบเลี่ยงไปมา จากนั้นสะบัดฝ่ามือใส่คราหนึ่งกระแทกพู่กันมันเบี่ยงไปกวีปีศาจทราบว่าหากไม่ทุ่มเทสุดกำลังคงมิอาจเอาชนะคนชุดขาวได้ มันร่ายพู่กันอย่างโกรธเกรี้ยวหมายสังหาร พู่กันกรีดวาดตัวอักษร ‘สื่อ’ (死 - ตาย) พลังพู่กันดุดันร้ายการทำเอาผมไป่เหวินโจวปลิวไสว แต่ปราชญ์มารบริสุทธิ์เป็นถึงจอมปราชญ์แห่งยุค แค่มันเห็นกวีปีศาจร่ายพู่กันได้ครึ่งหนึ่งก็คาดเดาได้ว่ามันจะเขียนอักษรอะไร จึงกรีดดรรชนีดาบภูตโลกันตร์สกัดกระบวนท่ามันไว้ก่อนจะเขียนอักษรเสร็จหนึ่งดรรชนีหนึ่งพู่กัน ปะทะกันจนสะเก็ดไฟแลบกระจาย แต่พู่กันกลับเบี่ยงเบนไปด้านข้าง ไป๋เหวินโจวไม่ปล่อยให้มันพักหายใจ กรีดดรรชนีดาบต่อเนื่อง เพลงดาบรวดเร็วรุนแรง ทั้งปาด ฟาด ฟัน คุกคามจนกวีปีศาจต้องถ่อยร่นไม่หยุดยั้งแต่กวีปีศาจไม่ปล่อยให้ไป๋เหวินโจวรุกไล่ฝ่ายเดียว มันกรีดอักษรเป็นแนวขวางอย่างสุดกำลังเป็นคำว่า “อี้” (一 - หนึ่ง) คุกคามไปเหวินโจวถอยร่นไปกวีปีศาจรีบร่ายพู่กันเขียนวาดอักษรไม่หยุด แต่ไป๋เหวินโจวก็ใช้ดรรชนีดาบภูตโลกันตร์สกัดมันก่อนเขียนอักษรเสร็จ สองคนสู้กันไปมากว่าสามสิบกระบวนท่า ไป๋เหวินโจวพลันหัวร่อขึ้น เสียงหัวร่อดังไปทั่วบริเวณ สะท้านหัวใจกวีปีศาจจนเต้นตามจะหวะเสียงหัวร่อ หากเป็นเช่นนี้หัวใจมันจะเต้นเร็วขึ้นจนหัวใจวายตายแน่!“วิชามาร” กวีปีศาจรีบร้องอย่างตื่นตระหนกไป๋เหวินโจวหัวร่อกล่าวว่า “เจ้าก็ฉายาปีศาจ ไม่ได้แตกต่างนัก”ทันใดนั้นไป๋เหวินโจวดวงตาเจิดจ้าดุจแสงตะวัน มันรวบรวมลมปราณเอกอนันต์ขึ้นในอึดใจ นิ้วชี้กรีดวาดกลางอากาศอย่างรวดเร็ว ชั่วพริบตาเดียวเกิดเป็นลมปราณอักษรสีทองหลายสิบตัวพุ่งใส่กวีปีศาจทันที วิชาอักษรทิพย์!ไป๋เหวินโจวยิ้มพลางกล่าวว่า“เจ้าทำได้แค่วาดทีละอักษร ข้าสามารถร่ายเป็นบทกวี”
    ‘สายธารหลั่งไหลมิเหือดแห้งขุนเขาคงอยู่คู่น้ำใสนภาอากาศแสนกว้างไกลแต่ไม่ยิ่งใหญ่เทียมเท่าจิตใจคน’
    ความงดงามบรรจงของตัวอักษรนับว่าหาได้ยากยิ่ง มันเรียงรายเป็นบทกวีและกระจายออกล้อมศัตรู ได้ยินเสียงตูมดังไม่หยุด กวีปีศาจสะบัดพู่กันต้านรับพลังอักษรทิพย์ของไป๋เหวินโจวอย่างสุดกำลัง แต่พลังอักษรทิพย์กระจายโจมตีทั้งหน้าหลังซ้ายขวา มันต้านรับไม่ทันถูกพลังลมปราณไป๋เหวินโจวกระแทกใส่กายหลายครั้งจนบาดเจ็บไป๋เหวินโจวพุ่งเข้าหามัน ใช้กรงเล็บตะปบคว้าพู่กันมันมาไว้ในมืออย่างง่ายดาย!กวีปีศาจมีเลือดไหลซึมมุมปากถามว่า “นี่..นี่บทกวีอะไร?”“ข้าแต่งเอง” ไป๋เหวินโจวกล่าว“เจ้าเป็นใครกันแน่?”“ไม่ใช่เรื่องของเจ้า” ปราชญ์มารบริสุทธิ์โยนพู่กันคืนให้มัน จากนั้นกล่าวว่า “ในจดหมายมีข้อความอะไร?”กวีปีศาจทราบว่าสู้ไม่ได้ทั้งวิทยายุทธและความรู้ มันถอยกายไปอย่างช้าๆ มันเห็นคนชุดขาวก็นึกถึงคำว่าไป๋ที่แปลว่าสีขาว จากนั้นตะโกนว่า“เจ้า..เจ้าคือปราชญ์มารบริสุทธิ์ ไป๋เหวินโจว!”ไป๋เหวินโจวไม่ตอบ กวีปีศาจร่ำร้องว่า“เจ้าสอดมือยุ่งเกี่ยวเรื่องนี้ ต้องตายไร้ที่กลบฝัง!”ชั่วพริบตามันก็สะกิดกายหนีไปอย่างรวดเร็ว ไป๋เหวินโจวขมวดคิ้วเล็กน้อย มันอยากรู้แล้วในจดหมายเขียนอะไร?


    ---- จบตอน ----จดหมายมีอะไร ตอนหน้าตาง๊อไบ๊แสดงฝีมือ!


    เขาง้อไบ๊ มีสองยอดมีลักษณะเหมือนคิ้วโก่งสตรี จึงขนานนามว่าง้อไบ๊ (คิ้วโก่ง)


    คล้ายกับเรื่องเจียงเยี่ยน ดับเทพพิฆาตมาร ที่คุณอ่าน