(จบ)ระบบสังหารโชคชะตา ข้าเกิดมาเพื่อพิฆาตตัวเอกและวายร้าย

    ตอนที่ 38 กายาเก้ามังกรสวรรค์

            คำกล่าวนั้นเปรียบได้ดั่งสายฟ้าฟาดลงมากลางใจของเหยียนเส้าเจ๋อและผู้คนอีกมากมาย


            ภายใต้ความเงียบที่ยืดยาว ทุกสายตาต่างหันไปมองยังจุดที่ชายหนุ่มผู้นั้นยืนอยู่ด้วยความตกตะลึงระคนไม่เชื่อสายตา

            

            ชายหนุ่มที่เงียบงันมาตลอดบัดนี้กลับกลายเป็นศูนย์กลางของความสนใจอีกครั้ง


            เพียงแค่ถ้อยคำหนึ่งเดียว เขาได้ปลุกระลอกคลื่นขนาดใหญ่ให้แผ่ซ่านไปทั่วทั้งลานอย่างไม่อาจห้าม


            กระทั่งในขณะที่ผู้คนยังนิ่งงันอยู่นั้น เหยียนเส้าเจ๋อก็พลันได้สติกลับคืนมา สีหน้าของชายวัยกลางคนผู้นี้เปลี่ยนเป็นแดงก่ำ ดวงตาเบิกโพลงราวกับจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ เขายกมือสั่นระริกขึ้นชี้หน้าหลงเซียวเหยาด้วยความโกรธจัด


            “จะ.. เจ้า.. กล้าดูหมิ่นสำนักวิญญาณของข้าเรอะ!”


            น้ำเสียงของเขาดังก้องพร้อมกับปราณภายในร่างที่ถูกเร่งเร้าจนปะทุออกจากผิวหนังเป็นสายไอสีดำขุ่นปกคลุมไปทั่วร่าง


            คลื่นพลังที่กระจายออกมากระแทกลงสู่พื้นจนแผ่นศิลาเบื้องล่างแตกร้าว


            เกิดเสียงลั่นเปรี๊ยะของพื้นหินที่แตกละเอียดราวกับถูกทุบด้วยค้อนหนัก


            สายลมรุนแรงพัดกระโชกวูบเข้าหาใจกลางลาน ทำให้ผ้าคลุมของศิษย์หลายคนสะบัดปลิวขึ้นสูงอย่างควบคุมไม่อยู่


            ผู้คนโดยรอบถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง พวกเขาไม่คิดว่าเหยียนเส้าเจ๋อจะถึงขั้นระเบิดพลังออกมาเช่นนี้


            เพียงเพราะคำพูดของชายหนุ่มผู้หนึ่ง ทว่าสิ่งที่ทำให้ทุกคนยิ่งประหลาดใจยิ่งกว่าก็คือหลงเซียวเหยาไม่แม้แต่จะถอยก้าวเดียว


            เขายังคงยืนอย่างมั่นคง มือไขว้หลังไว้ในท่าทีสงบ แววตาคู่นั้นไม่มีแววหวาดกลัวหรือเคารพ


            ปากของเขายกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยคำออกมาด้วยน้ำเสียงที่เจือเย้ยหยันอย่างชัดเจน


            “เห็นไหมล่ะ.. ขีดจำกัดของสำนักก็เป็นได้เพียงแค่สำนักนั่นแหละ”


            “ผู้อาวุโสเช่นเจ้ามีระดับเพียงแค่เปิดห้วงจิตวิญญาณเท่านั้น..”


            ส่วนข้าอายุเพียงแค่สิบเจ็ดปีแต่ก็เป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับหลอมกายาขั้นเจ็ดแล้ว


            “คิดดูสิ.. คงไม่กี่เดือน.. ไม่สิ อีกไม่นาน ข้าก็จะยกระดับขึ้นเทียบเท่าเจ้าทันที!”


            “แล้วจะให้ข้าไปอยู่ในสำนักวิญญาณที่มีรากฐานอ่อนแอได้อย่างไรกันล่ะ?”


            สิ้นเสียงพูด ร่างของหลงเซียวเหยาก็ยักไหล่ขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ แถมยังยกมุมปากขึ้นอย่างเย้ยหยันอีกครั้งหนึ่ง การกระทำนี้ไม่ต่างอะไรกับการตบหน้าผู้อาวุโสแห่งสำนักวิญญาณอย่างเปิดเผย กลางลานแห่งการทดสอบ และท่ามกลางสายตาของสำนักใหญ่อีกแปดแห่ง


            เหยียนเส้าเจ๋อถึงกับขบกรามแน่นจนสั่น ใบหน้าแดงจัดด้วยความโกรธจัด คลื่นปราณทั่วร่างปะทุขึ้นสูงราวกับจะระเบิดออก สายตาแดงฉานของเขากวาดมองชายหนุ่มด้วยความอาฆาตแค้นสุดขีด ก่อนจะเปล่งเสียงตะโกนออกมาอย่างเกรี้ยวกราด


            “ไอ้เจ้าเด็กบัดซบ!”


            “งั้นแกก็อย่าอยู่เลย!!”


            เพียงแค่นั้น พลังกดดันระดับเปิดห้วงจิตวิญญาณขั้นสูงก็ระเบิดออกเต็มกำลัง


            มันเป็นเจตนาที่ชัดเจนว่าไม่เพียงแต่จะข่มขู่ หากหมายจะบดขยี้หลงเซียวเหยาให้สลายกลายเป็นผงด้วยมือเปล่า คลื่นพลังสีดำไหลวนเป็นเกลียวหมุนก่อรูปขึ้นกลางอากาศราวกับเงาปีศาจที่กำลังยื่นกรงเล็บเข้ามาคว้าหมายของมัน


            ทว่าก่อนที่พลังจะปลดปล่อยจนถึงขีดสุด ร่างของผู้อาวุโสจากสำนักอื่นอีกแปดคนก็พลันเคลื่อนไหว


            “หยุด!”


            พวกเขาพุ่งออกจากจุดของตนในเวลาไล่เลี่ยกันโดยมิได้นัดหมาย พลังที่เปี่ยมด้วยประสบการณ์พุ่งเข้าควบคุมอากาศรอบบริเวณในพริบตาเดียว ท่ามกลางความตึงเครียด พลังจสอดประสานเข้าควบแน่นจนอำนาจของเหยียนเส้าเจ๋อพลันถูกสะกัดกั้น


            ท่ามกลางแรงปะทะที่สั่นสะเทือนพื้นลาน ผู้คนรอบข้างต่างผงะถอยด้วยความตื่นตระหนกและเงียบงันอีกครั้ง


            เหยียนเส้าเจ๋อมองไปรอบๆ เห็นสายตาของเหล่าผู้อาวุโสก็ยิ่งโกรธจัดแต่ไม่อาจทำอะไรได้ ทำได้เพียงแค่กำหมัดแน่น


            ดวงตาเต็มไปด้วยเพลิงแค้นลุกโชน ก่อนจะสบัดแขนเสื้อและก้าวเดินจากไปอย่างหงุดหงิด


            ทิ้งไว้เพียงเงาหลังที่เต็มไปด้วยความพ่ายแพ้และความเคียดแค้นที่ระเบิดไม่ได้


            ขณะเดียวกัน หวังฉีที่ยืนสังเกตการณ์อยู่เงียบๆมาตลอดก็ได้เหลือบตามองหลงเซียวเหยาอย่างครุ่นคิด


            ก่อนจะถอนหายใจออกมา พลางก้าวเท้าเข้ามาใกล้พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ


            “เอาเถอะ เจ้าชื่อหลงเซียวเหยาใช่หรือไม่?”


            ชายหนุ่มพยักหน้าเล็กน้อยแล้วโค้งคำนับด้วยท่าทีเคารพ


            “ขอรับ ข้าชื่อหลงเซียวเหยา”


            หวังฉีมองเศษซากของลูกแก้วที่แตกกระจายบนพื้นอย่างเงียบงัน


            สายตาของเขาลึกซึ้งดั่งมหาสมุทรที่ไร้ก้น ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึมยิ่งขึ้น


            “การทำให้ลูกแก้วแตกได้แบบนั้นแสดงว่าเจ้าต้องมีพลังบางอย่างที่ผิดแผกไปจากคนทั่วไป บางทีเจ้าอาจมีร่างศักดิ์สิทธิ์บางอย่างแฝงอยู่”


            “งั้นก็ดี! เพื่อให้แน่ชัด เจ้าจงไปทดสอบกับเสาศักดิ์สิทธิ์เทียนหมิงซะ ข้าจะได้รู้ด้วยตัวเองว่าเจ้ามีความสามารถระดับใด”


            ชายหนุ่มพยักหน้าอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ


            “เข้าใจแล้วขอรับ!”


            จากนั้นหลงเซียวเหยาก็ก้าวเดินอย่างสง่าผ่าเผย มุ่งตรงไปยังเสาศักดิ์สิทธิ์เทียนหมิงที่ยังคงตั้งตระหง่านอย่างเงียบสงบ


            ขณะเดียวกัน ตัวของหลัวหยางเองที่ยืนอยู่ห่างออกไปก็แสยะยิ้มขึ้นในใจอย่างเงียบงัน


            สายตาจ้องมองหลงเซียวเหยาด้วยแววลึกซึ้งที่ยากจะคาดเดาได้ ริมฝีปากขยับเบาๆคล้ายกำลังสนทนาอยู่กับตนเอง หากแต่ในความจริงแล้ว เป็นการส่งเสียงไปยังภายในจิตที่มีระบบสังหารโชคชะตาสถิตอยู่


            “ท่านอาจารย์ระบบ”


            “เห็นไหมล่ะ..”


            “ไอ้หมอนี่น่าโดนฆ่าจริงๆ”


            เสียงของระบบก็ดังตอบกลับมาในทันทีโดยไม่ต้องเว้นจังหวะ


            【เออ ใช่เลย แล้วไหนมันยังเลือกจะไปนิกายเทียนหมิงอีก】


            【ดีล่ะ ง่ายเลย แค่รอให้มันเติบโตอีกหน่อย แล้วค่อยหาจังหวะเหมาะๆจัดการมันให้สาสมซะเลย】


            【ส่วนเศษเสี้ยวจิตวิญญาณระดับจักรพรรดิฟ้าดินที่อยู่ในแหวนของมัน.. หึหึ ของชั้นดีเชียวนะ】


            คำพูดเหล่านั้นเปี่ยมไปด้วยนัยยะ ทำให้มุมปากของหลัวหยางยกขึ้นเล็กน้อย


            ดวงตาของเขาเรืองรองเย็นชาอยู่ใต้เงาม่านผม สะท้อนประกายแสงที่ยากจะเข้าใจ


            ท่ามกลางสายตาของผู้คนนับไม่ถ้วน หลงเซียวเหยาได้ยกมือขึ้นอย่างสงบแล้วแตะปลายนิ้วลงไปยังเสาศักดิ์สิทธิ์เทียนหมิง


            ท่วงท่าของเขาไม่ได้โอ้อวดหรือโอหัง ทว่าแฝงไว้ด้วยความมั่นใจอย่างเงียบงัน


            นิ้วมือของเขาแตะลงบนพื้นผิวที่เย็นเฉียบของเสาศักดิ์สิทธิ์


            และทันใดนั้น เหมือนกับมีบางสิ่งปลดล็อกกลไกสวรรค์ที่หลับใหลมานานนับพันปี


            “ครืนนนนนนนนนนน!”


            เสาศักดิ์สิทธิ์เทียนหมิงเริ่มสั่นสะเทือนในทันที สั่นรุนแรงยิ่งกว่าครั้งก่อนหน้า


            แผ่นพื้นบริเวณโดยรอบแตกออกเป็นวงกว้างราวกับรับแรงสั่นสะเทือนไม่ไหว ก่อนที่แสงสีรุ้งจะทะลักพวยพุ่งออกมาอย่างฉับพลัน


            ระลอกคลื่นแห่งพลังเจิดจรัสแผ่กระจายออกไปรอบทิศ คล้ายมีมิติซ้อนกันกางออกจากศูนย์กลางและซ้อนทับกันนับไม่ถ้วน


            ทุกคนที่อยู่ใกล้ต่างรู้สึกราวกับเวลาหยุดนิ่งในชั่วขณะ


            หัวใจของพวกเขาเต้นช้าลง เลือดภายในร่างเย็นเฉียบ เสมือนถูกตอกตรึงไว้ด้วยอำนาจบางอย่างที่ไม่อาจเข้าใจได้


            ประกายแสงนั้นยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น มันเริ่มควบแน่นรวมตัวเข้าด้วยกันตรงกลางของเสาเทียนหมิง ก่อนจะระเบิดพุ่งขึ้นฟ้าราวกับลูกศรที่ไม่มีสิ่งใดต้านทานได้ แสงนั้นแทงทะลุชั้นเมฆที่ปกคลุมฟ้าเหนือเมืองจงหนานแล้วแตกกระจายออกเป็นสายลำแสงนับพันที่ตกกระทบ


            สะท้อนกลับเข้ามาเป็นวงแหวนแห่งแสงที่ครอบคลุมพื้นที่หลายสิบลี้


            “นะ.. นี่มัน.. ”


            ชายชราหวังฉีอุทานขึ้นพร้อมกับสายตาที่เบิกกว้าง เขามองไปยังท้องฟ้าด้วยความตกตะลึงอันหาที่เปรียบมิได้


            ก่อนที่ท่ามกลางปรากฏการณ์อันยิ่งใหญ่เหนือศีรษะ จะมีรูปร่างบางอย่างค่อยๆแหวกทะลุออกมาจากม่านแสงอันเจิดจรัส


            บนท้องฟ้าเหนือเมืองจงหนาน มังกรศักดิ์สิทธิ์เก้าตัวที่มีขนาดนับสิบจั้งปรากฏขึ้นในท่วงท่าที่สง่างามยิ่งยวด


            “โฮกกกกกกกกกกกกก!”

            

            พวกมันแหวกว่ายอยู่ท่ามกลางแสงสีรุ้งดุจเงาของวิญญาณจากยุคโบราณ เสียงคำรามของพวกมันก้องสะท้อนไปทั่วท้องนภาและแผ่สะเทือนไปยังพื้นดิน ทุกครั้งที่พวกมันเคลื่อนไหว อากาศก็คล้ายจะบิดเบี้ยวตามพลังของมัน


            “กายาเก้ามังกรสวรรค์?!”


            คำพูดที่สะท้านไปถึงหัวใจของทุกคนดังขึ้นพร้อมกันจากผู้อาวุโสหลากสำนัก ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้เห็นล้วนเบิกตาโพลงด้วยความตื่นตะลึง


            “มันคือกายาเก้ามังกรสวรรค์จริงๆ สุดยอดร่างศักดิ์สิทธิ์ที่บรรพชนกล่าวขานว่าบรรจบรวมพลังของมังกรสวรรค์โบราณทั้งเก้าเอาไว้!”


            ผู้คนที่อยู่ในลานทดสอบในเวลานั้นแม้จะยืนอยู่ ก็ยังไม่อาจระงับความสั่นสะท้านในร่างกายของตนได้


            บางคนถึงกับคุกเข่าลงอย่างไม่รู้ตัว ร่างกายอ่อนแรงราวกับกำลังแบกรับแรงกดดันจากสวรรค์โดยตรง


            มังกรเก้าตัวที่ปรากฏอยู่กลางเวหามีแต่ความศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่อาจละสายตาได้


            พวกมันสอดประสานลวดลายของแสงออกจากกายาที่ส่องประกายทอง เงิน ม่วง น้ำเงิน เขียว ดำ ขาว แดงและฟ้าแต่ละตัวล้วนเปล่งพลังของธาตุสวรรค์อันเป็นต้นกำเนิดของธรรมชาติออกมาครบทั้งเก้า ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนที่สุดของการถือกำเนิดของกายาเก้ามังกรสวรรค์


            ภายในสายตาของผู้คน ตอนนี้หลงเซียวเหยาได้ก้าวเข้าสู่ฐานะที่ไม่ต่างจากเทพเจ้าในบรรดาศิษย์คนรุ่นเดียวกัน


            เพราะนับแต่วันนี้เป็นต้นไป จะไม่มีผู้ใดลบชื่อของเขาออกจากหน้าประวัติศาสตร์ของการคัดเลือกศิษย์ได้อีกต่อไป


            “น่าสนใจ..”


            หลัวหยางพอเห็นร่างศักดิ์สิทธิ์นี้ก็ยิ่งเกิดความละโมบขึ้น เลียริมฝีปากของตน ทำท่าทางไม่ต่างอะไรไปจากผู้เป็นอาจารย์ระบบเลยซักนิด


            【เคี้ยก!เคี้ยก!เคี้ยก! โชคชะตาของมันน่าอร่อยจริงๆนั่นแหละ เพราะยิ่งสูงก็น่ากิน คิดว่างั้นไหมศิษย์รัก!】


    คล้ายกับเรื่อง(จบ)ระบบสังหารโชคชะตา ข้าเกิดมาเพื่อพิฆาตตัวเอกและวายร้าย ที่คุณอ่าน