Demonlord online ราชาอสูรสะท้านโลก

    สงครามเทวะ:การค้าขาย

                ในเมืองยุทธภพตอนนี้เต็มด้วยผู้เล่นมากมายที่เข้ามาในเมืองเพื่อหลบฉากการต่อสู้ของกิลด์และสมาพันธ์ที่เคลียร์กันไม่ลงตัวว่าใครขโมยไอเท็มของใครไปกันแน่ทำให้พื้นที่ภายนอกแทบจะทั่วระแหงเกิดสงครามขึ้นอย่างดุเดือดผู้เล่นอิสระไร้สังกัดทำได้เพียงหลบอยู่ในเมืองนึกแค้นใจไอ้ตัวก่อเรื่อง

               ซึ่งภายในร้านที่ตกแต่งอย่างดีตอนนี้คับคลั่งแน่นด้วยผู้เล่นที่สนใจมาดูการถ่ายทอดสดของสงครามทำให้ภายในร้านมองเห็นเป็นภาพวุ่นวายของพนักงานที่ต้องเดินต้อนรับลูกค้าเพื่อบริการเครื่องดื่มอาหาร

                “น่าเบื่อชะมัด”  ผู้เล่นกลุ่มหนึ่งนั่งอยู่ในร้านคาเฟ่ชาพะยอมบ่นออกมา 

                “นั่นดิ  เมื่อไหร่พวกมันจะตีกันจบสักที  ยืดยาดเป็นเต่าแบบนี้ผู้เล่นอย่างเราจะออกไปทำภารกิจก็ถูกลูกหลงตายพอดี”  เพื่อนในกลุ่มพูดเสริม

                “พวกนายไม่คิดว่ามันแปลกๆหรอ”

                เพื่อนทั้งสองหันมามองหน้าหญิงสาวในชุดนักบวชใบหน้าคมผมสีน้ำตาลเธอมีนามว่าไอลิชและเพื่อนชายทั้งสองมีนามว่า อายและไอซ์

                อายชายหนุ่มหน้าสวยปานหญิงสาวผมสั้นสีดำในชุดนักรบหันมามองหญิงสาวก่อนจะพูดขึ้น  “แปลกยังไง...?”

                “นั่นดิ!”  ไอซ์ถามขึ้นสีหน้าสงสัย  เขาอยู่ในชุดหนังสัตว์ใบหน้าเข้มขรึมคล้ายคนไทยออกแนวเหี้ยมเกรียมแต่แฝงความเท่คมสันสไตร์คนไทยทุกประการณ์

                เฮอ....หญิงสาวถอนหายใจ  “ก็หลายๆกิลด์หลายสมาพันธ์ต่างก็ไอเท็มหายจากคลังสมบัติ  และต่างฝ่ายต่างโทษกันไปมาแล้วก็ปฏิเสธกันไปมา  บอกว่าพวกตนบริสุทธิ์  แล้วถ้าพวกเขาทั้งหมดคือเหยื่อล่ะ”

                อายขมวดคิ้วเอามือลูบคาง  “ก็มีความเป็นไปได้”  ชายหนุ่มปิ้ง  “จริงซิ  เห็นไอ้เจ้าหอกตรงมันบอกว่าเวลาที่ไอเท็มของกิลด์และสมาพันธ์หายนั่นไล่เลี่ยกันเลย” 

                “ใช่  ฉันคิดว่ามีกลุ่มที่สามลงมือขโมยไอเท็ม”

                “กลุ่มหรอ”  ไอซ์สงสัย  “เธอมั่นใจได้ไงว่าพวกมันมีเป็นกลุ่ม  ถ้าใช่อย่างที่เธอพูดมาจริงแสดงว่างานนี้มีกลุ่มโจรถือกำเนิดขึ้นมาเลยนะ”  ชายหนุ่มหน้าเครียด  “ใครมันจะบ้าเพราะถ้าถูกจับได้เท่ากับว่าแทบจะเป็นศัตรูกับกิลด์สมาพันธ์ในหิมพานต์ทั้งหมด  ไม่มีใครบ้ากล้าแบบนั้นหรอก”

                ไอลิชเงียบใช้ความคิดชั่วครู่ก่อนจะพูดขึ้น

                “ที่ตั้งของสมาพันธ์และกิลด์ที่ไอเท็มถูกขโมยมันตั้งอยู่ติดกันบ่าง  ห่างกันบ่าง  การจะขโมยสมบัติมากมายขนาดนั้นก็ต้องใช้เวลา  มันไม่มีใครหรอกที่จะเคลื่อนที่ขโมยของไปมาระหว่างกิลด์หรือสมาพันธ์ได้รวดเร็วจนไม่มีใครมองเห็น  เพราะงั้นแหละมันต้องลงมือเป็นกลุ่ม”  

                อายพยักหน้า  “งั้นตกลงนะ  เราทั้งสามคนจะช่วยไอ้หอกตรงตามหาคนร้าย  ฉันสงสารมันที่ต้องมาทะเลาะกับไอ้หอกหัก”

                เพื่อนทั้งสองพยักหน้า  

                ฟ้าครามและคณะกำลังเดินเที่ยวชมเมืองยุทธภพด้วยความสบายใจไม่ว่ากลุ่มของเธอเดินมาหยุดบริเวณไหนบริเวณนั้นแทบจะไร้ซึ่งผู้เล่น

                เจ้าหล่อนหยุดยังร้านขายอาหารและผลไม้ริมทาง  “มีเมล็ดทานตะวันขายไหมค่ะ”  ฟ้าครามถามเสียงใส

                เถ้าแก่เจ้าของร้านตะกุกตะกักมองหน้าฟ้าคราม

                “เจ้ามนุษย์ไม่ได้ยินที่นายหญิงเราถามหรืออย่างไร”  ภุชจังดึงคอเสื้อเถ้าแก่ขึ้นมาตวาดลั่นสีหน้าไม่พอใจจนฟ้าครามต้องห้าม

                “เอ...เออ  เมล็ดทานตะวันผมไม่มีหรอกครับ  ผมขายแต่อาหารคน”  เถ้าแก่เสียงสั่น

                “อ่าว”  เจ้าหล่อนหน้ามุ้ย  “แล้วเมล็ดทานตะวันไม่ใช่อาหารคนหรอ”

                “ก...ก็ใช่ครับ  แต่ใครจะกินกันล่ะครับ”  

                ฟ้าครามถอนหายใจ  “งั้นขอผลไม้  เหมาหมดเลยค่ะ”  

                “ฉู่...”  สดายุเงยหน้ามองฟ้าครามพร้อมกับชูสองนิ้ว

                “ไม่พอหรอลูก”  เจ้าหล่อนถาม

                สดายุส่ายหน้าประมาณว่ายังไม่ได้ครึ่งกระเพาะเลยมี๋

                “มีอีกไหมค่ะ”  ฟ้าครามหันไปถามเจ้าของร้าน  

                เถ้าแก่เปลี่ยนท่าทียิ้มแก้มแทบแตก  “มีอีกสองตัน  ไม่ทราบว่าคุณหนูจะเหมาหมดเลยไหมครับ”

                “หมดเลยค่ะ”  

                เถ้าแก่รีบเรียกวินโดว์ออกมาก่อนจะรีบกดๆจิ้มๆนิ้วในอากาศเพียงชั่วครู่ผลไม้สองตันก็ปรากฎออกมาสดายุและตะลุงจังดีใจยกใหญ่

                “เท่าไหร่หรอค่ะ”

                “สองหมื่นเหรียญทองครับ”  เถ้าแก่ลูบมือยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

                ฟ้าครามตาโตร้องโอโฮ่ว....  เพราะเมื่อครู่เธอพึ่งเหมาร้านยาดองและเครื่องเพชรพลอยให้หงอคงสัมพาทีและภุชจังจนหมดเงินไปถึงสองแสนกว่าเหรียญทอง

                “หนึ่งหมื่นห้าพันเหรียญทองไม่ได้หรอ”  เจ้าหล่อนถามต่อราคาด้วยน้ำเสียงใสทำตาแป๋ว

                เถ้าแก่เจ้าของร้านตาแทบถลน  “ล...ลดทีห้าพันเหรียญทองเลยหรอครับ”  เขาหน้าซีดทันที

                ใช้เวลาอีกสิบนาทีฟ้าครามก็สามารถเหมาผลไม้สองตันมาได้ในราคาหนึ่งหมื่นสามพันเหรียญทองก่อนจะเดินยิ้มออกมาอย่างเริงร่าที่ต่อรองราคาสำเร็จทิ้งเถ้าแก่ให้ยืนน้ำตาไหลเป็นสายธาร

                ฟ้าครามเดินมาถึงยังตึกสีขาวซึ่งเป็นธนาคารและเมื่อเธอเดินเข้ามาผู้เล่นก็กระเจิงกันทันที

                “สวัสดีครับมีอะไรให้รับใช้หรอครับ”  NPC หนุ่มเดินเข้ามาต้อนรับ

                ภุชจังยืนมองภายในอาคารด้วยสีหน้าตลึงเพราะเธอไม่เคยเห็นคอมพิวเตอร์และบันไดเลื่อนมาก่อน

                “มาขายไอเท็มค่ะ  เออ...ขอทำการขายในห้องวีไอพีได้ไหมค่ะ”  ฟ้าครามถาม

                “ได้ซิครับ  แต่ทางคุณลูกค้าต้องเสียค่าห้องวีไอพีนะครับ”

                ฟ้าครามพยักหน้าก่อนที่พนักงานจะเดินพาพวกเขามายังห้องวีไอพีที่ปกปิดมิดชิดตกแต่งอย่างดีมีโซฟาสีแดงตั้งอยู่กลางห้องฟ้าครามและทุกคนเดินไปนั่งทันทีจากนั้นพนักงานก็ถามขึ้น

                “ไหนหรอครับไอเท็มที่คุณลูกค้าต้องการขาย”

                ฟ้าครามอุ้มตะลุงจังที่นั่งอยู่บนหัวของสดายุขึ้นมาก่อนจะถอดแหวนที่สวมคอของตะลุงจังออกจากนั้นหญิงสาวเรียกเอาไอเท็มทั้งหมดที่ถูกเก็บไว้ในแหวนตะกละออกมาเกิดเสียงดังโคร่มสนั่นลั่นห้อง

                กองไอเท็มทับถมราวกับโคลนดินไหลหลาก  ร่างของพนักงานหมุ่นจมมิดก่อนที่เขาจะค่อยๆตะเกียกตะกายขึ้นมาอยู่บนกองไอเท็มที่แทบจะล้นห้อง

                พนักงานตาค้างอ้าปากเหวอ  ห้องวีไอพีคือมิติปิดแบบพิเศษทำให้ขนาดของห้องใหญ่พอๆกับภูเขาหนึ่งลูกแต่ไอเท็มก็ยังทะลักพยายามดันประตูด้วยไอเท็มแน่เบียดกัน  “ข...ขายทั้งหมดนี่เลยหรอครับ”

                “ค่ะ”  ฟ้าครามตอบยิ้ม

                “ขอทางเราตรวจสองสักครู่นะครับ”

                ตัดมาทางด้านศิลาตอนนี้เขาได้ขอตัวลาเซียนโพธิมาชั่วคราวและเขาสัญญาว่าจะกลับมาใหม่

                ชายหนุ่มกำลังเดินทอดน่อง  ชมนกชมไม้  ชมฉากสงครามกิลด์และสมาพันธ์ท่ามกลางป่าใหญ่ที่เต็มด้วยเสียงระเบิดเสียงคมดาบผสมเสียงกรีดร้องโหยหวนราวผีร้ายคาบเลือดสาดกระจายเกาะตามต้นไม้อย่างน่าดูชม  เขาฉีกยิ้มออกมาด้วยความพอใจ

                “เสียงกรีดร้องของความเจ็บปวดฟังที่ไรก็เพลินไพเราะเสนาะหูจริงๆ”  เขาเดินมองยิ้มหน้าบานแต่ทว่าพวกคนที่ทำสงครามกันอยู่หาได้คิดแบบเขาไม่  “จะว่าไปเราก็ไม่ได้แหกปากร้องโหยหวนเลือดตกยางออกมานานแล้วนี่หว่า  ไม่ได้ๆเดี๋ยวร่างกายจะหลงลืมความเจ็บปวดต้องรีบหาอะไรมากระแทกร่างแล้ว”  เขาบ่นก่อนจะพุ่งตัวเหาะในอากาศมายังเมืองยุทธภพ

                เขาหลับตาเพ่งสมาธิในมโนภาพของเขาเห็นห้องแสงไฟสีส้มภายในห้องตกแต่งอย่างดีและเห็นพวกซุนหงอคง  ซึ่งภาพที่เขาเห็นคือสิ่งเดียวกับที่ฟ้าครามเห็นเขากำลังมองโดยผ่านสายตาของฟ้าคราม  “อยู่ธนาคารหรอ”  เขาเปรยออกมา  “น้องฟ้าค่ะ”

                “ค่ะ...”  เสียงหวานตอบกลับอย่างรวดเร็ว  “กลับมาไวจังคะพี่  หรือถึงบ้านแล้ว”  เจ้าหลอนถามเสียงใส

                “ยังค่ะ  พี่แค่อยากจะมาตีวิหารอาคาทาส  เลยออนไลน์ก่อนกำหนด  เดี๋ยวน้องเสร็จธุระตรงนั้นแล้วมาหาพี่ในปราสาทของเมืองยุทธภพนะ”

                “พี่จะไปที่ปราสาทของโมนาทำไมหรอค่ะ”

                “โมนาส่งข้อความมาว่ามีเรื่องจะคุยกับพี่”

                “โอเค...ค่ะ”

                หลังจากเขาบอกหวานใจเสร็จใช้เวลาไม่นานเข้าก็มาถึงยังปราสาทที่ตั้งอยู่ท้ายเมืองยุทธภพรูปทรงสถาปัตย์แบบจีนโบราณศิลาที่ลอยอยู่กลางอากาศมองจากมุมสูงเขาต้องอึ้งเล็กน้อยเพราะปราสาทของโมนามีขนาดใหญ่กว่าตำหนักของเขาเสียอีก  ซึ่งศิลาพอจะเดาได้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายอยากจะคุยเรื่องอะไรกับเขาและถ้าเดาไม่ผิดคงเป็นเรื่องอยากขอให้เขาปรามพวกฟ้าครามไม่ให้ทำลายกิลด์ของพวกตนแบบไม่คิดหน้าไม่คิดหลังไม่คิดอะไรเลย

                เขาลงมายืนหน้าทางเข้าปราสาททหารยามเฝ้าประตูสองคนเบิกตาตลึงเล็กน้อยก่อนที่จะเปิดประตูให้เขาเข้าไปในเขตชั้นในอย่างว่าง่าย

                “คนนี้แหละศิลาตัวจริง”  ทหารยามนินทาขึ้นทันทีเมื่อศิลาเดินผ่านเข้าไปด้านในซึ่งเพื่อนอีกคนของเขากำลังยืนเหม่อมองด้านหลังของศิลา  สายตาของเขาบอกว่านี่หรอความห่างชั้นของตัวตนที่ถูกเรียกว่าจอมมาร

                “นี้หรอคนที่คุณนีวาชอบ  หล่อสมคำล่ำลือจริงวุ๋ย  เอ๊ะเดี๋ยวนะแล้วแบบนี้ปราสาทของเราจะไม่พังทลายหรอว่ะเอง”  ชายหนุ่มหน้าตาตื่น

                “ไม่หรอก  เราเป็นพันธมิตรกัน  หัวหน้าโมนาก็บอกแล้วนี่ถ้าพวกอาชญากรมาให้ต้อนรับพวกเขาอย่างดี  อย่าให้ขาดตกบกพร่อง”  

                ทหารสองคนสีหน้าภูมิใจ  “หัวหน้าเราก็เอาเรื่องเหมือนกันแหะถึงขนาดเป็นพันธมิตรกับกิลด์ Destroyer  ของคุณศิลาได้”

                ทหารยามทั้งสองแจ้งถึงทหารด้านในเพื่อให้นำทางศิลาไปห้องโถงเมื่อเขามาถึงภายในห้องโถงก็พบกับโมนา  นีวา  และชางหลงรวมถึงอีกสองคนที่เขาไม่รู้จักซึ่งทั้งหมดกำลังรอต้อนรับเขาอยู่

                “ผมต้องขอโทษจากใจจริงครับ  ที่ทางเราต้อนรับคุณศิลาไม่คู่ควร”  โมนาเดินลงมาจากบัลลังก์ยื่นมือมาจับมือกับศิลา  “ยินดีต้อนรับคุณจากใจจริงเลยครับ”  

                “ไม่เป็นไรครับ  ผมเองตางหากต้องขอโทษที่มาโดยไม่แจ้งล่วงหน้า”  เขามองหญิงสาวและชายหนุ่มที่เขาไม่รู้จักทั้งสองนั่งอยู่บนโต๊ะสีแดงข้างทางเดินขึ้นบัลลังก์

                ทั้งสองก้มหัวให้ศิลา  “ผมกวนฮุกครับ  ยินดีที่ได้พบคุณศิลา”  ชายหนุ่มชุดจอมยุทธ์สีเขียวกล่าว

                “ฉันเม่ยจังค่ะ  ดีใจจริงๆที่ได้พบคุณศิลาผู้เลื่องลือโดยที่ไม่ต้องเป็นศัตรูกัน”

                ศิลาก้มหัวเชิงให้เกียรติอีกฝ่าย  “ผมเองก็เช่นกัน  แต่ผมก็แค่ผู้เล่นคนหนึ่งเท่านั้นไม่ต่างอะไรกับคนอื่นๆหรอกครับ”

                ทั้งหมดเดินมานั่งล้อมวงโต๊ะอาหารที่จัดเตรียมไว้อย่างดีและตอนนั้นเอง  “พี่ศิขา...หนูมาแล้วค่ะ”  เสียงของฟ้าครามดังมาถึงก่อนตัวเสียอีก  

                เมื่อเธอและคณะเข้ามาในห้องโถงศิลาก็ทำการแนะนำให้ทุกคนรู้จักพวกเขาคุยกันถึงเรื่องต่างๆสารพัดและมีเรื่องสำคัญคือลูกกิลด์ของโมนาได้ประสบพบเจอเข้ากับกองทัพประหลาดพวกมันดูคล้ายวิญญาณต่อให้คนของพวกโมนาจะโจมตีพวกมันเท่าไหร่ก็ไม่ได้ผลคล้ายกับว่าพวกมันมีสกิลพิเศษต้านทานเวทมนต์  พลังปราณ  พลังธาตุ  พลังจิต  และการโจมตีกายภาพก็ว่าได้

                ศิลาขมวดคิ้ว  “คงเป็นกองทัพยมโลกครับ”

                ยมโลก!......    ทั้งหมดอุทานออกมา                ศิลาพยักหน้าก่อนจะพูดขึ้น

                “ผมเคยเจอไอ้ตัววิญญาณแบบนี้มาแล้ว  เพราะงั้นผมจะบอกวิธีรับมือพวกมันให้”

                “มีวิธีรับมือด้วยหรอครับ”  ชางหลงถาม

                “มีครับ  พวกมันคือสัตว์อสูรในยมโลกหรือก็คือพวกมันคือสัตว์อสูรเผ่าพันธ์ุวิญญาณซึ่งตรงตามเผ่าของพวกมันเลยครับการโจมตีทุกอย่างจะไร้ผลกับพวกมันเพราะพวกมันนั้นถือว่าตายไปแล้ว  วิธีเดียวคือใช้พลังวิญญาณในการรับมือกับพวกมัน”

                “พลังวิญญาณ?...”  กวนฮุกเอียงคอสีหน้าสงสัย

                “พี่ศิลาค่ะ”  นีวาเรียกด้วยความสนิทสนม

                ฟ้าครามหันควับมองจ้องเมข่นเจ้าของเสียง

                นีวาสะดุ้งเมื่อสบเข้ากับตาคมกริบของเจ้าหล่อน  “ขอโทษค่ะ  เออคุณศิลาคะ  แล้วพลังวิญญาณนี่คืออะไรหรอ”

                “พลังวิญญาณก็คือมานานั่นแหละครับ  เราแค่เปลี่ยนจากการเคลื่อนมานาที่เคยใช้แบบผนึกใส่ลงไปในสกิลหรือเวทมนต์มาเป็นการใช้มานาห่อหุ้มร่างโดยตรงก็พอ”

                ทั้งหมดหยักหน้า  พวกเขาเข้าใจทันทีเพราะยังไงก็ถือว่าพวกเขาเป็นยอดฝีมือและผ่านการต่อสู้มามากมาย

                “ผมสงสัย”  ชางหลงถามขึ้น  “หากเราดึงเอามานาหรือพลังวิญญาณมาห่อหุ้มร่างตลอดเวลา  มานาจะไม่ไหลไปตามกระแสอากาศหรอครับ”

                “ไหลซิครับ  เพราะงั้นหากเจอกับกองทัพยมโลกพวกคุณก็ควรจะมีน้ำยาฟื้นมานาติดตัวให้มากที่สุด  และทางเมืองของผมขายน้ำยาฟื้นพลังทุกอย่าง  หากกิลด์คุณโมนาสนใจผมจะให้คนส่งมาให้  แน่นอนราคาเป็นกันเอง”  ศิลาฉีกยิ้มอยู่ในใจ

                อันที่จริงการดึงมานาออกมาใช้ห่อหุ้มร่างเป็นร่างอาบคลื่นพลังมานานั้นมีวิธีคุมไม่ให้มานาไหลออกไปตามกระแสอากาศอยู่แต่ใครจะยอมบอกหมดเปลือกกันล่ะ  การทำธุรกิจก็ต้องสร้างความน่าเชื่อถือบอกข้อมูลจริงบางส่วนเพื่อให้อีกฝ่ายคล้อยตามและเชื่อใจไว้วางใจเพื่อปกปิดข้อมูลสำคัญและยื่นแนวทางข้อเสนอให้

                “โมนาฉันว่าดีนะ”  เม่ยจังเสนอ  “เพราะโพชั่นฟื้นพลังและมานาถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องใช้ในทุกๆวันถ้าเราหาซื้อได้มากๆในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดมันจะลดต้นทุ่นเราได้เยอะ”

                “ตกลงครับ”  โมนาหันมาบอกศิลา  “ผมฝากทางคุณช่วยข่นส่งมาให้ด้วยนะครับ”

                ศิลาฉีกยิ้มออกมา  “ไม่มีปัญหาครับเดี๋ยวผมให้คนจัดส่งมาให้”

                “จะว่าไป”  นีวาหันมามองศิลา  “วันนี้ทางกิลด์พิทักษ์จันทร์และกิลด์พิทักษ์สุริยันกำลังทำกิจกรรมตีวิหารวาคิวเรีย  ที่เขตพนาคุณศิลาสนใจอยากจะไปดูไหมคะ”  หญิงสาวถามด้วยน้ำเสียงแววตาที่แอบซ่อนความหวังไม่มิดชิด

                จ้องงง.........  สายตาสวยสุกสระกราวจ้องไม่วางตา

                ศิลาหันมามองหวานใจ  อยากจะถามว่าเอาไงดี

                “ศิลาเราอยากดูมนุษย์ตีกัน”  ภุชจังพูดขึ้น

                “นั่นซินะ  ภุชจังยังไม่เคยเห็นสงครามชิงพวกหอคอยหรือวิหารนี่นา”  เขาหันไปถามนีวา  “แล้ววิหารวาคิวเรีย  เป็นภารกิจของทางพวกคุณที่ได้รับมาหรือกิจกรรมจากทางเกมหรอครับ”

                “กิจกรรมทางเกมจัดขึ้นค่ะ  โดยช่วงนี้จะมีกิจกรรมตีชิงวิหารบ่อยถ้าใครชนะก็จะได้เงิน  ไอเท็ม  และวิหารนั้นไปครอง”

                ศิลาพยักหน้า

                จากนั้นโมนาพูดขึ้นต่อ  “ช่วงนี้จะมีกิจกรรมแบบนี้บ่อยมากๆครับและทางจีเอ็มก็ไม่ได้เป็นผู้จัดแต่เป็นโปรแกรมที่ชื่ออริสเป็นผู้กำหนดกิจกรรมขึ้นโดยมีจเอ็มเป็นผู้ควบคุมเท่านั้น”

                ซึ่งโมนาหวังดีกลัวว่าศิลาจะไม่เข้าใจเพราะแต่ก่อนกิจกรรมตีชิงวิหารหรือหอคอยไม่ค่อยมีสักเท่าไหร่แต่ตอนนี้กลับมีแทบทุกวันเหตุนั้นเพราะต้องการให้ทางช่องDe.TV มีการถ่ายทอดสดเรียกยอดผู้ชมและโฆษณานั่นเอง  

                แต่ศิลารู้เรื่องโปรแกรมอริสอยู่ก่อนแล้วเพราะอริสคือตัวตนที่ขัดขวางไม่ให้จีเอ็มหน้าใหม่ของสองผู้ถือหุ้นมาแทรกแทรงปรับลดระดับตัวละครของเขาและที่เขามั่นใจคือจีเอ็มหน้าใหม่แอบช่วยกิลด์ God Creator  ไม่ต้องเดาเลยว่าเพราะอะไร  นั่นคืออยากจะได้หุ้น 50% ของบริษัทอัลไซส

                “น้องอยากดูไหม”  เขาหันมาถามฟ้าคราม

                “ฟ้าก็สนใจอยู่นะ”

                ศิลายิ้ม  “แล้วมีแค่กิลด์ของพวกคุณหรอครับ”  เขาหันถามโมนา

                “เปล่าครับมีอีกหลายๆกิลด์บางทีอาจจะมีกิลด์จตุรศาสตราและกิลด์เก้ามายาหรือกิลด์เจ็ดบาปเข้าร่วมด้วยก็ได้”  

                “น่าเสียดาย”  ศิลาเปรยออกมา  “ทำไมกิลด์ God Creator ไม่ค่อยมาแจมอะไรแบบนี้เลยนา....เฮอ..  หรือรอต้อนรับฉันอยู่ที่เมืองกันแน่สงสัยคงต้องแวะเข้าไปทักทายแนะนำตัวหน่อยแล้ว”

                เขาเปรยออกมาอย่างลืมตัวโดยไม่เห็นเลยว่าสีหน้าพวกโมนากำลังตระหนกขนาดไหน

                “จะเป็นไรไหมครับถ้าผมจะให้หงอคง  ภุชจัง  สดายุ  และตะลุงจังเข้าร่วมด้วย”

                พวกโมนาหันมองหน้ากันตาปริบๆ  โมนามองหน้านีวาประมาณอยากจะบอกว่ายายน้องเอ่ยชวนอะไรไม่ชวน

                “ก...ก็คงได้มั้งครับ”  โมนายิ้มฝืดๆ

                “ขอบคุณครับ”  

                “เอาล่ะไปกันเลย....”  ลิงคึกคัก

                โอ่ว...  

                “พี่ใหญ่วันนี้เรามาแข่งกันดีกว่าว่าใครจะฆ่าได้เยอะกว่ากัน”  สัมพาทีเสนอ

                หงอคงฉีกยิ้ม  “ได้เลยน้องรอง  พวกเจ้าจะแข่งด้วยไหมสดายุ  ภุชจัง”

                “ฉู่.....จาย”  สดายุชูมือที่ถือไก่สองตัว  ก่อนที่ฟ้าครามจะรีบเช็ดปากเช็ดแก้มของสดายุน้อยที่เลอะซอส

                “ฮึ...ฮึ...   อย่าออมมือให้เพราะเห็นว่าข้าเป็นสตรีก็แล้วกัน”  ภุชจังเอาด้วย

                จากนั้นพวกเขาก็ออกเดินทางมุ่งไปยังเขตพนาด้วยท่าทางคึกคักทว่าต่างจากพวกโมนาที่คอหักเหงื่อตก

    คล้ายกับเรื่องDemonlord online ราชาอสูรสะท้านโลก ที่คุณอ่าน