หลังจากเสี่ยวเทียนหลอมรวมพลังทั้งหมดที่มีอยู่ได้แล้วก็ฝึกเดินลมปราณทบทวนไปเรื่อยๆ อาจารย์ลู่เอินก็บอกว่า
“ มีหลวงจีนกำลังขึ้นเขามา 5 คนฝึกตนระดับเซียนขั้นต้น เจ้าเข้าไปในปราสาท แล้วยิงถล่มมันให้กระเจิง ก่อนที่พวกมันจะสร้างมิติเขตแดน”
เสี่ยวเทียนรับคำ แล้วกระโจนขึ้นจากสระน้ำศักดิ์สิทธิ์แล้ว ขับเคลื่อนปราสาทเทพเซียนลอยไปบนฟ้าทันที ในขณะที่กำลังลงจากยอดเขา ก็เห็นแสงสีขาว ห้าสายพุ่งเข้ามาด้านหน้า
“ ยิงใส่มันเลย” เสี่ยวเทียนบอกลุงฟงอี้ปล่อยลำแสงเซียนออกไปห้าสาย
ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ หลวงจีนทั้งห้าถูกลำแสงกระแทกใส่ถึงกับร่างกระเด็นกลิ้งตกเขาไปกองกับที่ตีนเขา หมดสภาพหลวงจีน ผู้มีฉายาปราบมาร และ สี่อรหันต์เทพจตุรทิศ
เสี่ยวเทียนเดินออกจาก ปราสาทเซียนออกมา พบว่าทั้งห้าคนก็ค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างลำบาก ในความเป็นจริง เสี่ยวเทียนไม่ได้ใช่พลังแสงระดับสูงจากปราสาทเทพเซียน เพราะแค่อยากสั่งสอนเท่านั้น หากว่าใช้พลังลำแสงสูงกว่านี้ ร่างของหลวงจีนทั้งห้า แหลกไม่เหลือแล้ว
“ มารน้อย เจ้าไม่รอดแล้ว” ไต้ซือฉางคงปล่อยฝ่ามือพุทธคุณเข้าใส่เสี่ยวเทียนทันทีที่ลงจากปราสาท เสี่ยวเทียนใช้มือน้อยๆที่ใส่พลังภูตทมิฬ พุ่งเข้าไปปะทะด้วย ตูม !!! ร่างของไต้ซือฉางคง ถึงกับกระเด็นจีวรปลิวว่อน ลอยไปชนต้นไม้หักไปหลายต้น นั่งงงนิ่งอยู่อย่างนั้น ? สงสัยเป็นอย่างยิ่ง ทำไม ! พลังปราณแค่ขั้นปราณอัครพรหมเทพ ทำไมอัด ขั้นปราณจักรพรรดิ กระเด็นออกไปแบบนี้ ไม่ทันได้คิดอะไรต่อ ก็โดนสายฟาจากกระบี่อัสนีสวรรค์ฟาดเข้าใส่อีกที เปรี้ยง !ร่างถูกสายฟ้าไหม้ แล้วก็เกิดอาการหน้ามืดล้มไปในทันที
สี่อรหันต์เทพจตุรทิศเห็นเช่นนั้น ก็ลอยตัวแยกออกจากกัน สี่มุม แล้วเริ่มสร้างมิติเขตแดนส่วนตัว
“ ยิง “ เสี่ยวเทียนไม่รอให้สร้างมิติเขตแดนก็สั่งยิงไปก่อน เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ !! แสงจากปราสาทเทพเซียน พุ่งออกไปทั้งสี่สาย กระแทกเข้าใส่ร่าง สี่อรหันต์เทพไปนอนคลุกฝุ่น เสี่ยวเทียนใช้กระบี่อัสนี ส่งสายฟ้า เข้าไปอีก เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ !! ร่างทั้งสี่เทพอรหันต์ กลายเป็นไก่ย่างถูกเผาไปในทันที
บนท้องฟ้าบนเรือเหาะ ธิดาเทพมองแล้วอดหัวเราะไม่ได้กับหลวงจีนทั้งห้าคน
“ ท่านปู่เมิ่ง ข้าอยากได้ปราสาทเทพเซียนกลับไป จะทำได้ไหม”
“ คงยาก เพราะว่าพลังของปราสาทเทพเซียนนั้น มีพลังแสงทำลายล้างสูง กฏธรรมชาติไม่อาจจำกัดพลังของปราสาทเทพเซียนได้เลย”
“ ถ้าข้าใช้พลังจากดวงแก้วสัตตบงกช จะป้องกันได้หรือไม่” ธิดาเทพเอ่ยออกไปแต่ทั้งสองไม่สามารถให้คำตอบได้ ทำให้ธิดาเทพหายวัยลงไปยืนต่อหน้าเสี่ยวเทียนทันที เสี่ยวเทียนมองหน้าสายน้อยคนนี้อย่างสงสัย
“ น้องชาย ข้าอยากได้ปราสาทเทพเซียนของเจ้า ข้าต้องทำเช่นไร”
“ พี่สาว ปราสาทเทพเซียนไม่ใช่สิ่งที่จะมอบให้กันและกันได้อย่างง่ายๆ มันมีจิตวิญญาณ ต้องเอาชนะผ่านด่านทั้งหมดให้ได้ก่อน ถึงจะเป็นเจ้าของได้” เสี่ยวเทียนเอ่ยตามความจริง
“ ถ้าเช่นนั้น ถ้าข้าเอาชนะเจ้า ข้าก็สามารถเป็นเจ้าของปราสาทเทพเซียนได้แล้วซิ?”
“ พี่สาว จะไปไหนก็ไป ข้ายังมีธุระต้องทำ ไม่มีเวลาเล่นกับท่านหรอก”
เสี่ยวเทียนเอ่ยจบก็ไม่สนใจ เตรียมจับ หลวงจีนทั้งห้า แล้วจะนำกลับสำนัก แต่ว่าธิดาเทพไม่พอใจ ที่เสี่ยวเทียนไม่สนใจ ตน จึงปล่อยพลังฝ่ามือสัตตบงกชเข้าใส่เสี่ยวเทียนจากด้านหลังทันที เปรี้ยง !! เสี่ยวเทียนถึงกับหน้าทิ่มพื้น ดีที่มีเกราะเพชรคอยปกป้องเอาไว้ พอเสี่ยวเทียนลุกขึ้นมาได้ก็หันขวับไปมองหน้า ธิดาเทพทันที
“ นี่เจ้าจะบ้าหรือไง มาลอบทำร้ายข้าทำไม” เสี่ยวเทียนไม่พอใจอย่างยิ่ง แต่ก็ไม่อยากทำร้ายผู้หญิง
“ ไม่เคยมีใครหันหลังหนีไป ในขณะที่ข้าไม่อนุญาต”
“ บ้าไปแล้ว ดีที่เจ้าเกิดเป็นหญิง มิเช่นนั้น....”
“ มิเช่นนั้นอะไร” ธิดาเทพปล่อยฝ่ามือสัตตบงกชเข้าใส่อีกครั้ง เสี่ยวเทียนสบัดมือปัด เงาดอกบัวสีขาวที่ลอยออกมา กระเด็นไปจนหมด ธิดาเทพไม่ยอมหยุดคราวนี้ปล่อยออกมาทั้งสองมือพร้อมกัน ด้วยพลังปราณจักรพรรดิ แต่เสี่ยวเทียนก็ปัดออกไปอย่างง่ายดาย แล้วฝ่ามือสุดท้าย ก็ปล่อยออกมาด้วย พลังจากดวงแก้วสัตตบงกช พุ่งเข้าใส่เสี่ยวเทียนอย่างแรง
ซึ่งนี่เป็นถึงพลังเซียนระดับราชัน ทำให้เสี่ยวเทียนถึงกับตกใจ หลบไม่ทันปล่อยให้พลังเซียนระดับราชันผ่านฝ่ามือขวา แล้วออกไปทางฝ่ามือซ้ายย้อนกลับเข้าสู่ร่างของ ธิดาเทพ พลังของธิดาเทพย้อนกลับกระแทกเข้าใส่ตัวเองกระเด็นไปนั่งก้นจ้ำเบ้ากับพื้น ดีที่ใส่เกราะระดับเซียนป้องกันเอาไว้เลยไม่เป็นอะไร เซียนหญิงเย่กับปู่เมิ่งรีบลงมาช่วยกันประคองธิดาเทพทันที
“ บังอาจ กล้าทำร้าย ธิดาเทพเชียวรึ?” ปู่เมิ่งหันหน้าจะไปเล่นงานเสี่ยวเทียน
“ ถอยไป ข้าจัดการเอง” ธิดาเทพไม่ยอมแพ้ ลุกขึ้นได้ยกมือออกมาแล้วปล่อยพลังวิญญาณสัตว์ประจำตัวออกมา กลายเป็นอสรพิษเก้ามงกุฏ ตัวใหญ่พอๆ กับปราสาทเทพเซียน พุ่งคำรามเข้าใส่เสี่ยวเทียน ซึ่งกำลังตกใจ กำลังเผ่นหนีเข้าปราสาท แต่ว่า เจ้าตงตง ไม่รู้เป็นอะไร กลับพุ่งออกจากอกของเสี่ยวเทียน อ้าปากขู่ฟ่อ ๆ เข้าใส่อสรพิษเก้ามงกุฏที่ตัวใหญ่มหึมา ในขณะที่เจ้าตงตงตัวเท่าปลายนิ้วก้อยเท่านั้นเอง แต่น่าแปลก เจ้าอสรพิษมงกุฏเก้าหัว กลับกลัวตงตง หัวหดไม่กล้าเผยอหน้าโผล่ออกมากลับหมอบลง เหมือนคำนับ ตงตง สร้างความประหลาดใจให้กับทุกๆ คน
“ เจ้าเก้าหัว เจ้าเป็นอะไร งูดินตัวแค่เนี้ย จะถึงกับกลัวขนาดนี้เลยรึ” ธิดาเทพเอ่ยอย่างไม่พอใจ
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าสู้ข้าไม่ได้หรอก แม้แต่ตงตงน้อยของข้า เจ้างูยักษ์ของเจ้ายังกลัวหงอเลย” เสี่ยวเทียนหัวเราะตัวงอ ตงตงพุ่งร่างกลับมาในอกเสื้อ แล้วเสี่ยวเทียนก็ให้ลูกแก้วแสงอาฑิตย์ ให้มันกินหนึ่งลูก ตงตงอ้าปากงับกลืนเข้าไปแล้วไปนอนหลับเหมือนเดิม
“ ฮึ่ม ฝากไว้ก่อน วันหน้าเราได้เจอกันอีกแน่” ธิดาเทพเรียกเจ้าเก้าหัวกลับแล้วหายวับขึ้นไปบนเรือเหาะ แล้วก็จากไป เสี่ยวเทียนส่ายหัวแล้วก็หิ้วหลวงจีนห้าคนที่ยังไม่ฟื้นตัวดี ลากขึ้นเรือปราสาทเทพเซียนแล้วกลับเข้าสำนักสะท้านฟ้า
พอมาถึงหน้าสำนักเสี่ยวเทียนก็โยนคนทั้งห้าคนลงไป
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เป็นยังไงข้าบอกแล้ว ใครจะเป็นคนจัดการใครกันแน่” เจ้าสำนักสะท้านฟ้าหัวเราะเสียงดัง
“ เฮ้อ อาตมาทำดีที่สุดแล้ว เรื่องแบบนี้ คงต้องปล่อยไปตามบุญกรรมของแต่ละคน เฉินเสี่ยวเทียน อาตมาหวังว่าเจ้า จะเป็นคนดี ไม่หลงฝึกหนทางมาร จนตัวเองต้องตกเป็นทาสของมัน อามิตตพุทธ” ไต้ซือคงเจี้ยน ใช้มือปล่อยพลังของตัวเองออกไปเข้าร่างคนทั้งห้า ทำให้ทั้งหมดกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง แล้วไต้ซือคงเจี้ยนก็พากันกับวัดหลิงซาน อย่างสิ้นหวัง
เสี่ยวเทียนได้แต่ส่ายหัวกลับหลวงจีนพวกนี้ที่คิดได้ยังไงว่าเขาจะกลายเป็นมารไปได้ สำนักที่เหลือเห็นว่าเรื่องคลี่คลายได้ด้วยดี ก็ไม่กล้าที่จะมีปัญหากับเสี่ยวเทียน และสำนักสะท้านฟ้าอีก จึงขอตัวจากไป
“ เสี่ยวเทียน เจ้าอย่าไปโกรธหลวงจีนพวกนี้เลย เมื่อห้าร้อยปีก่อน พวกเขารับศิษย์มาคนหนึ่ง อยู่ในวัยพอๆ กับเจ้าอาจจะเด็กกว่าเจ้าด้วย แต่เด็กคนนี้กลับเป็นอัฉริยะทางด้านยุทธ์สามารถฝึกอะไรก็ ประสบความสำเร็จ แต่ว่าสุดท้ายเขาได้เข้าไปที่หอคัมภีร์ได้เข้าไปอ่าน วิชาต้องห้ามเข้า เขาอ่านและทำความเข้าใจ จนสามารถฝึกฝนวิชาต้องห้ามเป็นผลสำเร็จ เวลาผ่านไปห้าปี เพื่อนๆ รุ่นเดียวกับเขากลับโตขึ้น แต่ว่าเขายังคงเป็นเด็กน้อยวัย เพียง 6 ขวบเท่านั้นเพราะวิชาที่เขาฝึกมันเป็นวิชามารทารกอมตะ หลังจากฝึกสำเร็จร่างกายเขาจะยังคงเป็นเด็กเหมือนเดิม ทำให้เขาถูกเพื่อนร่วมสำนักล้อเลียน ทำให้เขาโกรธมาก เลยพลั้งมือฆ่าศิษย์ร่วมสำนักตายไป
เจ้าสำนักสมัยนั้นโกรธมาก แต่เพราะว่าเห็นเขายังเด็กเลยไม่สังหารทิ้ง แต่ต้องได้รับโทษให้แบกน้ำสามปี ทำให้ถูกต่อว่าและดูถูกมากขึ้น มารน้อยแค้นใจยิ่งนัก จึงเข้าไปฝึกวิชาต้องห้ามอีกครั้ง และครั้งนี้วิชาที่เขาฝึกคือ วิชาตราประทับมารบัวทมิฬ ด้วยความเฉลียวฉลาดของเขาทำให้เขาฝึกสำเร็จ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการบูชายัณ ด้วยชีวิตนับร้อยนับพันจนศิษย์ในวัดหลิงซาน ต้องมาตายเกือบหมด พอทุกคนรู้เรื่องก็สายเสียแล้ว ไม่มีใครจับมารน้อยตนนี้ได้เลย
เหตุการณ์ยิ่งบานปลายไปใหญ่ มันกลับลงจากเขามาแล้ว เริ่มฆ่าคนเพื่อบูชาเทพปีศาจของมันเพื่อเพิ่มพลัง ทำให้มันเข้ามาเข่นฆ่าผู้คนในเมืองไปอีกหลายพันคน แม้แต่เจ้าอาวาสวัดหลิงซานยังถูกมันสังหาร เหล่าห้าสำนักที่เหลือจึงร่วมมือกันเพื่อกำจัดมารน้อยตนนี้ แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งมันเอาไว้ได้
จนกระทั้ง ปฐมจักรพรรดิหลงเฟยเทียน ต้องออกมากำราบมันเอาไว้ แล้วใช้หมุดสวรรค์สยบมารจองจำมันไปชั่วกัปชั่วกัลป์” เจ้าสำนักสะท้านฟ้าอธิบายถึงสาเหตุทำไม หลวงจีนวัดหลิงซานถึงได้หวาดกลัว มารน้อยเช่นตนนัก ที่แท้ก็มีสาเหตุแบบนี้นี่เอง แต่วิชาตราประทับมารบัวทมิฬมันคือวิชาอะไรกัน แล้วมันเกี่ยวกับป้ายสีทองที่เขาได้มาจากถ้ำของสำนักมารบัวทมิฬในตอนนั้นหรือเปล่านะ !
เสี่ยวเทียนกลับมาที่พัก แล้วนำป้ายสีทอง และลูกประคำสีดำออกมาตรวจสอบอีกครั้ง โดยเฉพาะป้ายสีทอง เสี่ยวเทียนเอ่ยถามอาจารย์ทันที
“ ตอนนั้นที่ข้าให้เจ้าหยิบมา เพราะสัมผัสได้ว่ามันมีพลังงานบางอย่าง เช่น ลูกประคำสีดำ นั้นสามารถใช้เป็นระเบิดทำลายล้างได้ ส่วนป้ายทองอันนี้ มันมีพลังงานบางอย่าง เจ้าใส่พลังจิตเข้าไป แล้วเจ้าก็จะรู้เองว่ามัน มีไว้เพื่ออะไร
เสี่ยวเทียนปล่อยพลังเข้าไปตรวจสอบ แล้วพลังจากป้ายทองก็ปรากฏข้อมูลพุ่งกลับมาในสมองของเสี่ยวเทียน เป็นคัมภีร์ตราประทับมารบัวทมิฬนี่เอง เสี่ยวเทียนศึกษาก็พบว่าวิชานี้เป็นวิชามารจริงๆ การฝึกฝน และ หลังฝึกฝน ต้องใช้เลือดสดๆ มาใช้เพื่อเพิ่มพลังมารในร่าง ทำให้เกิดจิตมารขึ้นมาควบคุมร่าง ของตัวเอง
“ ช่างเป็นวิชาที่ชั่วร้ายนัก แล้วหากเจอวิชาภูตทมิฬ ใครจะเป็นฝ่ายชนะกันแน่ท่านอาจารย์”
“ วิชาตราประทับมารบัวทมิฬ เป็นเพียงวิชามารของปีศาจชั้นต่ำ แต่พลังภูตทมิฬเป็นวิชาของปฐมเทพ ที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อสังหารเทพเจ้า มาร ปีศาจ ชื่อ จอมมารภูเตศวร ก็แปลว่า จ้าวแห่งมาร ดังนั้นเอามาเทียบกันไม่ได้หรอก” อาจารย์ลู่เอินอธิบาย เสี่ยวเทียนเข้าใจเรื่องทุกอย่างแล้ว
ทันใดนั้นเอง ศิษย์พี่เซี่ยเป่ยก็มีข่าวด่วนมาบอก
“ เสี่ยวเทียน เกิดเรื่องใหญ่แล้ว หมุดสวรรค์สยบมาร ถูกทำลาย มารน้อยหมิงคงหลบหนีไปได้ ก่อนจากไปได้เข่นฆ่า ลูกศิษย์วัดหลิงซานตายเกือบหมด ท่านเจ้าอาวาสคงเจี้ยน ถึงกับโกรธแค้นถึงกับกระอักเลือดออกมา แล้วรีบส่งข่าวแจ้งทุกสำนักให้ระวังตัวเอาไว้ ทางราชสำนัก ส่งมือปราบตรวจสอบไปทั่วเมือง รัชทายาทประกาศห้ามทุกคนออกจากบ้านหลังตะวันตกดิน หากใครเจอจอมมารน้อยให้ยิงพลุไฟแจ้ง เหตุทันที”
“ ท่านอาจารย์ว่าอย่างไรบ้าง” เสี่ยวเทียนรีบเอ่ยถามทันที
“ ท่านกำลังประชุมกับ อีกสี่สำนักใหญ่อยู่ คาดว่ากำลังวางแผนจัดการกับจอมมารน้อยตนนี้กันอยู่” พอศิษย์พี่เซี่ยเป่ยเอ่ยจบ ศิษย์พี่หลินก็ยกสำรับอาหารมาวางทั้งสองคนอดไม่ได้ต้องกลืนน้ำลาย พร้อมกัน
“ อาหารเสร็จแล้ว มากินกันก่อนเถอะ” สิ้นเสียงของศิษย์พี่หลิน โลกแห่งความขัดแย้ง ก็ถูกลืมไปสิ้น สองคนศิษย์พี่กับศิษย์น้อง คว้าตะเกียบแล้วเริ่มลุยกับอาหารตรงหน้า จนลืมเรื่องราวภายนอกสำนักไปสิ้น
ขณะเดียวกัน ในตึกใหญ่ชานเมืองอันเปลี่ยวร้างแห่งหนึ่ง มีเด็กน้อยวัย6ขวบกำลังนั่งสมาธิ เดินพลังโคจรไปทั่วร่าง ฉับพลันดวงตาของมันก็ลืมตา แล้วเผยรอยยิ้มอันน่าพึงใจขึ้น
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ในที่สุดพลังมารบัวทมิฬของข้า ก็กลับมาที่จุดสูงสุดอีกครั้ง ฮึ่ม จักรพรรดิหลงเฟยเทียน ข้าจะขุดร่างของเจ้าออกมาเผาให้หายแค้น แล้วจะสังหารบุตรหลานของเจ้าทั้งหมด ไม่ให้หลืออยู่แม้แต่คนเดียว !” มารน้อยกำหมัดแน่น มันคงจะเคียดแค้น จักรพรรดิหลงเฟยเทียน ที่จับมันฝังทั้งเป็น ทำให้มันต้องทนทุกข์ทรมานมาเป็นเวลาถึง ห้าร้อยปี
วังหลวงเมืองหลงเฉิน
ห้องฝึกตนของจักรพรรดิหลงอู่ตี้ ประตูค่อยเปิดออกมีชายหนุ่มวัย สี่สิบปี แต่กายด้วยชุดสีขาวทั้งชุด เดินออกมา อย่างช้าๆ ขั้นพลังของเขาสูงส่งถึงระดับขั้นเซียนสวรรค์ โดยด้านหน้า มีรัชทายาทและขุนนางคนสนิทประมาณ ห้าสิบ คน มาคุกเข่ารอเข้าเฝ้าอยู่หน้าห้องฝึกฝน
“ถวายบังคม ฝ่าบาท”
“ เสด็จพ่อ”
“ พวกเจ้ามารอ ข้าทำไมกันตั้งมายมายเช่นนี้” จักรพรรดิหลงอู่ตี้ เอ่ยถามอย่างไม่ใส่ใจเท่าไร
“ เสด็จพ่อ จอมมารน้อยหมิงคงหลบหนีออกจาก หมุดสวรรค์สยบมารออกมาแล้วเข่นฆ่าคนของสำนักวัดหลิงซานตายเกือบหมด แล้วบัดนี้มันเข้ามาในเมืองหลวงเริ่มเข่นฆ่า คนไปแล้วหลายร้อยคน มันประกาศว่า มันจะทำลายพระศพของ ท่านปฐมจักรพรรดิหลงเฟยเทียน แล้วจะฆ่าล้างราชวงศ์ของเราให้หมดอีกด้วย”
“ บังอาจยิ่งนัก กล้าคิดล้างราชวงศ์ของข้ากันเลยหรือนี่” เสียงของจักรพรรดิหลงอู่ตี้เอ่ยเสียงคำรามออกมา
“ มีเบาะแส ว่ามันอยู่ที่ใดหรือไม่” จักรพรรดิหลงอู่ตี้หันไปรอคำตอบจากรัชทายาท
“ กระหม่อมคิดว่า มันต้องบุกเข้าวังหรือไม่ก็ไปที่สุสานของราชวงศ์อย่างแน่นอนกระหม่อมเลยวางเวรยามเอาไว้อย่างหนาแน่นแล้ว” รัชทายาทรายงาน แต่องค์จักรพรรดิกลับหลับตา เพื่อใช้จิตสัมผัสเพื่อตามหา จอมมารน้อยหมิงคง
“ มันอยู่ที่ในเมืองหลวง กำลังเคลื่อนตัวไปที่ ตำหนักองค์ชายแปด พวกเจ้าส่งกองกำลังทหารรีบไปคุ้มครอง องค์ชายแปดเดี๋ยวนี้” จักรพรรดิหลงอู่ตี้รีบสั่งการออกไป แล้วก็เริ่มหายวับไปก่อนใครๆทันที
ในจวนองค์ชายแปด กำลังสนุกกับสาวๆ นางบำเรอนับสิบคนในบ่ออาบน้ำขนาดใหญ่ ทันใดนั้นเอง ร่างของเด็กน้อยวัย 6 ปี ยืนกอดอกหน้าองค์ชายแปด แล้วเอ่ยขึ้นมาว่า
“ ลูกหลานจักรพรรดิหลงเฟยเทียนหรือนี่? ฮืม ช่างแตกต่างกันจริง ๆ” องค์ชายแปดสั่งลูกน้องให้เข้ามาจับ มารน้อยหมิงคง แต่ไม่มีใครได้รับรู้แล้ว พวกมันทั้งหมดล้วนหัวขาด กันหมดเหลือเพียงสาวๆ ทั้งสิบคนที่อยู่ในบ่อน้ำด้วยเรือนร่างเปลือยเปล่า ที่ยังคงมีชีวิตอยู่
“ เจ้า.. เป็นใครกัน ข้าคืองค์ชายแปดนะ เจ้าต้องการเงินเท่าไร ข้าจะมอบให้ทั้งหมดเลย”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า นึกไม่ถึงลูกหลานของจักรพรรดิหลงเฟยเทียนจะขี้ขลาดตาขาวขนาดนี้ไปลงนรกซะเถอะ” แล้วมือน้อยของจอมมารหมิงคง ก็สะบัดใส่ลำคอของ องค์ชายแปด แต่ว่าไม่ทันจะโดน ก็มีคนกระชากร่างขององค์ชายแปด กระเด็นกระดอนออกไป นอกห้องอาบน้ำทันที สาวๆ ทั้งสิบคนเห็นเช่นนั้น ก็ร้องกรี๊ด ! แล้วลุกจากบ่อน้ำเปลือยกายวิ่งโทงๆ ออกจากสระทันที
“ เจ้าคือ จักรพรรดิหลงอู่ตี้ซินะ ในที่สุดเราก็พบกันจนได้ วันนี้ข้าจะสังหารเจ้าแก้แค้น ที่หลงเฟยเทียน ได้ทำกับข้าอย่างเจ็บปวดทรมานมาถึงห้าร้อยปี”
“ มีปัญญารึ?” จักรพรรดิโต้กลับไป แล้วปล่อยคลื่นพลังปฐพีออกมา แล้วเริ่มต่อยหมัดแรกออกไปในทันที
พลังของหมัดแหวกอากาศออกไป กลายเป็นมังกรศิลาห้าเล็บ เข้าจู่โจมมารน้อยหมิงคง ที่ยังคงมองจักรพรรดิหลงอู่ตี้ ด้วยสายตาเย็นชา ไม่ใส่ใจ มังกรศิลาที่กำลังพุ่งเข้ามาเลย แม้แต่น้อย .....