อี้เฉิน เขาในยามนี้สงบเสงี่ยมเป็นอย่างมาก โค้งคำนับกล่าวลา ผู้มีอำนาจราชวงศ์ จันทราทมิฬในทันที "ผู้อาวุโส ข้าส่งพวกท่านแค่นี้แล้วกัน ส่วนเรื่องเมล็ดพันธุ์ข้าวสาลี ท่านค่อยมาพูดคุยเจรจา ในภายหลัง"
ครั้นเมื่อเหล่าผู้มีอำนาจ ราชวงศ์ จันทราทมิฬ ได้ยินน้ำเสียงของเด็กหนุ่ม พร้อมจะแบ่งปันของล้ำค่า อย่างไม่ปิดบัง ไม่ได้ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง พวกเขาจึงพลิ้วกายาจากไปในทันที อย่างน้อยๆ การมาคราวนี้ ยังได้อะไรติดไม้ติดมือมาบ้าง ความบาดหมางเองก็น่าจะจางหายไปไม่น้อย เมื่อพวกเขาได้พูดคุยเจรจากัน
...ในยามนี้เหลือเพียงกลุ่มผู้มีอำนาจ พันธมิตร เท่านั้น ที่ยังคงอยู่ ชายชราเยว่เทียน ไม่รอช้าเอ่ยถามอี้เฉินในทันที เขาอยากจะรู้อี้เฉิน ได้พลังทั้งหมดกลับมาแล้วหรือไม่ แต่ครั้นเมื่อเขามองอี้เฉิน อย่างพินิจพิเคราะห์ กลับไม่รู้สึกถึงขั้นพลังของอี้เฉินแม้แต่น้อย ราวกับเขาเป็นปุถุชนคนธรรมดา แม้แต่กายา ยังเต็มไปด้วยบาดแผลไฟไหม้ มันจึงอดไม่ได้ที่เขาจะเอ่ยถามขึ้นมา"อี้เฉินเจ้ากลับมาสู่ เส้นทางแห่งการบ่มเพาะแล้วงั้นหรือ"
อี้เฉินที่ได้ยินคำถามของชายชรา เยว่เทียน ผู้เป็นปู่ของเยว่ฉาน มันก็อดไม่ได้ ที่เขาจะรู้สึกผิดกับคนผู้นี้ ก่อนเขาจะส่ายหัวออกมา เอ่ยพูดออกไปอย่างไม่ปิดบัง "ข้าเพียงใช้ปราณพลังภายนอกกายาเท่านั้น ในยามนี้อาการบาดเจ็บของข้ายังไม่ฟื้นตัว"
ชายชรา เยว่เทียน ถอนหายใจออกมายาว ตัวเขาเองก็ไม่รู้จะหาวิธีใดมาช่วยอี้เฉิน มองศักยภาพเด็กหนุ่มผมขาวด้วยความเสียดาย ถึงกระนั้นก็อดไม่ได้ ที่จะเอ่ยวาจาเหน็บแนม ชายหนุ่ม ในยามนี้เขาไม่ใช้เด็กหนุ่ม อย่างเช่นวันวานอีกต่อไป "สตรี นางนั้นที่ปกป้องเจ้าไว้ไม่เลว จริงๆ เพียงเวลาไม่นาน เจ้าก็ลืมหลานสาวของข้าแล้วงั้นหรือ"
คำพูดนั้นราวกับ จุดไฟโทสะของอี้เฉินออกมาในทันที ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดขึ้นมาอยู่ไม่น้อย ปากแยกเขี้ยว เคี้ยวฟัน น้อยๆ ขึ้นมา อย่างไม่รู้ตัว
ครั้นเมื่อ ซีเซียว นางที่เห็นบรรยากาศ ที่น่าอึดอัด ของพวกเขาทั้งคู่ นางโบกมือน้อยๆ พัดพาเอาชายแก่ เยว่เทียน รอยกระเด็นออกไป บริเวณเกี้ยวนั่งในทันที อีกมือหนึ่งของนางอุ้มลูกน้อยไว้แน่น ไม่แม้จะเอ่ยคำพูดใดให้อี้เฉิน พลิ้วกายา ขึ้นเกี้ยว เตรียมออกเดินทาง จากหมู่บ้านแห่งนี้ไป
ครั้นอี้เฉินที่เห็นเด็กน้อย หันกลับมามอง ใบหน้าที่อัปลักษณ์ ไม่น่ามองของเขา อย่างไม่วางตา ก่อนที่จะโบกมือน้อยๆ ทักทายกล่าวลา มาให้ตัวเขา มันทำให้หัวใจของเขาสั่นสะท้าน ขึ้นมาไม่น้อย
อี้เฉิน อดไม่ได้ที่จะคลายโทสะลง โบกมือที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผล ตอบรับเด็กน้อยในทันที 'เจ้าจะรู้ไม่นะ เจ้าหนูน้อย ว่าคนที่ฆ่าพ่อของเจ้า ก็คือข้าเอง'
ครั้นอี้เฉินยืน นิ่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พลิ้วกายาเข้าไปภายในหมู่บ้านในทันที ในยามนี้ตัวเขาไม่ห่วงผู้คนภายในหมู่บ้านลมหวน อีกต่อไป เนื่องด้วยพวกเขาผูกมิตรไมตรี กับสองขั้วอำนาจไว้ด้วยกัน
อี้เฉินในยามนี้เขาไม่อาจอยู่หมู่บ้านลมหวน ได้อีกต่อไป มีเพียงแต่ต้องเดินไปในเส้นทางข้างหน้า หมายมั่นกลับไปยังสำนักเซียนอีกครา คิดเปิดประตูลับ ขึ้นไปยังดินแดนเบื้องบนอย่างไม่ลังเล เขาไม่รั้งรออีกต่อไป ก้าวเดิน หมายมั่นจะเข้าไปเอ่ยคำร่ำลา มิตร สหาย ในทันที
อี้เฉิน เดินตรงไปที่กลุ่ม ของหลินเฟย อย่างไม่ลังเล เอ่ยถามนางออกมาด้วยความจริงจัง แต่คำพูดนั้นเปลี่ยนไปมาก "น้องหญิง พร้อมจะเดินทางไปพร้อมกับข้าหรือไม่ อยู่ที่เจ้าเป็นคนตัดสินใจ น้องหญิง เจ้าเลือกเอา"
"เปาเปา จางเหมย ข้าขอโทษ ที่ข้าพาพวกเจ้าไปด้วยไม่ได้ เส้นทางที่ข้าจะไป อันตรายเป็นอย่างมาก แม้แต่ขั้นพลัง กษัตริย์อาจจะยังเล็กจ้อย ภายในดินแดนแห่งนั้น"
พวกเขาที่ได้ยินน้ำเสียงของอี้เฉินมีแต่ความจริงใจ ใบหน้าก็พลอยเศร้าหมองขึ้นมาทันใด ฝืนส่งยิ้มน้อยๆ ออกมา ประหนึ่งรอยยิ้มส่งลาอี้เฉิน ถึง จางเหมยนาง จะมีท่าทีไม่จำยอม อยู่บ้าง แต่เมื่อเห็นสีหน้าของอี้เฉินที่เต็มไปด้วยความจริงใจ ลึกๆ มีความกังวลอยู่ไม่น้อย มันก็ทำให้นางไม่ดื้อรั้นอีกต่อไป
ครั้นหลินเฟยที่ ได้ยินน้ำเสียงของอี้เฉิน ใบหน้าของนางก็เปื้อนยิ้มขึ้นมาน้อยๆ พยักหน้ารับคำอี้เฉินในทันที ไม่มีท่าทีลังเลแม้แต่น้อย ก่อนที่พวกเขาสองคนจะเดินจูงมือ ใบหน้าเต็มไปด้วยความ เศร้าหมองที่ไม่อาจปิดบังได้ ไปยังหน้าที่พักของ ผู้นำหมู่บ้านเสี่ยวปู้เตียน เข่าทั้งสองข้างทรุดลงกับพื้นในทันที ยกมือทั้งสองขึ้น โค้งคำนับ ไปที่ชายวัยกลางคน ที่อยู่ด้านใน นานสองนาน
ผู้นำหมู่บ้านเสี่ยวปู้เตียน ที่ได้ยินเสียงฝีเท้า ของคนสองคน เขารู้ได้ในทันที ว่าเป็นอี้เฉินหลานรักของเขา มาเอ่ยคำร่ำลา เขาไม่ได้ออกมาพบหน้าหลานของเขาแต่อย่างใด เอ่ยคำพูดออกมา ด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า ปะปน มาพร้อมกับความห่วงหาอาทร "พวกเจ้าสองคนจะออกเดินทางแล้วงั้นหรือ ข้ารู้มาตลอด ไม่ช้าเจ้าจะต้องจากข้าไปในที่ไกลแสนไกล เมื่อเจ้าได้เข้าสู่วิถียุทธ์ เจ้าอย่าทำอะไรที่จะทำให้เจ้าเสียใจภายหลัง หวังว่าเจ้าจะไม่ลืมคำของ ชายชราผู้นี้"
หลินเฟย ที่เห็นทั้งคู่ไม่ยอมออกมาพบหน้า นางอยากจะจูงมืออี้เฉินเข้าไปภายใน เสียให้ได้ แต่ก็ ถูกอี้เฉินขัดไว้ ดึงมือนางกลับมาไม่ให้เปิด ผ้าบังฉากนั้นออก มองดวงตาที่เหลือข้างเดียวของเขา เต็มไปด้วยน้ำตาที่ไหลริน อาบย้อมพวงแก้ม อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
"ท่านปู่ของข้า ท่านโปรดรักษาตัว หมั่นฝึกฝนปราณพลัง สักวัน ข้าจะต้องกลับมาหาท่านอย่างแน่นอน" ครั้นเมื่ออี้เฉินเอ่ยวาจานั้นออกมาดังก้อง เขาไม่รั้งรอปล่อยให้ความเสียใจกัดกิน หัวใจของเขาอีกต่อไป ดึงแขนของหลินเฟย พลิ้วกายาออกจากหมู่บ้านลมหวนไปในทันที
ผ่านไปกว่าหนึ่งก้านธูปใหญ่ ผู้นำหมู่บ้านเสี่ยวปู้เตียน เขาไม่อาจอดกลั้นต่อความเสียใจ ได้อีกต่อไป คำรามออกมาเสียงดังกึกก้อง เสียงนั้นสุดแสนจะเสียใจ นึกถึงวันวานที่พบเจอเด็กตัวน้อย เนื้อตัวมอมแมม เต็มไปด้วยคราบเลือด ท่ามกลางทุ่งโลหิตสีชาด ถึงจะไม่ใช่ญาติมิตรก็ตาม แต่ก็เต็มไปด้วยสายใยที่ผูกพัน
แม้เพียงจะออกไปดูใบหน้าของหลานรักอีกครา ตัวเขาก็ยังมิกล้า กลัวจะทำให้อี้เฉินนั้นเปลี่ยนใจ เขารู้ดีหลานของเขายังไม่ได้หายจากอาการบาดเจ็บแม้แต่น้อย หากยังหยุดนิ่งไม่ช้าตัวเขาจะเป็น คนไร้ค่า อยู่ก็เหมือนตายทั้งเป็น
"ข้าจะรอวันที่เจ้ากลับมา หลานรักของข้า"ชายชราเสี่ยวปู้เตียน เอ่ยวาจาออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง แต่ลึกๆ ตัวเขาก็รู้ดี การจากไปครานี้ของอี้เฉิน จะต้องยาวนานอย่างแน่นอน ใบหน้ามืดคลึ้ม ราวกับ แก่ชราลงไปหลาย10ปี
........อี้เฉินที่พลิ้วกายา จากไปไกล ผ่านทิวเขา ไปหลายสิบลูกในพริบตา ดวงตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น คิดใช้ทางลัด กลับไปยังดินแดน ร้อยแคว้น หากให้เดินทางผ่านป่าไร้สิ้นสุด เกรงว่า คงจะต้องใช้เวลาเป็นเดือน สิ้นเปลืองปราณเลือดของเขาไม่น้อย
พวกเขาทั้งสองเดินทางมาไม่ถึง ครึ่งชั่วยาม หลินเฟยนาง อดที่จะประหลาดใจไม่ได้ เนื่องด้วยอี้เฉินไม่ได้ มุ่งหน้าไปในทิศทางของป่าไร้สิ้นสุด กลับกลายเป็นว่า มุ่งหน้าไปยังหุบเขาเพลิงแทน นางจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามอี้เฉินออกมา "ท่านพี่ เหตุใดพวกเราถึงมาเยือน ยังหุบเขาเพลิง กันเล่าข้าไม่เข้าใจ"
ครั้นเมื่ออี้เฉินได้ยินเขาเพียงเกาหัวเบาๆ ไม่รู้จะอธิบาย นางเช่นไร ก่อนที่พวกเขาจะมารอยเหนือปล่องภูเขาไฟลูกที่สูงที่สุดของ หุบเขาเพลิง มันยังคงปล่อยลาวา ปะทุอยู่ตลอดเวลา ไม่ได้ดับมอดแต่อย่างใด
หลินเฟยที่เห็นอี้เฉิน มายืนหยุดอยู่ปลายส่วนยอดของปล่องภูเขาไฟ ราวกับอยู่หน้าปากทางอเวจี นางก็ถึงกับกลืนน้ำลายลงคอไปคำใหญ่ พลิ้วกายา มายืนข้างๆ อี้เฉินในทันใด เม็ดเหงื่อผุดพลายขึ้นมาไม่น้อย เนื่องด้วยบริเวณนี้ ร้อนเป็นอย่างมาก แม้แต่ชายอาภรณ์ยังไหม้เกรียม รู้สึกแสบร้อนผิวหนัง น้อยๆ
ก่อนอี้เฉินจะเอ่ยคำพูดออกมา มันทำให้นางตกตะลึงอยู่ไม่น้อย "เจ้าพร้อมจะออกเดินทางไปภายในมิติ ที่แตกร้าวหรือยัง น้องหญิง"
นางชะงักกึกไปเล็กน้อย ไม่ได้มีโอกาสได้ทำใจ แม้เพียงเสี้ยววินาที ถูกอี้เฉินกุมมือไว้แน่น ทิ้งตัวลงไปภายในปล่องเหว ภูเขาไฟในทันที ปากอยากจะ ก่นด่าออกมาเสียให้ได้
ครั้นเมื่อนางเห็นมิติ ที่บิดเบี้ยวถูกเปิดออก หลินเฟยตัวนางก็ถึงกับเบิกตา ออกกว้าง จ้องมองอี้เฉินด้วยความรู้สึกแปลกๆ คนปกติทั่วไปเขาจะทำเช่นนี้กันจริงๆ หรือ เหมือนว่านางจะชอบคนแปลกๆ เข้าให้เสียแล้ว