เมื่อขบวนของเหวินเจาเหยียนมาถึงโกดังทางทิศใต้ของเมืองฉางหนิง เขาสังเกตเห็นว่าโกดังนั้นถูกล้อมด้วยทหารรับจ้างจำนวนมาก แต่เขาไม่ได้ลังเลแม้แต่น้อย “เตรียมตัวบุก” เขาสั่งเสียงเข้ม
องครักษ์ของเขารีบจัดการปิดล้อมพื้นที่โดยไม่ให้พวกทหารรับจ้างหลบหนี เสียงดาบกระทบกันดังขึ้นในความมืด การต่อสู้กินเวลาไม่นานนัก เหวินเจาเหยียนและองครักษ์สามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ได้ภายในโกดัง เขาพบร่างของชายคนหนึ่งที่แต่งตัวหรูหรา ใบหน้าเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“เหวินเจาเหยียน…เจ้าช่างกล้ามากที่บุกมาถึงที่นี่” ชายคนนั้นกล่าว ขณะที่องครักษ์จับตัวเขาไว้แน่น
“ยาถอนพิษอยู่ที่ไหน” เหวินเจาเหยียนถามเสียงเย็น ใบหน้าไร้ความปรานี หัวหน้ากลุ่มพ่อค้าหัวเราะเบาๆ “ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะมาเอง แต่ก็ไม่แปลกใจ ยาถอนพิษอยู่กับข้า…แต่ข้ามีเงื่อนไข”
“เจ้ากำลังต่อรองกับข้า?” เหวินเจาเหยียนถามด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
“ข้าคงไม่มีทางเลือก ข้ารู้ว่าเจ้าไม่สนใจเรื่องเล็กน้อย แต่ถ้าเจ้าต้องการยาถอนพิษจริงๆ เจ้าต้องทำตามข้อเสนอของข้า”
“พูดมา” หัวหน้ายิ้มกว้าง “ยาถอนพิษนี้อยู่ในโกดังนี้จริง แต่ข้าต้องการให้เจ้าสละเส้นทางการค้าสำคัญที่ตัดผ่านแม่น้ำในเมืองนี้ให้ข้าครอบครอง เจ้าย่อมรู้ดีว่ามันสำคัญแค่ไหน” เหวินเจาเหยียนขมวดคิ้ว นี่ไม่ใช่แค่การต่อรองธรรมดา มันเป็นการเดิมพันที่อาจทำลายชื่อเสียงและการค้าของตระกูลเหวินไปตลอดกาล
“ถ้าเจ้าปฏิเสธ… ข้าคงช่วยอะไรเจ้าไม่ได้” หัวหน้ากล่าวพลางยักไหล่ เหวินเจาเหยียนนิ่งไปครู่หนึ่ง สายตาเต็มไปด้วยความคิดที่หนักแน่น ก่อนจะเอ่ยขึ้น “ยาถอนพิษอยู่ที่ไหน?”
“ในลังไม้ที่มุมห้อง ข้าจะบอกเจ้าเมื่อทุกอย่างตกลงเรียบร้อย” เขาหันไปสั่งองครักษ์ “ตรวจสอบลังไม้ทุกลังในโกดังนี้ หากเจ้าโกหกแม้แต่คำเดียว ข้าจะฆ่าเจ้าทันที”
หัวหน้ากลุ่มพ่อค้าหัวเราะเยาะ “ข้าไม่โกหกหรอกเหวินเจาเหยียน เพราะข้ารู้ว่าเจ้าจะไม่เสี่ยง” องครักษ์เริ่มค้นหา ท่ามกลางความเงียบงัน เหวินเจาเหยียนมองชายตรงหน้าด้วยสายตาคมกริบ
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าชีวิตของเจ้าแขวนอยู่บนเส้นด้าย” หัวหน้ากลุ่มพ่อค้ายิ้มเยาะ “เช่นเดียวกับชีวิตของภรรยาเจ้า” ไม่นานนัก องครักษ์คนหนึ่งก็พบขวดเล็กๆ ซ่อนอยู่ในลังไม้ เขานำมันมามอบให้เหวินเจาเหยียน
“นายท่าน นี่คือยาถอนพิษ” เหวินเจาเหยียนหยิบขวดนั้นขึ้นมาพิจารณา ก่อนจะหันไปมองหัวหน้า “ข้อเสนอของเจ้า…ข้าจะตอบกลับหลังจากข้ารู้แน่ว่านี่คือตัวยาที่แท้จริง” เขาหันหลังเดินออกจากโกดัง ทิ้งคำพูดที่แฝงด้วยคำข่มขู่ไว้เบื้องหลัง “ถ้าข้าพบว่านี่ไม่ใช่ยาถอนพิษ เจ้าจะไม่มีโอกาสได้พูดข้อเสนออะไรอีก” หัวหน้ากลุ่มพ่อค้าไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่มองตามเขาด้วยสายตาอ่านยาก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ยังคงประดับบนใบหน้า
เมื่อกลับถึงจวน เหวินเจาเหยียนรีบสั่งให้หมอตรวจสอบตัวยาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและความหวังที่เปราะบาง “รีบตรวจสอบว่านี่เป็นยาถอนพิษจริงหรือไม่” เขากล่าวอย่างเร่งร้อน
หมอชราหยิบขวดยามาดู ก่อนจะพยักหน้า “เป็นยาถอนพิษพ่ะย่ะค่ะ แต่การรักษาอาจต้องใช้เวลา”
“เริ่มเลย ข้าไม่สนว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน ขอเพียงนางฟื้น” หมอรีบเตรียมการรักษา ขณะที่เหวินเจาเหยียนนั่งลงข้างเตียงของหยางลี่เจิน กุมมือนางไว้แน่น ดวงตาของเขาจับจ้องใบหน้าที่ซีดเซียวของนางอย่างไม่ละสายตา
“เจ้าต้องฟื้น ข้าสั่งเจ้า ห้ามยอมแพ้เด็ดขาด” เขากระซิบเบาๆ ความโกรธและความห่วงใยผสมปนเปกันในน้ำเสียง
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่ในใจของเหวินเจาเหยียน มันเหมือนเป็นชั่วนิรันดร์…
ในขณะที่เหวินเจาเหยียนนำยาถอนพิษในขณะที่เหวินเจาเหยียนนำยาถอนพิษกลับไปยังจวนด้วยความรีบเร่ง โกดังที่เขาทิ้งไว้กลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะดังลั่นของหัวหน้ากลุ่มพ่อค้า มันนั่งลงบนเก้าอี้อย่างพึงพอใจ สายตามองไปยังลูกน้องที่ยืนอยู่รอบตัว
“พวกมันคิดว่าเอายาถอนพิษไปแล้วจะจบเรื่องงั้นหรือ?” หัวหน้ากล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ลูกน้องคนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างลังเล “แต่นั่นเป็นยาถอนพิษจริงๆ ไม่ใช่หรือขอรับ?”
หัวหน้าพยักหน้า “จริง แต่เป็นยาที่ถอนพิษได้แค่ครึ่งเดียวเท่านั้น หลังจากนี้ไม่กี่วัน พิษที่หลงเหลือในตัวของหญิงคนนั้นจะค่อยๆ ลามเข้าสู่หัวใจ และสุดท้าย…นางก็จะจากโลกนี้ไป”
เสียงหัวเราะเย้ยหยันของมันดังสะท้อนไปทั่วโกดัง “เหวินเจาเหยียน เจ้าคิดว่าแค่ฝีมือการค้าของเจ้าจะล้มข้าได้หรือ? ข้าจะทำลายทุกอย่างของเจ้า และทำให้เจ้าต้องเห็นคนรักของเจ้าทรมานจนตาย!” ลูกน้องของมันหัวเราะตามอย่างสะใจ แต่ในใจลึกๆ พวกมันก็อดที่จะรู้สึกหวาดกลัวไม่ได้ เพราะแม้จะพยายามเล่นงานเหวินเจาเหยียน แต่ชื่อเสียงของเขาก็ยังน่าเกรงขามเกินกว่าที่ใครจะประมาทได้
“เจ้านั่นมันมีสายตาและสติปัญญาที่ไม่ธรรมดา” ลูกน้องอีกคนพูดขึ้น “เจ้าคิดว่าเขาจะไม่จับได้หรือว่ามียาถอนพิษนี้ไม่สมบูรณ์?”
หัวหน้ายิ้มเยาะ “กว่าจะจับได้ มันคงสายเกินไป หญิงคนนั้นจะตายก่อนที่มันจะทำอะไรได้ทันแน่นอน”
จวนตระกูลเหวิน
“ข้าจะเริ่มต้นถอนพิษให้ฮูหยินทันที” หมอชรากล่าว พลางมองยาถอนพิษในขวดแก้วเล็กๆ ที่เหวินเจาเหยียนนำกลับมา เหวินเจาเหยียนนั่งลงข้างเตียงของหยางลี่เจิน เขากุมมือนางไว้แน่น ดวงตาจับจ้องไปยังใบหน้าซีดเซียวของนาง ขณะที่หมอค่อยๆ ป้อนยาถอนพิษลงไปทีละหยด
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ทุกคนในห้องต่างจับจ้องไปที่หยางลี่เจินที่ยังคงหลับใหล ร่างกายของนางเริ่มมีปฏิกิริยาเล็กน้อย ลมหายใจที่เคยแผ่วเบาดูเหมือนจะกลับมาเป็นปกติมากขึ้น
“ดูเหมือนว่าพิษจะเริ่มลดลงแล้ว” หมอชรากล่าวด้วยน้ำเสียงโล่งใจ เหวินเจาเหยียนมองนางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวัง “นางจะปลอดภัยแล้วใช่หรือไม่?”
หมอชรานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเสียงหนักแน่น “ในตอนนี้ อาการของนางดีขึ้นแล้ว แต่ยังต้องเฝ้าดูอีกระยะหนึ่ง พิษชนิดนี้ลึกลับและร้ายแรง ข้าไม่อาจรับประกันได้ว่าจะถอนพิษได้หมดจนหายสนิท”
คำพูดนั้นทำให้ความหวังของเหวินเจาเหยียนสั่นคลอน แต่เขายังคงจับมือนางไว้แน่น “นางต้องรอด ข้าจะหาทางทำให้แน่ใจว่านางจะหายดี”
หลังจากหมอจัดการให้ยาถอนพิษจนหมดแล้ว ก็ขอเวลาเฝ้าดูอาการต่อ เหวินเจาเหยียนไม่ยอมลุกไปไหน เขานั่งอยู่ข้างเตียงตลอดทั้งคืน หยางลี่เจินค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ แสงสลัวจากโคมไฟในห้องทำให้เธอต้องกระพริบตาเล็กน้อยเพื่อปรับสายตา เมื่อภาพเบื้องหน้าชัดเจนขึ้น เธอเห็นเหวินเจาเหยียนนอนฟุบอยู่ข้างเตียง ใบหน้าของเขาดูเหนื่อยล้าแต่ยังคงสงบนิ่ง หยางลี่เจินมองเขาอยู่อย่างเงียบๆ ใจของเธออ่อนยวบลงทันทีที่เห็นเขาอยู่ในสภาพนี้ เธอไม่เคยเห็นเขาดูอ่อนล้าและเปราะบางแบบนี้มาก่อน
“คุณ…” เธอพึมพำเบาๆ น้ำเสียงแผ่วจนแทบไม่ได้ยิน เหวินเจาเหยียนขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะลืมตาขึ้นทันทีเมื่อได้ยินเสียงของเธอ เขารีบยืดตัวขึ้น ดวงตาคมคายเต็มไปด้วยความโล่งใจ
“เจ้าฟื้นแล้ว” เขากล่าวเสียงเบา แต่แฝงไปด้วยความดีใจ หยางลี่เจินพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะมองเขาด้วยสายตาอ่อนโยน “ฉัน… ทำให้คุณลำบากอีกแล้วใช่ไหม?”
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย “พูดอะไรแบบนั้น? เจ้าต่างหากที่ทำให้ข้ากังวลที่สุด”
หยางลี่เจินกัดริมฝีปากเบาๆ น้ำตาเอ่อคลอในดวงตา “ตั้งแต่ฉันมาที่นี่ ดูเหมือนจะคอยสร้างแต่ปัญหาให้คุณ… ทุกครั้ง”
เหวินเจาเหยียนส่ายหน้า ดวงตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ “เจ้าไม่ได้สร้างปัญหา สิ่งเดียวที่ข้ากังวลคือความปลอดภัยของเจ้า”
เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “แต่ฉัน… ฉันทำให้คุณต้องเสี่ยงมากขนาดนี้ ทุกครั้งที่คุณต้องมาปกป้องฉัน ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นภาระ…” เขาจับมือนางไว้แน่น “เจ้าไม่ใช่ภาระสำหรับข้า เจ้าเป็นคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของข้า เจ้าเข้าใจไหม?”
หยางลี่เจินมองเขาด้วยสายตาซาบซึ้ง น้ำตาไหลลงมาบนแก้มโดยไม่รู้ตัว “คุณ… หมายความแบบนั้นจริงๆ หรือคะ?”
เขาพยักหน้า “ข้าไม่เคยพูดสิ่งที่ข้าไม่คิด ข้าแค่ต้องการให้เจ้าปลอดภัย และข้าจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้เป็นแบบนั้น” คำพูดของเขาทำให้หัวใจของหยางลี่เจินอบอุ่นขึ้น เธอหลับตาลงอีกครั้งด้วยความโล่งใจและความรู้สึกที่อบอุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“ขอบคุณค่ะ…” เธอพูดเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ผล็อยหลับไปอีกครั้ง เหวินเจาเหยียนยังคงนั่งอยู่ข้างเตียง จับมือนางไว้แน่น ดวงตาของเขาจ้องมองนางด้วยความมุ่งมั่น
“ข้าจะไม่ปล่อยให้ใครหรือสิ่งใดมาทำร้ายเจ้าได้อีก ข้าสัญญา” เขากระซิบเบาๆ กับตัวเอง ก่อนจะนั่งเฝ้าเธอต่อไปในความเงียบสงัดของค่ำคืนนี้…