ในวิหารพาร์เธนอน อาธีน่าเลิกคิ้วขึ้นเมื่อเห็นเว่ยเมิ่งสามารถสังหารสิงโตหอสูรได้อย่าง่ายดายนางพูดลอยๆขึ้นมา
“มนุษย์ที่เจ้าพานี่ไม่เลวเลย ไนกี้”
ร่างของเทพีแห่งชัยชนะปรากฏขึ้นข้างๆเทพีแห่งปัญญา นางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“หากในนับหมู่มนุษย์ก็ถือว่าอยู่ในระดับสูงทีเดียว”ไนกี้เอ่ย
เทพีแห่งปัญญานิ่งเงียบไปเล็กน้อย“แล้วการที่เจ้าไปดึงคนจากปกรณัมอื่นๆมา พวกมันไม่ได้ว่าอะไรหรือ?”
“ดวงดาวของเจ้าหนุ่มนั้นอยู่ในเขตทับซ้อนของเราและพวกเง็กเซียน...ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร”
“ก็ดี” เทพีแห่งปัญญาเอ่ย
“ฮาๆๆๆ ไม่เลวๆ” เพอร์ซีอุสหัวเราะรวนตบไหล่ของเว่ยเมิ่งเบาๆ ตอนนี้พวกเขากลับมาที่วิหารพาร์เธนอนเพอร์ซีอุสโบกมือไล่พวกลูกชายทั้งสาม บอกจะพาเว่ยเมิ่งไปพาอาเธน่าเอง
“อาเธน่า”เพอร์ซ๊อุสกลับมาเจอเทพีแห่งปัญญาอีกครั้ง “พาเจ้าหนุ่มนี่ไปที่สงครามได้เลยเอาไว้ที่กองทัพข้าก็ได้” เพอร์ซีอุสเห็นฝีมือของเว่ยเมิ่งแล้วก็บอกได้เลยว่าไม่ธรรมดา มันยังแอบคิดอยู่เลยว่าเจ้าหนุ่มนี่มีสายเลือดของเทพหรือเปล่าถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้
‘คงไม่ใช่เป็นหนึ่งในพี่น้องของข้าละมั้ง?’เพอร์ซีอุสคิดในใจขำๆ
“เจ้าเคยออกรบมาก่อนหรือไม่”อาเธน่าหันมาถามเว่ยเมิ่ง
“ไม่...ข้าพเจ้าไม่เคยออกรบมาก่อน”เว่ยเมิ่งส่ายหัวปฏิเสธ
“หืม...” เทพีแห่งปัญญาใช้ความคิดมันใดนั้นเอง เสียงแตรโบราณก็ดังขึ้น ทั่วทั้งเมืองเอเธนส์หยุดชะงักไปแม้เทพีแห่งปัญญาก็ยังงุนงง
“ศัตรูบุก!”
“พวกสปาร์ต้าเข้าประชิดเมืองแล้ว!”
เพอร์ซีอุสขมวดคิ้ว “เป็นไปไม่ได้การสงครามครั้งนี้ถูกกำหนดให้พวกเราเป็นฝ่ายบุกแท้ๆ ทำไมพวกมันถึง....”
สงครามครั้งนี้มันไม่ใช้สงครามจริงๆ....มันคือการละเล่นของทวยเทพสงครามที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อความสนุกสนานและรางวัลแด่ผู้ชนะ ครั้งนี้คือสงครามระหว่างอาเธน่าและอาเรสสงครามมีสามครั้งผู้ใดชนะสองในสามก็จะได้รางวัลไปครอง
“สงครามครั้งนี้จะเป็นโมฆะหรือไม่?” เพอร์ซีอุสหันไปถามอาเธน่า
เทพีแห่งปัญญาหยิบม้วนกระดาษสีทองขึ้นมาดูข้างในบรรจุถึงกฏเกณฑ์ของสงครามที่ถูกระบุไว้อาเธน่าไล่กวาดตามองและก็ทอนหายใจออกมา
“กฎของสงครามเปลี่ยนไปแล้ว.....ไม่จำเป็นต้องผลัดกันบุกฝ่ายต้องการบุก ก็บุกได้เลยขอเพียงสังหารราชาหรือสังหารคนทั้งเมืองได้ก็พอ”เทพีแห่งปัญญาเอ่ยกฎใหม่ออกมา
“ผู้ใดเป็นผู้เปลี่ยนกฎแห่งสงครามกัน?” เพอร์ซีอุสถามเสียงเครียด กฎนี่ถูกบัญญัติโดยซุส หากจะมีผู้แปรเปลี่ยนได้ก็มีเพียง……
“ข้าเองก็ไม่ทราบเหมือนกันแต่พระบิดาเองก็ไม่ได้แจ้งข่าวอะไรข้าเลย” เทพีแห่งปัญญาเอ่ย
ทว่าในระหว่างที่ทั้งสองกำลังปรึกษาหารือกันอยู่นั้นเว่ยเมิ่งที่ตอนนี้ยืนงงอยู่ข้างๆกับมีสีหน้าขมวดคิ้ว ชายหนุ่มใช้มือแตะไปที่หน้าอกที่มีรอยประทับของเคออส‘ร้อน..’ เว่ยเมิ่งรู้สึกเจ็บปวดบริเวณตราประทับ
“เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า?” เพอร์ซีอุสที่เห็นเว่ยเมิ่งหน้าซีดๆเอ่ยถาม
“ข้าพเจ้าไม่เป็น-”เว่ยเมิ่งไม่ทันจะกล่าวจบสัญลักษณ์ของเคออสก็เปล่งแสง ความเจ็บปวดมหาศาลเข้าสู่สมองชายหนุ่มทรุดลงไปกองกับพื้น ทันใดนั้นเองความวุ่นวายและความโกลาหลก็พุ่งออกมาจากตราประทับและล้อมรอบตัวชายหนุ่มเอาไว้ไม่ทันทีเทพีแห่งปัญญาและเพอร์ซีอุสจะได้ทำอะไรความวุ่นวายและความโกลาหลก็กลืนกินร่างของเว่ยเมิ่งจนหายไปแล้ว
เว่ยเมิ่งรู้สึกตัวอีกทีในความว่างเปล่าที่คุ้นเคย“นี่มันความฝันของข้า?” เว่ยเมิ่งพูดกับตัวเองด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ
“ใช่...นี่เป็นความฝันของเจ้า”เสียงดังมาจาเบื้องหลังของชายหนุ่ม
เว่ยเมิ่งหันกับไปดูก็พบกับร่างที่ตนเคยหวาดกลัว......เคออส ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “ท่านต้องการอะไรจากข้าพเจ้า?”
“นั้นสิ?ข้าต้องการอะไรจากเจ้ากัน?”ปฐมบทแห่งปกรณัมกรีกพูดด้วยน้ำเสียงสงสัย
“................”
“ล้อเล่นน่า”เคออสหัวเราะออกมา แต่เสียงหัวเราะของมันกลับชวนให้ผู้อื่นรู้สึกอยากหลีกหนี
“..............”
“จำที่ข้าบอกได้มั้ยที่ว่าข้าไม่เคยเจออะไรแบบเจ้ามาก่อนน่ะ?”
“........”
“หากจำไม่ได้ข้าจะไม่พูดต่อน้า~”
“..........ข้าพเจ้าจำได้”
“เจ้าอยากรู้ไหมมันหมายความว่าอย่างไร?” เสียงของเคออสคล้ายเสียงกระซบของปีศาจ
“................”
“เฮ้ๆ สีหน้าของเจ้ามันฟ้องหมดแล้วนะว่าไม่ไว้ใจข้าให้ตายเถอะ เจ้าจะกลัวอะไรนักหนาเนี่ย” เคออสหัวเราะ
“ไม่ต้องกังวลนักหรอก เพราะหากข้าจะทำอะไรเจ้าจริงๆเจ้าไม่ได้มายื่นทำหน้าระแวงข้าอยู่ตรงนี้” เคออสกอดอก
“ข้าอยากรู้” ในที่สุดเว่ยเมิ่งก็พูดออกมา
เคออสหัวเราะอย่างขนลุก มันสะบัดมือความโกลาหลพุ่งออกไปตรงหน้าของเว่ยเมิ่งภาพหลายภาพปรากฏขึ้นมา
“นี่มัน?” เว่ยเมิ่งเมื่อมองเห็นภาพเหล่านั้นก็ขมวดคิ้ว
ภาพที่ชายหนุ่มเห็นคือ ภาพของ‘ตัวเขา’เอง ทว่าก็ไม่ใช่ตัวเขามันเป็นภาพของเขาที่ยืนอยู่ท่ามกลางซากศพโดยที่ตรงเอวห้อยหัวของตงฟางเทียนที่ยังมีชีวิตไว้
ภาพต่อไปเป็นตัวเขาที่กำลังต่อสู้กับมังกรตะวันตกโดยที่รอบๆมีสาวเอลฟ์กำลังช่วยยิงธนูใส่มังกร
และภาพต่อมา.....ก็คือภาพที่ตัวเขากำลังนั่งอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า เว่ยเมิ่งที่อยู่ไหนภาพนั้นสะดุ้งรีบหันกลับมามองเว่ยเมิ่งที่อยู่กลับเคออส‘เว่ยเมิ่ง’โบกมือไปมาให้กับเว่ยเมิ่งเหมือนกำลังจะบอกว่า‘เฮ้ย เจ้าสบายดีหรือเปล่า?’
“..............”
“นี่มันอะไร?”
เคออสหัวเราะออกมา “พวกนั้นคือภาพในอนาคตต่างๆที่เจ้าเพิ่งจะก้าวออกมาไงล่ะ”
“ท่านหมายความว่าอย่างไง?”
เคออสชี้ไปยังภาพแรก “นั้นคืออนาคตที่ไม่มีพี่สาวของเจ้า.......ทุกคนในหมู่บ้านของเจ้าตายหมดจาการโจมตีของตงฟางเทียนเหลือเพียงเจ้าที่รอดมา.....เจ้ากลับมาสังหารมัน และสังหารทุกคนที่มาขัดขว้างเจ้า”
เคออสชี้ไปยังภาพที่สอง “นั้นคือในอนาคตที่มีพี่สาวเจ้าเจ้าเอาชนะตงฟางเทียนได้ เอาชนะปรมาจารย์ทั้งสี่ของแต่ละแคว้น โค่นล้มลัทธิมารเปลี่ยนฟ้าและออกเดินทางไปที่ตะวันตกเพื่อผจญภัย และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับเหล่าภรรยาของเจ้า”
“เหล่าภรรยา?” เว่ยเมิ่งชะงักไป
“ช่างมันๆ อนาคตนั้นจะไม่เกิดกับเจ้าแล้ว”เคออสโบกมือบอกไม่ต้องไปสนใจ ก่อนที่จะชี้ไปยังอนาคตที่สาม
“นี้ต่างหากคือสิ่งที่หน้าสนใจอนาคตที่เจ้าเพิ่งหลีกหนีไปเมื่อไม่กี่วันก่อน”เว่ยเมิ่งในอนาคตโค้งตัวเหมือนจะบอกว่า ‘สวัสดีข้าคือเจ้าในอนาคตละ’เคออสเอ่ยอธิบาย “ในอนาคตนี้ไนกี้ไม่ได้ไปช่วยเจ้า ทุกคนในแผ่นดินสี่สัตว์เทพตายหมดเหลือเพียงเจ้า”
“.............”
“เจ้ารอดมาได้.....เจ้าเก็บตัวฝึกตนจนที่สุดเจ้าก็กลับมาล้างแค้นพวกยักษ์สามตานั้นจนหมด....ฟังดูธรรมดาใช่มั้ย? แต่ส่วนที่สนุกมันหลังจากนี้ต่างหาก”ความวุ่นวายและความโกลาหลเมื่อจะมีความตื้นเต้น
“ผู้ฝึกตนในดินแดนนั้นเห็นเจ้ากวาดล้างเจ้าพวกยักษ์จนหมดก็หวาดกลัวนะสิพวกมันเลยวางแผนจะเล่นงานเจ้า แต่เจ้าไหวตัวทันและชิงลงมือก่อนผลคือในดวงดาวนั้นทั้งดวงหรือเจ้าเพียงคนเดียว”
“พออยู่คนเดียวในดวงดาวนานๆเข้าเจ้าก็เบื่อ เจ้าเลยออกนอกดวงดาวไปท่องเที่ยวในห้วงจักรวาล และผลของการไปท่องเที่ยวในจักรวาลก็คือเจ้าไปเหยียบเท้าของเจ้าถิ่นในดวงดาวอื่นๆเข้าเจ้าลองเดาดูสิว่าผลเป็นอย่างไร?” เคออสถาม
“....................” เว่ยเมิ่ง
ไม่รอคำตอบจากเว่ยเมิ่งเคออสรีบชิงพูดทันที “ผลก็คือดวงดาวหลายสิบดวงถูกทำลายทิ้งไม่มีเหลือ เดือดร้อนไปถึงทวยเทพแห่งปกรณัมที่ปกครองดวงดาวนั้นๆที่จะต้องมาจัดการเจ้าสิ”
“เทพสามตาเอ้อหลางเสินและเทพสงครามอาเรสคือผู้ที่ถูกส่งมา จะว่าไปเจ้าเนี่ยเรียกเท้าเก่งดีนะ” เคออสหัวเราะอีกครั้ง
“เมื่อถูกสองเทพไล่ล่าเจ้าก็หนีหัวซุกหัวซุน บาดเจ็บเกือบตายไปหลายรอบแต่ก็หนีรอดไปได้ เจ้าหลบซ่อนไปนานหลายปีจนพวกมันนึกว่าเจ้าตายไปแล้วพวกมันแยกย้ายกันกลับไปที่บ้านของพวกมัน ส่วนเจ้าก็รอ....รอจนเจ้าแข็งแกร่งพอที่จะสู้เทพได้”
“และวันนั้นก็มาถึงเจ้าปรากฏตัวครั้งแรกในรอบหลายหมื่นปี..เจ้าสังหารเทพในปกรณัมของเอ้อหลางเสินจนหมดสิ้นและเจ้าก็มาสังหารเหล่าเทพในปกรณัมของอาเรสจนหมดและนั้น.....รวมถึงข้าด้วย”เคออสยิ่งหัวเราะเข้าไปใหญ่ราวกับไม่สนใจความตายของตนเอง
“และนี่คือสิ่งที่ข้าเห็นและเดาว่าเจ้าอพอลโลน่าจะเห็นลางด้วยๆ”เคออสพูดพลางหันไปดูเว่ยเมิ่งในอนาคตที่สามที่ตอนนี้กำลังเต้นมูนวอร์คไปมาอยู่
“หากข้าเดาไม่ผิดพวกปกรณัมอื่นๆเห็นพวกข้าตายก็เลยรวมพลังกันคงหวังจะจัดการเจ้าแต่เท่าที่เห็นเจ้าอยู่คนเดียวในความว่างเปล่านี่.....พวกมันคงตายหมดแล้วแหละ” เคออสยักไหล่
“.......งั้นท่านจะสังหารข้าอย่างงั้นหรือ?” เว่ยเมิ่งถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“สังหารเจ้า? บ้าน่าข้าจะทำเรื่องหน้าเบื่อแบบนั้นได้อย่างไรเจ้าคิดดูสิแค่เจ้าเปลี่ยนอนาคตไปสองครั้งเจ้าก็สามารถทำลายจักรวาลได้แล้วตอนนี้ที่เจ้าเปลี่ยนอนาคตไปครั้งที่สามเจ้าจะแข็งแกร่งขนาดไหน?” เคออสจับไหล่ของชายหนุ่ม “และข้าว่าข้าจับจุดได้แล้วว่าอะไรจะเป็นตัวเร่งของเจ้า”เคออสพูดด้วยน้ำเสียงแปลกๆ
“ครอบครัวเจ้า คนสำคัญของเจ้าหากเจ้าเสียพวกมันไปเจ้าก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น หรือหากพวกมันยังคงอยู่โดยที่อาจจะมีภัยเจ้าก็จะแข็งแกร่งขึ้นเพื่อปกป้องพวกมัน” เคออส‘ยิ้ม’ “หากข้าสังหารพวกมันตอนนี้เจ้าจะเป็นอย่างไรนะ?”
เว่ยเมิ่งเบิกตากว้างเคออสจับไหล่ชายหนุ่มไว้แน่นจนเขาขยับไม่ได้ “ไม่ต้องห่วงๆ หลังข้าสังหารพวกมันไปแล้วเจ้าจะมาสังหารข้าก็ได้ข้าไม่โกรธเจ้าหรอก”
“อย่า!”
“แล้วข้าจะคอยดู-”ทว่ายังไม่ทันที่เคออสจะพูดหมัดปริศนาพุ่งเข้าต่อยร่างแห่งความโกลาหลจนปลิวไปไกล
ตูม!
“ให้ตายสิพวกเทพเนี่ยจะมีพวกปกติบ้างมีไหมเนี่ย?” เว่ยเมิ่งเห็นเจ้าของหมัดก็อ้าปากค้างทำตัวไม่ถูกย้อนกลับไปก่อนหน้านี่ที่เคออสกำลังจะบีบคั่นเว่ยเมิ่ง เว่ยเมิ่งในภาพอนาคตเห็นทุกอย่างก็ขมวดคิ้วเว่ยเมิ่งกำหมัดต่อยทะลุความเป็นจริงมายังเว่ยเมิ่งในอีกไทม์ไลน์และซัดเคออสไปจนปลิ้ว
“ไม่ต้องห่วงนะตัวข้า!ข้าจะปกป้องเจ้าเอง!” เว่ยเมิ่งยิ้มฟันขาวมาทางตัวเอง
“ห่ะ!?”
