หกครั้งในหนึ่งคืน
วันต่อมาตารางงานชุดใหม่ก็ถูกประกาศซึ่งมันได้สร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนมากทีเดียวเพราะความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นมันมากกว่าที่พวกเธอคิด
เริ่มต้นจากงานของฝ่ายเก็บเกี่ยวทรัพยากรที่ถูกปรับจนมีปริมาณงานเท่ากันทุกวันซึ่งต่างจากเดิมที่จะมีการเน้นหนักแบบวันเว้นวันเพราะต้องรอให้ทรัพยากรฟื้นฟูขึ้นมาก่อน
ทว่าตอนนี้ดินแดนมีขนาดใหญ่กว่าเดิมมากการเก็บเกี่ยวทรัพยากรแบบเดิมๆ จึงไม่เหมาะสมอีกต่อไป เนื่องจากทรัพยากรที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้หมดในหนึ่งวันอีกแล้วมันจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องหยุดพักเพื่อรอให้ทรัพยากรฟื้นฟู
ในขณะที่ฝ่ายผลิตเองก็มีปริมาณงานที่เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกันซึ่งก็ไม่น่าแปลกอะไรเพราะถ้าทรัพยากรมีมากขึ้น การใช้งานมันก็ต้องมากขึ้นตามไม่เช่นนั้นมันจะเกิดการสะสมของทรัพยากรจนทำให้เกิดปัญหาในขั้นตอนของการบริหารทรัพยากรได้
นอกเหนือจากความเปลี่ยนแปลงในสองส่วนหลักๆนี้ ส่วนอื่นๆ ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยน ด้านการเพาะปลูกยังไม่มีความเปลี่ยนแปลงที่แน่ชัดเนื่องจากตอนนี้มีตัวแปรที่ไม่อาจคำนวณได้อย่างกัสทำงานเพาะปลูกด้วยทักษะยุทธ์อยู่
เมื่องานในวันที่สองจบลงผลลัพธ์จากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเด็กสาวเผ่าหนอนโลหะก็ปรากฏขึ้นอย่างเด่นชัด
ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเด็กสาวนั้นไม่ได้มีเพียงรูปร่างหรือพละกำลังและความแข็งแกร่งของร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงพรสวรรค์ตามธรรมชาติของเธอด้วย
ผลลัพธ์นี้ทำให้ทักษะในการควบคุมเมือกโลหะของเธอเพิ่มสูงขึ้นประสิทธิภาพในการทำงานของเธอก็เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจนทำให้ตอนนี้เธอทำงานได้มากกว่าที่เพื่อนสาวทั้งสองของเธอทำรวมกันเสียอีก
ความสามารถที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดนี้ทำให้สองสาวต้องนึกอิจฉาที่เด็กสาวมีเจ้านายที่แสนดีอย่างกัส
ทว่าเด็กสาวทั้งสองก็นึกอิจฉาเพื่อนสาวได้ไม่นานนักเพราะในตอนเย็นของวันนั้นพวกเธอก็ได้สมหวังหลังจากที่กัสแวะไปหาเด็กสาวของเขาและฝึกฝนให้เธออีกครั้ง
การฝึกฝนครั้งที่สองนั้นเด็กสาวไม่ได้ทำให้เกิดดักแด้โลหะขึ้นอีกแต่มีเพียงเมือกโลหะที่หลั่งออกมาจากรูขุมขนทั่วร่างจนห่อหุ้มร่างกายของเธอเอาไว้ราวกับชุดยางยืดสีเงินที่แนบสนิทไปกับร่างกายของเธอเท่านั้น
ผลลัพธ์ในการฝึกครั้งที่สองเองก็ไม่มากเท่ากับครั้งแรกเช่นกันแต่มันก็ทำให้เด็กสาวแข็งแกร่งขึ้นจนสัมผัสได้ ทักษะการควบคุมเมือกโลหะของเธอเองก็เพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นกัน
ซึ่งหลังจากกัสเสร็จสิ้นการฝึกฝนให้กับเด็กสาวเขาก็ออกมาจากบ้านพักของเธอและได้เห็นสายตาออดอ้อนของเด็กสาวทั้งสองที่มองตรงมายังเขาทำให้กัสอมยิ้มออกมาและเดินเข้าไปหาพวกเธอตามแผนที่เขาวางไว้ตั้งแต่เมื่อวันก่อน
ชั่วขณะนั้นสีหน้าของเด็กสาวทั้งสองก็เปลี่ยนไปมันมีความประหลาดใจเกิดขึ้นในสายตาของพวกเธอเนื่องจากพวกเธอไม่คิดว่าเขาจะเดินเข้ามาหาพวกเธอแบบนี้
ไม่เพียงเท่านั้นกัสยังอุ้มเด็กสาวคนหนึ่งขึ้นมาแล้วก้มลงไปกระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างหูของเธอจนทำให้เด็กสาวเบิกตากว้างก่อนจะชี้ตรงไปยังบ้านพักของเธอ จากนั้นกัสก็อุ้มเธอเดินเข้าไปในบ้าน
เด็กสาวที่ถูกทิ้งมองตามกัสไปด้วยความสับสนเธอมองเพื่อนสาวของเธอที่โดนเขาอุ้มจากไปอย่างไม่เข้าใจและสงสัยเป็นอย่างมากกว่ากัสนั้นกระซิบอะไรที่ข้างหูของเพื่อนสาว
ทว่าเธอก็สงสัยได้ไม่นานนักเพราะหลังจากผ่านไปเพียงชั่วครู่เสียงกรีดร้องครวญครางที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความสุขสมก็ดังออกมาช่วงเวลานั้นเด็กสาวก็คาดเดาได้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเพื่อนสาวของเธอ
เหตุการณ์ที่แม้จะไม่ได้เห็นด้วยตาของตัวเองแต่เธอก็เข้าใจได้ว่าเกิดอะไรขึ้นจึงทำให้เธอทั้งอิจฉา ผิดหวังและคาดหวังไปพร้อมๆกันจนทำให้ลมหายใจของเธอเร่งร้อนขึ้นทีละน้อยด้วยความตื่นเต้นและร้อนรุ่มไปด้วยความปรารถนา
ขณะที่รอคอยอยู่ด้วยความอดทนประตูบ้านข้างๆ ก็เปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของเด็กสาวที่เดินออกมาพร้อมกับรอยยิ้มก่อนที่เธอจะหยุดชะงักไปชั่วครู่เมื่อได้ยินเสียงร้องครวญครางที่ดังออกมาจากบ้านข้างๆ
เด็กสาวมองตามไปด้วยความประหลาดใจจนหน้าแดงขึ้นมาและเมื่อเธอได้เห็นเพื่อนสาวอีกคนที่นั่งหน้าแดงอยู่ตรงลานกว้างเธอก็เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนสาวอีกคนของเธอ
เมื่อรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเธอก็เข้าใจความรู้สึกของเพื่อนสาวได้ในทันที เธอจึงเดินเข้าไปหาเพื่อนสาวและช่วยปลอบโยนจิตใจที่ร้อนรุ่มกระวนกระวายให้สงบลง
“ไม่ต้องห่วง..นายท่านเป็นคนที่ยุติธรรม..ถ้าหากนายท่านให้ความเอ็นดูเด็กคนนั้นแล้วละก็เจ้าเองก็ได้รับด้วยแน่นอน..ดังนั้นไม่ต้องเป็นห่วงนะ”
โดยไม่รู้ตัวเด็กสาวได้แสดงตัวออกมาในฐานะของรุ่นพี่ที่ทำงานมาก่อนได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้นซึ่งไม่รู้ว่าเป็นเพราะความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้น หรือเป็นเพราะความมั่นใจที่ได้มาจากความเปลี่ยนแปลงแต่เด็กสาวในตอนนี้ได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำออกมาอย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน
ภายใต้แรงกดดันของชนชั้นที่เพิ่มสูงขึ้นเด็กสาวที่แต่เดิมเคยวางตัวเหมือนเพื่อนสนิทก็เริ่มมีความเกรงใจเพื่อนสาวของเธอขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวจนคำเรียกขานเปลี่ยนไปจากเดิมจนสัมผัสได้
“ข..ขอบคุณค่ะรุ่นพี่..แล้วแบบนี้พวกเราจะเป็นเหมือนรุ่นพี่ไหมคะ”
“เป็นแบบข้า..เจ้าหมายถึง การที่ร่างกายของข้าเติบโตขึ้นแบบนี้นะหรือ ข้าคิดว่าน่าจะใช่นะเห็นท่านซีต้าบอกว่านี่เป็นธรรมชาติของพวกเรา ดังนั้นเจ้าไม่ต้องห่วงหรอกนะ”
ได้ยินแบบนั้นเด็กสาวก็ใจชื้นขึ้นมาก ก่อนจะหน้าแดงก่ำขึ้นเมื่อได้ยินเสียงครวญครางที่ดังออกมาจากบ้านพักเด็กสาวที่ผ่านศึกรักมาก่อนแล้วก็ยังหน้าแดงขึ้นมาอีกจนต้องรีบวิ่งหนีกลับเข้าไปซ่อนในบ้านเพราะไม่อยากได้ยินเสียงครวญครางไปมากกว่านี้
ยังไงเสียเธอก็ได้รับความเอ็นดูไปแล้วครั้งหนึ่งการหวังว่าจะได้รับความเอ็นดูอีกครั้งมันไม่มีอยู่ในหัวของเธอแต่แรกหากจะมานั่งฟังจนเกิดอารมณ์อยู่ตรงนี้เธอคงจะต้องอารมณ์ค้างไปจนถึงวันพรุ่งนี้อย่างแน่นอนเด็กสาวจึงตัดสินใจหนีเข้าไปพักก่อนเพื่อที่วันพรุ่งนี้จะได้มีแรงทำงานให้นายท่านของเธอ
ส่วนเด็กสาวที่ถูกทิ้งเอาไว้ก็ทำได้เพียงมองไปยังบ้านพักของเพื่อนสาวด้วยดวงตาที่หวานฉ่ำ
ราวๆชั่วโมงเศษหลังจากนั้นประตูบ้านก็เปิดออกมาอย่างช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของกัสที่เดินออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม
“รอข้านานไหมสาวน้อย..มาเถอะไปที่บ้านของเจ้ากัน..”
พูดแล้วกัสก็หมุนตัวเดินไปยังบ้านหลังสุดท้ายที่ไม่จำเป็นต้องบอกก็รู้ว่าเป็นบ้านของเด็กสาวที่รอเขาอยู่
เมื่อเห็นแบบนั้นเด็กสาวก็ไล่ตามเข้าไปด้วยหัวใจที่ร้อนรุ่มทันทีก่อนจะถูกกัสโอบกอดและมอบความสุขสมที่ทั้งเจ็บปวดและเสียวซ่านไปพร้อมกัน
สำหรับเด็กสาวเธอไม่ได้หวาดกลัวที่จะต้องสูญเสียความบริสุทธิ์ของเธอไปแม้แต่น้อยตัวเธอนั้นถูกซื้อตัวมาแล้วและต้องรับใช้นายหญิงของเธอตลอดไป เมื่อนายหญิงของเธอแต่งงานกับนายท่านคนนี้เธอเองก็สมควรที่จะเป็นของนายท่านเช่นกัน
ดังนั้นเด็กสาวจึงไม่นึกเสียดายและหวาดกลัวใดๆเพราะเธอรู้ดีว่าบุรุษของตระกูลอันดูวเดธนั้นไม่เคยทอดทิ้งสตรีของตน
ไม่ว่าสตรีผู้นั้นจะเป็นข้ารับใช้ที่ต่ำต้อยหรือทาสที่ไร้ค่าพวกเขาก็ไม่เคยทอดทิ้งสตรีของตัวเองมาก่อนหากแต่จะดูแลพวกเธอไปตลอดชีวิตของพวกเขา
มันอาจจะไม่ได้รับความสุขหรือฐานะที่สูงเท่ากับเหล่าภรรยาแต่ก็ยืนยันได้ว่าชีวิตของพวกเธอจะมีความสุขอย่างแน่นอนที่สุด
เมื่อผ่านศึกรักที่ร้อนแรงไปกัสก็บอกให้เด็กสาวทำการฝึกฝนแบบเดียวกับที่เขาทำกับเด็กสาวคนก่อนและภาพที่คล้ายๆกันก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
มันไม่ใช่ดักแด้โลหะแต่เป็นเพียงเมือกโลหะที่ห่อหุ้มร่างกายเอาไว้ราวกับชุดยางยืดที่แนบสนิทไปกับร่างกายของเด็กสาว
ความแตกต่างนี้ทำให้กัสประหลาดใจเล็กน้อยเพราะเด็กสาวทั้งสองไม่ได้เปลี่ยนไปมากเหมือนกับเด็กสาวของเขาที่มีดักแด้โลหะปรากฏขึ้นและเติบโตขึ้นอย่างมาก
สำหรับเรื่องนี้กัสทำได้เพียงเก็บงำความสงสัยแล้วเอาไปถามซีต้าก่อนจะเข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเกิดจากความต่างของความแข็งแกร่งที่เด็กสาวทั้งสามมี
เด็กสาวเผ่าหนอนโลหะของกัสนั้นเธอได้รับความรักความเอ็นดูจากกัสมาก่อนแล้วช่วงเวลาหนึ่งได้รับอาหารบำรุงที่มีประโยชน์อย่างปลาเปลือกแร่มานานพอสมควรไหนจะสารเคมีสกัดของกัสที่กลั่นมาเป็นเม็ดยาที่มีประโยชน์ต่อการฝึกฝนของเธอมาก
มันอาจจะไม่ได้เร่งประสิทธิภาพของวิชาได้เท่ากับปราณลึกลับของเขาทว่ามันก็ช่วยได้มากกว่าการฝึกฝนตามธรรมชาติอยู่หลายเท่าตัว
ผลลัพธ์ที่ได้จึงต่างกันและครั้งที่สองของเด็กสาวเองก็ไม่ได้มีดักแด้โลหะด้วยเช่นกันหากแต่มีสภาพไม่ต่างจากสองสาวเท่าไหร่นัก
เมื่อเอาข้อมูลในส่วนนี้มาวิเคราะห์ก็จะเข้าใจได้ไม่ยากว่าทั้งหมดนี้เกิดจากการบรรลุผ่านขอบเขตใหม่ของเด็กสาวของกัส
คำอธิบายนี้นับว่าสมเหตุสมผลที่สุดแล้วเมื่อดูจากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นทว่ากัสก็ยังอยากได้ความมั่นใจมากกว่านี้เขาจึงเลื่อนกำหนดการที่จะช่วยฝึกฝนอิจิโกะกับน้องออกไปก่อนและเริ่มทดลองต่อกับแมงมุมสาวทั้งสามแทน
และก็แน่นอนว่ากัสไม่ลืมที่จะอธิบายให้อิจิโกะกับน้องฟังก่อนว่าทำไมเขาถึงไม่เลือกพวกเธอก่อนหากแต่เลือกข้ารับใช้คนอื่นก่อน
ทั้งนี้ก็เพื่อให้มั่นใจว่าวิชาของเขาสามารถสนับสนุนพวกเธอได้โดยไม่มีปัญหา
มันอาจจะมองดูไม่เป็นธรรมกับแมงมุมสาวอยู่บ้างที่กัสใช้พวกเธอเป็นหนูทดลองแต่มันก็ช่วยไม่ได้เพราะในสายตาของเขา อิจิโกะกับน้องสำคัญกับเขามากกว่าพวกเธอ
นอกจากนั้นแล้วใจจริงกัสก็ไม่ได้คิดที่จะใช้พวกเธอเป็นหนูทดลองตั้งแต่แรกอยู่แล้วเพราะเขาไม่ได้คิดว่ามันจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นไม่เช่นนั้นเขาคงไม่ทำแบบนั้นกับเด็กสาวเผ่าหนอนโดยไม่ปรึกษาซีต้าก่อนแบบนั้น
กัสเริ่มการฝึกฝนให้แมงมุมสาวทั้งสามในคืนเดียวกันและก่อนที่จะเริ่มเขาก็ไม่ลืมที่จะบอกพวกเธอก่อนว่าเขาจะทำอะไรจากนั้นก็เติมพลังให้กับสามสาวจนเต็มเปี่ยมทีละคนตามมาด้วยการกระตุ้นให้พวกเธอฝึกฝนวิชาของตัวเอง
ผลลัพธ์ของแมงมุมสาวทั้งสามนั้นน้องเล็กสุดมีผลลัพธ์ที่โดดเด่นมากที่สุดหลังจากเขาเริ่มต้นกับเธอก่อนเป็นคนแรกตามลำดับของการปกครองของเผ่าแมลง
แมงมุมสาวคนเล็กก็สร้างดักแด้ขึ้นมาห่อหุ้มตัวเขากับเธอไว้ในใยแมงมุมนานหลายสิบนาทีซึ่งในช่วงเวลาที่พวกเขาสองคนอยู่ภายในใยแมงมุม แมงมุมสาวก็ยังมีสติหากแต่ดูร้อนรักมากกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด
เธอหิวกระหายในพลังงานที่ได้จากเขาและขยับเอวของเธออย่างเร่งร้อนเพื่อรีดเอาน้ำกามร้อนๆของเขารวมกับพลังงานที่มีประโยชน์สำหรับเธอ
ยิ่งวิชาถูกกระตุ้นดวงตาสีแดงของเธอก็ยิ่งสดใส ยิ่งเริงรักอย่างร้อนแรงมากเท่าไหร่กัสก็ยิ่งมองเห็นความเปลี่ยนแปลงของเธอได้มากเท่านั้น
เริ่มต้นเส้นผมสีขาวเหลือบเงินที่โดดเด่นของเธอซึ่งยืดยาวออกไปจนเลยแผ่นหลังไปจนถึงสะโพกและยาวออกไปจนม้วนเป็นขดทั้งยังเคลื่อนไหวไปมาราวกับมีชีวิต
เรือนร่างของพวกเธอก็เติบโตขึ้นจนมองเห็นได้อย่างชัดเจนผิวหนังทั่วทั้งร่างของเธอเริ่มปริแตกและมีเลือดไหลซึมออกมาเป็นสาย เลือดที่ผสมกับเหงื่อไคลของแมงมุมสาวไหลออกมาราวกับน้ำตกจนทำให้ดักแด้สีขาวแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงทีละน้อย
ทว่าแมงมุมสาวก็ยังไม่หยุดเอวที่เร่งร้อนของเธอราวกับว่าเธอนั้นกำลังมีความสุขและไม่รู้สึกเจ็บปวดใดๆ จากการที่ผิวหนังปริแตกเลย
ไม่นานนักผิวหนังที่ปริแตกก็หลุดลอกออกจนเผยให้เห็นผิวหนังใหม่ที่ดูเนียนเรียบกว่าเดิมทั้งยังมองเห็นสีเงินแทรกอยู่ในผิวสีขาวซีดของเธออีกด้วย
ความร้อนแรงของแมงมุมสาวลดลงอย่าช้าๆจนกระทั่งหมดไปในตอนที่ผิวหนังชิ้นสุดท้ายของเธอหลุดลอกออกไป
เมื่อกระบวนการทั้งหมดจบลงแมงมุมสาวก็ได้สติ เธอเงยหน้าขึ้นมามองดูกัสด้วยดวงตาที่อ่อนหวานและมีความรักที่ลึกซึ้งฉายชัดอยู่ในดวงตาของเธอ
“ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงเจ้าค่ะนายท่าน..ท่านเมตตาข้าเหลือเกิน”
“ไม่ต้องคิดมาก..เจ้าคือคนของข้า ข้าไม่ช่วยพวกเจ้าแล้วข้าจะช่วยใครละ”
พูดแล้วกัสก็ลูบหัวของแมงมุมสาวเบาๆ จนเธอหน้าแดงระเรื่อด้วยความขัดเขินก่อนจะกรีดนิ้วไปรอบๆเพื่อตัดใยแมงมุมของเธอออกจนเผยให้เห็นพี่สาวทั้งสองที่มองดูอยู่ด้วยสายตาที่เร่าร้อนไม่ต่างกัน
ต่อจากนั้นกัสก็ทำกับแมงมุมสาวคนรองที่ดูจะมีลำดับชั้นสูงกว่าคนพี่ของพวกเธอและภาพเหตุการณ์ที่คล้ายๆกันก็เกิดขึ้นทว่ามันมีจุดที่แตกต่างกันอยู่เล็กน้อย นั่นคือดวงตาของแมงมุมสาวที่แดงสดราวกับเลือดและมีสีสันที่เจิดจ้าราวหิ่งห้อยยามราตรี
เมื่ออยู่ในดักแด้ที่สร้างจากใยแมงมุมนั้นร่างกายของเขากับแมงมุมสาวก็ถูกย้อมไปด้วยสีแดงที่เจิดจ้านี้ และทำให้ตัวเขากับแมงมุมสาวเริงรักกันอย่างร้อนแรงยิ่งกว่าตอนที่ทำกับแมงมุมสาวคนเล็กเสียอีก
กัสปล่อยตัวปล่อยใจอย่างเต็มที่เพราะเขาไม่มีความจำเป็นที่ต้องระมัดระวังตัวแต่อย่างใดเขาปลดปล่อยทุกอย่าง เสพสุขกับเรือนร่างของแมงมุมสาวไปพร้อมๆกับการถ่ายทอดปราณลึกลับของเขาเข้าไปในตัวของเธอตลอดเวลา
ยิ่งการเริงรักร้อนแรงเท่าไหร่ดวงตาของแมงมุมสาวก็เจิดจ้ามากขึ้นเท่านั้นจนกระทั่งผิวหนังของเธอปริแตกและหลุดลอกออกจนเผยให้เห็นผิวที่ขาวซีดของเธอทุกอย่างก็สงบลงอย่างช้าๆ ในสภาพที่ไม่ได้ต่างอะไรจากแมงมุมสาวคนเล็กเลย
หลังจากผ่านศึกรักติดต่อกันถึงสองครั้งกัสก็อ่อนเพลียอยู่บ้าง แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นเขาก็ไม่คิดที่จะเลื่อนการฝึกฝนแมงมุมสาวคนโตแต่อย่างใดเขาปล่อยให้เธอคลานเข้ามาหาเขาและให้เธอนั้นปรนนิบัติเขาด้วยตัวเธอเอง
สีหน้าของแมงมุมสาวคนพี่ดูจะผิดหวังเล็กน้อยแต่เธอก็ไม่คิดที่จะปฏิเสธโอกาสที่หาได้ยากเช่นนี้เหมือนกัน ไม่นานนักการเริงรักที่นุ่มนวลและอ่อนโยนก็ค่อยๆเริ่มขึ้น
มันไม่ร้อนแรงและหนักหน่วงเหมือนแมงมุมสาวทั้งสองก่อนหน้าแต่ก็ให้ความรู้สึกที่หลอมละลายหัวใจได้ดีเป็นที่สุดจนทำให้แมงมุมสาวคนพี่เคลิบเคลิ้มกับความสุขอยู่ในอ้อมกอดของกัสจนเสร็จสมไปหลายต่อหลายครั้ง
เมื่อขั้นตอนของการเติมพลังผ่านไปช่วงเวลาของการฝึกก็เริ่มต้น ทว่าผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่เป็นไปตามที่เธอคาดหวังไม่มีการสร้างดักแด้จากใยแมงมุมแต่อย่างใดและไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองแบบไหนที่ผิดปกติ
มีเพียงความเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆ ที่ไม่ชัดเจนแต่ก็เกิดขึ้นอย่างช้าๆ จนทำให้น้องสาวทั้งสองลอบผิดหวังและเห็นใจพี่สาวของพวกเธอที่ไม่อาจบรรลุขอบเขตใหม่เหมือนกับพวกเธอได้
ทว่ากัสก็ไม่ได้ผิดหวังหรือไม่พอใจอะไรเขารู้ดีว่าเรื่องแบบนี้มันบังคับกันไม่ได้ แมงมุมสาวคนพี่มีพรสวรรค์ที่ด้อยกว่าน้องสาวมันก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้
กลับกันแทนที่กัสจะไม่พอใจเขากลับให้ความเอ็นดูแมงมุมสาวคนพี่มากกว่าน้องสาวของพวกเธอด้วยซ้ำ ซึ่งมันก็พอจะบรรเทาความผิดหวังของแมงมุมสาวได้บ้างเล็กน้อย
กัสใช้เวลาอยู่นานสองนานกว่าจะปลอบโยนแมงมุมสาวคนพี่ให้หายผิดหวังได้จากนั้นก็ให้คำสัญญากับพวกเธอว่าเขาจะมาช่วยฝึกฝนให้พวกเธอใหม่ในภายหลังก่อนจะจากไปพร้อมกับรอยยิ้ม
หลังจากเริงรักกับเด็กสาวเผ่าหนอนโลหะทั้งสามไปคนละชุดใหญ่แมงมุมสาวทั้งสามอีกชุดใหญ่ กัสก็เริ่มจะหมดแรงแล้ว
การเริงรักนั้นไม่ทำให้เขาเหนื่อยได้ก็จริงแต่การฝึกฝนด้วยวิธีนี้ทำให้เขาสูญเสียพละกำลังไปมากอย่างไม่น่าเชื่อเลย
ทุกกระบวนการฝึกฝนนั้นได้เผาผลาญพลังงานของกัสไปมาก6 ครั้งในหนึ่งคืนจึงกลายเป็นงานหนักสำหรับกัสจนแทบจะทำให้เขาหมดแรงแล้ว
ทว่ากัสก็ยังไม่อยากหยุดเขายังรู้สึกว่าเขายังทำไหวและสามารถส่งเสริมคนของเขาให้แข็งแกร่งขึ้นมาได้อีกอย่างน้อยก็หนึ่งคน
ขณะที่คิดแบบนั้นกัสก็มองไปยังบ้านพักของมิโดริบ้านพักที่ตั้งอยู่โดดๆ ห่างจากบ้านหลังอื่น
กัสยิ้มออกมาเล็กน้อยและตัดสินใจเลือกมิโดริเป็นคนสุดท้ายสำหรับคืนนี้เพราะเธอนั้นอยู่เพียงลำพังทำให้กัสไม่ต้องกลัวว่าจะทำให้ใครน้อยใจหากหยุดพักหลังจากนี้
จะไปหาผีเสื้อสาวกัสก็กลัวว่าจะทำให้ผีเสื้อสาวอีกคนน้อยใจจะกลับไปหาอิจิโกะกับน้องก็คงไม่ได้ช่วยฝึกมากสุดก็คงได้เริงรักกันอย่างร้อนแรงเหมือนปกติเพียงอย่างเดียวซึ่งได้เพียงความสุขแต่ไม่มีประโยชน์อะไรมากนัก
สุดท้ายจึงเหลือเพียงมิโดริที่อยู่เพียงคนเดียวซึ่งทำให้กัสไม่ต้องกลัวว่าใครจะน้อยใจ
อีกอย่างแผนการปลูกผลไม้วิเศษก็กำลังจะเริ่มขึ้นแล้วตอนนี้มาช่วยเด็กสาวฝึกฝนสักครั้งก่อนก็ไม่นับว่าเป็นทางเลือกที่เลวร้ายอะไร
กัสเดินเข้าไปด้วยความรู้สึกที่อ่อนแรงอยู่บ้างก่อนจะเคาะประตูบ้านของมิโดริเบาๆและมันก็ถูกเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของมิโดริที่มีท่าทีประหลาดใจ
“ท่านกัส..มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ข้ามาหาเจ้านะมิโดริ..ขอเข้าไปหน่อยได้ไหม”
มิโดริยิ้มน้อยๆ ด้วยความประหลาดใจเพราะตอนนี้มันค่อนข้างที่จะดึกไปหน่อยจนทำให้เธอแปลกใจที่กัสมาหาเธอในตอนนี้เพราะตามปกติแล้วเขาจะไม่มาหาเธอในตอนที่มืดขนาดนี้
แม้จะแปลกใจทว่ามิโดริก็ไม่คิดที่จะปฏิเสธความต้องการของเจ้านายอยู่แล้วเธอเชิญกัสเข้ามาในบ้านและเสิร์ฟน้ำชาอุ่นๆ ให้กัสแก้วหนึ่งพร้อมกับของหวานนิดหน่อยเพราะเธอสังเกตเห็นท่าทีที่อ่อนแรงของเขาได้
เมื่อได้รับน้ำชาที่หอมหวานกัสก็รู้สึกดีขึ้นมากขนมหวานเองก็ให้พลังงานค่อนข้างมาก แต่มันก็ยังไม่พอสำหรับเขาอยู่ดี
ยังดีที่กัสคิดได้เลยเอาเสบียงออกมากินไปชุดใหญ่จนพอจะมีแรงขึ้นมาบ้างก่อนจะบอกมิโดริถึงเรื่องของการฝึกฝน
กัสค่อยๆอธิบายออกมาอย่างช้าๆ ขณะที่ทานเสบียงเพื่อเติมพลังไปจนกระทั่งเสบียงหมดลงกัสก็อธิบายจบพอดี
“เจ้าคิดว่าไงมิโดริ..เจ้าพร้อมที่จะเริ่มไหม”
หลังจากได้ฟังคำอธิบายของกัส สีหน้าของมิโดริก็ดูแปลกๆเธอมีท่าทีเหมือนไม่มั่นใจเท่าไหร่นักเพราะจากคำอธิบายของกัส วิธีการฝึกที่เขาว่ามันดูเหมือนจะไม่เหมาะสมกับเธอเท่าไหร่
“มันจะได้ผลหรือคะท่านกัส..คือว่าข้า..ข้าเป็นเผ่าภูตพฤกษานะคะร่างกายของข้ามันต่างจากพวกท่านอยู่บ้าง วิชาที่ฝึกเองก็เหมือนกันข้าเกรงว่ามันอาจจะไม่ได้ผลก็ได้นะคะ”
ได้ยินแบบนั้นกัสก็นึกขึ้นมาได้เช่นกันว่ามิโดรินั้นไม่เหมือนกับเขาทั้งยังเป็นเผ่าภูตพฤกษาที่มีความลึกลับที่สุดในเผ่าพันธุ์ทั้งหมดที่ตระกูลอันดูวเดธของเขาเป็นผู้ให้กำเนิด
พอรู้แบบนี้กัสก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีเช่นกันจะให้ทดลองก่อนเขาก็ไม่กล้าเพราะเมื่อวานเขาพึ่งจะโดนซีต้าดุมาเขาไม่มีทางทำพลาดแบบเดิมแน่
“นั่นสินะ..นี่ก็มืดแล้วด้วยจะไปถามซีต้าเอาตอนนี้ก็คงไม่เหมาะ..งั้นก็ช่างมันเถอะ”
พูดแล้วกัสก็ถอนหายใจแล้วเอนตัวนอนบนเตียงนอนที่มีกลิ่นหอมๆ ของมิโดริจากนั้นก็ยิ้มกริ่มดึงตัวมิโดริมานอนกอดเสียเลย
เด็กสาวเองก็ไม่คิดที่จะต่อต้านอยู่แล้วในเมื่อทำมากกว่านี้ก็ทำมาแล้วมันยังมีอะไรที่ทำให้เธอลำบากใจอีก
กัสนอนกอดมิโดริอยู่แบบนั้นนานหลายนาทีเขาก็ลืมตาขึ้นมาเพราะรู้สึกว่ามันขาดอะไรไปสักอย่างเขาเลยถอดเสื้อผ้าออกเพื่อความสบายตัว
พอมิโดริเห็นแบบนั้นก็หน้าแดงขึ้นมาเพราะเธอคิดว่ากัสเกิดความต้องการขึ้นมาเพราะนอนกอดเธอเด็กสาวก็เลยถอดเสื้อผ้าของตัวเองบ้างเพื่อไม่ให้เขาต้องเสียเวลารอ
แต่เมื่อกัสเห็นแบบนั้นเขาก็เข้าใจไปอีกแบบและคิดว่ามิโดริอาจจะมีอารมณ์ขึ้นมาแล้วเขาเลยตัดสินใจสนองเด็กสาวให้เต็มที่
ค่ำคืนที่น่าจะเงียบสงบจึงเกิดเสียงครวญครางขึ้นมาบรรยากาศที่สงบเงียบก็กลายเป็นเร่งร้อน ศึกรักที่เรียบง่ายก็ดำเนินต่อไปนานกว่าชั่วโมงกัสถึงจะพอใจและนอนกอดมิโดริหลับไปทั้งแบบนั้น
เด็กสาวเองก็อิ่มเอมกับรสชาติของกามอารมณ์ก็หลับไปในอ้อมกอดของเจ้านายที่รักอย่างมีความสุข