จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    ตอนที่ 61 ประลอง

    ตอนที่ 61

    ประลอง

    ใบหน้าของหมิงเหอหลิงเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกเขาไม่คิดเลยว่าเด็กหนุ่มผู้นี้จะเอ่ยประโยคเช่นนั้นออกมา 

    เขาเป็นถึงไท่จื่อแห่งแคว้นหมิงด้วยเหตุใดเขาถึงต้องคำนับเด็กหนุ่มที่มีอายุน้อยกว่าตนเองเป็นอาจารย์ด้วย ทั่วทั้งแผ่นดินหมิงแห่งนี้มีแต่ผู้อาวุโสหลายสำนักอยากได้เขาเป็นศิษย์แต่เขาก็ปฏิเสธไปทั้งสิ้น แล้วด้วยเหตุอันใดถึงต้องให้เด็กหนุ่มผู้นี้มาเป็นอาจารย์ของตน 

    แม้ว่าจะได้เห็นกับตาแล้วว่าเด็กหนุ่มผู้นี้มีความสามารถที่เหนือชั้น แต่ผู้อาวุโสของสำนักใหญ่ๆที่อยากได้เขาเป็นศิษย์ก็ต่างมีพลังวิญญาณสูงกว่าเด็กหนุ่มผู้นี้ทั้งสิ้น

    หลิงเฉินที่เปิดปากชักชวนไปบัดนี้เขากำลังนั่งจ้องใบหน้าของเหอหลิงอย่างตาไม่กระพริบ 

    เรื่องการที่จะเอาหมิงเหอหลิงมาเป็นศิษย์ของตนเองหลิงเฉินตรองดูดีแล้ว เขาจะได้ผลประโยชน์หลายอย่างจากเรื่องนี้ 

    อย่างแรกเขาจะมีลูกศิษย์เป็นถึงไท่จื่อแห่งแคว้นหมิงเช่นนั้นถึงแม้จะเป็นเจ้าเมืองโม่ก็ต้องเกรงใจเขาอยู่หลายส่วน อย่างที่สองภายในร่างกายของหมิงเหอหลิงผู้นี้มีแก่นพลังวิญญาณระดับสวรรค์ ที่มีชื่อว่า มังกรสวรรค์ ในอนาคตหมิงเหอหลิงต้องกลายเป็นกำลังสำคัญให้กับเขาได้ และอีกอย่างก็คือเขาจะได้ศึกษาเกี่ยวกับแก่นพลังวิญญาณระดับสวรรค์ที่เขาไม่เคยพบเจอ เหอหนิงผู้นี้เป็นอัจฉริยะในรอบหนึ่งพันปี

    “ ว่าอย่างไร ” หลิงเฉินถามหาคำตอบซ้ำอีกครั้ง

    หมิงเหอหลิงขมวดคิ้วพร้อมกับแสดงใบหน้าที่ไม่พอใจนัก 

    “ ข้าเป็นถึงไท่จื่อแห่งแคว้นหมิงเหตุใดต้องคำนับคนที่อายุน้อยกว่าเช่นเจ้าเป็นอาจารย์ด้วย ไม่ใช่ว่าแค่ถอนพิษให้ข้าแล้วข้าจะยอมอยู่ต่ำกว่าเจ้าหรอกนะ  ” 

    เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลิงเฉินก็ไม่ประหลาดใจเลยสักนิด พวกเชื้อพระวงศ์จะมีความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของตนเองอยู่บ้างไม่มากก็น้อย 

    “ อย่าเข้าใจผิด ข้าแค่รู้สึกถูกชะตากับเจ้าเลยอยากได้เจ้าเป็นลูกศิษย์ ” หลิงเฉินกล่าว ในชีวิตก่อนเขาเองก็ไม่เคยรับศิษย์เลยสักคน มีคนมากมายหลายร้อยหลายพันคนอยากจะมาเป็นศิษย์ของเขาแต่เขาก็ตอบปฏิเสธไปหมดเพราะว่าพวกมันล้วนไร้ความสามารถ 

    ถ้าเขาอยากจะมีศิษย์สักคนหมิงเหอหลิงผู้นี้ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดี เขามีทั้งแก่นพลังวิญญาณชั้นสูง แถมยังเป็นคนที่เฉลียวฉลาดมีความเป็นผู้นำ

    “ แต่ข้าไม่เห็นว่าข้าจะต้องยอมรับเจ้าเลย ” หมิงเหอหลิงกล่าวอย่างเย็นชา 

    “ งั้นมาลองดูมั้ยล่ะ ”

    “ เจ้าหมายความว่าเยี่ยงไร ”

    “ ข้าจะยืนเฉยๆโดยไม่ขยับแม้เพียงก้าวเดียวในการประมือกับเจ้า แล้วข้าจะใช้เพียงนิ้วเดียวเท่านั้น ” หลิงเฉินพูดพร้อมกับยกนิ้วชี้ของตนเองขึ้นมา 

    หมิงเหอหลิงแสนจะประหลาดใจเด็กหนุ่มผู้นี้กำลังพูดว่าตนจะใช้เพียงนิ้วเดียวในการโค่นเขาอย่างนั้นรึ บ้าไปแล้ว!!!

    “ ว่าเยี่ยงไรเจ้าจะรับคำท้าหรือไม่ ถ้าเจ้าสามารถทำให้ข้าขยับหรือสร้างบาดแผลให้ข้าได้ถือว่าเจ้าชนะ แต่ถ้าทำไม่ได้ถือว่าเจ้าแพ้ ถ้าเจ้าพ่ายแพ้เจ้าต้องคำนับข้าเป็นอาจารย์ ” หลิงเฉินเอ่ยด้วยรอยยิ้มแห่งความมั่นใจของตนเอง 

    “ แล้วถ้าข้าชนะละ ข้าจะได้อันใด ” หมิงเหอหลิงถามกลับ 

    “ ชีวิตของข้าเป็นเยี่ยงไร ”

    หมิงเหอหลิงแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกออกมาอีกครั้ง ภายในหัวของเขากำลังคิดว่าเด็กหนุ่มผู้นี้เลอะเลือนไปแล้วจริงๆ เขาจะมาเอาชนะผู้ฝึกตนระดับ หยั่งรู้ ได้โดยใช้เพียงนิ้วเดียวแล้วแถมยังบอกว่าจะไม่ขยับอีก ผู้ที่ทำเช่นนั้นได้ไม่ใช่ว่ามีเพียงแค่แปดราชันย์ห้าขุนเขาอย่างนั้นรึ

    “ ว่าอย่างไร ”

    หมิงเหอหลิงกัดฟันแน่นแล้วกล่าวออกมา “ ได้!!! ”

    ถ้าเด็กหนุ่มผู้นี้สามารถทำได้เยี่ยงที่เขาเปล่งวาจาออกมาจริงๆ เขาก็ถือว่ามีความสามารถที่จะมาเป็นอาจารย์ของตน

    ข้างๆริมลำธานที่แสงแดดยามบ่ายแก่ๆกำลังส่องลงมาจากม่านเมฆ สายลมอ่อนๆพัดโชยปลิวไสวให้ความเย็นกำลังดี ร่างของเด็กหนุ่มวัย 16 และ 19 ปี กำลังยืนเผชิญหน้ากันอยู่ข้างลำธารขนาดใหญ่ พวกเขายืนอยู่ห่างกันประมาณสิบก้าว

    “ เจ้าจะไม่พักให้ร่างกายฟื้นตัวก่อนอย่างนั้นรึ ” หลิงเฉินถามด้วยรอยยิ้ม 

    “ ไม่จำเป็นข้ามั่นใจว่าร่างกายของข้าในตอนนี้ก็สามารถทำให้เจ้าขยับได้แล้ว ”

    หมิงเหอหลิงได้ชักกระบี่สีทองที่เหน็บอยู่ที่เอวของตนเองออกมา ดวงตาอันเฉียบคมของเขาเปลี่ยนกลายเป็นดวงตาที่แสนจะจริงจัง

    หลิงเฉินยกนิ้วชี้ของตนเองขึ้นมา เขาบอกกับอีกฝ่ายเอาไว้ว่าเขาจะใช้เพียงแค่นิ้วเดียวเท่านั้น 

    หลิงเฉินเป็นฝ่ายเริ่มก่อนเขาได้เริ่มวาดอักขระตรงหน้าอย่างรวดเร็ว เพียงแค่พริบตาเดียวเท่านั้นตรงหน้าของหลิงเฉินก็มีอักขระสามชนิดปรากฏอยู่ พวกมันเป็นอักขระระดับสีฟ้าทั้งสิ้น

    หมิงเหอหลิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าได้ย่อกายลงเล็กน้อยแล้วออกแรงพุ่งตรงเข้าไปหาหลิงเฉินด้วยความรวดเร็ว 

    อักขระตรงหน้าของหลิงเฉินอันนึงมันได้เปลี่ยนไปกลายเป็นเปลวเพลิงพุ่งตรงใส่หมิงเหอหลิงที่กำลังพุ่งเข้ามา 

    เหอหลิงพลิกกายหลบการโจมตีขณะที่กำลังเคลื่อนที่โดยเขาสามารถพุ่งตรงเข้าหาร่างของหลิงเฉินต่อได้เลยด้วยความเร็วเท่าเดิมแม้ว่าจะถูกขัดจังหวะ 

    หลิงเฉินก็ยกยิ้มเมื่อเขาเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ที่มีสัญชาตญาณในการต่อสู้สูงมาก เมื่อหมิงเหอหลิงเข้ามาประชิดร่างของหลิงเฉินเขาจะใช้กระบี่ผ่าสวรรค์ในมือของตนเองฟาดเข้าไปที่ร่างของคู่ต่อสู้ 

    กระนั้นร่างของเขาก็โดนบางอย่างอัดกระแทกเข้าไปที่กลางท้องอย่างรุนแรงราวกับโดนฝ่ามือพุ่งซัดใส่ 

    “ อ๊าก!!! ” ร่างของหมิงเหอหลิงได้ถูกอักขระที่แปลงเปลี่ยนกลายเป็นสายลมอัดกระแทกเข้าไปที่ท้องทำให้เขากระเด็นออกไปหลายสิบก้าว 

    “ เอ้าๆลุกขึ้นมาสิเจ้ายังทำให้ข้าขยับไม่ได้เลยนะ ” หลิงเฉินกล่าวพลางยกยิ้ม

    จบบท

    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิอักขระสยบฟ้า ที่คุณอ่าน