(พลังจิติญญาจะเปลี่ยนพลังจิตเป็กำลังภายในหรือวรยุทธแทนนะคะเพื่อความเข้าใจและมีอรรถรสร่วมมากขึ้น)
จื่อหลานเธอใช้พลังภายในกลั่นไปที่เท้าเพื่อให้วิ่งตามรถนั้นให้ทันเปรียบดั่งเงาร้ายที่ผ่านวูบวาบไปมาบนท้องถนน
"คุณท่านรู้จักกับผู้หญิงคนนั้นด้วยเหรอครับ"
"ทำไมนายรู้จักเหรอ"
"เปล่าหรอกครับ ผมเห็นคุณท่านแลกเปลี่ยนของบางอย่างกับเธอมันคืออะไรเหรอครับ"
ฟางซินเต๋อเขาไม่คิดอะไรมากเพราะเลขาคนนี้เขาให้มาเป็คนขับรถส่วนตัวมีเงินเดือนมอบให้สูงกว่าการเป็เลขา เขาเลยสนิทใจและเชื่อใจเพราะตอนเขาก่อตั้งบริษัทใหม่ๆ ซงหลูคนนี้อยู่มองความสำเร็จและช่วยเหลือเขามาตลอด15ปี
"อ๋อ เป็เหรียญราชวงศ์ฉิงน่ะ"
"เหรียญที่ครั้งนึงผมเคยเห็นนั่นเหรอครับ"
"เปล่าหรอกอันนั้นแค่ห้าร้อยปีแต่อันนี้พันกว่าปี ฉันจะไปถามขายให้ตาเฒ่าม่อคงจะได้กำไรมากกว่าห้าแสน"
"มีราคาถึงขนาดนั้นเลยเหรอครับ"
"ใช่ตามจริงมันแทบประเมินค่าไม่ได้อย่างต่ำก็ได้ไม่ต่ำกว่าแปดแสน"
"แบบนี้เองเหรอครับ"
"อืม..ทำไมมาทางนี้ละ" ฟางซินเต๋อเงยหน้ามองสถานที่แปลกตาด้วยความงุนงง ทำให้เขากระชับกระเป๋าเซฟแน่น
"ไม่ต้องกลัวหรอกครับผมแค่พามาทางลัดทางเดิมรถมันเยอะเดี๋ยวคุณท่านจะเบื่อก่อน"
"งั้นเหรอแล้วนี่นายจอดทำไม" ฟางซินเต๋อถามขึ้น
"รถคงเสียครับคุณท่านคงไม่ว่าอะไรใช่ไหมถ้าผมจะขอ...กึก" ปืนจ่อหน้าผากของฟางซินเต๋อที่ตอนนี้ใ แววตาเ็ปถามขึ้นอย่างใจเย็น
"นายทำแบบนี้ทำไม"
"หึหึ! เปล่านี่ครับแค่คิดว่าคุณอยู่นานเกินไป"
"หมายความว่ายังไงฉันให้เงินเดือนไม่พอเหรอ"
"พอครับแต่ผมคิดว่าการล้างแค้นสำคัญกว่า"
"ล้างแค้น?"
"หึหึ จำเมื่อสิบสามปีก่อนได้ไหมอุบัติเหตุครั้งนั้น"
ฟางซินเต๋อคิดย้อนไปเมื่อสิบปีก่อนจำได้ดีอุบัติเหตุที่เขายังรู้สึกผิดเพราะตอนนั้นเขาขับรถชนแม่ลูกจนเสียชีวิต แต่เขาก็มอบเงินเยียวยาให้ผู้หญิงคนนั้น นอกนั้นอุบัติเหตุไม่เคยเกิดขึ้นอีกเลยเพราะเขาไม่คิดขับรถอีกจนกระทั่งคนขับรถลาออกไปใช้ชีวิตอยู่ชนบทกับลูกชายเขาเลยเสนอเลขาคนนี้ทีี่อยู่ด้วยกันนานที่สุดมาขับรถให้โดยมอบเงินเดือนจากหลักพันเป็หลักหมื่นหยวนให้แก่เขา
"จำได้แล้วซินะ ฮ่าฮ่าฉันไม่คิดเลยว่าคนรวยฆ่าลูกเมียของฉันจะเป็คนที่ฉันเคารพรักแบบแก" สรรพนามที่เปลี่ยนไปซงหลูกดปืนไปด้วยความแค้นมากกว่าเดิม
"ลูกเมียนายเหรอ"
"ใช่เมียคนแรกของฉัน ลูกคนเดียวของฉันกว่าฉันจะสืบเจอใช้เวลานานเท่าไหร่แกไม่มาดูดำดูดี ซ่อนหัวอย่างดีฉันต้องทนทุกข์ ต้องพยายามฝืนมารับใช้แกไอ้ฆาตกรวันนี้ฉันจะฆ่าแกซะตายๆ ไปพร้อมกันให้หายแค้น!"
"ฉันไม่ดูดำดูดีอะไรฉันให้เงินไปแสนหยวน ฉันหลบซ่อนอะไรฉันไปช่วยงานตลอดจนฝัง"
"ไม่จริงแม่ยายฉันบอกว่าฆาตกรอย่างแกชนแล้วหนี" ซงหลูเ็ปพูดแบบไร้เหตุผล
"ใจเย็นๆ อาหลูนายอยู่กับฉันมากี่ปีจนตอนนี้เราหกสิบแล้วนายยังไม่รู้อีกเหรอว่าฉันเป็คนยังไง"
"เงียบ! ฉันไม่ฟังฆาตกรอย่างแกทั้งนั้นตายซะเถอะ!!!!" "กึก" "ปัง!" เสียงปืนดังแต่ฟางซินเต๋อไร้อาการาเ็
"ฮึก อย่าทำเขา" จื่อหลานมาทันเวลาทำให้รักษาชีวิตชายชราผู้นี้ที่ดูแล้วจะปลงกับชีวิตเหลืือเกิน เธอแย่งปืนจากคนขับรถแล้วสับคอเขาจนสลบไปเตรียมจะกระทืบซ้ำแต่ถูกห้ามก่อน
"เขาทำร้ายคุณตานะคะ"
"เป็ความผิดในอดีตของฉันถ้าเกิดเธอไม่ช่วยฉันตายก็สมควรแล้วขอบใจมาก"
"บาปหนักคือทุกข์ในใจที่ไม่อาจปล่อยวางนี่แหละกรรมของมนุษย์"
"เธอมาได้ยังไงเหรอ" ฟางซินเต๋อเขามีจิตใจที่เข้มแข็งถามขึ้น
"ฉันนั่งแท็กซี่มาเห็นคุณตาเลี้ยวเข้ามาซอยตันเลยคิดว่าของที่ฉันมอบให้อาจจะทำให้คุณตาอันตรายเลยมาช่วยค่ะ"
"แบบนี้นี่เองขอบใจเธออีกครั้ง"
"แล้วคุณตาจะเอายังไงกับเขาดีคะ"
"ฉันไม่รู้เหมือนกัน"
"คุณตาเชื่อเื่จอมยุทธไหมคะสามารถลบความจำ เพิ่มความจำให้มนุษย์ได้"
" โลกจอมยุทธฉันเคยเห็นแต่ไม่เคยเห็นใครทำได้ นี่มันเป็วิชานอกรีตชัดๆ"
"เฮ้อ! เสียดายคงสิ้นวาสนากัน ในเมื่อคุณตาปลอดภัยแล้วฉันขอตัวนะคะ"
"เธอจะไปไหนเหรอแม่หนู"
"ฉัน....." จื่อหลานใช้วิชาสะกดจิตให้ลืมใบหน้าของตัวเธอจากนั้นก็เดินจากไปบุญบาปไม่อาจห้ามลิขิต์ได้ตามที่อาจารย์ในชาติก่อนเคยบอกเธอไว้แล้วแต่พวกเขาจะจัดการเื่ขอตัวเองเถอะการลืมใบหน้าเธอดีที่สุด เธอทำแบบนี้กับชายที่นอนหมดสติเหมือนกัน เมื่อคิดหาทางออกให้เขาแล้วแต่ใจเขาไม่อาจเชื่อเธอก็ไม่อาจช่วยเหลือเขาได้
"บรืนนนน" เธอเดินออกมาจากซอยตันมีรถเก๋งขับเขาไปสามคัน เธอะโหลบซ่อนตัวเองเห็นชายกลางคนเดินเข้ามาหิ้วปีกชายที่นอนสลบไสลอยู่ ส่วนชายชราได้แต่มึนงงและยื่นกระเป๋าเซฟให้ชายคนนั้น
"พ่อเป็ยังไงบ้างครับ"
"ฉันไม่เป็ไรอย่าทำอะไรเขา ไปสืบมาให้แน่ชัดกว่านี้แล้วมอบหุ้นในส่วนของฉันให้เขาครึ่งนึง"
"มันมากเกินไปไหมครับพ่อ"
"อะไรลบล้างความผิดได้ฉันก็จะทำ"
"ผมเข้าใจแล้วครับแล้วนี่อะไรเหรอ"
"เหรียญราชวงศ์ฉิง" ฟางซินเต๋อตอบจากนั้นเข้าไปในรถทำให้ชายในรถได้แต่ตาโต ยกยิ้มพอใจเข้าไปในรถจากนั้นรถเก๋งสามคันก็ขับตามกันไปติดๆ จื่อหลานได้แต่มองแล้วหลับตา
"เฮ้อ! คนนึงยังไม่หายแค้นเอาเศษสมบัติให้คิดว่าเขาจะยินดีรับ
เหรอช่างเถอะ ความรวยของฉันสำคัญกว่า" จื่อหลานพูดขึ้นแล้วะโลงจากกำแพงสูงเดินออกไปจากตรงนั้นทันทีิ