ดอกเหมยสีชาด

    ชาวบ้านก่อจราจลอีกแล้ว

            ตอนนี้ประตูเมืองเป่ยซางปิดไว้อย่างแน่นหนาไม่ยอมให้ผู้ใดเข้าออกจากเมือง ด้วยกลัวว่าจะมีสายลับต่างแคว้นลอบนำข่าวออกไป

            ประตูเมืองจะเปิดก็ต่อเมื่อมีคำสั่งจากท่านแม่ทัพว่านเท่านั้น

            หลังจากที่ถอนพิษในกายออกไปในหลายวันมานี้ แม่ทัพว่านนำทัพออกไปลอบโจมตีทัพย่อยของแคว้นเว่ยทำให้ภายในเมืองไม่มีผู้ใดที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้

            อาหารที่เริ่มลดน้อยลงเมื่อแม่ทัพว่านไม่อยู่ สตรีจากสามตระกูลก็ไม่ยินดีที่จะออกมาแจกจ่ายอาหารอีกทั้งหลายตระกูลก็นำเสบียงออกมาขายในราคาที่แพงลิบลิ่วทำให้ขาวบ้านที่หิวโหยทนไม่ได้อีกต่อไปพวกเขาจึงบุกชิงเสบียง

            และเป้าหมายในครั้งนี้ก็เป็นจวนเจ้าเมืองและจวนเซี่ย

            “เปิดประตู”

            “หิว พวกเราหิว”

            “เอาอาหารออกมา”

            “เปิดประตูเดี๋ยวนี้”

            ประตูจวนเจ้าเมืองถูกทุบกระหน่ำด้วยท่อนไม้ ส่วนทหารสองนายที่เฝ้าประตูก็ถูกชาวบ้านรุมทุบตีจนแน่นิ่งที่พื้น

            เมื่อประตูไม้หนาหนักแยกออกเหล่าชาวบ้านก็ทะลักเข้าราวกับสัตว์ป่าที่หิวโหย

            บ่าวไพร่ในจวนต่างหลบหลีกเอาตัวรอดกว่าเจ้าเมืองจะรู้ตัว ชาวบ้านก็บุกเข้ามาจนถึงข้างใน

            คลังเก็บเสบียงถูกงัดออก

            บางคนทรุดลงใช้มือเปื้อนฝุ่นคว้าข้าวสารเข้าปากทั้งน้ำตา

            บางคนหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

            บางคนกลับคว้าไหสุราเครื่องเงิน เครื่องหยกในเรือนติดมือมาด้วย โดยลืมไปแล้วว่าตนมาที่นี่เพราะอะไร

            และมีใครบางคนจุดไฟขึ้นมา…

            เจ้าเมืองโกรธมากที่จวนของตนถูกปล้นและถูกเผาในคราวเดียวกัน จึงสั่งสังหารชาวบ้านเหล่านั้น

            ส่วนตระกูลเซี่ยเองก็ไม่ต่างกันยิ่งไปกว่านั้น รองแม่ทัพเซี่ยยังเป็นผู้สั่งสังหารชาวบ้านด้วยตัวเองอีกด้วย

            “ชาวบ้านก่อจลาจล เผาจวนขุนนางถือเป็นกบฏฆ่า!”

            ชาวบ้านต่างกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว

            “อย่า..อย่า พวกเราแค่หิว”

            “ไม่นะ ช่วยด้วย ลูกข้ายังเล็ก”

            “เรามาเอาข้าว ไม่ได้คิดกบฏช่วยด้วยยยย”

            เปลวไฟที่พุ่งขึ้นสูงทำให้หลินเฟยหลันตัดสินใจออกจากจวนแม่ทัพว่านเพื่อมาดูสถานการณ์

            นางจึงมาทันได้เห็นชาวบ้านล้มตายด้วยคมดาบของคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นถึงรองแม่ทัพหัวใจของหลินเฟยหลันถึงกับหนาวเหน็บขึ้นมา

            นางทั้งโกรธและกลัวในเวลาเดียวกัน

            นางตะโกนขึ้นจนสุดเสียง“หยุดนะ ท่านทำอะไรน่ะ”

            รองแม่ทัพเซี่ยหันมองเจ้าของเสียงด้วยสายตากร้าวแต่เมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใด เขาถึงกับแสยะยิ้มออกมา “จุ๊..จุ๊ นึกว่าใครที่แท้ก็สตรีของแม่ทัพว่านนี่เอง”

            ช่างงดงามยิ่งนัก

            ท่าทีหื่นกระหายของเขาทำให้หลินเฟยหลันยิ่งรู้สึกกลัวขึ้นไปอีกแต่ขณะเดียวกันก็ตะคอกกลับ “ท่านบ้าไปแล้ว กล้าฆ่ากระทั่งชาวบ้าน”

            “ฮ่าฮ่ามากกว่านี้ข้าก็ทำได้”

            ไม่เพียงแค่พูดดาบในมือของรองแม่ทัพเซี่ยก็พุ่งเสียบทะลุร่างของชาวบ้านคนหนึ่งที่กำลังวิ่งหนี

            จากนั้นขายาวก็สาวเท้าตรงมาหานาง

            องครักษ์จึงชักดาบออกมาปกป้องว่าที่นายหญิงของตนแต่เขาก็ไม่อาจต้านทานคนของรองแม่ทัพเซี่ยที่มีมากกว่าได้จึงเพียงตะโกนบอกให้หลินเฟยหลันหนีไป

            หลินเฟยหลันเห็นท่าไม่ดีก็คิดจะหันหลังวิ่งหนีเช่นกัน แต่นางก็ช้ากว่ารองแม่ทัพเซี่ย

            มือหยาบคว้าเอวคอดกิ่วเอาไว้ได้ทัน

            “กรี๊ดดดด ปล่อยข้า”

            เสียงหัวเราะที่ดังขึ้นข้างหูทำให้หลินเฟยหลันต้องเบี่ยงใบหน้าหนีอย่างรังเกียจ “ฮ่าฮ่า ว่าอย่างไรแม่นางน้อยคิดถึงข้าหรือไม่”

            ใบหน้าภายใต้แสงไฟที่งามล้ำยิ่งทำให้รองแม่ทัพเซี่ยถึงกับเลือดสูบฉีดไปทั่วร่าง นานแล้วที่เขาไม่ได้หลับนอนกับสตรีวันนี้จะได้ปลดปล่อยความต้องการของตัวเองเสียที

            จากนั้นก็ตะโกนบอกกับคนของตน“ฮ่าฮ่า พวกเจ้าจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ข้าจะไปสนุกกับหญิงงามเสียหน่อยฮ่าฮ่า”

            “ปล่อยยยย!” หลินเฟยหลันร้องตวาดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นกร้าว

            เท้าหนาถีบประตูของโรงเตี๊ยมที่อยู่ไม่ไกลจากจวนเซี่ยจนพัง

            เมื่อมาถึงห้องร่างอันบอบบางถูกทิ้งลงที่เตียงนอนอย่างแรง

            หลินเฟยหลันหวาดกลัวจนลืมความเจ็บปวดใบหน้าของนางซีดเผือด นางขยับถอยหลัง

            “เดรัจฉานท่านจะทำอะไร ถอยออกไปเดี๋ยวนี้!”

             

            มือหนาคว้าข้อเท้าของนางแล้วดึงกลับมาอย่างแรง“ด่าอีกสิ ข้าอยากรู้ว่าเสียงครางของเจ้าจะดังเหมือนตอนด่าหรือไม่ ฮ่าฮ่า”

            หัวใจของหลินเฟยหลันราวกับดิ่งลงเหวเมื่อร่างของรองแม่ทัพเซี่ยทาบทันลงมา ยิ่งใบหน้าที่เต็มไปด้วยเหงื่อโน้มเข้าหา ทั้งกลิ่นกายที่น่ารังเกียจยิ่งทำให้นางแทบอยากจะอาเจียนออกมา

            “กรี๊ดดด...ปล่อยนะไอ้คนชั่วช้า ปล่อยยยยย”

            มือเล็กทั้งตบทั้งดันร่างหนาให้ออกห่างแต่ก็ไม่ทำให้เขาสะทกสะท้าน

            “ฮ่าฮ่าเก็บแรงเอาไว้ครางยามข้าพาขึ้นสวรรค์เถอะ แม่นางคนงาม”

            ใบหน้างามเบี่ยงหลบเมื่อริมฝีปากหนาใกล้จะแตะริมฝีปากตน ยิ่งทำให้รองแม่ทัพเซี่ยรู้สึกคึกคักยิ่งนัก“ฮ่าฮ่า พยศเช่นนี้ ข้ายิ่งชอบ”

            มือหยาบข้างหนึ่งดึงผ้าคาดเอวของนางออก

            แต่ก่อนที่จะโน้มใบหน้าลงไปที่ซอกคอขาวเขาก็ชะงัก เมื่อปลายมีดสั้นเสียบเข้าที่หัวไหล่ของตน

            “อ๊ากกกก เจ้า!”

            มือหยาบสะบัดตบที่ใบหน้าของหญิงสาวอย่างแรง

            แม้จะเจ็บแต่หลินเฟยหลันก็ประคองสติ แล้วใช้เท้าถีบรองแม่ทัพเซี่ยอย่างแรงพร้อมกับหยัดตัวขึ้นแล้วลุกออกมาอย่างรวดเร็วแต่มือหนาจะคว้าตัวนางเอาไว้ได้อีกครั้งมือที่สั่นเทาของนางที่กุมมีดเอาไว้คราวนี้ก็แทงเข้าที่หน้าอกของรองแม่ทัพเซี่ยจนปักคาอก

            มีดนี่นางแอบเก็บเอาไว้ตอนที่ทำยาถอนพิษให้แก่แม่ทัพว่าน

            รองแม่ทัพเซี่ยถึงกับสบถออกมาอีกครั้ง“อ๊ากกก นังสารเลว”

    คล้ายกับเรื่องดอกเหมยสีชาด ที่คุณอ่าน