ตอนที่102 ปฏิบัติการภารกิจที่สิบสาม
อย่างไรก็ตามเสิ่นอี้รู้สึกเศร้าเสียใจเล็กน้อยที่แม่ทัพสาวทั้งสามคนแห่งกองทัพทริปเปิลเอสจะต้องพ่ายแพ้แก่กองทัพดาวเจอรัล
ชายหนุ่มตระหนักได้ทันทีถึงเจตนาของการทำภารกิจทั้งหลายจากระบบโกลาหลพลางรู้สึกขอบคุณพิชญ์เรอาที่สามที่ได้เป็นผู้สร้างระบบขึ้นมา พร้อมกับช่วยทำให้พลเมืองผู้ต่ำต้อยในดาวเอวาอย่างตนเองได้มีโอกาสลุกขึ้นมาแข็งแกร่ง และยังสามารถต่อกรกับศัตรูได้
“ฮึ่ม! ถึงจะไม่มีกองทัพทริปเปิลเอสแล้วไงเสิ่นอี้คนนี้แหละ!จะเป็นคนกวาดล้างพวกเจอรัลเอง ให้มันรู้ไปสิว่า คนอย่างฉันจะกำจัดพวกแกไม่ได้”
ชายหนุ่มส่งเสียงคำรามอย่างฮึกเหิมเขาโบกมือนำอาวุธทันสมัยในคลังแสงของฐานลับพวกเจอรัลได้จนหมดสิ้นอย่างลำพองใจพร้อมนำอาวุธชิ้นสุดท้ายที่เคยพบเห็นมาก่อนจากห้องทดลองของชายชราพิชญ์เรอาที่สามซึ่งเขาเคยแอบทดลองใช้มาแล้วโดยตระหนักได้ว่ามีอานุภาพทำลายล้างสูงใกล้เคียงกับลำแสงดีวาสรุ่นใหม่ล่าสุด
“ฮ่า ฮ่าขอลองใช้หน่อยเถอะ พวกแกพัฒนาไปได้ถึงไหนแล้ว”
เสิ่นอี้ตาโตเป็นประกายเขากระโดดพุ่งตัวหลบลำแสงเอวาสจำนวนมากจากทหารจระเข้แล้วพุ่งเข้าใส่ปืนดีวาสเท็นบนโต๊ะแสดงตัวสุดท้าย ก่อนถึงตำแหน่งที่ตั้งของยานรบลำใหญ่ซึ่งรอให้เขาเปิดใช้งานอยู่
ชายหนุ่มหยิบปืนดีวาสเท็นรูปทรงคล้ายปืนกลเบาแต่มีน้ำหนักเบากว่ามาก เขาปลดล็อกการใช้งานอย่างคุ้นเคยเพราะเคยแอบทดลองยิงมาก่อนแล้วหันลำกล้องปืนดีวาสเท็นพุ่งเข้าใส่กลุ่มทหารจระเข้ที่ดาหน้ายิงปืนเอวาสเข้าหาตนเองจำนวนนับพันตัวในทันใด
บู้ม ! บู้ม ! บู้ม!
ชายหนุ่มกดปุ่มยิงออกไปเพียงสามครั้งเขาเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เนื่องจากไม่คาดคิดว่าอานุภาพทำลายล้างของมันจะเหนือกว่าที่ตนเคยทดลองยิงมาก่อนพลางมองเห็นถึงความหวังในการกวาดล้างฐานลับแห่งนี้ทันที
“ว้าว! เจ๋งสุด ๆ ไปเลย ต้องให้ได้แบบนี้สิ แค่ยิงไม่กี่ครั้งก็ทำลายล้างพวกมันได้แทบไม่เหลือซากเลย”
เสิ่นอี้ตาโตเป็นประกายด้วยความยินดีเขากล่าวแสดงความรู้สึกออกมาด้วยความประทับใจ เนื่องด้วยภาพที่มองเห็นต่อหน้า กลายเป็นซากปรักหักพังในชั่วพริบตาแม้แต่ประตูทางเข้าคลังแสง ผนัง พื้นห้อง โต๊ะและชั้นเก็บอาวุธที่เคยมี รวมทั้งร่างของทหารจระเข้ล้วนกลายเป็นเพียงกองเถ้าจำนวนเล็กน้อยอยู่บนพื้นเท่านั้น
อย่างไรก็ตามเสิ่นอี้ตระหนักได้ว่าไม่ควรหลงระเริงยินดีกับความสำเร็จเพียงเล็กน้อยทว่าเขารีบพุ่งตัวไปยังยานรบลำใหญ่ที่มีรูปร่างคล้ายเรือเดินสมุทรบนโลกเพื่อบัญชาการให้ยานรบออกไปต่อกรกับยานรบและยานตรวจการณ์ลำอื่นของทหารจระเข้ทันที
อนึ่งการต่อสู้ของเสิ่นอี้ในภารกิจที่สิบสามบนดาวขยะยังไม่ได้จบสิ้นลงเพียงเท่านี้ เขาจะต้องทำลายล้างฐานลับแห่งนี้ให้ทันเวลาภายในสองชั่วโมงเพื่อรับสิทธิ์เสี่ยงโชครางวัลจากระบบโกลาหลหนึ่งครั้ง
ชายหนุ่มทะยานตัวเข้าไปอยู่ในห้องบัญชาการหลักของยานรบพร้อมสั่งการเปิดใช้งานยานรบลำใหญ่ด้วยความห้าวหาญว่า
“ตรวจสอบตัวตน! เปิดใช้งาน!เดี๋ยวนี้!”
ฉับพลันเสียงปัญญาประดิษฐ์อันล้ำเลิศภายในยานรบดังขึ้นพร้อมลำแสงสีขาวส่องลงบนหัวของเสิ่นอี้ว่า
“ตรวจสอบตัวตนไม่พบข้อมูลระบุไว้ ระบบกำลัง.....”
ปัญญาประดิษฐ์ควบคุมการทำงานยานรบหลักของกองทัพดาวเจอรัลพลันหยุดสื่อสารกับเสิ่นอี้กะทันหันเนื่องด้วยมันไม่พบลักษณะผู้เปิดใช้งานตรงตามฐานข้อมูลจากดาวเจอรัล
ชายหนุ่มสังเกตเห็นฮอโลแกรมฝั่งด้านข้างของยานรบกำลังทำการสแกนร่างกายตนเองอยู่เขาหยิบปืนลำแสงดีวาสเท็นปรับลำแสงให้เล็กที่สุดแล้วยิงเข้าใส่ทันทีทำให้ระบบตรวจสอบของยานรบพังเสียหาย
เสิ่นอี้เห็นว่าระบบส่วนอื่นของยานรบยังคงทำงานได้อยู่จึงส่งเสียงสั่งการอีกครั้งอย่างมีความหวังว่า
“ตรวจสอบตัวตน! เปิดใช้งาน!เดี๋ยวนี้!”
พลันมีแสงไฟกระพริบวูบวาบเกิดขึ้นในห้องบัญชาการหลักพร้อมกับมีทหารจระเข้กลุ่มใหม่อีกหลายพันตัววิ่งกรูเข้ามายังคลังแสงแห่งนี้ทำให้เสิ่นอี้เหงื่อตกด้วยความหวาดกลัวว่าจะควบคุมยานรบไม่ทันการณ์ ถึงแม้เขาจะมีปืนลำแสงดีวาสเท็นอยู่ก็ตาม
ชายหนุ่มเหลือบตามองไฟสัญญาณแสดงสถานะการทำงานของปืนลำแสงดีวาสเท็นอ่อนลงเหลืออยู่เพียงแปดขีดจากทั้งหมดสิบขีดบ่งบอกได้ว่าเขามีเวลาใช้งานมันอีกไม่กี่ครั้ง ซึ่งอาจไม่สามารถกำจัดกองทัพจระเข้ที่มีอยู่นับล้านตัวตามคำบอกเล่าของพรอคที่เจ็ดได้
“เปิดใช้งาน! เดี๋ยวนี้!”เสิ่นอี้ตะโกนเสียงดังอีกครั้งด้วยความโมโห
เขากลัวว่าจะใช้งานยานรบหลักไม่ทันจนทำให้ทหารจระเข้มีโอกาสบุกเข้ามาภายในยานรบลำนี้ได้
ทันใดนั้นพลันเกิดแสงไฟกระพริบสว่างวาบพร้อมด้วยคำสั่งปัญญาประดิษฐ์เริ่มต้นระบบใหม่อีกครั้งว่า
“ตรวจสอบตัวตน! ระบบกำลังเริ่มต้นการทำงาน ห้า! สี่!สาม! สอง!หนึ่ง! พร้อม!”
ตึง ! ตึง ! ตึง!
เสิ่นอี้สั่งการใช้งานยานรบผ่านสมองตนเองซึ่งถูกเชื่อมต่อเข้ากับยานรบโดยผ่านการตรวจสอบตัวตนอย่างไม่ปกติทว่าปัญญาประดิษฐ์จดจำได้เพียงเสียงสั่งการของเสิ่นอี้ตั้งแต่เริ่มแรก
ฉะนั้นยานรบขับเคลื่อนการทำงานผ่านปัญญาประดิษฐ์ซึ่งเชื่อมโยงเข้ากับความคิดของเสิ่นอี้แล้วจึงยินยอมให้ชายหนุ่มเข้าควบคุมการทำงานของยานรบได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้ยานรบกระชากตัวเองออกจากโซ่ยึดเหนี่ยวทันทีเมื่อเริ่มการทำงาน
ชายหนุ่มสั่งการให้ยานรบหลักเคลื่อนตัวออกจากแท่นประจำซึ่งตั้งอยู่ในคลังแสงส่วนยานรบขนาดเล็กลำอื่นที่มีขนาดเล็กกว่าลำนี้ถึงร้อยเท่า ถูกชายหนุ่มเก็บเข้าไว้ในกระเป๋าล่องหนเพื่อรอแจกจ่ายต่อเผ่าพรอคเรียบร้อยแล้ว
“ฮ่า ฮ่า ฮ่าเป็นไงละ อาวุธพวกแกไม่ระคายผิวยานรบนี้เลย”
เสิ่นอี้หัวเราะชอบใจเป็นครั้งแรกหลังผ่านเหตุวิกฤติอันน่าหวาดเสียวต่อชีวิตมาไม่นานนักเขาเหลือบมองเห็นบรรดาทหารจระเข้นับพันตัวต่างยิงปืนลำแสงเอวาสพุ่งเข้าใส่ยานรบด้วยความโกรธแค้น
อย่างไรก็ตามยานรบหลักของกองทัพดาวเจอรัลซึ่งถูกเก็บซ่อนไว้ในคลังแสงกลับไม่สั่นสะเทือนหรือระคายผิวภายนอกแม้แต่น้อยสร้างความลำพองใจให้กับเสิ่นอี้เป็นอย่างยิ่ง
เขาสั่งการผ่านความคิดให้ยานรบยิงอาวุธเข้าใส่ทหารจระเข้พร้อมกับยิงขึ้นผนังด้านบนเพื่อส่งสัญญาณแจ้งพรอคที่เจ็ดให้รู้ตัวทันที
“ยิง! ฆ่าพวกมันให้หมด! ทำลายคลังแสงนี้ซะ! แล้วยิงขึ้นไปให้ถึงชั้นสอง! หวังว่าพรอคที่เจ็ดจะรู้ว่าเป็นฉันนะ”
ท้ายประโยคเสิ่นอี้กล่าวออกมาอย่างเป็นกังวลใจเหตุเพราะไม่แน่ใจว่าพรอคที่เจ็ดจะรู้ตัวหรือไม่ว่าตนเข้ามาอยู่ภายในยานรบลำนี้แล้ว
หลังจากเสิ่นอี้สั่งการผ่านความคิดให้ยานรบสังหารบรรดาทหารจระเข้ทั้งหลายลำตัวยานรบพลันเปิดช่องให้อาวุธลำแสงดีวาส ที่มีจำนวนช่องยิงชุดละสิบห้าช่องบรรจุอยู่ในกระบอกยิงทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า
พลันปรากฏกระบอกยิงรูปทรงดังกล่าวโผล่ออกมาจากช่องเหนือห้องบัญชาการหลักที่ชายหนุ่มยืนอยู่ร่วมกับช่องทางด้านล่าง ทางด้านปีกซ้ายและทางด้านปีกขวาของยานรบ พร้อมส่งลำแสงดีวาสจำนวนจุดละสิบห้าลำแสงพุ่งเข้าใส่ลำแสงเอวาสซึ่งถูกปล่อยออกมาจากปลายกระบอกปืนเหนือหลังแขนของทหารจระเข้ทั้งหลาย
เพียงกระพริบตาเดียวเสิ่นอี้มองเห็นภาพตรงหน้ากลายเป็นซากปรักหักพัง พร้อมกองเถ้าจากร่างทหารจระเข้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นสสารส่วนใหญ่ที่เป็นสิ่งก่อสร้างทั้งหลายภายในคลังแสงแห่งนี้ ได้สลายหายไปด้วยอานุภาพทำลายล้างของปืนลำแสงดีวาสจากยานรบลำใหญ่
ขายหนุ่มพลันได้ยินเสียงสื่อสารดังมาจากอินทรีดำซึ่งมันตามหาตัวพรอคที่เจ็ดพบแล้วตามคำสั่งจากสมองส่วนหนึ่งของเขาที่สั่งการมันออกไประหว่างยิงตอบโต้กับทหารจระเข้อยู่
“เจ้านายตอนนี้อินทรีดำอยู่กับพรอคที่เจ็ดแล้ว เจ้านายเปิดช่องให้พวกเราลงไปหาที่ยานด้วย”
“เยี่ยมไปเลย! ฉันจะลอยตัวขึ้นไปใกล้ชั้นสองแล้วจะส่งสัญญาณให้เข้ามาในยานนะ”
เสิ่นอี้ตอบกลับอินทรีดำด้วยความยินดีเขาพอใจที่มันทำงานได้ตามคำสั่งด้วยดี พลางสั่งการยานรบหลักให้ลอยตัวขึ้นประชิดผนังด้านบนซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อกับพื้นของชั้นห้องทดลองในชั้นที่สอง
อย่างไรก็ตามชายหนุ่มยังไม่รู้สึกหนำใจเขาสั่งการให้ยานรบปลดปล่อยลำแสงดีวาสออกมาทำลายล้างคลังแสงให้สิ้นซากอีกครั้งทันที
พลันเกิดเสียงระเบิดดังกึกก้องมากกว่าเดิมจนแผ่นดินสะเทือนเพราะเกิดแรงระเบิดจากชั้นล่างสุดของฐานลับใต้ดิน
ชายหนุ่มทอดสายตามองเห็นการส่งสัญญาณจากตำแหน่งของพรอคที่เจ็ดและอินทรีดำเขาสั่งการให้ยานรบลอยตัวขึ้นไปใกล้พร้อมเปิดช่องให้ทั้งคู่กระโดดลงมาในห้องบัญชาการหลักโดยตรง
เสียงเปิดหลังคาของยานรบเคลื่อนตัวออกอย่างแผ่วเบาพร้อมกับร่างของพรอคที่เจ็ดโดยมีปืนลำแสงเอวาสอยู่ในมือเหินตัวลงจากพื้นรอยโหว่ของห้องทดลองชั้นสองลงมาทว่าร่างของอินทรีดำพุ่งเข้ามาเกาะไหล่ของเสิ่นอี้ในห้องบัญชาการหลักภายในยานรบได้ก่อนภายในพริบตา
ตุบ !