ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่382 สำรวจวิหารจักรพรรดิ

          อี้เฉินกับกลุ่มคนอื่นๆ ที่เข้ามาภายในวิหารจักรพรรดิโลหิตได้ พวกเขารู้สึกขนหัวลุกขึ้นมาอย่างฉับพลัน เมื่อเห็นสิ่งต่างๆ อยู่ภายในสายตาของพวกเขา มันราวกับเป็นภายในของร่างกายมนุษย์ ประหนึ่งพวกเขาเดินอยู่ภายในกายาที่ใหญ่โตของมนุษย์ยักษ์


พื้นที่แดงฉาน เต็มไปด้วยคราบเลือดแห้งกรัง ส่งกลิ่นอายน่าสะอิดสะเอียนออกมาไม่ขาดสาย ต้นฮิกันบานะ สัญลักษณ์แห่งความตาย เบ่งบานไปทั่วพื้นที่ ประหนึ่งเป็นทุ่งดอกไม้กว้าง แม้ว่าภายในจะมองเห็นรอบทิศอย่างง่ายดาย ทว่าก็ไม่อภิรมย์ตาหมู่ชนที่เข้ามาเท่าใดนัก
 


        กลุ่มคนที่รับรู้จากปากเหล่าผู้อาวุโสชรา พวกเขาไม่รอช้า ต่างเดินทางเข้าไปภายในส่วนลึกในทันที แม้ว่าพวกเขาจะเต็มไปด้วยความอิดโรย ริมฝีปากซีดเผือดไร้เลือดฝาด แต่ก็ยังจะเร่งเดินทางไปด้านในส่วนลึกให้เร็วที่สุด หมายมั่นจะเข้าไปเปิดประตูใจกลางวิหารจักรพรรดิเป็นกลุ่มแรก ระหว่างทางที่เข้าไปภายในส่วนนึก พบเห็นทางแยกออกไป ราวกับเส้นเลือดฝอย กระจายไปทั่วหลายทิศทาง มีประตูต่างๆ ที่เปิดรับให้เข้าไปสำรวจไม่น้อย บางประตูถึงกับเชื่อมต่อกับห้องโถงใหญ่ หากผู้ใด เข้าไปได้กลายเป็น หนูตกถังข้าวสาร ตัวอ้วนกลมแน่



        บางคนเริ่มที่จะเดินทางต่อไปไม่ไหว จึงต้องถอดใจเข้าไปสำรวจ ห้องต่างๆ ที่เปิดต้อนรับเหล่านั้นแทน ด้วยความเสียดาย ทว่าเมื่อหมู่ชน เห็นกลุ่มคน เข้าไปสำรวจห้องต่างๆ หลายๆ คนก็ต้องกลืนน้ำลายลงคอไปคำใหญ่ ไม่เว้นแม้แต่ ซีเผิง กับอี้เฉิน ที่สังเกตการณ์อยู่ไกลๆ เมื่อเห็นประตูที่ราวกับสร้างมาจากเนื้อของมนุษย์ ถูกปิดลงกะทันหัน เมื่อมีคนเข้าไปภายในนั้น ก่อนอักขระจะขีดเขียนเวลาที่จะเปิดอีกคราในอีก28วัน เหล่าผู้คนต่างพากันตกใจ "นี่มันบ้าอะไร มันคงไม่ใช่กับดักหรอกนะ"

 


         ชายหนุ่มที่ดูจะพอมีความรู้ อยู่บ้าง เขากล่าวออกมาด้วยความหวาดหวั่น เอ่ยบอกกล่าวผู้คนในทันที "ข้าได้ยินว่า ใครที่เข้าไปภายในบานประตูเหล่านี้ จะถูกกักขังหนึ่งเดือน พวกเจ้าคิดให้ดีก่อนเข้าไปล่ะ" ครั้นหลายๆ คนได้ยินก็ต่างพยักหน้างึกๆ ด้วยความรวดเร็ว



         อี้เฉินกับซีเผิง ได้ยินพวกเขาถึงกับกลืนน้ำลายลงคอไปคำใหญ่ ก่อนจะพยักหน้าให้กัน ติดตามกลุ่มคนเข้าไปด้านใน ห่างๆ อยากจะรู้ภายในส่วนลึกมีสิ่งใดอยู่กันแน่



...หมู่ชนร่วมๆ 20คน พวกเขาเดินทางไปใจกลางส่วนลึก ร่วมๆ ชั่วยาม ก่อนพวกเขาจะมาหยุดอยู่ที่ประตูบานหนึ่ง ประตูบานนั้นเหมือนเป็นศูนย์กลางของ วิหารจักรพรรดิโลหิต ทางเดินทั้งหมดล้วนมาบรรจบยังสถานที่แห่งนี้ ให้ความรู้สึกที่พิเศษกว่าประตูบานอื่นๆเป็นอย่างมาก ส่งระลอกคลื่นที่น่าหวาดกลัวออกมา จากประตูโครงกระดูกยักษ์ ที่น่าสะอิดสะเอียนไม่ขาดสาย แม้แต่กายาผู้คนที่เข้าใกล้ยังสั่นไหวน้อยๆ ด้วยความหวาดกลัว

 


         ก่อนคนในกลุ่มของพวกเขาจะสั่งให้เฝ้าระวัง พวกอี้เฉินกับซีเผิงที่ตามหลังพวกเขามาห่างๆ "ตามที่เราตกลงกัน ข้าจะแบ่งของล้ำค่าที่ได้มาให้พวกเจ้าทุกๆ คน เมื่อเราออกไปภายนอก มิติ หุบเหวสวรรค์ ...พวกเจ้าระวังไอ้สองคนนั้นให้ดีล่ะ"

 


         ครั้นพวกเขาได้ยิน ก็หันไปทิศทางพวกอี้เฉินในทันที ก่อนส่งสายตาคมกล้ามาให้กลุ่มอี้เฉิน หมายมั่นจะข่มขู่พวกเขา ทว่าเมื่อ บุรุษหนุ่มส่งแรงลงไปหมายจะเปิดประตูโครงกระดูก บานนั้น มันกลับไม่ขยับไหวแม้แต่น้อย บุรุษหนุ่มผู้นั้น เริ่มเดือดดาลบ้าคลั่ง ไม่อยากอับอายต่อหน้าผู้คน ระเบิดปราณพลัง หมายมั่นจะบังคับเปิดมันออกมา จู่ๆ ระลอกคลื่น จากบานประตูก็ถูกส่งออกมาในฉับพลัน เต็มเปี่ยมไปด้วย อายพลังชั่วร้ายที่น่าหวาดกลัว ฆ่าสังหาร บุรุษหนุ่มร่างแตกสลายกลายเป็นหมอกเลือดในทันที ก่อนคลื่นที่น่าหวาดกลัวจะแพร่กระจายออกไปทั่วทิศ เสียง"ปัง"ดังออกมากึกก้อง

 


         กลุ่มคนที่รวมตัวกัน ร่วมๆ 20คนต่างร่างแตกสลายกลายเป็นหมอกเลือด ด้วยความไม่จำยอม คนที่รอดมาได้กายาของพวกเขาแทบเจียนตาย ร่าง ลวงลงกับพื้นร้องคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวด "อ๊ากๆ บัดซบ ข้าอุตส่าห์ขึ้นมายังสถานที่แห่งนี้ได้ ข้าจะไม่ยอมตายตกเด็ดขาด"

 


          แม้แต่อี้เฉินกับซีเผิงที่อยู่ห่างๆ ยังรู้สึกหนาวสั่น หวาดหวั่นไม่น้อย ครั้นเห็นอายชั่วร้ายปลดปล่อยออกมา จากประตูที่น่าคร้ามเกรงบานนั้น "จริงอย่างที่เจ้าสมิงน้อยกล่าว สถานที่แห่งนี้ แม้แต่เซียนสวรรค์ก็อาจตายตกได้"

 


"พี่ซีเผิง ข้าว่าเราต้องรอให้มันเปิดเอง แถมเหมือนว่าภายในจะมีการทดสอบรอเราอยู่ ข้าว่าเราแยกย้ายกันออกไปแสวงหาของล้ำค่าเถอะ ..ข้ามั่นใจภายในประตูเหล่านี้ ต้องมีของล้ำค่าแอบซ่อนอยู่เป็นแน่" อี้เฉินกล่าวคำพูดออกไปด้วยความเชื่อมั่น แววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยแสงทอประกาย



ซีเผิงที่เห็นสายตาของอี้เฉิน เขาถึงกับส่ายหัว "เจ้าระวังตัวด้วยละอี้เฉิน สถานที่แห่งนี้ไม่ธรรมดาเลย แถมเจ้ายังไม่มีชีวิตที่สองเป็นหลักประกัน"

 


"ข้าเข้าใจแล้ว"ก่อนพวกเขาทั้งสองจะพุ่งปราดออกไปจากสถานที่แห่งนี้ ไม่ปรายตามองกลุ่มคนที่บาดเจ็บอีกต่อไป

 


          เมื่อพวกเขาเห็น ไอ้สองคนนั้นไปได้ หลายๆ คนต่างถอนหายใจกันออกมายาว พวกเขานึกว่าจะตายด้วยน้ำมือของไอ้สองคนนี้เสียแล้ว ไม่คิดไอ้สองคนนี้มันจะปล่อยผ่านพวกเขาไป มองพวกเขาราวกับเป็นเศษผง ธุลีดิน

 


          ก่อนพวกที่บาดเจ็บจะด่ากราด ไล่หลังพวกเขาสองคน ที่แยกกันไปคนละทิศคนละทาง "บัดซบ จริงๆ ถึงพวกเจ้าไม่โจมตีข้าก็ดีใจอยู่หรอก แต่ความโอหังของพวกเจ้าทำอย่างไร พวกข้าก็ชอบ พวกเจ้าไม่ลงจริงๆ"

 


          อี้เฉินที่พลิ้วกายาไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกายคนยักษ์ ราวกับเส้นเลือดขนาดใหญ่ แตกออกเป็นหลายแขนง เขาพบเจอห้องต่างๆ อยู่ไม่น้อย ทว่ามันก็ไม่ดึงดูดสายตาของเขาเท่าใด ตัวเขาจึงไม่ได้ผลีผลามเข้าไปภายในบานประตูเหล่านั้น

 


          ทว่ายิ่งเขา เดินทางไปในทิศทางด้านนี้ จู่ๆ เขา ก็รู้สึกถึงแรงสั่นไหวอย่างรุนแรง ภายในทะเลความรู้ของเขา ราวกับจะมีอะไรบางอย่างกำลังจะฟื้นตื่น ภายในโลงศพสีทองที่เขาได้มา ภายในนั้นมี ซากเทวะของจักรพรรดิโลหิตอยู่ มันจึงทำให้อี้เฉิน กับเจ้าสมิงน้อย ตกใจเป็นอย่างมาก เมื่อสัมผัสได้ถึงระลอกคลื่น ที่ชั่วร้ายปลดปล่อยออกมา ใบหน้าของพวกเขาบูดบึ้งในทันที

 


สมิงน้อยมันส่งคำพูดกล่าวเตือนอี้เฉินในทันใด "เจ้าระวังตัวด้วย เหมือนซากเทวะของจักรพรรดิโลหิต จะดึงดูดสถานที่แห่งนี้"

 


           อี้เฉินพยักหน้ารับ "ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะระวัง เหมือนมันจะกระตุ้นให้ข้าไปด้านนี้สินะ" ก่อนอี้เฉินจะพุ่งปราดไปด้วยความเร็ว ตรงดิ่งไปยังสถานที่ ที่เจ้าซากเทวะดึงดูด ทันที

 


           ทว่าเมื่อสุดสายปรายตา อี้เฉินเห็นประตูบานหนึ่ง ถูกปิดสนิทไว้ เต็มไปด้วยลวดลายที่น่าหวาดกลัว ราวกับประตูเนื้อที่มีชีวิต เต้นตุบๆ ออกมา ราวกับหัวใจของมนุษย์ ใจกลางประตูมีรู ขนาดเท่าฝ่ามือ ประหนึ่งเป็นรูของกุญแจ มันจึงทำให้อี้เฉินรู้สึกประหลาดใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยความสับสน ไม่คิดการลงไปภายในบึง น้ำ เขาจะได้อะไรหลายๆ อย่างกลับมาไม่น้อย ก่อนเท้าอี้เฉินจะค่อยๆ ก้าวเดินไปในทิศทางด้านหน้า มือทั้งสอง ลู่ ต้นฮิกันบานะสีแดงสดเข้าไปช้าๆ หมายจะดูประตูบานนั้นให้ชัดๆ ถนัดตา

 


           ทว่ายิ่งเข้าใกล้ เสียงปัง!!ภายในโลงศพก็ดังออกมาก้อง ประหนึ่งมีคนเคาะโลงศพสีทอง มันจึงทำให้อี้เฉินขนหัวลุก ก้าวเดินเข้าไปด้วยความยากลำบาก ก่อนหนึ่งคนหนึ่งสัตว์ จะขมวดคิ้วมุ่น แล้วเอ่ยอุทานออกมาด้วยความตกใจ "หรือว่าซากเทวะที่เจ้า ครอบครอง จะเป็นกุญแจ เปิดประตูแห่งนี้"

 


           อี้เฉินเขาก็พยักหน้ารับ เจ้าสมิงน้อยที่ออกมายืนบนหัวไหล่ของเขาด้วยดวงตา เป็นมัน ในทันที "ข้าเองก็คิดเช่นเจ้า เจ้าสมิงน้อยหากเกิดอะไรขึ้น หวังว่าเจ้าจะไม่เผ่นหนี ข้าไปก่อนนะ"

 


            สมิงน้อยครั้นมันได้ยินเสียง ชายหนุ่มหยอกเย้าตัวมัน มันยกอุ้มเท้า ข่วน ใบหน้าอี้เฉินจนมีเลือดไหลซึมน้อยๆ ในทันที ประหนึ่งเป็นการเตือนสติอี้เฉิน "เจ้าอย่าเล่นให้มันมากนัก เดียวแม่ตบให้หน้าหงายเลยนิ"

 


            อี้เฉินมองค้อนไปที่มันในทันที "เจ้า เจ้า   ข้าพูดเล่นหน่อยก็ไม่ได้" ก่อนอี้เฉินจะนำซากเทวะ ส่วนแขนออกมา ทว่าส่วนแขนในยามนี้เต็มไปด้วยปราณพลังชั่วร้าย อี้เฉินที่ถือครองไว้ร่างสั่นเทิ้มในทันที ก่อนอี้เฉินจะรีบยัดแขนส่วนนั้นเข้าไปเปิดประตู แล้วเก็บมันเข้าไปภายในโลงศพสีทองดั้งเดิม ทว่ามันก็ทำให้อี้เฉินรู้สึกหวาดหวั่นไม่น้อย ยามนี้ซากแขนเทวะ ราวกับมีชีวิตขยับไหวได้ด้วยตัวของมันเอง แม้แต่เจ้าสมิงน้อย ที่ดูยังรู้สึกประหลาดใจ ขมวดคิ้วมุ่นเป็นปม

 

            เมื่อแสงประตู เปิดออกมาช้าๆ ความปีติบนใบหน้าของหนึ่งคน หนึ่งสัตว์ก็ฉายแววขึ้นมาในทันที อี้เฉินไม่รอช้าแทรกตัวเข้าไปภายใน ประตูบานนั้นด้วยความเร่งรีบ แววตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน