ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】

    เล่มที่ 6 บทที่ 157 รางวัลและบทลงโทษหวนกลับมาอีกครั้ง เขาคือคนจากตระกูลมู่?

            มหาอำนาจทั้งหลายได้ลงความเห็นแล้วว่าพวกเขาจะประหารผู้สืบทอดหานเหริน ณ เมืองศักดิ์สิทธิ์แห่งแดนใต้

            ทันทีที่ข่าวนี้แพร่ออกไปก็ราวกับติดปีกโผบิน ทั่วทั้งตงฮวงต่างรับรู้โดยทั่วกัน

            แน่นอนว่าย่อมมีแรงหนุนจากสำนักใหญ่มากมายที่อยู่เบื้องหลังเหล่าผู้ฝึกตนที่ได้รับข่าวสารต่างก็แห่กันไปยังเมืองศักดิ์สิทธิ์ดั่งกระแสน้ำโถมซัด

            พวกเขาล้วนต้องการเห็นกับตาว่าผู้สืบทอดหานเหรินที่เขย่าขวัญทั้งตงฮวงและแคว้นใต้ได้ด้วยตัวคนเดียวคือใคร!

            หากมีโอกาสบางทีอาจได้ยลพลังของอาวุธศักดิ์สิทธิ์!

            …

            ทะเลไร้สิ้นสุด เกาะเทพหลัก

            เขตแดนโกลาหลที่ครอบคลุมเกาะเทพหลักในรัศมีหลายสิบลี้ก่อนหน้านี้ได้สลายไปจนหมดสิ้นศิลาเทพโกลีพลันมืดมัว ไร้ซึ่งประกายเฉกเช่นศิลาธรรมดา

            ในขณะนั้นร่างเงาสีขาวที่นั่งอยู่หน้าศิลาก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นในดวงตาของเขากลับปรากฏภาพนิมิตพิสดาร ดาราจักรทั้งหลายโคจรและปรากฏหลุมดำแห่งความโกลาหลอันน่าสะพรึงกำลังก่อตัว

            ร่างมู่เสินฉวนเรืองรองส่องประกายราวกับแก้วเจียระไน เปรียบดั่งงานศิลป์อันไร้ที่ติ

            เมื่อมองเข้าไปข้างในเลือดเนื้อและกระดูกของเขาก็สลักเสลาไว้ด้วยอักขระแห่งความโกลาหลที่ซับซ้อนลึกลับราวกับเพียงแค่ยกมือขึ้นก็โบกสะบัดวิถีแห่งสวรรค์ให้กลายเป็นกายาศักดิ์สิทธิ์โกลาหลนี่คือปรากฏการณ์แห่งการก้าวสู่ระดับเทพสวรรค์!

            สลักอักขระแห่งวิถีไว้ทั่วร่าง สร้างเนื้อสร้างกระดูกใหม่ โลหิตเพียงหยดเดียวก็ทลายได้ทั้งขุนเขาน้อยใหญ่!

            “ฟู่…”

            มู่เสินฉวนค่อยๆ ลุกขึ้นยืนพลังศักดิ์สิทธิ์โหมกระหน่ำ เรียกครรภ์กระบี่ต้าหลัวออกมาวางไว้บนศิลาเทพและให้มันกลืนกินศิลาทีละน้อยแม้ว่ากฎแห่งความโกลาหลภายในศิลาเทพโกลีนี้จะถูกดูดซับไปจนสิ้นแล้วแต่ศิลาที่เหลืออยู่ยังคงเป็นของล้ำค่าหายาก ความแข็งแกร่งนั้นเทียบเท่ากับเหล็กศักดิ์สิทธิ์

            ช่วยให้ครรภ์กระบี่ต้าหลัวเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้

            ในช่วงเวลามากกว่าหนึ่งเดือนนี้มู่เสินฉวนได้รับประโยชน์มากมายจากการดูดซับปราณโกลาหลมหาศาลไม่เพียงแต่ยกระดับการบ่มเพาะไปถึงระดับเทพสวรรค์ขั้นสาม!เขายังได้รวบรวมปราณเซียนที่สามให้กลายเป็นบุปผาแห่งวิถีเคล็ดวิชาลับไร้เทียมทานหลอมรวมเข้าด้วยกัน พลังเพิ่มขึ้นไม่รู้เท่าใดต่อเท่าใด!

            นับจากนี้ไปพลังการต่อสู้ของเขาก็ก้าวเข้าสู่ขอบเขตเทพสวรรค์อย่างสมบูรณ์!สามารถต่อสู้ข้ามขอบเขตใหญ่ได้!แม้แต่จะต้องเผชิญหน้ากับกึ่งเซียนที่ควบคุมกฎแห่งเซียน ผลลัพธ์ก็ยังยากที่จะรู้!

            ไม่นานนักศิลาเทพโกลีที่อยู่ตรงหน้าก็ถูกครรภ์กระบี่ต้าหลัวกลืนกินจนหมดสิ้นแม้แต่ธุลีก็ไม่เหลือรัศมีเย็นเยียบที่ไหลออกจากครรภ์กระบี่ต้าหลัวนั้นหาที่เปรียบมิได้ผิวกระบี่สีดำขลับแวววาว ดูแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

            มู่เสินฉวนจ้องมองกระบี่ด้วยความพึงพอใจตอนนี้ ครรภ์กระบี่ต้าหลัวก็ทะลวงไปถึงระดับอาวุธศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงแล้ว!เขายังมีทองคำโลหิตหงส์ขนาดเท่ากำปั้นอยู่ในมือบางทีอาจจะช่วยให้มันก้าวเข้าสู่ระดับอาวุธกึ่งจักรพรรดิได้ในคราวเดียว 

            เมื่อคิดถึงตรงนี้ มู่เสินฉวนก็พลิกมือปรากฏทองคำโลหิตหงส์บนฝ่ามือ

            แสงศักดิ์สิทธิ์สาดส่องรัศมีสีแดงชาดราวกับโลหิตนั้นงดงามยิ่ง ครรภ์กระบี่ต้าหลัวทอดตัวยาวขึ้นพลังกระบี่พลุ่งพล่าน ดูดซับแสงศักดิ์สิทธิ์เจิดจ้าเหล่านั้นทันที!

            วูบ!

            ประกายทองคำโลหิตหงส์พลันหม่นแสงลงลวดลายหงส์อันงดงามถูกสลักไว้บนตัวกระบี่อย่างรวดเร็วและสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายสังหารที่รุนแรงที่เพิ่มขึ้นอีกครั้ง!

            หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยามครรภ์กระบี่ต้าหลัวก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งแผ่คลื่นพลังของอาวุธศักดิ์สิทธิ์อันน่าสะพรึงแต่ยังก้าวเข้าสู่ระดับอาวุธกึ่งจักรพรรดิไม่ได้ เหมือนยังขาดอีกนิดมู่เสินฉวนจึงรู้สึกเสียดายไม่น้อย

            แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาบนเกาะเทพหลักของตระกูลมู่ยังมีกระบี่มังกรทมิฬครึ่งท่อนซึ่งเป็นอาวุธกึ่งจักรพรรดิ ซึ่งตีมาจากเหล็กเซียน แม้ว่าจะเหลือเพียงครึ่งเล่มแต่คงช่วยให้ครรภ์กระบี่ต้าหลัวกลายเป็นอาวุธกึ่งจักรพรรดิได้ไม่ยาก

            “ไหนๆแล้วก็ถึงเวลาเปลี่ยนจุดศูนย์กลางค่ายกลพิทักษ์ตระกูลเสียด้วยเลย”

            มู่เสินฉวนพึมพำกับตัวเองจากนั้นร่างของเขาก็ทะยานไปยังทิศทางของจุดศูนย์กลางค่ายกลพิทักษ์ตระกูลอย่างรวดเร็วระหว่างทางเขาผ่านอาคารและศาลามากมายก็เห็นว่ามีลูกหลานตระกูลมู่ในเกาะเทพหลักกำลังฝึกตนอยู่

            “เฮ้ พวกเจ้าได้ยินรึยังผู้สืบทอดหานเหรินถูกจับตัวได้แล้ว ไม่นานจะถูกประหารที่เมืองศักดิ์สิทธิ์!”

            “ผู้สืบทอดหานเหริน?”

            “ไม่รู้จัก ไม่เคยได้ยิน…”

            “นี่เจ้าไม่รู้อีกหรือเรื่องนี้เขาลือกันทั่วทะเลไร้สิ้นสุดแล้วนะ!”

            “อ้อ คนที่ฝึกฝนวิชาอสูรสวรรค์!”

            เมื่อได้ยินเช่นนี้ลูกหลานตระกูลมู่ที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้นก็เข้าใจ พลางรำพึงรำพัน“อ๊ะ ข้านึกออกแล้ว!”

            “ใช่คนที่ดูดกลืนพลังต้นกำเนิดของผู้อื่นไปทั่วใช่หรือไม่!”

            “ใช่แล้ว”

            “ก็เขานั่นแหละ!”

            “ข้าว่าแล้วเชียวจะมีใครที่ยิ่งใหญ่พอให้จัดการประหารที่เมืองศักดิ์สิทธิ์แห่งแคว้นใต้ได้!”

            “เขาฆ่าลูกหลานสายตรงของตระกูลโบราณและราชวงศ์เก่าแก่ไปมากมายได้รับเกียรติเช่นนี้ก็สมควรแล้ว”

            “มีผู้ฝึกตนจากตงฮวงไปดูงานกันเยอะแยะช่วงนี้พ่อค้าที่แวะเวียนมาค้าขายที่เกาะของพวกเราก็บางตาไปเยอะเลย!”

            “จะว่าไป พวกเราไปดูกันหน่อยดีไหม?”

            “…”

            “ไม่ไปหรอกคนคนนั้นหาได้มีเรื่องแค้นกับตระกูลมู่ของเรา”

            “ฝึกตนให้ดีเถอะ ไปยุ่งเรื่องคนอื่นทำไม”

            ลูกหลานตระกูลมู่สองคนกำลังพูดคุยกันเบาๆอยู่ข้างๆ อาคารเล็ก

            บทสนทนาดังกล่าวไม่รอดพ้นจากการรับรู้ของจิตสัมผัสอันแข็งแกร่งของมู่เสินฉวนเขายืนฟังอยู่ด้านบน เมื่อได้ยินดังนั้น แววตาของเขาก็สั่นไหวโดยไม่รู้ตัว

            ครั้งล่าสุดที่สุสานเขามารฝังฟ้าสาเหตุที่เขาไม่ได้ลงมือกับสำนักศักดิ์สิทธิ์ต่างๆก็เพราะว่าผู้สืบทอดหานเหรินได้ปรากฏตัวในแคว้นใต้ ดึงดูดผู้แข็งแกร่งจำนวนมากไป

            คาดไม่ถึงว่าหลังจากผ่านไปกว่าหนึ่งเดือนตัวการจะถูกจับได้แล้ว

            ดูเหมือนว่าครั้งนี้คงไม่มีโชคอีกแล้ว

            มู่เสินฉวนถอนหายใจเบาๆจากนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมาก มุ่งหน้าต่อไปยังทิศทางของศูนย์กลางค่ายกลพิทักษ์ตระกูลแต่เพียงอึดใจเดียว ร่างของเขาก็หยุดลงกลางอากาศ!

            เสียงระบบดังขึ้นในทะเลจิตสำนึกของมู่เสินฉวน

            [ติ๊ง ตรวจพบประสบการณ์ปัจจุบันของโฮสต์ระบบได้กระตุ้นภารกิจให้รางวัลและลงโทษของตระกูลแล้ว!]

            [บุตรแห่งโชคชะตาได้ถือกำเนิดขึ้นหากช่วยเหลือสำเร็จ โฮสต์จะได้รับรางวัลมากมาย]

            [หากถูกสังหาร จะเสียคะแนนโชคของตระกูลไป 50,000คะแนน]

            เมื่อเห็นดังนั้นดวงตาของมู่เสินฉวนก็หดเล็กลงในทันที

            ภารกิจให้รางวัลและลงโทษ!

            เขายังจำได้ว่าครั้งล่าสุดที่ระบบมอบภารกิจให้รางวัลและลงโทษนั้นคือตอนที่มู่ฮ่าวกำลังจะถูกชิงกระดูกศักดิ์สิทธิ์

            และตอนนี้ประสบการณ์ที่กระตุ้นภารกิจนั้นนอกจากเรื่องที่เพิ่งได้ยินเกี่ยวกับการประหารในเมืองศักดิ์สิทธิ์แล้วย่อมเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้!

            “หรือว่า…”

            “ผู้สืบทอดหานเหริน คือคนของตระกูลมู่?”

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】 ที่คุณอ่าน