หนี่เหยาน่าจะแข็งแกร่งกว่านี้ นั่นคือสิ่งที่ชิว เหวินเจี้ยนเฝ้าคิดมาตลอดระยะเวลาที่ชายหนุ่มใช้จิตวิญญาณของตนเข้าไปด้านในมิติแห่งนั้น เขาเห็นร่างของอีกฝ่ายนิ่งงัน ไม่ขยับเหมือนกับรูปปั้นหิน จริงอยู่ที่หนี่เหยาจะต้องใช้จิตใจของตนกำราบเทพมารที่ถูกผนึกเอาไว้ ซึ่งคนทำแบบนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน
ชิว เหวินเจี้ยนเป็นหนึ่งในคนที่ร่วมกันผนึกเทพมารเอาไว้ด้วย เขาเสนอความคิดแก่ผู้ร่วมรบในครั้งนั้นให้ส่งเทพมารไปอยู่ในมิติลับแต่ยังคงเชื่อมพลังเอาไว้กับดาบศักดิ์สิทธิ์เพื่อจะเป็นกำลังให้กับผู้ครอบครอง เขาเองในอดีตไม่มีความคิดอยากใช้ดาบนั่นเลย
แต่ตัวชิว เหวินเจี้ยนในตอนนี้นั้นไม่เหมือนกับตัวเองในอดีต...ยามเมื่อหนี่เหยาพลาดพลั้งและขาดคุณสมบัติในการครอบครองมัน เขาก็จะเป็นคนครองดาบศักดิ์สิทธิ์เสียเอง แต่ก่อนจะคิดถึงการนั้น เขาก็จะให้หนี่เหยาได้พิสูจน์ตนเอง
ร่างของหนี่เหยาในมิติไกลแสนไกลปลิวกระเด็นติดกับผนัง คมขวานไฟห่างจากร่างของเขาเพียงคืบ หนี่เหยายังคงรู้สึกปวดไปตามสันหลังท่กระแทกอย่างรุนแรงแต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ ชายหนุ่มกระโจนตัวเองออกไปอีกทางเพื่อหลบจากวิถีการโจมตี ขวานนั้นพลาดเป้าไปอย่างน่าเสียดาย
“เจ้าคนเขลา” เทพมารเปลี่ยนชื่อของหนี่เหยามาล้ออย่างสนุกปาก หัวเราะร่าอย่างหฤหรรษ์เมื่อขวานไฟทำให้หนี่เหยาได้แต่ยกดาบขึ้นตั้งรับ ชายหนุ่มกัดฟันกรอด ไม่สามารถโต้กลับไปได้แม้เพียงทีเดียว
หนี่เหยาใช้มือดันพื้นเอาไว้ ดาบรูปร่างธรรมดาถูกใช้ขึ้นปัดการโจมตีจากขวานใหญ่โตนั่นหลายครั้งไม่ให้บั่นคอของเขาตกตาย หากแต่ด้วยพลังมหาศาลของอีกฝ่ายทำให้หนี่เหยาต้องเสียพลังไปมาก แม้จะอยู่ในมิตินั้นแต่ความเจ็บปวดก็ส่งไปยังร่างต้นของเขาด้วย หากไม่ระวังเขาคงจะไม่ได้กลับไปยังร่างจริงของตนเอง จะต้องหัวขาดอยู่ที่นี่แน่ๆ
คิดได้แบบนั้นหนี่เหยาก็กระชับดาบในมือแน่นกว่าครั้งไหนๆ เห็นแสงวูบไหวของเปลวไฟจากอาวุธแรงกล้าของเทพมารเด่นชัดในความมืดของมิติ เขาจ้องเทพมารตรงหน้าไม่วางตาก่อนจะวาดใบดาบออกไปด้านหน้า ส่งคลื่นพลังที่สร้างขึ้นจากพลังในกายไป เทพมารเพียงขยับตัวหลบ ใช้สันขวานกระแทกพื้นอีกครั้ง แต่ครานี้หาได้สร้างความร้าวรานกับพื้นดินโดยรอบ มีเพียงร่างกายของหนี่เหยาที่ลอยขึ้นเพราะเเรงสะเทือนนั้น
หนี่เหยาพลันเบิกตากว้าง หวาดตระหนกตกใจกับพลังแปลกประหลาดที่ถ่วงตัวของเขาให้ตกลงพื้นอย่างช้าๆ ภาพรอบกายพลันเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว ราวกับมีเพียงแค่เขาที่ถูกหน่วงเวลาเอาไว้ เขากัดปากของตนจนเจ็บไปหมด ถ้าพลาดท่าแบบนี้เทพมารก็คงจะบั่นร่างของเขาได้โดยง่าย ชายหนุ่มพยายามตะเกียกตะกายให้ตัวเองหลุดจากห้วงเวทนั้น
“จงตายเสียเถิดเจ้าคนเขลา อยากให้ข้าก้มกราบแต่มิสำเหนียกดูพลังของตน” เทพมารคำรามลั่นในขณะเดียวกันมือที่ถือขวานไฟเอาไว้ก็เงื้อขึ้นสูงเหนือหัวเกินความสูงที่หนี่เหยาจะมองเห็นได้ ด้วยร่างใหญ่โตของเทพมาร เขาเห็นเพียงดวงตาวาวโรจน์และเขี้ยวที่แยกคำรามนั้น
“ข้าไม่ยอมหรอก!” หนี่เหยาตะโกนกลับไป ใช้เเรงน้อยนิดของตนหลุดออกจากพันธะที่ทำให้ตัวเขาเชื่องช้านั้น เขาตะเกียกตะกายไปกับพื้น ขว้างดาบที่ดูไร้ค่านั้นลงกับพื้นหินก่อนจะใช้ร่างกายของตนเป็นอาวุธแทนเสียงเอง ชายหนุ่มขับพลังที่ไหลเวียนทั่วร่างเป็นเกราะกำบัง พลังสีดำทะมึนคลุมทั่วร่างของเขา บิดเกลียวอย่างเกรี้ยวกราดตามระดับพลังของผู้ใช้ มันเป็นเวทที่ใช้อาบร่างของตนมิให้มีบาดแผลและยังช่วยเพิ่มพละกำลังอย่างยิ่ง
หนี่เหยาพุ่งออกไปด้านหน้า ใช้หมัดต่อยเข้าที่ต้นขาใหญ่ของเทพมารก่อนจะหมุนตัวขึ้นไปบนอากาศตวัดใช้ขาที่ฉาบด้วยพลังนั้นเตะไปทั่วร่างของคู่ต่อสู้ที่พยายามใช้ขวานไฟเหวี่ยงสะบัดเพราะรำคาญ เทพมารคำรามลั่นปักขวานไฟลงกับพื้นก่อนจะใช้มือที่มีกรงเล็บตะปบเข้าที่หนี่เหยาซึ่งมีขนาดไม่ต่างจากแมลง
หนี่เหยาเสกดาบขึ้นมาอีกครั้ง ใช้มันทิ่มเข้าที่มือของเทพมารเต็มเเรง กลั่นพลังของตนใส่เข้าไปในนั้น หวังจะให้มันสร้างบาดแผลแก่เทพมารไม่มากก็น้อย เทพมารหัวเราะให้กับความพยายามของหนี่เหยาถึงแม้มันจะสิ้นไร้ประโยชน์ก็ตามที เขายอมยืนให้หนี่เหยาระดมใส่ลูกเตะจนกว่าจะพอใจ ท่าทีนิ่งเฉยที่ดูถูกนั้นทำให้ชายหนุ่มกัดฟันพร้อมทั้งสบถด่าตนเอง
‘หากข้าแข็งแกร่งกว่านี้...หากข้าสามารถบังคับใจให้สู้กับเทพมารได้’ หนี่เหยารู้ดี ภายในจิตใจของเขา ลึกลงไปนั้นเขาหวาดกลัวเทพมารเพียงใด แม้จะบังคับร่างของตนให้สู้ฟาดฟันกับเทพมารได้ แต่หนทางชนะนั้นก็ริบหรี่ ในมิติแห่งจิตใจเช่นนี้ เมื่อหวาดกลัวพลังก็เหมือนถูกบั่นทอนลงไปครึ่งหนึ่งแล้ว
“เจ้าสู้ข้าไม่ได้หรอก” เทพมารบอกกลับไป ยืนกอดอกนิ่งงันยอมให้หนี่เหยาโจมตีจนพอใจ เทพมารไม่ได้ร้องด้วยความเจ็บ เอาจริงๆ แล้วรู้สึกเหมือนถูกใครสะกิดเท่านั้น ผิดกันกับหนี่เหยา แม้จะงัดทุกอย่างที่ตนมี กระบวนท่าหรือแม้แต่เวทที่คิดว่าทรงอำนาจก็มิอาจทำให้เทพมารตัวโตรู้สึกระแคะระคายได้
“หากข้าจะฆ่าเจ้ามันก็ง่ายเพียงนิด” เทพมารก้มมองร่างของหนี่เหยาที่เอาแต่หอบหายใจ นึกขันที่ชายหนุ่มยังไม่ยอมแพ้อีกแม้ร่างจะแทบหมดสิ้นเรี่ยวแรงแล้วก็ตามที
"ข้า...จะกำราบเจ้า" หนี่เหยายังยืนยันเช่นเดิม ในมือยังคงถือดาบเอาไว้ ใช้กำลังที่มีทั้งหมดทุ่มไปที่ร่างของเทพมารจนหมดแล้ว จิตใจของเขาก็ช่างอ่อนแอ ภายในยังคงร่ำร้องว่าหวาดกลัวและรู้ดีว่าไม่สามารถชนะได้
"ข้าเบื่อเต็มทน" เทพมารยืดตัว บิดไปมาคล้ายกับเมื่อยล้า ขวานไฟถูกยกขึ้นมาอยู่ในมืออีกครั้ง "ที่ข้าใช้ไปยังไม่ถึงหนึ่งในสิบของพลังเสียด้วยซ้ำไป" เทพมารกำขวานในมือ เหวี่ยงมันไปมาอย่างถนัดก่อนจะใช้พลังจากในกาย
แม้จะถูกผนึกไว้หากแต่ยังไม่สิ้นฤทธิ์ ไฟสีแดงฉานพุ่งพวยขึ้นสู่อากาศ ประกาศให้หนี่เหยารู้ว่าน่ากลัวเพียงใด ความร้อนดั่งนรกผลาญทำให้เขาต้องก้าวถอยหลัง
"หากคิดจะให้ข้าก้มหัวมันยังเร็วไปหมื่นปี" พูดจบไฟที่รวมตัวกันเป็นศาสตราวุธก็พุ่งเป็นทาง บิดเกลียวอยู่กลางอากาศราวกับมีชีวิต ไฟเหล่านั้นเข้าหลอมร่างของเทพมาร สร้างเป็นเกราะกล้าที่ทำจากอัคคี มวลพลังร้อนรุ่มต่างตอบรับต่อผู้เป็นนาย
"บ้าน่า...นี่มันไม่ใช่สิ่งที่ข้าจะเอาชนะได้เลย" หนี่เหยาบอกกับตนเอง ทอดมองร่างของเทพมารที่มีเกราะไฟหุ้มร่างกายและยังถือขวานเอาไว้ ร่างที่ใหญ่กว่าตนอีกหลายเท่าและพลังที่ห่างกันหลายขุม…
มันไม่มีทางที่เขาจะชนะตั้งแต่แรกแล้ว
ขวานนั้นเหวี่ยงไปมา หนี่เหยากระโดดหลบแต่เชื่องช้าลงกว่าเดิมมาก ในขณะที่ความตายนั้นคลืบคลานเข้ามาใกล้ มือของเทพมารก็คว้าเอาตัวของหนี่เหยามาไว้ในมือ บีบรัดเอาไว้ไม่ให้หลุด
"จบเสียที" เทพมารกล่าวพร้อมทั้งบีบร่างของหนี่เหยา โยนขึ้นไปบนอากาศราวของเล่นชิ้นหนึ่ง เงื้อขวานขึ้นสูง ฟาดลงกลางร่างอย่างไม่ยั้งมือ
'ข้าขอโทษ...ท่านชิว เหวินเจี้ยน ข้าคงไม่สามารถทำตามที่พูดได้ เสียเวลาเปล่าที่ท่านปรุงยามาให้ข้า' หนี่เหยาหลับตา ยอมรับความตายที่เทพมารมอบให้
จากนั้นเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในหัว รอยยิ้มที่มักเห็นจากชายหนุ่มคนนั้นปรากฏขึ้นแม้จะยังมองไม่เห็นเขา
เทพมารเบิกตากว้าง เมื่อร่างของหนี่เหยาหายวับไป ขวานที่ตั้งมั่นจะสังหารหนี่เหยาพุ่งปักลงที่พื้นจนสะเทือนเลือนลั่นไปหมด ควันจากเศษหินกระจายคลุ้งไปหมด เทพมารตกตะลึง จู่ๆ ทั้งร่างก็ตื่นกลัว รับรู้ถึงพลังที่คุ้นชินซึ่งเคยปิดผนึกเขามาแล้วครั้งหนึ่ง เทพมารมองควันที่ค่อยๆ สลายหายไป เห็นสายตาของใครบางคนเเวววับอยู่เบื้องหน้า
‘หมดหน้าที่ของเจ้าแล้ว’ ผู้มาใหม่บอกกลับไปในโสตประสาท วางร่างของหนี่เหยาลงข้างกายก่อนจะเดินไปอย่างไม่เกรงกลัว หนี่เหยานั้นตกตะลึงยิ่งกว่า เทพมารที่ตั้งใจสังหารเขากำลังตกใจ ร่างคล้ายปีศาจร้ายของมันถอยห่าง น่าแปลกยิ่งนักที่เทพมารผู้แข็งแกร่งลังเลที่จะวาดขวานลงบั่นคอชายคนนี้
“ไม่คิดว่าจะพบกันที่นี่อีก เทพมาร...”