Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    เล่ม 3 ตอนที่ 89 ซูฮ่าวลงมือ! (ตอนจบ)

            จงรั่วฉิงโบกมือเรียกพนักงานคนหนึ่งแล้วพูดว่า “เลือกหยกมาให้สหายตัวน้อยคนนี้สลักหนึ่งชิ้นและเตรียมเครื่องมือแกะสลักครบชุดมาให้ด้วย”

            “ได้ครับ” พนักงานคนนั้นเดินไปทางโกดังเก็บหยกของร้านทันทีอย่างไม่ลังเล 

            หลังจากผ่านไปสักพัก เขาก็นำหยกก้อนใหม่ออกมา

            หยกประเภทนี้เป็นหยกมันแพะ เนื้อละเอียดเกลี้ยงเกลาเป็นหยกที่ดีที่สุดในหยกขาวเหอเถียน หยกชนิดนี้หายากและมีมูลค่าสูงมาก 

            ดูจากขนาดและรูปร่างของหยกมันแพะที่อยู่ในฝ่ามือของพนักงานคนนั้นแล้วน่าจะมีมูลค่าสูงสี่ถึงห้าล้าน

            หากให้จงรั่วฉิงแกะสลักมันราคาหลังจากแกะสลักเสร็จแล้วจะต้องเพิ่มขึ้นอีกหลายสิบเท่าเพราะชื่อเสียงของปรมาจารย์แกะสลักหยก

            ซูฮ่าวรับหยกมันแพะชิ้นนั้นมา ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย และเปิดกล่องเครื่องมือแกะสลักออก

            ด้านในกล่องนั้นมีมีดแกะสลัก รวมถึงตะขอ ตะปู และสิ่วนอกนี้ยังมีอุปกรณ์ที่ช่วยในการแกะสลักอยู่อีกมากมาย 

            เขาหยิบหยกมันแพะขึ้นมาแล้ววางลงบนโต๊ะแกะสลัก 

            แกนหลักของการแกะสลักหยกนั้นอยู่ที่การคัดเลือกวัสดุ ปอกเปลือกนอก ออกแบบแกะสลักแบบหยาบ แกะสลักแบบละเอียด ขัดเงา และตกแต่ง เป็นต้น 

            ขั้นตอนแรก การคัดเลือกวัสดุสำเร็จแล้วตอนนี้เขากำลังจะปอกเปลือกนอกซึ่งเป็นขั้นตอนที่สอง

            ส่วนที่เขาจะต้องปอกเปลือกด้านนอกก็เพราะว่าพื้นผิวด้านนอกของหยกนั้นจะมีปฏิกิริยาออกซิไดซ์ดังนั้นเขาจึงจำเป็นจะต้องลอกหยกด้านนอกออกถึงจะสามารถออกแบบการแกะสลักหยกได้ง่ายยิ่งขึ้น

            แน่นอนว่าขั้นตอนเหล่านี้ห้ามทำให้ผิวของหยกเสียหายเป็นอันขาดเพราะว่าบางครั้งส่วนของหยกที่เหลือเหล่านั้นก็สามารถนำมาออกแบบและแกะสลักได้ เมื่อแกะสลักเสร็จแล้วสีสันเหล่านั้นจะสามารถทำให้หยกเพิ่มมูลค่าขึ้นได้ 

            ซูฮ่าวหยิบมีดแกะสลักขึ้นมาแล้วหมุนมือเป็นวงกลมพลังลึกลับปกคลุมมีดเล่มนั้น 

            ใบมีดที่มีลักษณะคล้ายกระจกที่ถูกปกคลุมด้วยพลังลึกลับจนทำให้รู้สึกเย็นยะเยือกลำแสงเย็นควบรวมและเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องบนใบมีดเหมือนว่าความแหลมคมและเย็นเยียบเพิ่มสูงขึ้น

            “ฟิ้วๆ ๆ ๆ !” 

            เมื่อเขาชักมีดออกมา เรียกได้ว่ากะทันหันราวพายุ รวดเร็วดุจสายฟ้าความเร็วนั้นสูงมากเหมือนลมกรด และเกิดขึ้นอย่างกะทันหันจนคนไม่ทันได้ตั้งตัว

            มีดไม่ออกห่างจากหยก หยกไม่ออกห่างจากมีด 

            มือและดวงตาประสานเป็นหนึ่ง ค่อยๆ กรีดหยกออกไปทีละแผ่น 

            ทุกคนยังไม่ทันได้มีปฏิกิริยาตอบสนองชั้นหยกที่มีปฏิกิริยาออกซิไดซ์ก็ถูกซูฮ่าวลอกออกไปจนหมดแล้ว 

            “เร็วมากเลย!” จงรั่วฉิงขยี้ตามอง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความตกใจ

            เมื่อหันไปมองหยกมันแพะ เขาก็ต้องรู้สึกหวาดผวามากยิ่งขึ้น 

            พื้นผิวด้านนอกที่สกปรกของหยกมันแพะชิ้นนี้เหมือนจะถูกกำจัดออกไปแล้วซึ่งตอนนี้เข้าใกล้กับคำว่าไร้ที่ติ ลักษณะเหมือนเนื้อแพะที่เพิ่งหั่นออกมาเงางามราวกับมีไขมันเกาะอยู่ 

            ขั้นตอนที่สองปอกเปลือกด้านนอกสำเร็จแล้ว ซูฮ่าวเงียบไปครู่หนึ่งหลังจากที่เขาออกแบบลักษณะหยกเอาไว้ในใจแล้ว จากนั้นก็มุ่งหน้าสู่ขั้นตอนที่สี่แกะสลักแบบหยาบ

            วินาทีต่อมาเขาก็หยิบมีดแกะสลักออกมาอีกครั้งแล้วหยุดนิ่งก่อนเปลี่ยนทิศทาง ความแข็งแกร่งประสานนุ่มนวล อิสระล่องลอยสง่างามสูงศักดิ์ 

            รัศมีแข็งแกร่งราวกับมังกรน่าตกใจมาก ความเร็วดุจสายฟ้าเงามีดตัดลงอย่างต่อเนื่อง

            ทุกคนไม่สามารถมองเห็นได้เลยว่ามีดแกะสลักของซูฮ่าวนั้นตัดลงไปที่ไหนบ้าง พวกเขาเห็นเพียงเงามีดและเสียงมีดที่กระทบกับหยกเท่านั้น

            ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีซูฮ่าวก็หยุดมือลงแล้ว

            ในตอนนั้นหยกมันแพะส่วนใหญ่ก็หล่นลงพื้นไปแล้ว

            ทุกคนจ้องมองตาเขม็ง และสามารถเห็นเค้าโครงดอกท้อที่แกะสลักอย่างหยาบๆ ได้กลีบดอกไม้งดงามราวกับมีชีวิต บางส่วนหนา บางส่วนบางแต่ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนก็เหมือนดอกท้อกำลังจะเริ่มผลิบานด้วยตนเอง 

            คนส่วนหนึ่งก็อุทานออกมาอย่างตกใจกับฝีมือการแกะสลักของซูฮ่าวแต่คนอีกส่วนหนึ่งกลับพูดอะไรไม่ออก 

            หยกมันแพะก้อนใหญ่ขนาดนั้นแต่กลับแกะสลักเป็นดอกท้อดอกหนึ่งนี่เป็นการทำให้เสียของและสิ้นเปลืองเงินทองอย่างมาก

            ไม่เพียงแค่พวกเขา เถ้าแก่ร้านก็รู้สึกปวดใจเช่นเดียวกัน 

            หากแกะสลักหยกเป็นรูปอื่นก็อาจจะเอาทุนคืนมาได้แต่หยกสลักรูปดอกท้อมันมีจำนวนมากเกินไป ร้านแกะสลักหยกทุกร้านล้วนมีหยกลายนี้อีกทั้งราคาก็ไม่สูง

            จงรั่วฉิงไม่ได้สนใจเรื่องเงิน เขาจ้องมองหยกมันแพะและซูฮ่าวตาเขม็งดวงตาของเขาก็เปล่งประกายอย่างต่อเนื่อง

            นี่เป็นเพียงแค่งานแกะสลักแบบหยาบเท่านั้นดอกท้อที่ซูฮ่าวแกะสลักออกมานั้นก็มีความคล้ายคลึงทางจิตวิญญาณแล้วหากเขาแกะสลักแบบละเอียดต่อมันจะมีลักษณะเป็นอย่างไร?

            เมื่อคิดถึงตรงนี้ ภายในใจของเขาก็เต็มไปด้วยความคาดหวัง

            ภายใต้ความสนใจของทุกคน ซูฮ่าวก็เริ่มขั้นตอนที่ห้า การแกะสลักแบบละเอียด 

            ขณะที่กำลังทำขั้นตอนนี้ เขาได้รวบรวมพลังชีพเอาไว้ในตันเถียน และลอบวางค่ายกลสลักวิญญาณ

            ทำไมหยกแกะสลักในปัจจุบันนี้ถึงขาดจิตวิญญาณและเสน่ห์?

            นั่นเป็นเพราะว่าช่างแกะสลักไม่ได้เพิ่มวิธีการแกะสลักจิตวิญญาณและเสน่ห์ลงไป!

            พวกเขาไม่สามารถผสานพลังวิญญาณของฟ้าดินเข้ากับผลงานได้ดังนั้นจึงทำให้ผลงานสวยเพียงแค่ภายนอกเท่านั้น แต่ไม่มีชีวิตชีวา

            ค่ายกลสลักวิญญาณควบคุมแรงโน้มถ่วงของโลกจากนั้นใช้มีดแกะสลักเชื่อมโยงฟ้าดิน รวบรวมพลังวิญญาณฟ้าดินลงไปที่ใบมีด ขณะที่มีดแกะสลักกำลังจะกรีดลงบนหยกพลังวิญญาณของฟ้าดินก็ถ่ายเทเข้าไปภายในหยกแกะสลักด้วย

            เพื่อให้พลังวิญญาณผสานกับหยกแกะสลักให้ดียิ่งขึ้นซูฮ่าวตั้งใจลดความเร็วในการแกะสลักลงแต่ในสายตาของทุกคนนั้นแปรเปลี่ยนจากความเร็วที่อันตรายกลายเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ คล้ายจริงคล้ายไม่จริง

            ที่เขากรีดมีดลงไปแต่ละครั้งมันแม่นยำอย่างมากจนไม่มีข้อผิดพลาด

            หากมองให้ละเอียดแล้วก็จะพบว่าเขาแกะสลักกลีบดอกท้อแต่ละกลีบด้วยความเร็วสูง

            งานแกะสลักของเขาละเอียดราวกับใยแมงมุมที่พลิ้วไหวเหมือนเส้นผมที่นุ่มลื่นไม่มีรอยต่อ

            เมื่อดูจากภาพรวมแล้วเส้นขอบหยกมันแพะเชื่อมต่อกันเป็นเส้นเดียว ลวดลายแกะฉลุกลีบบนล่างสลับทับซ้อน งดงามอย่างยิ่ง 

            ไม่รู้ว่าเจิงจื่อโหยวที่อยู่ด้านข้างหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอัดภาพเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ตั้งแต่เมื่อไร

            ในสายตาของเขา การลงมีดแต่ละครั้งของซูฮ่าวเหมือนการตัดอากาศ ผ่าท้องฟ้ากรีดจิตวิญญาณ

            กลีบดอกไม้แต่ละกลีบพลิ้วไหว กลีบด้านหนึ่งหลุดออกจากใบมีดแล้ว

            เหมือนปลาสีเงินกระโดดน้ำโต้คลื่นขาว ใบหลิวปลิวหล่นจากต้นตามแรงลม 

            หลังจากผ่านไปสามนาที ซูฮ่าวก็หยุดมือลงและเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายคือการขัดเงาตกแต่ง

            ขั้นตอนการขัดเงาตกแต่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากในการแกะสลักหยกไม่ว่าจะแกะสลักอย่างระมัดระวังเพียงใด ผิวของหยกก็ยังคงความหยาบไม่สามารถแสดงความงดงามส่องประกายราวคริสตัลได้จำเป็นต้องขัดเงาและตกแต่งให้สมบูรณ์แบบถึงจะสามารถแสดงความอบอุ่นและเงาวาวสู่ภายนอกได้อีกทั้งยังสามารถทำให้กลายเป็นหยกที่สูงส่งได้ด้วย

            ทุกคนมองภาพเหตุการณ์นี้แบบตาไม่กะพริบพวกเขาไม่อยากจะพลาดเหตุการณ์นี้ไปแม้แต่ช็อตเดียว 

            ความหวาดกลัวภายในแววตาของจงรั่วฉิงเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องเขาค้นพบว่าดอกท้อที่ซูฮ่าวแกะสลักออกมา เหมือนกับมีชีวิตจริงๆ และกำลังพลิ้วไหวอยู่

            ยิ่งเขามองนานมากขึ้นเท่าไร เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าดอกท้อดอกนี้คือของจริง

            จากนั้นไม่นานซูฮ่าวก็ขัดเงาและตกแต่งสำเร็จ เขาราดน้ำสะอาดลงไปหนึ่งชาม

            ทันใดนั้นหยกแกะสลักลายดอกท้อก็ปรากฏแก่สายตาของทุกคน

            แม้ว่าดอกท้อทำจากหยกจะวางอยู่ตรงนั้นอย่างเรียบง่ายแต่กลับทำให้ทุกคนรู้สึกว่ามันกำลังเบ่งบานอยู่ในความหนาวเย็นที่โหดร้ายผลิบานบนก้านอย่างโดดเดี่ยวแต่ไม่ขลาดกลัว

            มันคือผู้โดดเด่นยามเหมันต์ ในฐานะดอกไม้ขาวผู้พิชิตโลกใบนี้

            ดอกไม้กลีบเล็กสีสันสดใส ผลิบานงดงามสูงส่ง 

            แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนตกใจก็คือ หากจ้องมองหยกแกะสลักลายดอกท้อนั้นแค่ห้าวินาทีก็สามารถเห็นได้ว่ามันกำลังพลิ้วไหวราวกับมีชีวิต

            มีบางคนคิดว่านั่นคือภาพลวงตา พวกเขาจึงขยี้ตาอย่างแรงแต่หลังจากจ้องมองอีกครั้งก็ยังเห็นภาพเหตุการณ์เดิม

            หลังจากมองนานเกินสิบห้าวินาทีก็มีภาพหนึ่งปรากฏแก่สายตาของทุกคน

            พวกเขาเห็นหญิงสาวหน้าตางดงามคนหนึ่งเดินอยู่บนพื้นหิมะที่รายล้อมไปด้วยดอกท้อ 

            เธอคือเทพบุปผาดอกท้อเดือนแรก นามหวางเจาจวิน

            เธอคิดถึงส่วนรวม เสียสละตนเองไปแต่งงาน เพื่อหลีกเลี่ยงสงครามช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติ 

            หิมะนั้น คือหิมะนอกด่าน

            ดอกท้อนั้น คือดอกไม้ของจงหยวน

            ดอกท้อเหมันต์อยู่ข้างกายนาง เบ่งบานเพราะความคิดถึงบ้านเกิดที่มากล้น

            ความงามที่เยือกเย็นของดอกท้อเหมันต์ทำให้ผู้หญิงอ่อนแอคนหนึ่งงดงามโดดเด่น สูงส่งไร้ความหวาดกลัว 

            ในตอนนั้นเหมือนทุกคนได้ยินเสียงเพลงผีผาบรรเลงขึ้น และเห็นทิวทัศน์วสันตฤดูที่พระราชวังฮั่นหลังจากไฟสงครามที่ชายแดนจางหายไป

            จิตวิญญาณอันหอมหวนของหวางเจาจวินกำเนิดที่ดอกท้อแดงกลางพระราชวังฮั่นและดอกท้อเหมันต์ที่อยู่นอกด่านก็จางหายไปแล้ว 

            ลมฝนพาวสันต์จากไป เหมันต์พาวสันต์กลับมา

            บนหน้าผาน้ำแข็งสูงชันร้อยลี้ กลับมีกิ่งก้านดอกไม้ผลิงดงาม

            แม้ดอกท้อจะงดงามแต่ก็ไม่สู้ความงามกับวสันต์ เพียงแค่มาส่งข่าวแล้วจากไปเท่านั้น

            รอจนกระทั่งดอกไม้บานสะพรั่งทั้งภูเขา นางถึงได้ผลิยิ้มออกมา… 

    คล้ายกับเรื่องLevel up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】 ที่คุณอ่าน