โครงการ Apex Reclamation and Crisis Utility Spearhead หรือที่เรียกกันว่า Arcus เป็โครงการที่ถูกสร้างขึ้นมาพร้อมกับ The Unbash ในยุคสมัยเริ่มสร้างเมืองโซน B เป้าหมายหน้าฉากของมันคือการกู้คืนพื้นที่จากการบุกรุกของเหล่า Kairyu แต่ความจริงแล้ว เหตุผลของการมีอยู่ของโครงการนี้คือการกำจัดผู้ที่อาจจะเป็ภัยต่อ Unbash ในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นักการเมืองที่คิดจะเปลี่ยนแปลงระบบ ประชาชนที่คิดต่อต้าน เหล่าทหารตำรวจที่อาจก่อรัฐปะา
และ 'เอเอ็น' เหล่าหญิงสาวที่ได้รับพลังงานจากนอกดาว พวกเธอถูกนับให้เป็มนุษย์ยุคต่อไปของดาว Zainan ดวงนี้ แต่เหล่าชนชั้นสูงกลับมองว่าเป็พวกกลายพันธุ์ผิดมนุษย์ และไม่ยอมรับว่านี่คือการก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์
การทำงานของโครงการ Arcus คือการหลอกลวงเหล่าผู้ที่รัฐคิดว่าเป็ภัย ให้ออกไปทำาต่อสู้กับ Kairyu และปล่อยให้ตายในหน้าที่ โดยที่คนเหล่านี้จะไม่ได้รับผลตอบแทนอะไรเลยแม้แต่ชื่อเสียง สิ่งเดียวที่ได้คือความตายที่ถูกล็อกผลลัพธ์เอาไว้แล้ว ทั้งหมดเพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางการเมือง และเพื่อให้กลุ่มนักการเมืองที่้าความสุขสบายใน The Unbash สามารถโกงกินเงินต่อไปได้เรื่อยๆ
วันที่ 14 เดือน 2 ปี 2134 [02:44 AM]
หุ่นรบทั้ง 7 เข้าประจัญบานกับสัตว์ั์ทั้ง 3 ก่อนที่จะได้เข้าปะทะ Vultum ได้อ้าปากกว้างและชาร์จพลังงานสีฟ้าขึ้นอีกครั้ง
“แย่แล้ว! ลำแสงมรณะอีกแล้ว!” ฮอน์ละโเตือนทุกคน
“ทุกคนหลบ!” คานาตะแทรกต่อทันที
แต่มันกลับยังไม่ยิงออกมา Vultum ค้างท่านั้นเอาไว้นานกว่ารอบก่อนๆ ขณะที่หุ่นทุกตัวกำลังยืนดูท่าทีของมันอยู่ Tianaga ก็เลื้อยพรวดเข้ามาหาหุ่นเ่าั้ และใช้ลำตัวของมันรัดหุ่นเอาไว้ได้ถึง 2 เครื่อง
“แย่แล้วหัวหน้า! ผมขยับตัวไม่ได้!” นักบินคนหนึ่งร้องลั่น “หน้าจอดับไปแล้ว! เดี๋ยว ห้องนักบินมัน!—” นักบินคนที่สองร้องะโ แต่ยังไม่ทันจบประโยค หุ่นทั้งสองก็ถูกรัดจนเหล็กยุบตัวเข้าไปด้านใน บดขยี้สองนักบินทิ้งทันที
ก่อนที่เตาพลังงาน M.T.I. จะเกิดการะเิขึ้นเนื่องจากได้รับความเสียหายอย่างหนัก Tianaga กระเด็นปลิวออกไปไกล หุ่นและไคริวที่เหลือในบริเวณนั้นต่างโดนลูกหลงกันไปตามๆ กัน แรงะเิรุนแรงมหาศาลจนทำให้สัญญาณการสื่อสารของพวกคานาตะกับ A-5 ขาดหายไปในทันที
[07:20 AM]
“S-! คา-า-!” เสียงเรียกจากสัญญาณที่ขาดๆ หายๆ ดังขึ้น คานาตะรู้สึกตัวลืมตาตื่นขึ้น “-!?” เขารีบมองหน้าจอคันบังคับ แล้วบังคับ ANX ให้ลุกขึ้นยืนทันที
เมื่อยืนขึ้นได้ สภาพทิวทัศน์ที่เห็นเบื้องหน้าคือเศษซากของกองกำลังเสริม ไม่มีใครรอดชีวิตจากแรงะเิเลย และมีเพียงซากส่วนหัวของ Vultum ที่ตายตาค้างอยู่ ก่อนจะมีเสียงโลหะเสียดสีกันดังขึ้นจากด้านหลังเขา มันคือ Cylig Aeronic (S-12) ที่ยันตัวยืนขึ้นมาในสภาพแขนซ้ายขาดหายไปครึ่งท่อน และตามมาด้วย McProton ที่สภาพยังพอดูได้ เพียงแต่เซนเซอร์การมองเห็นดับสนิทและผ้าคลุมขาดวิ่น
“เกิดอะไรขึ้น?! กล้องฉันพัง มองไม่เห็นด้านนอกเลย!” ฮอน์ลพูดพลางพยายามประคองหุ่นเอาไว้ ดูเหมือนระบบทรงตัวกับไฮดรอลิกบางส่วนจะพังไปแล้ว
“Tianaga รัดหุ่น DEP ของกองหนุนเอาไว้... แรงบีบอัดคงไปทำลายเตา M.T.I. จนทำให้เกิดการะเิ” S-12 ตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระด้างและขาดห้วง ด้วยความที่เขาเชื่อมต่อประสาทกับตัวหุ่นโดยตรง ทำให้ได้รับความเสียหายหนักกว่านักบินทั่วไปเพราะไม่มีระบบเซฟตี้ในห้องนักบิน
“ทุกคนไ-ด้ยินไหม-!” เสียงสัญญาณดังแทรกมาจากระบบสื่อสาร
“เอเลเซียเหรอ? ได้ยินแล้ว...” ฮอน์ลตอบรับ
“โอ้~ อึดเอาเื่เลยนะพวกนายเนี่ย โชคดีไปนะที่ขับ DEP รุ่นดัดแปลง ไม่งั้นคงศพไม่สวยเหมือนพวกนั้นไปแล้ว” เสียง A-5 พูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่ยินดียินร้าย
“พวกเราคิดจะขึ้นไปหาแล้ว แต่จอมพลสั่งห้ามเอาไว้ เลยทำได้แค่พยายามหาคลื่นติดต่อ” เรย์อธิบายก่อนจะถามต่อ “พวกมันไปไหนแล้ว? ตายรึเปล่า?”
S-12 กวาดสายตาสแกนพื้นที่ก่อนจะตอบกลับด้วยความหนักแน่น “ตรวจไม่พบร่องรอย... นอกจากซากหัวของ Vultum แล้ว ทั้ง Absum และ Tianaga หายตัวไปจากพื้นที่ปะทะแล้ว”
“พวกเราต้องกลับไปตั้งหลักก่อน ถ้ามันกลับมาตอนนี้เราสู้ไม่ไหวแน่ สภาพหุ่นยับขนาดนี้” คานาตะพูดจบ ก็บังคับ ANX เข้าไปพยุง McProton ไว้ และพากันเดินทางกลับจุดส่งตัว
“นี่คือภาพรีเพลย์สุดท้าย ก่อนที่ภาพจะตัดไป จากทุกมุมที่บันทึกได้ค่ะ” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น
[10:50 AM]
หญิงสาวในชุดสูทยืนอยู่เบื้องหน้าทุกคนในฐานของ Arcus โดยมีจอมพลยืนอยู่เคียงข้างเธอ “จากภาพจะเห็นได้ว่า Meganus Tianaga กำลังส่งเสียงร้องด้วยความถี่พิเศษ ซึ่งเราจับได้แค่บางจังหวะ ก่อนที่ Meganus Vultum จะเริ่มชาร์จพลังในตัวของมัน” หญิงสาวอธิบายต่อ “ในจังหวะที่ Tianaga เข้ารัดหุ่นทั้งสอง Vultum ได้ยิงพลังงานเข้มข้นสูงที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นออกไป มันเจาะเข้าไปถึงเตา M.T.I. ในตัวหุ่นก่อนจะเกิดแรงะเิขึ้นค่ะ” หญิงสาวหลีกทางให้จอมพลเดินขึ้นมาพูดต่อ
“งานแรกของพวกคุณเละเทะมาก....” เขาเอามือกุมขมับ “ผะ-ผมก็อยากจะให้กำลังใจอยู่หรอกนะ แต่พวกคุณทำทหารผมตายยกทีม แถมพาหุ่นรบมูลค่ามหาศาลไปพังทิ้งอีก...”
ฮอน์ลพูดขัดขึ้นทันที “ด้วยความเคารพนะท่าน... หุ่นของคานาตะยังสภาพกิ๊งอยู่เลย ส่วนหุ่นของพวกเรามันก็เป็แค่ของตกรุ่น เราพาตัวต้นแบบกลับมาได้สมบูรณ์แบบขนาดนี้ แล้วคุณจะยังมีอะไรไม่พอใจอีก?”
“คุณแม็คเนสคะ มูลค่าของ McProton ที่ได้รับการอัปเกรดมา มันก็มากพอๆ กับ DEP รุ่นใหม่เลยนะคะ” หญิงสาวสวนกลับ ฮอน์ลเบิกตากว้างอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะจับปีกหมวกของตัวเองกดลงบดบังใบหน้า แล้วหันหน้าหนีไปทางอื่นโดยไม่ต่อล้อต่อเถียงอะไรอีก
ขณะที่คนในห้องกำลังถกเถียงกัน เคเดินตรงไปหาคานาตะที่ยืนเงียบอยู่มุมห้อง “นายพาหุ่นต้นแบบรอดมาได้ยังไง โดนแรงะเิเข้าไปขนาดนั้นแท้ๆ” เคถามด้วยใบหน้าสงสัย
คานาตะขมวดคิ้วเหมือนกำลังทบทวนความทรงจำ “ตอนนั้น... อยู่ๆ แขนมันก็บังคับให้หุ่นยกโล่ขึ้นมาบังเองน่ะ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่รู้สึกตัวอีกทีโล่มันก็ช่วยรับแรงกระแทกเอาไว้ได้มากเลย” คานาตะตอบด้วยสีหน้างุนงงกับตัวเอง
หญิงสาวเบนความสนใจกลับมา “แต่ถึงจะเสียกำลังพลและหุ่นรบไปบ้าง ทว่าข้อมูลของ Vultum ที่ได้มาก็เป็ประโยชน์มาก ยังไงก็ขะ-” เธอชะงักไปครู่หนึ่ง ทำหน้าเหมือนสะอิดสะเอียนที่จะพูด “ขอบคุณมากค่ะ”
เื่จบลง จอมพลและหญิงสาวเดินออกไปจากห้อง ปล่อยให้ทุกคนจัดการธุระกันต่อเอง
“A-5 ทำไมไม่ช่วยพูดอะไรบ้างเลย...” S-12 เอ่ยถาม
A-5 ชี้ไปที่หัวตัวเองแล้วทำมือวนไปมา “สมองของฉันถูกบล็อกเอาไว้ ไม่ให้ขัดอะไรก็ตามที่จอมพลสั่ง การพูดแทรกโดยที่เขาไม่ได้ถาม ถือเป็การขัดคำสั่ง” ทุกคนในห้องยกเว้น S-12 มองไปที่ A-5 เป็ตาเดียว ก่อนจะเริ่มแยกย้ายกันออกไป
“เอาเหอะ เห็นว่าถ้าไม่มีพวกไคริวมาบุก DEP ของเคและเรย์ก็น่าจะเสร็จออกจากโรงประกอบใน 5 วันพอดี” ฮอน์ลพูดทิ้งท้าย แล้วเดินล้วงกระเป๋าออกจากห้องปฏิบัติการไปเป็คนแรก S-12 เดินตามออกไป แต่ก็ยังหันกลับมามองคานาตะกับเคชั่วครู่ ก่อนที่เอเลเซียจะเดินออกจากห้องเป็คนต่อไป
“ไปเถอะ เค ฉันไม่อยากอยู่ในห้องเดียวกับยัยจิตไม่ปกตินี่แล้ว” เรย์พูดพลางดึงแขนเคให้เดินตาม “อ่ะ- คานาตะ ถ้ามีอะไรก็มาหาฉันได้นะ” เคหันมาทิ้งท้ายไว้ก่อนจะโดนลากออกจากห้องไป
A-5 ปรายตามองตามเคไป ก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะของตัวเอง “แล้วนายล่ะ? จะยืนอยู่ในห้องรอฉันจับผ่าตัดดูลำไส้หรือไง?” A-5 หันมาพูดกับคานาตะ
“ไม่... ฉันอยู่ตรงนี้เพราะมีอีกเื่... เื่ส่วนตัว” คานาตะตอบกลับ
A-5 หันหน้ามาให้ความสนใจ “เื่ส่วนตัว? แล้วทำไมฉันต้องฟังด้วยล่ะ?”
“เพราะฉัน้าข้อมูลของ คานาตะ เรียวจิ พ่อของฉันไง” คานาตะตอบด้วยสีหน้าจริงจัง A-5 ไม่ตอบรับอะไร เธอหันกลับไปแล้วเริ่มรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ด
ในห้องพักของฝาแฝด
เรย์ลากเคเข้ามาด้านในแล้วผลักลงบนโซฟา ก่อนจะเดินไปถอดเสื้อสูทออก “นายคิดอะไรอยู่ ทำไมถึงให้ความสนใจไอ้คนนั้นจังเลย” เรย์ถามขณะกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้า
“ก็ไม่ใช่เื่ของเธอนี่ ปกติเธอก็ไม่เห็นจะสนใจเลยว่าฉันจะทำอะไร” เคตอบกลับพลางนั่งประสานมือวางไว้บนเข่า
เรย์หยุดชะงักไปชั่วครู่แล้วหันขวับมามอง “ใช่ ปกติฉันไม่สนหรอก แต่นี่มันอดีตเป้าหมายของเราไง ตอนนี้เราเป็ทีมเดียวกันอยู่ ถ้านายคิดจะทำอะไรก็ควรหยุดซะ”
“มันไม่ใช่แบบนั้นนะ!” เคเผลอขึ้นเสียงดัง ทำให้เรย์ชะงักไปอีกครั้ง “พี่ไม่รู้สึกผิดบ้างเหรอ... ที่ต้องทำงานกับเป้าหมายที่เราเคยหวังจะเอาชีวิต... คนที่เรา-”
เรย์เดินก้าวฉับๆ เข้ามาเอามือตะปบปิดปากเขาเอาไว้ เธอจ้องมองด้วยสายตาดุดันและจริงจัง “เื่ที่เกิดขึ้นคืนนั้น พวกเราจะไม่พูดถึงมันอีก ตอนนี้เขาเป็พวกเราแล้ว และคืนนั้นมันเป็คำสั่ง เราหนีความจริงข้อนี้ไม่ได้หรอก...” เรย์พูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ แต่น่าขนลุก ไม่มีการขึ้นเสียง ไม่มีอารมณ์เจือปน มีเพียงแววตาที่เ็าเท่านั้น
เรย์ปล่อยมือออกจากเคแล้วกลับไปแต่งตัวต่อ เคนั่งกำหมัดแน่น ทรมานกับความรู้สึกผิดที่อัดอั้นอยู่ข้างในแต่ไม่อาจระบายออกไปได้ ภายนอกห้องของพวกเขาทั้งสอง ร่างของใครบางคนที่เดินผ่านมาและได้ยินบทสนทนานั้นพอดี กำลังก้าวเดินจากไปเงียบๆ
เวลาผ่านไปสองถึงสามวัน ทุกคนยังคงใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยอยู่ในฐานที่คับแคบและไม่มีอะไรให้ทำแม้แต่น้อย ในห้องนั่งเล่นมีเพียงฮอน์ล เอเลเซีย และ S-12 นั่งจับเจ่ากันอยู่
“อยู่แบบนี้.... คุกชัดๆ” ฮอน์ลบ่นอุบ โยนกระป๋องน้ำอัดลมชนกำแพงให้มันเด้งกลับมาใส่มือ ทำแบบนั้นซ้ำๆ อย่างไร้จุดหมาย
“เดิมทีแล้ว ที่นี่มันก็คงถูกออกแบบมาเพื่อการนี้แหละ” S-12 พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พลางชี้นิ้วไปที่เอเลเซีย “โจรที่ขโมยแกนพลังงานของฐานโซน A” จากนั้นชี้ไปที่ฮอน์ล “ทหารหนีทัพ” และจบด้วยการชี้เข้าหาตัวเอง “อาวุธที่รัฐบาลไม่้าให้ประชาชนรับรู้ นี่ยังไม่รวมนักฆ่าปลดประจำการ นักวิจัยสติเฟื่อง กับลูกนักการเมืองที่ถูกส่งมารวมกับพวกเราแบบไม่รู้สาเหตุอีกนะ”
เอเลเซียฟังแล้วก็ขมวดคิ้วคิดตามคำพูดของ S-12 ก่อนที่เสียงประตูจะเปิดออก ทุกคนหันสายตาไปมองที่หน้าประตู ท่านจอมพลเดินเข้ามาพร้อมกับ A-5
“ช่วยพูดอะไรให้เกียรติสถานที่ด้วย S-12 ที่นี่มีแต่นักสู้คุณภาพทั้งนั้น... A-5 เปิดข้อมูลให้พวกเขาดู” จอมพลเดินไปนั่งลงที่โซฟาแล้วกวักมือสั่ง “นี่คือภาพเมื่อไม่นานมานี้ มีนักโทษของโซน E แหกคุกหลุดออกมาได้...” จอมพลถอนหายใจยาวพลางบ่นพึมพำกับตัวเอง “ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่ สภาพเมืองเป็แบบนั้น ห้องขังก็คงไม่ได้เื่เหมือนกัน” จากนั้นเขาก็ถอดหมวกวางไว้บนโต๊ะ “นี่คือภารกิจของพวกคุณ ส่งทีมออกไปจับกุมนักโทษคนนี้มาให้ผม ก่อนที่ตำรวจของโซน E จะได้ตัวเขาไป”
ทุกคนในห้องยกเว้น A-5 เบิกตากว้างด้วยความใ “เดี๋ยวนะ ทำไมเราไม่ไปร่วมมือกับตำรวจล่ะ? จะได้จับตัวง่ายขึ้น...” เอเลเซียถามขึ้นมา
“เด็กน้อยฉลาดมากเลย~ ฉันก็อยากเห็นพวกนี้โดนตำรวจรวบตัวไปเหมือนกัน~” A-5 พูดยั่วโมโห ก่อนจะปรับสีหน้าและน้ำเสียงให้ขึงขังขึ้นผิดจากตอนแรก “พวกเราทำงานอยู่นอกกฎหมายของรัฐบาล ถ้าเกิดมีคนนอกที่ไม่ใช่คนระดับสูงรู้ถึงการมีตัวตนของพวกเรา เราจะถูกรัฐบาลสั่งเก็บล้างบางทั้งหมด รวมถึงท่านจอมพลด้วย”
“อย่างที่ A-5 พูด ตอนนี้ Arcus ไม่ได้ขึ้นตรงต่อใครนอกจากรัฐบาลโซน A ถ้าประชาชนหรือตำรวจเห็นหน้าพวกคุณแล้วตรวจสอบจนเจอเื้ัของเรา เื่มันจะยุ่งยากขึ้น” จอมพลสมทบ
“ถ้างั้น ผมมีอีกหนึ่งคำถาม...” S-12 แทรกขึ้น “ทำไมเราต้องไปจับนักโทษคนนี้ด้วย”
“เป็คำถามที่ตรงประเด็น และผมชอบมาก S-12 คำตอบก็คือ... บุคคลคนนี้เคยมีประวัติสร้างหุ่น DEP เถื่อนมาก่อน หมายความว่าผมกำลังตามหานายช่างให้พวกคุณอยู่ยังไงล่ะ” จอมพลตอบกลับ ก่อนจะหยิบหมวกขึ้นมาสวม “ผมให้เวลาเตรียมตัว 10 นาที แล้วจะมีรถมารับพวกคุณ” พูดจบเขาก็ลุกเดินออกจากห้องไป
เอเลเซียและฮอน์ลหันไปมองหน้า A-5 อย่างไม่สบอารมณ์ “เธอไม่คิดจะท้วงอะไรเขาหน่อยเหรอ? ไหนตอนแรกบอกว่างานของเรามีแค่ปกป้อง Unbash ไง แล้วทำไมเราต้องกลายเป็คนไปจับโจรด้วย?” ฮอน์ลโวยวาย A-5 หันมามองหน้าพวกเขาพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ชวนให้รู้สึกขนลุก เธอไม่ตอบคำถามอะไรและเดินกรีดกรายออกจากห้องนั่งเล่นไปโดยไม่แคร์ใครทั้งสิ้น
“พวกเราไปเรียกคนที่เหลือมาเตรียมตัวเถอะ คิดจะทุบกะโหลก A-5 ไป ก็ไม่ได้ทำให้เธอกลับมาเป็คนปกติหรอก” S-12 เอ่ยขึ้นตัดรำคาญ พร้อมกับยื่นมือไปจับข้อมือของฮอน์ลที่กำลังจะชักปืนออกมา S-12 ดันมือของฮอน์ลให้เก็บปืนลงไปแล้วเดินนำออกจากห้อง
เอเลเซียที่กำลังง้างกระป๋องน้ำเตรียมจะปาใส่หัว A-5 รีบทิ้งกระป๋องลงพื้น แล้วแสร้งเดินออกจากห้องไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ฮอน์ลที่เกือบจะได้แก้แค้นให้ครอบครัวจำต้องเลื่อนกำหนดการออกไปก่อน เขาเดินไปหยิบกระป๋องน้ำโยนลงถังขยะ “คิดจะทุบก็ไม่ได้ผลหรอก~ คิดจะทุบก็ไม่ได้ผลหรอก~” ฮอน์ลเลียนแบบคำพูดของ S-12 ด้วยน้ำเสียงล้อเลียนยียวนระหว่างที่เดินตามออกไป
