ราชันเวทเทพองเมียว

    41 ข้อสันนิษฐานอันอุกอาจ

            ซาซาเอะมองเห็นความกังวลในดวงตาของบิดาอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ยิ่งเป็นแรงผลักดันให้ทำตามสิ่งที่คิดเอาไว้ ยังไม่ทันได้บอกข้อเสนอของตน เสียงของบิดาก็ดังขึ้น 

            “ยาสึโนริบอกจักรพรรดิว่านี่คือโองการแห่งเทพอินาริ พระองค์เลยไม่อาจปฏิเสธ” 

            ในสมองของซาซาเอะเหมือนกับมีคลื่นลูกใหญ่ถาโถม ไม่ว่าสิ่งที่เจ้าสำนักองเมียวพูดเป็นความจริงหรือไม่ แต่เป็นครั้งแรกในรอบสองร้อยปีที่เทพเจ้ามีส่วนในการปกครอง ครั้งล่าสุดคือสมัยจักรพรรดิซางะ นั่นเกี่ยวกับเรื่องของเหล่าทายาท ทว่าคราวนี้เป็นเรื่องตำแหน่งจักรพรรดิเลยทีเดียว 

            หากครุ่นคิดในเชิงลึกก็นับเป็นเรื่องทายาทอยู่เหมือนกัน ในเมื่อเรเซย์เทนโนไม่มีรัชทายาท ย่อมต้องยกตำแหน่งให้พระอนุชา 

            “จักรพรรดิพระองค์ต่อไปคือองค์ชายโมริฮิระ...” 

            อืม ไม่ผิดจากที่คิด ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานอย่างนี้ ท่านยาสึโนริย่อมสนับสนุนศิษย์ของตน 

            “...งานหมั้นก็ตามนี้” 

            หลังโยชิโมะโตะกล่าวจบทำเอาซาซาเอะนิ่งอยู่นาน โดยเฉพาะเรื่องงานหมั้นคล้ายกับกองเพลิง สว่างวาบในความคิดจุดประกายบางอย่าง ทำให้เรื่องที่ขบคิดไม่เข้าใจกลายเป็นเห็นเค้าลางขึ้นมาทันที  

            ทางโยชิโมะโตะก็ไม่ขัดบุตรสาวปล่อยให้ใช้ความคิดไปตามสบาย เขาได้บอกข้อมูลทุกอย่างหมดแล้ว บางเรื่องขบคิดไม่เข้าใจ บางเรื่องชวนให้สงสัย ไม่แน่ว่าลูกคนนี้อาจพบความลับบางอย่าง 

            ซาซาเอะสงบใจคิดใคร่ครวญ หลังจากนำสิ่งที่ได้ยินล่าสุดมาประกอบกับข้อสันนิษฐานที่มี เธอคิดว่าจุดประสงค์ของคนผู้นั้นไม่ใช่การสละราชสมบัติ แต่คืองานหมั้นนี่แหละ 

            สถานที่ซ่อนใบไม้ที่ดีที่สุดคือซ่อนในป่า 

            เงื่อนไขในสัญญาสงบศึกเป็นคนผู้นั้นกำหนด เท่ากับว่าทุกข้อมีความสำคัญ หากไม่ทำตามเท่ากับสัญญาเป็นโมฆะ คนผู้นี้ขณะที่คนอื่นเดินสองก้าวคิดห้าก้าว เขากลับเดินสิบก้าวคิดร้อยก้าว มากกว่าคนอื่นหลายเท่า

            “ลูกไม่รู้ว่าแผนนี้เป็นแผนที่วางไว้ล่วงหน้า หรือเป็นแผนที่คิดขึ้นอย่างกะทันหัน แต่ในเมื่อเป็นแผนของคนผู้นั้น ย่อมต้องระวังให้มากถึงมากที่สุดจึงดี พระโพธิสัตว์สะกดร่างมนุษย์ไว้ทำให้พลังฝีมือลดต่ำ แต่แทนที่จะหลบหนีแล้วรอให้ผนึกคลายออกค่อยย้อนกลับมา กลับพาตัวเข้ามาอยู่ในเมืองหลวง เรื่องนี้ชวนให้สงสัย สาเหตุน่าจะเกี่ยวข้องกับเงื่อนเวลาของพิธีเสกสมรสเป็นหลัก” 

            “หมายถึงเวลาสิบหกปีน่ะรึ” 

            “ค่ะ” 

            “อืม พ่อก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน หากต้องการเกี่ยวดองกับราชวงศ์ องค์หญิงมุเนโกะเหมาะสมกว่า อีกสิบปีก็สามารถเข้าพิธีเสกสมรสได้ แสดงว่าเงื่อนไขไม่ใช่คนแต่เป็นเวลาสินะ” 

            “บางทีอาจเกี่ยวกับการผนึกก็ได้ค่ะ คนที่เคยมีอำนาจย่อมไม่อยากสูญเสียมันไป ยิ่งปีศาจด้วยแล้วพลังคือทุกสิ่ง การที่เลือกอยู่เมืองหลวงนอกจากรอพลังฟื้นคืนแล้ว อาจเป็นเรื่องความปลอดภัย ยามนี้เรือนมารพังทลายสี่ขุนพลเทพกระจัดกระจาย 

            ท่านพ่อเคยสอนลูกว่า ‘การรบที่ยากที่สุดคือการตีเมือง’ เมื่อขาดฐานที่มั่นก็ไม่อาจต่อกรกับราชันปีศาจตนอื่นได้ ปีศาจไม่มีสัจจะอยู่แล้ว สู้อยู่ที่เมืองหลวงรอพลังฟื้นคืนย่อมปลอดภัยกว่า อีกอย่างหากวันนั้นสู้กันถึงที่สุดจริง ๆ ไม่แน่ว่าท่านปรมาจารย์ก็ไม่สามารถสังหารคนผู้นั้นได้ หากดึงดันยังเสี่ยงบาดเจ็บสาหัส ทั้งปล่อยคนผู้นั้นหลบหนีได้อีก ประกอบกับศัตรูรายล้อมจำต้องตกลงทำสัญญา ส่วนทางด้านพระโพธิสัตว์อาจมีข้อจำกัดบางอย่าง หากสามารถกำจัดร่างมนุษย์ได้ท่านคงทำไปแล้ว จะกักขังไว้ทำไม” 

            “แนวคิดนี้น่าสนใจ ไม่ใช่อยากกักขังแต่ไม่กักขังไม่ได้” โยชิโมะโตะมองบุตรสาวอย่างชื่นชม 

            ใจหนึ่งก็เป็นห่วงด้วยรู้ว่าบุตรีต้องการทำอะไร ใจหนึ่งอยากให้อยู่เมืองหลวงอยู่ในความคุ้มครองของเขา แต่อีกใจหนึ่งก็อยากส่งเธอออกไปปฏิบัติภารกิจ คนที่ทั้งมีสติปัญญาแบบนักปราชญ์ ความกล้าหาญแบบนักรบ ทั้งยังเชื่อใจได้ในสถานการณ์แบบนี้มีเพียงเธอคนเดียว 

            ในสมองของเขา สองฐานะอย่างบิดาและหัวหน้าตระกูลกำลังอาละวาดถกเถียงกันอย่างหนัก

    บิดา ผู้รักและเป็นห่วง ไม่ต้องการให้ประสบอันตราย ปรารถนาให้บุตรมีชีวิตครอบครัวที่ดี ได้แต่งงานกับคนดีมีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง 

    หัวหน้าตระกูล ผู้ปกปักรักษาและธำรงความรุ่งเรืองแก่ตระกูล ยินดีเสียสละส่วนน้อยเพื่อรักษาส่วนมาก ยินดีเป็นคนบาปหากทำให้ตระกูลเจริญรุ่งเรือง 

            แม้ว่าในสมองขบคิดเพียงใด หูยังได้ยินคำพูดของบุตรสาวโดยไม่ตกหล่นแม้แต่น้อย 

            “อืม ลูกคิดว่าคนผู้นั้นกำลังรอให้ทางเราผิดสัญญา สังเกตจากพระราชโองการนี้ชวนให้คิดแบบนั้นค่ะ” 

            “หือ! สัญญานี้ลงนามโดยจักรพรรดินะ พระองค์ไม่อาจตระบัดสัตย์” 

            “ค่ะ แต่เป็นจักรพรรดิองค์เก่า ท่านพ่อคงลืมไปเดือนหน้าจะมีจักรพรรดิองค์ใหม่ พระองค์ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างตามที่องค์ก่อน ๆ กำหนด ตัวอย่างก็มีให้เห็นนี่คะ” 

            ซาซาเอะหยุดครู่หนึ่งให้บิดาได้ย่อยความคิดเห็นเหล่านี้ ก่อนเสนอหนทางแก้ไขปัญหา 

            “อันที่จริงเราไม่ต้องเดินตามเกมของเขาก็ได้ค่ะ สัญญาแม้จักรพรรดิองค์ใหม่หาข้ออ้างไม่ทำตามได้ ก็คงไม่สง่างามสักเท่าไร แต่ทว่าในแผ่นดินมีคนผู้หนึ่งไม่ถูกสัญญานี้ผูกมัด” 

            “อา พ่อเข้าใจแล้ว คนนั้นที่ลูกเคยเล่าให้พ่อฟัง” 

            “ค่ะ ลูกศิษย์คนสุดท้ายของปรมาจารย์ทาดายูกิ คนผู้นี้สามารถอ้างเรื่องชำระสำนักจัดการกับจอมมารได้ ยิ่งยามอ่อนแอเช่นตอนนี้ด้วยแล้ว” 

            “คล้ายเขายังเด็กมากไม่ใช่เหรอ” 

            “ค่ะ ศิษย์คนนี้มีความลับซ่อนอยู่ ด้วยสิ่งนี้อาจทำให้ชนะได้ ลูกไม่แน่ใจว่าจอมมารทราบหรือยัง แต่ลูกคิดว่ายัง หากคนผู้นั้นทราบต้องมีการลงมือบางอย่าง และท่านพ่อต้องรู้ข่าวแน่นอน” 

            “หมายถึงเรื่องของวิเศษ?” 

            “ลูกตรวจสอบแล้ว ขณะพายุลูกใหญ่กำลังจะถล่มเมืองหลวง ของวิเศษสามอย่างบินออกจากบ้านหลังหนึ่งในเขตคนยากไร้ สำนักองเมียวประกาศว่านี่คือไม้ตายที่ปรมาจารย์วางเอาไว้ ฟังดูผิวเผินก็น่าจะเป็นเช่นนั้นเพราะท่านปรากฏตัวอยู่ที่นั่นพอดี แต่ลูกถามลูกสาวของช่างปั้น เธอบอกว่าของสามสิ่งนั้นเป็นสิ่งของในบ้านของเธอ และลูกศิษย์คนสุดท้ายเป็นคนให้ชีวิตกับสิ่งของพวกนั้น เธอใช้คำว่าให้ชีวิตค่ะ” 

            “หมายความว่า?” 

            “ไม่แน่ว่าท่านเทพอินาริอาจแบ่งพลังเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งให้ท่านปรมาจารย์ อีกส่วนหนึ่งอยู่ในตัวศิษย์ และที่เขาหายตัวไป อาจกำลังทำภารกิจบางอย่างของท่านปรมาจารย์ก็ได้ค่ะ” ซาซาเอะหยุดครู่หนึ่งก่อนเน้นเสียง 

     

            เขาคือเป้าหมายของการเดินทางครั้งนี้ของลูก ขอให้ท่านพ่ออนุญาตด้วยค่ะ 

     

            แรกสร้างชิกิงามิ 

            นับแต่โนะฮิเมะบอกให้เขาเร่งสร้างชิกิงามิของตนเอง ต้าหมินก็ไม่ได้นิ่งนอนใจเฝ้าครุ่นคิด แต่มีข้อจำกัดอยู่อย่างหนึ่ง อาจารย์ยังไม่ได้สอนถึงเรื่องนี้

            มันต้องทำอย่างไรเล่า?

    คล้ายกับเรื่องราชันเวทเทพองเมียว ที่คุณอ่าน