ซาซาเอะมองเห็นความกังวลในดวงตาของบิดาอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ยิ่งเป็นแรงผลักดันให้ทำตามสิ่งที่คิดเอาไว้ ยังไม่ทันได้บอกข้อเสนอของตน เสียงของบิดาก็ดังขึ้น
“ยาสึโนริบอกจักรพรรดิว่านี่คือโองการแห่งเทพอินาริ พระองค์เลยไม่อาจปฏิเสธ”
ในสมองของซาซาเอะเหมือนกับมีคลื่นลูกใหญ่ถาโถม ไม่ว่าสิ่งที่เจ้าสำนักองเมียวพูดเป็นความจริงหรือไม่ แต่เป็นครั้งแรกในรอบสองร้อยปีที่เทพเจ้ามีส่วนในการปกครอง ครั้งล่าสุดคือสมัยจักรพรรดิซางะ นั่นเกี่ยวกับเรื่องของเหล่าทายาท ทว่าคราวนี้เป็นเรื่องตำแหน่งจักรพรรดิเลยทีเดียว
หากครุ่นคิดในเชิงลึกก็นับเป็นเรื่องทายาทอยู่เหมือนกัน ในเมื่อเรเซย์เทนโนไม่มีรัชทายาท ย่อมต้องยกตำแหน่งให้พระอนุชา
“จักรพรรดิพระองค์ต่อไปคือองค์ชายโมริฮิระ...”
อืม ไม่ผิดจากที่คิด ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานอย่างนี้ ท่านยาสึโนริย่อมสนับสนุนศิษย์ของตน
“...งานหมั้นก็ตามนี้”
หลังโยชิโมะโตะกล่าวจบทำเอาซาซาเอะนิ่งอยู่นาน โดยเฉพาะเรื่องงานหมั้นคล้ายกับกองเพลิง สว่างวาบในความคิดจุดประกายบางอย่าง ทำให้เรื่องที่ขบคิดไม่เข้าใจกลายเป็นเห็นเค้าลางขึ้นมาทันที
ทางโยชิโมะโตะก็ไม่ขัดบุตรสาวปล่อยให้ใช้ความคิดไปตามสบาย เขาได้บอกข้อมูลทุกอย่างหมดแล้ว บางเรื่องขบคิดไม่เข้าใจ บางเรื่องชวนให้สงสัย ไม่แน่ว่าลูกคนนี้อาจพบความลับบางอย่าง
ซาซาเอะสงบใจคิดใคร่ครวญ หลังจากนำสิ่งที่ได้ยินล่าสุดมาประกอบกับข้อสันนิษฐานที่มี เธอคิดว่าจุดประสงค์ของคนผู้นั้นไม่ใช่การสละราชสมบัติ แต่คืองานหมั้นนี่แหละ
สถานที่ซ่อนใบไม้ที่ดีที่สุดคือซ่อนในป่า
เงื่อนไขในสัญญาสงบศึกเป็นคนผู้นั้นกำหนด เท่ากับว่าทุกข้อมีความสำคัญ หากไม่ทำตามเท่ากับสัญญาเป็นโมฆะ คนผู้นี้ขณะที่คนอื่นเดินสองก้าวคิดห้าก้าว เขากลับเดินสิบก้าวคิดร้อยก้าว มากกว่าคนอื่นหลายเท่า
“ลูกไม่รู้ว่าแผนนี้เป็นแผนที่วางไว้ล่วงหน้า หรือเป็นแผนที่คิดขึ้นอย่างกะทันหัน แต่ในเมื่อเป็นแผนของคนผู้นั้น ย่อมต้องระวังให้มากถึงมากที่สุดจึงดี พระโพธิสัตว์สะกดร่างมนุษย์ไว้ทำให้พลังฝีมือลดต่ำ แต่แทนที่จะหลบหนีแล้วรอให้ผนึกคลายออกค่อยย้อนกลับมา กลับพาตัวเข้ามาอยู่ในเมืองหลวง เรื่องนี้ชวนให้สงสัย สาเหตุน่าจะเกี่ยวข้องกับเงื่อนเวลาของพิธีเสกสมรสเป็นหลัก”
“หมายถึงเวลาสิบหกปีน่ะรึ”
“ค่ะ”
“อืม พ่อก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน หากต้องการเกี่ยวดองกับราชวงศ์ องค์หญิงมุเนโกะเหมาะสมกว่า อีกสิบปีก็สามารถเข้าพิธีเสกสมรสได้ แสดงว่าเงื่อนไขไม่ใช่คนแต่เป็นเวลาสินะ”
“บางทีอาจเกี่ยวกับการผนึกก็ได้ค่ะ คนที่เคยมีอำนาจย่อมไม่อยากสูญเสียมันไป ยิ่งปีศาจด้วยแล้วพลังคือทุกสิ่ง การที่เลือกอยู่เมืองหลวงนอกจากรอพลังฟื้นคืนแล้ว อาจเป็นเรื่องความปลอดภัย ยามนี้เรือนมารพังทลายสี่ขุนพลเทพกระจัดกระจาย
ท่านพ่อเคยสอนลูกว่า ‘การรบที่ยากที่สุดคือการตีเมือง’ เมื่อขาดฐานที่มั่นก็ไม่อาจต่อกรกับราชันปีศาจตนอื่นได้ ปีศาจไม่มีสัจจะอยู่แล้ว สู้อยู่ที่เมืองหลวงรอพลังฟื้นคืนย่อมปลอดภัยกว่า อีกอย่างหากวันนั้นสู้กันถึงที่สุดจริง ๆ ไม่แน่ว่าท่านปรมาจารย์ก็ไม่สามารถสังหารคนผู้นั้นได้ หากดึงดันยังเสี่ยงบาดเจ็บสาหัส ทั้งปล่อยคนผู้นั้นหลบหนีได้อีก ประกอบกับศัตรูรายล้อมจำต้องตกลงทำสัญญา ส่วนทางด้านพระโพธิสัตว์อาจมีข้อจำกัดบางอย่าง หากสามารถกำจัดร่างมนุษย์ได้ท่านคงทำไปแล้ว จะกักขังไว้ทำไม”
“แนวคิดนี้น่าสนใจ ไม่ใช่อยากกักขังแต่ไม่กักขังไม่ได้” โยชิโมะโตะมองบุตรสาวอย่างชื่นชม
ใจหนึ่งก็เป็นห่วงด้วยรู้ว่าบุตรีต้องการทำอะไร ใจหนึ่งอยากให้อยู่เมืองหลวงอยู่ในความคุ้มครองของเขา แต่อีกใจหนึ่งก็อยากส่งเธอออกไปปฏิบัติภารกิจ คนที่ทั้งมีสติปัญญาแบบนักปราชญ์ ความกล้าหาญแบบนักรบ ทั้งยังเชื่อใจได้ในสถานการณ์แบบนี้มีเพียงเธอคนเดียว
ในสมองของเขา สองฐานะอย่างบิดาและหัวหน้าตระกูลกำลังอาละวาดถกเถียงกันอย่างหนัก
บิดา ผู้รักและเป็นห่วง ไม่ต้องการให้ประสบอันตราย ปรารถนาให้บุตรมีชีวิตครอบครัวที่ดี ได้แต่งงานกับคนดีมีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง
หัวหน้าตระกูล ผู้ปกปักรักษาและธำรงความรุ่งเรืองแก่ตระกูล ยินดีเสียสละส่วนน้อยเพื่อรักษาส่วนมาก ยินดีเป็นคนบาปหากทำให้ตระกูลเจริญรุ่งเรือง
แม้ว่าในสมองขบคิดเพียงใด หูยังได้ยินคำพูดของบุตรสาวโดยไม่ตกหล่นแม้แต่น้อย
“อืม ลูกคิดว่าคนผู้นั้นกำลังรอให้ทางเราผิดสัญญา สังเกตจากพระราชโองการนี้ชวนให้คิดแบบนั้นค่ะ”
“หือ! สัญญานี้ลงนามโดยจักรพรรดินะ พระองค์ไม่อาจตระบัดสัตย์”
“ค่ะ แต่เป็นจักรพรรดิองค์เก่า ท่านพ่อคงลืมไปเดือนหน้าจะมีจักรพรรดิองค์ใหม่ พระองค์ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างตามที่องค์ก่อน ๆ กำหนด ตัวอย่างก็มีให้เห็นนี่คะ”
ซาซาเอะหยุดครู่หนึ่งให้บิดาได้ย่อยความคิดเห็นเหล่านี้ ก่อนเสนอหนทางแก้ไขปัญหา
“อันที่จริงเราไม่ต้องเดินตามเกมของเขาก็ได้ค่ะ สัญญาแม้จักรพรรดิองค์ใหม่หาข้ออ้างไม่ทำตามได้ ก็คงไม่สง่างามสักเท่าไร แต่ทว่าในแผ่นดินมีคนผู้หนึ่งไม่ถูกสัญญานี้ผูกมัด”
“อา พ่อเข้าใจแล้ว คนนั้นที่ลูกเคยเล่าให้พ่อฟัง”
“ค่ะ ลูกศิษย์คนสุดท้ายของปรมาจารย์ทาดายูกิ คนผู้นี้สามารถอ้างเรื่องชำระสำนักจัดการกับจอมมารได้ ยิ่งยามอ่อนแอเช่นตอนนี้ด้วยแล้ว”
“คล้ายเขายังเด็กมากไม่ใช่เหรอ”
“ค่ะ ศิษย์คนนี้มีความลับซ่อนอยู่ ด้วยสิ่งนี้อาจทำให้ชนะได้ ลูกไม่แน่ใจว่าจอมมารทราบหรือยัง แต่ลูกคิดว่ายัง หากคนผู้นั้นทราบต้องมีการลงมือบางอย่าง และท่านพ่อต้องรู้ข่าวแน่นอน”
“หมายถึงเรื่องของวิเศษ?”
“ลูกตรวจสอบแล้ว ขณะพายุลูกใหญ่กำลังจะถล่มเมืองหลวง ของวิเศษสามอย่างบินออกจากบ้านหลังหนึ่งในเขตคนยากไร้ สำนักองเมียวประกาศว่านี่คือไม้ตายที่ปรมาจารย์วางเอาไว้ ฟังดูผิวเผินก็น่าจะเป็นเช่นนั้นเพราะท่านปรากฏตัวอยู่ที่นั่นพอดี แต่ลูกถามลูกสาวของช่างปั้น เธอบอกว่าของสามสิ่งนั้นเป็นสิ่งของในบ้านของเธอ และลูกศิษย์คนสุดท้ายเป็นคนให้ชีวิตกับสิ่งของพวกนั้น เธอใช้คำว่าให้ชีวิตค่ะ”
“หมายความว่า?”
“ไม่แน่ว่าท่านเทพอินาริอาจแบ่งพลังเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งให้ท่านปรมาจารย์ อีกส่วนหนึ่งอยู่ในตัวศิษย์ และที่เขาหายตัวไป อาจกำลังทำภารกิจบางอย่างของท่านปรมาจารย์ก็ได้ค่ะ” ซาซาเอะหยุดครู่หนึ่งก่อนเน้นเสียง
เขาคือเป้าหมายของการเดินทางครั้งนี้ของลูก ขอให้ท่านพ่ออนุญาตด้วยค่ะ
แรกสร้างชิกิงามิ
นับแต่โนะฮิเมะบอกให้เขาเร่งสร้างชิกิงามิของตนเอง ต้าหมินก็ไม่ได้นิ่งนอนใจเฝ้าครุ่นคิด แต่มีข้อจำกัดอยู่อย่างหนึ่ง อาจารย์ยังไม่ได้สอนถึงเรื่องนี้
มันต้องทำอย่างไรเล่า?