จินหวังเฟย

    เล่ม 2 - ตอนที่ 5 เจอบุคคลแปลกหน้า

    จิ้นชิงตะลึงงันอยู่ในใจไม่น้อย จางหานเฟิ่งคือเจ้าของหอสุรากุ้ยฮวาตัวจริงหรือนี่ นางอายุแค่นี้ นางทำได้อย่างไรหลังจากที่นางก้าวออกจากเรือนในชุดสีฟ้าอ่อนที่ดูธรรมดายิ่ง ปักปิ่นระย้าผีเสื้อล้อวสันต์อันเดิม ใบหน้างามปราศจากเครื่องประทินโฉมใดๆ นางก็เอ่ยสั่งน้ำเสียงทรงอำนาจ“จิ้นชิง! เตรียมรถม้า”“ขอรับ”จางหานเฟิ่งฟังน้ำเสียงเข้มและมั่นคงของจิ้นชิงที่ให้ความรู้สึกว่าเต็มใจที่จะรับคำสั่งของนาง ดวงตาหงส์หันไปมองด้วยความแปลกใจยิ่ง“คุณหนูใหญ่เจ้าคะ”ตันตันรู้สึกได้เช่นกัน นายและบ่าวรู้ใจกัน แล้วคุณหนูใหญ่สกุลจางก็เดินนำสาวใช้คนสนิทตรงไปยังประตูทางเข้าออกบ้านสกุลจาง ระหว่างทางเดินตันตันก็พูดขึ้นมาอีก“จิ้นชิงแปลกไปนะเจ้าคะ”“แปลกอย่างไร”“เหมือนจะเต็มใจทำตามที่คุณหนูใหญ่สั่ง”“คงได้ยินที่ข้าพูดกับท่านอ๋องเมื่อครู่...ข้าคือเจ้าของหอสุรากุ้ยฮวา”“เป็นเช่นนี้นี่เอง” ตันตันพยักหน้าอยู่ทางด้านหลังอย่างเข้าใจแล้ว“ตันตัน” นางมีสีหน้าเยือกเย็นเพิ่มขึ้นสามส่วน เพราะไม่ต้องการให้ผู้ใดรู้เรื่องมากไปกว่านี้ จึงต้องเตือนตันตันเอาไว้ “เจ้าอย่าพูดเรื่องนี้กับผู้ใด เรื่องที่ข้าเป็นเจ้าของหอสุรากุ้ยฮวา”“บ่าวไม่พูดหรอกเจ้าค่ะ ไม่พูดมาตั้งหลายปีแล้ว”ยามนี้นางกำลังครุ่นคิด เพื่อความอยู่รอดของหอสุรากุ้ยฮวา เพื่อป้องกันภัยร้ายที่อาจจะมาเยือนในอนาคต นางต้องทำอะไรบางอย่างเอาไว้ล่วงหน้า และเมื่อเดินมาถึงโถงด้านหน้าที่ใช้ต้อนรับแขก จางหานเฟิ่งเจอกับแม่บ้านเจิ่น จึงบอกกล่าวเอาไว้ว่าจะออกไปข้างนอก อีกสองชั่วยามถึงจะกลับมาจิ้นชิงควบคุมรถม้ามารออยู่ที่ทางเข้าออกหน้าบ้านสกุลจาง สองนายบ่าวขึ้นไปนั่งด้านใน ครั้นรถม้าหยุดจอดที่หน้าหอสุรากุ้ยฮวาก็มีเสี่ยวเอ้อร์มายิ้มแย้มต้อนรับพลางค้อมหลังและผายมือ“เชิญขอรับคุณหนู...เชิญเลยขอรับ”จางหานเฟิ่งยังไม่ทันพูดตอบอะไร องค์รัชทายาทแห่งแคว้นเป่ยที่อยู่บนชั้นสองก็ส่งเสียงทักทายหลังจากที่หันมาเห็นโดยบังเอิญ“คุณหนูจาง”คุณหนูใหญ่สกุลจางช้อนตาขึ้นมองไปทางชั้นสอง นางเห็นรอยยิ้มนั้นแล้ว ใจรู้สึกหงุดหงิดยิ่ง นางไม่ชอบรอยยิ้มนั้นขององค์รัชทายาทแห่งแคว้นเป่ยเลย“คารวะองค์รัชทายาทแห่งแคว้นเป่ย”จางหานเฟิ่งจงใจวางตัวเหินห่าง ที่ด้านหลังยามนี้ตันตันกำลังมองหาจิ้นชิงที่นำรถม้าไปเก็บยังโรงม้าอย่างแตกตื่น“ในสถานที่เช่นนี้เจ้าไม่ต้องทำความเคารพข้าหรอก” ยวิ๋นเหวินหรงละเว้นให้พลางขยับตัวเดินไปตามระเบียง รอยยิ้มดีใจประดับอยู่บนใบหน้าคมคายน่ามอง“เมื่อเจอเชื้อพระวงศ์...แม้จะเป็นเชื้อพระวงศ์ต่างแคว้น สามัญชนอย่างหม่อมฉันก็ต้องทำความเคารพเพคะ” นางตอบเสียงดังฟังชัด“คุณหนูจาง” ยวิ๋นเหวินหรงพึงพอใจในตัวสตรีผู้นี้จริงๆ นางมีบางสิ่งบางอย่างดึงดูดเขาให้เข้าไปหาทั้งที่หน้าตาก็ไม่ได้งดงามไปกว่าสตรีในตำหนักของเขาเลย“เพคะ จะเรียกหม่อมฉันว่าคุณหนูจางก็ใช่ จะเรียกหม่อมฉันว่าว่าที่ชายาเอกจินอ๋องก็ใช่ แต่หม่อมฉันอยากให้องค์รัชทายาททรงเรียกหม่อมฉันว่าว่าที่ชายาเอกจินอ๋องเสียมากกว่า” จางหานเฟิ่งยิ้มอยู่ก็จริง ทว่ารอยยิ้มไปไม่ถึงในส่วนลึกของดวงตาหงส์“เจ้า!” ยวิ๋นเหวินหรงไม่เคยพบเจอสตรีใดที่กล้าแข็งข้อกับเขาเช่นนี้มาก่อน ทว่าตรงนี้แหละที่ทำให้เขาพึงพอใจในตัวนางยิ่ง จึงกล่าวคำชมออกไปอย่างไม่คิดจะรับรู้ความไม่พอใจของนาง “การแสดงของเจ้าเมื่อคืนช่างตรึงตาตรึงใจข้ายิ่งนัก”“จริงหรือเพคะ จินอ๋องก็พูดกับหม่อมฉันเช่นนี้” นางอมยิ้มด้วยความเขินอายเมื่อกล่าวถึงจินเยี่ยหยาง บทจะแสดงท่าทางรักกันหวานชื่นให้เห็น นางก็ทำได้ยวิ๋นเหวินหรงรู้สึกไม่พอใจ ดวงตามองดวงหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพราเขม็ง แต่แล้วก็หัวเราะเสียงแผ่วออกมา และเดินต่อไปจนกระทั่งหยุดยืนอยู่ตรงหน้าสตรีตัวน้อย“เจ้าอยากลองไปเที่ยวชมดินแดนของแคว้นเป่ยบ้างหรือไม่ ที่นั่นงดงามอยู่ไม่น้อย”สตรีที่ถูกชวนตรงๆ เช่นนี้ถึงกับเลิกคิ้วดุจใบหลิวขึ้นมาวูบหนึ่ง แล้วนางก็คลี่ยิ้มผลิบานออกมาก่อนจะพูดโต้ตอบน้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนหวานผิดปกติ“หม่อมฉันอยากจะลองไปเที่ยวชมตำหนักพยัคฆ์หมอกของจินอ๋องมากกว่า หม่อมฉันยังไม่เคยไปที่นั่นเลย ไม่รู้ว่าจะงดงามมากเพียงใด”ยวิ๋นเหวินหรงรักษารอยยิ้มบนใบหน้าเอาไว้ไม่ได้แล้ว สตรีผู้นี้พยศยิ่งนัก กล้าตอกเขากลับมาทุกคำ เมื่อใช้ไม้อ่อนไม่ได้ ก็คงต้องใช้ไม้แข็งเท่านั้นแหละทีนี้“อีกสองวันข้าจะออกเดินทางกลับแคว้นเป่ย”“ขอให้เดินทางกลับอย่างปลอดภัยนะเพคะ”จางหานเฟิ่งยอบกายกล่าวลาล่วงหน้า ประจวบเหมาะกับหลงจู๊เดินเข้ามาพอดี หลงจู๊ยิ้มทักทายนางราวกับเป็นลูกค้าผู้หนึ่ง“ว่าที่ชายาเอก”“หลงจู๊...ข้ามาคุยเรื่องบ้าน” นางหันไปทางหลงจู๊ในทันใด เป็นการบอกกล่าวแก่องค์รัชทายาทแห่งแคว้นเป่ยว่าไม่อยากเสวนาด้วย“เชิญ...เชิญ...เชิญที่ห้องหมายเลขหนึ่งเลย” หลงจู๊ผายมือพลางเบี่ยงตัวเปิดทางให้จางหานเฟิ่ง ตันตัน และจิ้นชิงที่เพิ่งมาถึงเมื่อครู่ ต่างเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นบนจิ้นชิงปรายตามองยวิ๋นเหวินหรงด้วยประกายแห่งความเป็นอริ เพราะมาทันได้ยินคำชักชวนของบุรุษผู้นี้พอดี แล้วก็หลุบสายตาลงมองพื้น เดินตามหลังว่าที่ชายาเอกจินอ๋องกับตันตันไปจางหานเฟิ่งเหยียบระเบียงชั้นสองเท่านั้น ดวงตาหงส์ของนางก็มองไปยังคนผู้หนึ่ง คนผู้นั้นเป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย กลิ่นอายสูงศักดิ์แผ่ออกมา และความตาไวของนางก็ทำให้มองเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วของคนผู้นั้น ร่างของนางเกือบมีปฏิกิริยาโต้ตอบออกมา ดีที่ยังยั้งเอาไว้ได้ทัน จากนั้นนางก็เดินต่อไปยังชั้นสาม ทันทีที่ปิดประตูห้องหมายเลขหนึ่ง คุณหนูใหญ่สกุลจางก็ไม่อาจเก็บความสงสัยได้อีกต่อไป นางเอ่ยถามหลงจู๊เสียงเบา“คนผู้นั้นที่ข้ามอง?”“มาพบองค์รัชทายาทแห่งแคว้นเป่ย” หลงจู๊ตอบกลับมา ถ้าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นภายในหอสุรากุ้ยฮวาย่อมที่จะต้องรู้เรื่องดี“มาพบองค์รัชทายาทแห่งแคว้นเป่ย?”“ถูกต้องแล้ว จองห้องส่วนตัวห้องหนึ่งที่ชั้นสองและเข้าไปคุยกัน”“เมื่อหนึ่งชั่วยามก่อน...ข้าไปพบกับท่านผู้เฒ่าฉีมา” นางลดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ แล้วก็ดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาวางไว้บนโต๊ะ “ผู้ที่ซื้อยาพิษและยาถอนพิษใจขาดไปคือบุรุษผู้หนึ่ง คนผู้นั้นสวมแหวนเช่นนี้ และข้าก็เพิ่งจะเห็นแหวนวงนี้ไปเมื่อครู่นี้เอง”“อย่าบอกนะว่า...” หลงจู๊ทำตาโตขึ้นมาเพราะเพิ่งจะเห็นแหวนวงนี้บนนิ้วของบุรุษผู้นั้นเช่นกัน“ถูกต้องแล้ว เป็นคนผู้นั้นแน่” จางหานเฟิ่งมีสีหน้าเคร่งเครียดและเยือกเย็นเต็มสิบส่วน ข้อสันนิษฐานของนางเป็นจริง เรื่องนี้เกี่ยวกับแคว้นเป่ย แต่บุรุษหนุ่มผู้นั้นเป็นใคร นางจึงเอ่ยกับหลงจู๊ออกไป “ข้าต้องการรู้ว่าคนผู้นั้นเป็นใคร ให้คนของเราไปหาข้อมูลมา”“ข้าจะให้คนของเราไปตรวจสอบ แต่เอ๊ะ!” หลงจู๊มองไปทางจิ้นชิงทันใด เพราะตกใจอยู่ไม่น้อย ในที่สุดก็เผยความลับออกไปจนได้ว่าใครคือเจ้าของหอสุรากุ้ยฮวาตัวจริง“ท่านอ๋องรู้เรื่องนี้แล้ว” เจ้าของหอสุรากุ้ยฮวาตัวจริงเทน้ำชาให้กับตัวเองอย่างเอื่อยเฉื่อย“รู้แล้ว?” หลงจู๊ยังมีสีหน้ามึนงงและตกใจ“ถูกต้อง รู้ไม่ถึงครึ่งชั่วยามก่อน”“แล้วท่านอ๋องมีปฏิกิริยาอย่างไรบ้าง” ผู้เฒ่าถามเสียงต่ำ ใจลอยคว้างขึ้นมาอยู่กลางอากาศเสียแล้ว จะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นใช่หรือไม่“มีปฏิกิริยาอย่างไรน่ะหรือ...ให้ท้ายข้ายิ่ง!” นางพูดแล้วอมยิ้มน้อยๆ อยู่หลังถ้วยชา ว่าที่สามีของนางน่ารักเสียไม่มี ใครว่าเขาเหี้ยมโหดกัน...ไม่แม้แต่น้อย!“ให้ท้าย” หลงจู๊เปลี่ยนจากตกใจมาเป็นมึนงง“ข้าอยากทำอะไรก็ทำ แม้แต่การฆ่าคนก็ตาม”

    คล้ายกับเรื่องจินหวังเฟย ที่คุณอ่าน