มหาปราชญ์ต่างโลก

    ตอนที่ 52 ผู้ติดตามของหลินเทียน

    หลังจากที่เจ้าอ้วนได้เลือกผู้ติดตามของมันไปได้ไม่นานนักก็ถึงคราวของหลินเทียน ตัวของเขานั้นค่อยๆเลือกแล้วเดินสำรวจอย่างใจเย็น แววตาของศิษย์รับใช้แต่ล่ะคนนั้นภายในแววตาของพวกมันล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยความคาดหวังว่าหลินเทียนนั้นจะเลือกพวกตนไปเป็นข้ารับใช้ เพราะชื่อเสียงเรียงนามของหลินเทียนในตอนนี้นั้นโด่งดังเป็นอย่างมากและเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าตัวของมันผู้นี้อีกไม่นานจะต้องเป็นหนึ่งในศิษย์ฝ่ายในภายในอนาคตเป็นแน่รอเพียงแต่เวลาเท่านั้นหากเป็นผู้อื่นไม่แน่ว่าตัวของพวกมันนั้นอาจจะเป็นศิษย์ฝ่ายนอกไปตลอดชาติก็เป็นได้ ทางด้านตัวของหลินเทียนเองในยามนี้ตัวของเขาเองรู้สึกอึดอัดใจอยู่ไม่น้อยที่มีคนมาคาดหวังในตัวเขามากถึงเพียงนี้ สำหรับหลินเทียนแล้วการที่จะเลือกผู้ติดตามสักคนหนึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยมันไม่ใช่เรื่องของมีพรสวรรค์หรือไม่มีพรสวรรค์แต่มันเป็นเรื่องของความซื่อสัตย์และความเชื่อใจต่างหาก ส่วนเรื่องของความสามารถนั้นตัวของเขานั้นเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าของเหล่านี้นั้นมันสามารถที่จะฝึกฝนกันได้ต่อให้คนเหล่านั้นมีความรู้ความเข้าใจที่ต่ำทรามเช่นใดก็ตาม“นายท่านได้โปรดเลือกข้ารับรองว่าท่านจะต้องรู้สึกไม่ผิดหวัง ไม่ว่าท่านจะสั่งการอะไรข้าก็ยินยอมที่จะปฏิบัติตามทั้งนั้น นายท่านได้โปรดเลือกข้า” มีเหล่าศิษย์รับใช้เป็นจำนวนมากต่างพากันพูดจาแข่งกันพูดเพื่อที่จะนำเสนอข้อดีของตนเอง ทางด้านของหลินเทียนนั้นหาได้ให้ความสำคัญกับคนพวกนี้ต่อให้เป็นศิษย์รับใช้ก็ควรที่จะทำตัวมีศักดิ์ศรีไว้บ้างนี่อะไรกันพวกมันกับทำตัวไม่ต่างอะไรไปจากสุนัขไร้ค่าตามข้างถนน หลินเทียนยังคงที่จะค่อยๆเลือกอย่างใจเย็นจนกระทั่งไปสะดุดตากับชายผู้หนึ่ง ส่วนสูงของเขานั้นไม่มากนักน่าจะระดับเดียวกันกับหลินเทียนแต่อายุของมันผู้นี้นั้นน่าจะมากกว่าเด็กหนุ่มเป็นเท่าตัวสีหน้าของมันเต็มไปด้วยความเศร้าหมองอย่างถึงที่สุดมีเพียงมันผู้เดียวในหมู่ศิษย์ฝ่ายนอกที่ไม่ร้องเรียกหรือเข้าหาหลินเทียน“เจ้ามีนามว่าอะไร” หลินเทียนกล่าวถามด้วยความสนใจทางด้านของศิษย์รับใช้จ้องมองมันผู้นี้ด้วยแววตาที่ดูถูกเหยียดหยามแม้แต่ศิษย์รับใช้ด้วยกันเองก็ยังมีเรื่องเช่นนี้ให้เห็นอยู่มีคนผู้นึงที่ต้องการที่จะพูดเอาหน้าเอาตาชิงบอกกล่าวแทนเจ้าตัวเพื่อที่หวังจะทำคะแนนกับหลินเทียน“เจ้าหมอนี่มีนามว่าจูหยวนจาง ตัวของมันนั้นถือว่าเป็นขยะของขยะภายในโรงเรียนจอมเวทแห่งนี้ พลังเวทของมันนั้นน้อยนิดเป็นอย่างมากน้อยเสียจนไม่สามารถเรียกใช้ทักษะพื้นฐานง่ายๆออกมาได้” น้ำเสียงของมันผู้นี้นั้นเต็มไปด้วยการดูถูกถากถางถึงขีดสุด
    “เป็นชื่อที่ดี จูหยวนจาง เจ้าสนใจมาเป็นผู้ติดตามของข้าไหมข้ารับรองว่าต่อไปนี้จะไม่มีผู้ใดกล้ามาดูถูกเจ้า” ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่ประโยคของหลินเทียนกับสร้างความตื่นตะลึงของทุกผู้คน ตัวของเขานั้นเป็นผู้ที่มากไปด้วยพรสวรรค์แท้ๆแต่คิดที่จะนำผู้ที่ไร้ซึ้งพรสวรรค์อย่างถึงที่สุดมาเป็นผู้ติดตามไว้ข้างกาย พวกมันไม่เข้าใจจริงๆว่าสมองของเด็กหนุ่มในยามนี้นั้นมีปัญหาหรืออย่างไร หรือว่าพวกตนเองกำลังที่จะหูฝาดไป แม้แต่ตัวของจูหยวนจางเองก็แทบที่จะไม่เชื่อและไม่คาดคิดว่าชายผู้นี้นั้นคิดที่จะเลือกตนเพราะอายุของมันในยามนี้นั้นก็มากแล้ว ความฝันของมันเพียงหนึ่งเดียวตอนนี้นั้นขอเป็นเพียงผู้ติดตามจอมเวทสักคนหนึ่งคนไหนก็ได้ แต่มันไม่เคยคิดว่าคนๆนั้นจะเป็นหลินเทียนเพราะชื่อเสียงของเขาในยามนี้นั้นโด่งดังเป็นอย่างมาก“ท่านจะเลือกข้าจริงๆอย่างงั้นเหรอ” จูหยวนจางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่อยากจะเชื่อปรนความสั่นสะท้านเล็กน้อย ตัวของมันในยามนี้นั้นไม่เข้าใจเลยที่ทำไมตัวของหลินเทียนนั้นคิดที่จะเลือกมันแทนที่จะเป็นคนอื่น“แน่นอนข้าเลือกเจ้า เจ้ายินดีที่จะติดตามข้าไหม” หลินเทียนตอบคำถามของมันอย่างเป็นกันเองตัวเขาในยามนี้นั้นไม่ได้มีความถือเนื้อถือตัวสักนิด“นายท่านข้ายินดีที่จะเป็นข้ารับใช้ของท่าน” จูหยวนจางตอบรับด้วยน้ำเสียงที่ตื่นตันอย่างถึงที่สุด ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้นนับว่าเป็นฝันร้ายสำหรับมันจริงๆที่ต้องทนแบกรับกับคำดูถูกถากถางมากมายทางด้านของเจ้าอ้วนเองนั้นก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรมากนักการที่ตัวของหลินเทียนนั้นเลือกคนผู้นี้มาเป็นผู้ติดตาม ถึงแม้ว่าจะรู้จักกันไม่นานตัวของมันก็รู้จักลักษณะนิสัยของสหายของตนผู้นี้ไม่น้อยหลังจากที่ตัวของหลินเทียนเลือกศิษย์รับใช้ของตนไปได้ไม่นานนักพิธีการคัดเลือกก็ได้จบลงทางด้านตัวของเด็กหนุ่มเองและผู้ติดตามก็ได้พูดคุยทำความรู้จักกันไม่น้อยหลินเทียนนั้นพบว่า ตัวของจูหยวนจางนั้นมาจากหมู่บ้านที่สุดแสนจะห่างไกลมีความเป็นอยู่ที่ลำบากไม่น้อยในตอนนี้นั้นตัวของเขานั้นมีพ่อและแม่ที่แก่ชราที่ต้องดูแล การเป็นศิษย์รับใช้นั้นเป็นความหวังเดียวของมันที่จะทำให้ครอบครัวของตนมีโอกาสที่จะอยู่ดีกินดีขึ้นช่องทางการทำมาหากินสำหรับจูหยวนจางนั้นนับว่ามีไม่มากนักไม่เพียงแค่ตัวของเขานั้นจะมีพลังเวทอันน้อยนิดระดับสติปัญญาของเขาเองนั้นนับว่าต่ำทรามอย่างถึงที่สุดเป็นคนที่เรียนรู้อะไรได้เชื่องช้าเป็นอย่างมากการเป็นศิษย์รับใช้นั้นนับว่าเป็นความหวังเดียวสำหรับจูหยวนจางจริงๆ ตัวของเขานั้นรอมาหลายปีแต่ก็ไม่มีนักเรียนจอมเวทคนไหนเลยที่จะยินดีเลือกเขา การเป็นศิษย์รับใช้นั้นมีข้อดีอย่างนึงคือทางโรงเรียนจอมเวทจะจ่ายเงินเดือนให้คนล่ะ 500 เหรียญเงิน“ตั้งแต่ข้าเกิดมาไม่เคยพบเห็นใครที่โง่เขลาเช่นเจ้ามาก่อน” หลินเทียนพูดออกมาตามความรู้สึกนึกคิดของตนทางด้านตัวของจูหยวนจางเองสีหน้าของมันในยามนี้นั้นก็ไม่ได้เปลี่ยนสีเพราะตัวของมันนั้นคุ้นชินกับการโดนดูถูกถากถางเสียแล้ว“แต่ในทางกลับกันข้าก็ไม่เคยเห็นใครมีความกตัญญูเช่นเจ้า คนเช่นนี้นั้นนับว่าหาได้ยากจริงๆ ข้าไม่ต้องการผู้มีพรสวรรค์แต่ตัวของข้านั้นต้องการผู้ที่มีความซื่อสัตย์” แต่คำพูดถัดมาของหลินเทียนกับทำให้ตัวของมันนั้นนั่นอดสั่นไหวไม่ได้ น้อยคนยิ่งนักที่จะเห็นค่าในตัวมัน“จูหยวนจางเจ้าอยากที่จะแข็งแกร่งขึ้นไหม” หลินเทียนกล่าวถามมันด้วยน้ำเสียงที่จริงจังอย่างถึงที่สุดน้อยคนยิ่งนักที่จะมาตั้งคำถามกับมันเช่นนี้เพราะตัวของมันนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นบุคคลที่ไร้พรสวรรค์ภายในโรงเรียนจอมเวทแห่งนี้ แต่ไม่ว่าใครก็ล้วนแล้วแต่ที่จะมีความฝันของตัวเองทั้งนั้น“ข้าอยากแข็งแกร่งขึ้น” มันพูดออกมาจากความรู้สึกของมันเองถึงแม้ว่าตัวของมันในยามนี้นั้นจะไม่มีหวังแล้วก็ตาม แต่เพียงแค่พูดในสิ่งที่ตัวเองวาดฝันไปเท่านั้นนับว่าไม่เสียหายอะไร“ดีข้าจะพยายามช่วยให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้นและมันอาจที่จะต้องใช้เวลาสักหน่อย” แน่นอนว่าไม่มีอะไรได้มาโดยง่ายจูหยวนจางผู้นี้อาจจะต้องเป็นหนูทดลองของหลินเทียนภายในหัวสมองของเขานั้นมีภูมิความรู้มากมาย ไม่มีสิ่งใดที่เป็นไปไม่ได้สำหรับหลินเทียน