ระบบ AI พิชิตแดนเซียน

    บทที่ 31 พลิกผัน

            บทที่31

            พลิกผัน

            “กวนหมิง!! พวกเรากลุ่มกลีบบุปผามิใช่โจร!”

            น้ำเสียงของหมิงเยว่หลานเฉียบขาดประหนึ่งสายฟ้าฟาดกลางหาวนางกล่าวด้วยท่าทีจริงจัง เร้นแฝงแรงกดดันมหาศาล พริบตานั้นเองปราณวิญญาณขอบเขตหลอมกายาขั้นปลายของนางระเบิดออกราวกับคลื่นพายุถาโถมกระแทกทะลวงออกไปหลายสิบจั้ง ผืนดินแตกร้าวเศษหินและใบไม้ปลิวว่อนกลางอากาศ อากาศโดยรอบหนักอึ้งจนน่าขนลุก

            ทว่า...ในขณะนั้นเองความประมาทเพียงเสี้ยวลมหายใจกลับกลายเป็นช่องว่างให้ศัตรูที่รอคอย!

            ฟึ่บ!

            เสียงกระบี่ที่ฉีกม่านอากาศแทงเข้ามาจากด้านหลังอย่างรวดเร็วเงาร่างหนึ่งโผล่พรวดพร้อมปลายกระบี่เย็นเยียบที่เสียบทะลุแผ่นหลังของหมิงเยว่หลานปลายคมทะลุผ่านจนปลายแหลมโผล่ออกมาถึงหน้าท้อง เลือดสดไหลอาบทันที

            ในเวลาเดียวกันอีกคมดาบหนึ่งก็ฟันฉับเข้าใส่ข้อแขนขวาของนางที่กำลังถือหอกอยู่เสียงกระดูกแหลกดังลั่น แขนขวาของหมิงเยว่หลานอ่อนแรงในทันใด อาวุธหลุดมือก่อนที่โลหิตจะสาดกระเซ็น

            ราวสายฟ้าฟาดลงกลางใจ!หมิงเยว่หลานกัดฟันแน่น ดวงตาเยียบเย็นถึงขีดสุด แม้จะเจ็บหนักแต่กลับยังคงควบคุมสติได้อย่างมั่นคง นางรู้ในทันที…

            ถูกทรยศ!

            คนที่ลงมือคือชายวัยกลางคนสองคนในกลุ่มของนางเองพวกมันแฝงตัวอยู่ในกลุ่มมานานเพื่อรอโอกาสเหมาะ ส่วนกวนหมิงก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ใช้ดึงความสนใจของนางให้ไขว้เขว!

            เพล้ง!!

            ในชั่วพริบตาเดียวปราณวิญญาณของหมิงเยว่หลานระเบิดพุ่งพล่านออกมาอีกครั้งหอกที่หล่นลงเมื่อครู่กลับถูกคว้าขึ้นมาด้วยมือซ้ายนางตวัดปลายหอกออกไปด้านหลังด้วยพลังหลอมกายาขั้นปลายที่ยังมิได้เสื่อมถอย!

            ฉัวะ!

            เสียงคมดาบตัดกระดูกดังสนั่นศีรษะของชายทั้งสองที่เพิ่งลอยโจมตีมา ยังไม่ทันถอยหนีก็ถูกปลายหอกของนางกวาดผ่านคอขาดสะบั้น ร่างทั้งคู่ลอยคว้างกลางอากาศ เลือดสดพุ่งกระเซ็นกลบพื้นดินศีรษะทั้งสองกลิ้งตกลงมากลางพื้นเลอะโลหิตสาดกระเซ็นไม่หยุด

            แต่ศัตรูมิได้มีเพียงสองคน…

            ฉัวะ!

            อีกเงาร่างหนึ่งพุ่งเข้าโจมตีจากเงามืดทว่าในจังหวะนั้นเอง หยุนโม่ก็ก้าวออกมาอย่างสงบนิ่งดาบพลังงานในมือสะท้อนแสงเย็นเฉียบตวัดฟันทะลวงเข้าไปยังจุดอ่อนกลางลำคอของชายผู้นั้นในพริบตาเดียวร่างศัตรูล้มลงโดยไร้แม้แต่เสียงร้องครั้งสุดท้าย

            หมิงเยว่หลานกัดฟันแน่นมองไปยังกวนหมิงที่ยังยืนอยู่ไม่ไกล ดวงตานางแปรเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงแห่งโทสะ

            “บัดซบ! พวกเจ้า!!”เสียงตวาดของนางดังก้องไปทั่วยากจะบรรยายความเดือดดาลในใจที่พลุ่งพล่านราวทะเลเพลิง!

            “ถอย!”

            กวนหมิงสบถอย่างไม่พอใจใบหน้าซีดเผือดแต่ยังพยายามรักษาท่าที ก่อนจะสั่งคนที่เหลือให้ล่าถอยอย่างเร่งด่วน

            หยุนโม่ขมวดคิ้วแน่นเขาก้าวเข้ามาใกล้หมิงเยว่หลาน สายตากวาดมองบาดแผลอย่างรวดเร็ว “บาดแผลไม่ถึงกับหนักหนา...” เขาพึมพำก่อนดวงตาจะหรี่ลงราวกับฉุกคิดบางสิ่ง “...หรือว่าเป็นพิษ?”

            รองหัวหน้าฝูที่ยังหลบซ่อนอยู่ในเงามืดแสยะยิ้มเย็น เสียงของเขาดังขึ้นคล้ายปีศาจกระซิบ “ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่โง่นักนี่...”

            หยุนโม่หันสายตาไปตามต้นเสียงฝีเท้าหนักแน่นและเร่งเร้าราวกลองศึกค่อย ๆ ดังขึ้นเรื่อย ๆจากความเงียบสงบแปรเปลี่ยนเป็นแรงกดดันที่โถมทับ ราวกับพายุที่กำลังก่อตัวขึ้นบนผืนพสุธา

            ไม่นานนักเงาร่างมากมายก็ปรากฏตัวขึ้นจากเงามืดภายในแนวป่าฝีเท้าของพวกมันหนักแน่นและเป็นระเบียบ พวกมันล้วนเป็นผู้ฝึกตนทั้งหมดแต่ละคนแผ่ปราณวิญญาณออกมาไม่ปิดบังทำให้พื้นที่โดยรอบบีบคั้นจนแม้แต่ลมหายใจก็ยากจะราบรื่น

            หยุนโม่กวาดตามองพวกมันอย่างเงียบงันก่อนที่ดวงตาจะฉายแสงเยียบเย็นเขาจำใบหน้าของพวกมันได้เลือนรางจากความทรงจำที่แย่งชิงมา คนเหล่านี้คือ สมาชิกกลุ่มหมาล่าเนื้อ

            และที่ยืนเด่นที่สุดอยู่แถวหน้าสุดของกลุ่ม คือบุรุษวัยกลางคนร่างสูงใหญ่ ผิวคล้ำราวเหล็กกล้าเผาไฟ ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแข็งแกร่งดุจหินผาดวงตาเย็นเยียบเปี่ยมด้วยกลิ่นอายสังหารที่ไม่ปิดบังแม้แต่น้อย

            ชายผู้นั้นคือ รองหัวหน้าฝู รองหัวหน้ากลุ่มหมาล่าเนื้อผู้เป็นตัวจริงเสียงจริงของกลุ่มนี้

            มิใช่แค่ชื่อเสียงในด้านโหดเหี้ยมเพียงเท่านั้นแต่เขายังเป็น ผู้ฝึกตนขอบเขตปรับแต่งพลังขั้นสูงสุด!

            เพียงแรงกดดันจากการยืนอยู่ตรงนั้นก็ทำให้ผืนดินรอบเท้าของเขาแตกร้าวราวกับจะทานน้ำหนักของเขาไม่ไหวราวกับสรรพสิ่งรอบกายล้วนถูกเขาควบคุมด้วยเจตจำนงเพียงหนึ่งเดียว

            หยุนโม่หรี่ตาเล็กน้อยดวงตาฉายแววระแวดระวังและคำนวณสถานการณ์โดยไม่กล่าวคำใดแต่ภายในใจกลับสงบเย็นอย่างยิ่ง ไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย

            หยุนโม่แค่นเสียงเย็นชาในลำคอพลางเอ่ยเบา ๆ “คนผู้นั้น...รองหัวหน้าฝู?”

            หยุนโม่ตกอยู่ในความเงียบสงัดดวงตาคมกริบทอดมองภาพเบื้องหน้าราวกับกำลังชั่งน้ำหนักทุกสิ่งทุกอย่างในใจ สายลมเย็นเฉียบพัดผ่านใบหน้าแต่เขากลับยังคงสงบเยียบ ราวกับเงาร่างหนึ่งที่ยืนอยู่ท่ามกลางพายุโดยมิไหวติง

            และในความเงียบนั้นเองเขาก็เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวทีละเส้นสายความเข้าใจพลันกระจ่างขึ้นภายในใจดุจม่านหมอกที่ถูกกวาดหายไปด้วยสายลม

            ‘นี่น่าจะเป็นแผนการที่ถูกวางเอาไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว...’

            เขาคิดในใจ แววตาเยียบเย็นยิ่งขึ้นริมฝีปากขยับเล็กน้อยแต่ไร้ถ้อยคำใดหลุดออกมา

            เขาเอง...ก็คือบุคคลที่บังเอิญหลุดเข้ามาในแผนการนี้โดยไม่รู้ตัวราวกับหมากที่ถูกวางไว้บนกระดานตั้งแต่แรกแต่บัดนี้เขากลับเข้าใจถึงบทบาทของตนเองแล้ว

            หยุนโม่เหลือบสายตาไปยังหมิงเยว่หลานที่ยืนอยู่ไม่ห่างนักนางแม้จะยังทรงตัวมั่นคง แต่บาดแผลและพิษที่แทรกซึมอยู่ในร่างย่อมทำให้นางอ่อนแรงลงไปมาก ดวงตานางยังคงเฉียบคม เยียบเย็นแต่ภายในกลับแฝงความระวังและโทสะอย่างยากจะปิดบัง

            ‘เป้าหมายในครั้งนี้...ก็คือนาง’

            หยุนโม่ครุ่นคิดเงียบ ๆดวงตาเป็นประกายวาววับขึ้นมาเล็กน้อย

            กลุ่มหมาล่าเนื้อและกลุ่มกลีบบุปผา…ทั้งสองกลุ่มผู้ฝึกตนนี้ต่างเป็นขุมกำลังที่แข็งแกร่งและทรงอิทธิพลที่สุดในเมืองอวี้หยางอำนาจของพวกเขาแม้จะไม่อาจเทียบชั้นกับสองตระกูลใหญ่ที่ปกครองเมืองแห่งนี้ แต่ก็เรียกได้ว่าเป็นผู้คุมกฎรองลงมาโดยแท้

            ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองกลุ่มมิได้ราบรื่นหากแต่แฝงไปด้วยการช่วงชิงผลประโยชน์ การลอบกัด การวางแผนกลลวงล้วนแต่เกิดขึ้นอยู่เนือง ๆ

            และในเวลานี้สิ่งที่กำลังปรากฏเบื้องหน้าหยุนโม่ ก็คือภาพสะท้อนของสงครามอำนาจที่กำลังทวีความรุนแรง

            ครั้งนี้…มิใช่เพียงการแย่งชิงสมบัติจากสัตว์อสูรธรรมดา หากแต่เป็นการฉวยโอกาส ‘กวาดล้าง’ เพื่อแย่งชิงอำนาจของกลุ่มกลีบบุปผาอย่างไม่ต้องสงสัย!

            หยุนโม่หลุบตามองหมิงเยว่หลานที่ยังยืนหยัดอยู่แม้จะถูกทรยศและบาดเจ็บหนัก แต่นางกลับยังไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว

            ในใจของเขาพลันยิ้มเย็นแม้สีหน้าจะยังสงบนิ่งราวกับผิวน้ำ

            ‘เป็นการช่วงชิงอำนาจระหว่างสองกลุ่มผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งที่สุด...ครั้งนี้มิใช่ศึกเล็กน้อย แต่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของสมดุลในป่าอสูร’

            เขาคิดพลางประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว

            “บิดามันเถอะ...”หยุนโม่สบถขุ่น “เข้าป่าอสูรครั้งแรกก็เจอเรื่องปวดหัวขนาดนี้เลยหรือ...”

            รองหัวหน้าฝูหัวเราะเย็น “สิ่งที่หัวหน้าหมิงโดนไป...คือพิษกร่อนปราณต่อให้เป็นผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมกายาขั้นสูง หากโดนเข้าไป แม้จะยังมีชีวิต แต่เส้นปราณก็ต้องติดขัดเดินพลังวิญญาณไม่ได้ง่ายดายอีกต่อไป!”

    คล้ายกับเรื่องระบบ AI พิชิตแดนเซียน ที่คุณอ่าน