ตอนที่72 ทหารเฟอร์แมนปะทะทหารกบฏที่ทางเหนือของเมืองซานโตวา
แมวน้อยและคาร่าทั้งสองเดินทางกันจนมาถึงเมืองซานโตวา
เมืองซานโตวาตั้งอยู่ในมหานครขนาดใหญ่ ซึ่งไม่ได้ครอบคลุมมหานครของเดิมทั้งหมดแต่เลือกจะสร้างอยู่ที่ส่วนของย่านอุตสาหกรรม ซึ่งมีทรัพยากรและเหล็กจำนวนมากในการสร้างกำแพงหนาสูง20เมตร
กำแพงที่นี่สูงกว่าเมืองแคปปิตอลถึงหนึ่งในสามเพื่อใช้ป้องกันฝูงซอมบี้ขนาดใหญ่
ช่วงแรกมีทหารออกมาคอยกวาดล้างซอมบี้และช่วยเหลือผู้รอดชีวิตในเมืองแต่ยิ่งสถานการณ์เลวร้ายมากเท่าไหร่ ความกดดันที่ทหารเฟอร์แมนเจอก็พุ่งสูงมากขึ้นโดยฝีมือของเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงที่กินดีอยู่ดีอยู่บนหอคอยงาช้าง
จนเกิดเหตุการณ์หนึ่งที่เรียกว่า การแบ่งชนชั้นทางทหาร
เหล่าทหารเริ่มทนกับการต้องออกไปเสี่ยงตายด้านนอกไม่ไหวและถูกระดับสูงกดขี่แม้กระทั่งน้ำและอาหารก็ยังถูกลดจำนวนลงจนแทบจะอดตาย
ทหารจึงปลุกระดมล้มล้างพวกเจ้าหน้าที่รัฐบาลระดับสูงที่คอยสั่งการกองทัพโดยการนำของนายพลแกรนฟาร์ ที่มีพลังถึงระดับ อาจารย์นักสู้
ในยุคสมัยนั้นอาจารย์นักสู้ก็ถือว่าทรงพลังมากแล้ว
ทหารเข้าสังหารเจ้าหน้าที่รัฐ ยึดการติดต่อกับฐานเฟอร์แมนแห่งอื่นๆ ตั้งตัวเองเป็นเฟอร์แมนอิสระยึดเมืองซานโตวาได้สำเร็จ
ผู้รอดชีวิตต่างก็สรรเสริญถึงการปลดปล่อยอีกทั้งยังมีการปลุกกระแสฟื้นฟูชาติและกำจัดนักการเมืองที่โกงกิน
แต่ผู้รอดชีวิตเหล่านั้นกลับไม่คิดว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการแบ่งแยกชนชั้น
ทหารที่เข้ามายึดครองกลับสร้างเขตขึ้นมาเรียกว่าเขตชั้นบน เขตชั้นกลางและเขตชั้นล่าง แบ่งแยกการปกครองโดย เขตชั้นบนให้กับทหารและครอบครัวพรรคพวกทหารเท่านั้นมีทุกอย่างที่ต้องการกินดีอยู่ดีไม่ต่างจากนักการเมืองโกงกิน
เขตชั้นกลางไว้ให้กับคนที่ยอมรับใช้พวกทหารแม้จะไม่ได้กินดีอยู่ดีเหมือนเขตบน แต่ว่าก็ยังดีกว่าเขตชั้นล่าง
เขตชั้นล่างคือผู้รอดชีวิตที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับทหารมีแค่หน้าที่เก็บรวบรวมทรัพยากรด้านนอก เป็นแรงงาน และด่านป้องกันในการกำจัดซอมบี้
โดนเขตชั้นบนและกลางสูบทุกอย่างไปแม้แต่ชีวิตด้วย
ผู้คนต่างอดยาก แต่ก็ต้องเสี่ยงชีวิตออกไปหาทรัพยากรด้านนอกไม่อย่างนั้นก็ต้องไปทำงานในแรงงานวันละ 12 ชั่วโมงแลกกับอาหารพอให้กินได้สองมื้อ
ต่อมาเฟอร์แมนในเมืองก็กดขี่ผู้คนและส่งผู้รอดชีวิตออกไปค้นหาเสบียงกำจัดซอมบี้พอนานวันเข้าก็กลายเป็นการปกครองโดยเฟอร์แมนอย่างสมบูรณ์
ช่วงการปกครองนี้ดำเนินไปกว่า 4 ปี จนกระทั้งเกิดกบฎขึ้นมาในที่สุดผู้คนจากเขตล่างก็ออกมาลุกขึ้นต่อต้าน แต่คนธรรมดาที่แม้แต่แรงในการทำงานยังแทบจะรีดแค้นออกมาจนหมดทุกวันจะสู้กับพวกที่กินอยู่อย่างเต็มที่ได้อย่างไร
สุดท้ายก็ถูกปราบปรามลงไปในเวลาไม่นาน
แต่ว่าเมื่อมีครั้งแรกก็ต้องมีครั้งที่สองจนเกิดเป็นกองทัพกบฎขึ้นมาใช้การสู้แบบกองโจรป่วนเฟอร์แมน ลอบสังหาร นับเป็นยุคสงครามกลางเมืองของซานโตวาอย่างแท้จริง
คนจากเขตกลางออกมาปราบปรามและแขวนคอผู้ต้องสงสัยอยู่บ่อยครั้งส่วนเขตชั้นกลางโดนระเบิดไม่เว้นวัน
ส่วนเขตชั้นในกลับนั่งดูการต่อสู้ที่เกิดขึ้นราวกับว่ารอให้ทั้งสองเขตมีความแข็งแกร่งลดลง ค่อยลงมือกำราบไปพร้อมกัน เพราะเขตชั้นในรู้สึกว่าเขตชั้นกลางกับล่างเริ่มแข็งแกร่งจนคุกคามตนเอง
แต่ใครจะคิดว่าแม้แต่พวกที่อยู่เขตชั้นกลางก็เริ่มหันหน้าไปร่วมมือกับเขตชั้นล่างและนั่นคือการเกิดขึ้นมาของกลุ่มกบฎและการล่มสลายของเฟอร์แมนแห่งเมืองซานโตวา
แมวน้อยมองเมืองด้านหน้าและนึกถึงรายละเอียดของเมืองนี้
“อำนาจเป็นสิ่งที่น่าทึ่งจริง ๆ มันสร้างทั้งความเจ็บปวดและการทำลายล้างได้แม้แต่กับผู้ที่ถือมันไว้ในมือ”แมวน้อยถอนหายใจเบา ๆ
“นายเป็นแมวจริง ๆ เหรอ” คาร่าหันมาถาม
“แน่นอนสิเหมี้ยว” แมวน้อยยิ้มให้
“ฉันไม่ใช่อเล็กซานดร้าที่จะเชื่อรอยยิ้มโง่ ๆนั้นของนายหรอกนะ ไปกันได้แล้ว” คาร่าไม่สนใจท่าทางขี้เล่นของแมวน้อย
พอเข้ามาในเมืองพวกเขาก็เจอกับสภาพเมืองที่มีแต่ซากปรักหักพังกับกลุ่มคนที่หลบซ่อนอยู่ในอาคารมองออกมาด้านนอกอย่างระมัดระวัง
ตอนนั้นแมวน้อยเห็นว่ามีคนโบกมือให้พวกเขารีบหลบไปคาร่าและแมวน้อยไม่เข้าใจ แต่พอได้ยินเสียงฝีเท้ากำลังเดินมาก็รีบพากันหลบเข้าไปในบ้านใกล้ๆ
พอมองออกมาด้านนอกก็เห็นกลุ่มคนติดอาวุธทที่ส่วมชุดสีเทากำลังเดินตรวจสอบพื้นที่รอบๆ
“พวกนั้นคือพวกทหารกบฏ?”คาร่าแอบมองจากช่องหน้าต่าง
“แล้วเราจะไปหานาโอมิจากไหน”
“กลุ่มกบฎไล่ตามกองทัพที่เหลือของเฟอร์แมนไปด้วยนาโอมิจะต้องไปที่นั่นแน่นอน หารถสักคันแล้วขับตามไป” คาร่าตัดสินใจ
พวกเขาอาศัยความคล่องตัวและรวดเร็วหลบสายตาของทหารกบฏไป
ก่อนจะเจอกองบัญชาการชั่วคราวจึงแอบเข้าไปคาร่าถือโอกาศเปลี่ยนชุดใหม่เป็นทหารกบฏติดอาวุธขึ้นรถไปพร้อมกับแผนที่ซึ่งขโมยมาจากในฐานชั่วคราว
แมวน้อยขึ้นมานั่งบนเบาะรถและนอนรออย่างสบายใจ
พวกกบฎแทบไม่ตรวจสอบอะไรเลย พวกนี้หละหลวมกันมากแต่ก็อย่างว่าทหารส่วนใหญ่มาจากชาวเมืองผู้รอดชีวิต ต่างจากทหารเฟอร์แมนที่ฝึกกันในรูปแบบกองทัพตั้งแต่แรก
แถมตอนนี้พึ่งจะชนะสงครามที่สู้รบกันมายาวนาน จึงหละหลวมกันเป็นธรรมดา
“พี่สาวเธอจะมาร่วมกับคนพวกนี้ทำไมในเมื่อมีตำแหน่งในระดับสูงกับเฟอร์แมนเมืองแคปปิตอลอยู่แล้ว”
“เพราะเรื่องในอดีต” คาร่ากล่าว
พอรถขับออกไปตามแผนที่มุ่งขึ้นเหนือก็ยิ่งเจอกับทหารที่ถอยกลับมาจำนวนมากแม้ว่าเฟอร์แมนจะพ่ายแพ้แล้วก็จริง แต่เฟอร์แมนก็ยังเป็นเฟอร์แมน
ไม่ใช่กองกำลังที่ตั้งขึ้นทั่วไปแต่เป็นทหารอาชีพ
กระทั่งมายังเหนือสุดของเมืองก็เจอกับซอมบี้ที่กำลังกินศพที่เกิดจากการต่อสู้
“ในเมืองยังมีพวกซอมบี้อยู่เหรอ”
“ที่ไหนก็มีซอมบี้ทั้งนั้น”
“ก็จริง” แมวน้อยพยักหน้าเห็นด้วย
คาร่าใช้ดาบสังหารซอมบี้ประมาณ 3-4 ตัวก่อนจะตามเสียงปืนที่สู้กันดังสนั่นหวั่นไหวพบว่าเป็นทหารสองกองกำลังที่ยิงปะทะกันอยู่
ตอนนั้นด้านหน้าสุดของกองกำลังที่เกิดการปะทะกันด้วยทหารราบแบ่งออกเป็นสองฝ่ายคือทหารเฟอร์แมนที่ใช้อาคารเป็นบังเกอร์ตั้งรับการโจมตียึดแนวรบไว้ไม่ยอมให้ทหารกบฎเดินเหน้าเข้ามาได้อีก
ส่วนทหารกบฏพยายามส่งทหารราบบุกเข้าไปอย่างต่อเนื่องนักสู้ต่างก็อาศัยร่างกายที่แข็งแกร่งกว่าบุกเข้าไปตามตัวอาคารปะทะกันในระยะประชิดด้วยทั้งปืนและอาวุธเย็น
ส่วนทหารธรรมดาต่างก็ยิงสนับสนุนพยายามคุ้มกันทหารนักสู้ทั้งหลาย
“กลุ่มกบฎไม่มีทางจัดการทหารเฟอร์แมนทั้งหมดได้แน่นอน”คาร่ามองดูสถานการณ์ก็รู้ว่าถ้าจะกำจัดเฟอร์แมนเมืองแคปปิตอลให้สิ้นซากทหารกบฏจะต้องเสียหายอย่างหนักด้วย
แต่ดูแล้วฝ่ายกบฎจะไม่สนใจความเสียหายที่เกิดขึ้นมีแต่สั่งให้บุกเข้าไปเรื่อย ๆ
ตอนนั้นเองก็มีการสนับสนุนด้วยเฮลิคอปเตอร์จากฝ่ายกบฎยิงจรวดถล่มใส่บังเกอร์ที่ตั้งอยู่ตามอาคารสูงทำให้ทหารเฟอร์แมนสูญเสียที่มั่นสำคัญไป
ทหารราบของฝ่ายกบฏฉวยโอกาสส่งกำลังทหารเข้าไปราวกับสายน้ำ
“เธออยู่นั้น” คาร่าชี้ที่เฮลิคอปเตอร์ที่โรยตัวทหารนักสู้ระดับสูงลงมาอีกหน่วยหนึ่งเข้าไปยังอาคารสุดท้ายของเฟอร์แมนซึ่งเป็นอาคารที่มีอาวุธและกำลังคนเยอะมากที่สุด
ถ้าถล่มที่นี่ได้ ทหารเฟอร์แมนที่เหลือก็เป็นแมลงวันไร้หัวแล้ว
“เธอมั่นใจนะเหมี้ยว” แมวน้อยหันไปถาม
“นั้นคือเฮลิคอปเตอร์ของเมืองแคปปิตอล”คาร่ามั่นใจ
เธอรีบวิ่งกลับไปที่รถ แมวน้อยรีบกระโดดขึ้นหน้าต่างของรถที่เปิดไว้นั่งที่นั่งข้างคนขับก่อนที่คาร่าจะเหยียบคันเร่งมุ่งหน้าเข้าสู่ดงกระสุน
ทั้งสองกลับไม่รู้สึกกลัวสงครามด้านหน้าแม้แต่น้อย
ทหารกบฎต่างก็มองดูรถที่ฝ่าปืนกลของเฟอร์แมนเข้าไปอย่างกล้าหาญก่อนจะตะโกนปลุกขวัญกำลังใจและวิ่งตามหลังไป
มีคนเปิดทางให้แล้วพวกทหารราบก็มีโอกาสเข้าไปถึงตึกใหญ่หลังนั้นมากขึ้น
ปัง! ๆ ๆ ๆ
ปุ ๆ ๆ ๆ
รถของคาร่าถูกยิงหลายนัด คาร่าขับรถหลบซิกแซกไปมาในขณะที่แมวน้อยตอนนี้หมอบไปอยู่ด้านล่างแล้ว เพราะกลัวจะโดนยิงตายไปไม่รู้ตัว
“ยิงรถคันนั้นเร็ว”
“ยิงถล่มมันเลย”
“ใช้ระเบิด”
“ระเบิดหมดแล้ว”
“มันพุ่งมาแล้ว หลบ!!”
บังเกอร์ด้านหน้าสุดสร้างจากกระสอบทรายและแบริเออร์คอนกรีตขว้างอยู่หน้าประตูทางเข้าอาคาร
คาร่าจึงขับชนมันไปพร้อมกับปืนกลหนักที่ตั้งอยู่
ตู้ม!
แบริเออร์ปูนแตกกระจาย กระสอบทรายเกลื่อนกราด คนปืนถูกรถเหยียบไปพร้อมกับปืนกลส่วนทหารอีกสี่ห้านายบ้างก็บาดเจ็บ บ้างก็หลบพ้น พวกมันรีบลุกขึ้นมาพร้อมปืนยิงถล่มใส่รถทันที
คาร่าเปิดประตูออกมาใช้เป็นโล่ รถนี่เป็นรถหุ้มเกราะต้องใช้กระสุนเจาะเกราะ ถึงจะเห็นผล กระสุนธรรมดาที่พวกนี้ยิงจึงยังไม่มากพอจะยิงทะลุประตู
คาร่ายิงสวนกลับไปปลิดชีวิตทหารได้ทีละคน
แมวน้อยกระโดดลงจากรถอาศัยความเร็ววิ่งหลงซ้ายขวาแม้ปืนจะอันตราย แต่ถ้ายิงไม่โดนมันก็ทำอะไรแมวน้อยไม่ได้
แมวน้อยวิ่งไปถึงก็โจมตีกล่องดวงใจของทหารที่พยายามยิงปืนมาที่เขาจนพื้นเต็มไปด้วยรูกระสุน
“อุ๊ก อ๊า” ทหารคนนั้นจุกจนพูดไม่ออกทรุดตัวลงและโดนแมวน้อยซัดไปอีกหมัดก่อนที่แมวน้อยจะกระโดดไปเกาะหลังของคนที่สองรัวหมัดใส่หัวจนอีกฝ่ายมึนงงสลบไป
ด้านคาร่าก็จัดการไปสามคนแล้ว พวกเขาทั้งสองมุ่งหน้าเข้าไปในอาคารหลบกระสุนปืนที่ยิงมาจากทหารด้านบนชั้นต่างๆ
“บุกเข้าไป”
ป้อมปืนด้านหน้าเองก็โดนทหารราบฝ่ายกบฎบุกตามหลังเข้ามาในอาคารติดๆ