" คุณยาซิสรู้อะไรเกี่ยวกับอินเวเดอร์อย่างนั้นหรือครับ "
" ต้องขอโทษจริงๆ เป็เพราะข้อตกลงในานั้น เราคงไม่สามารถบอกอะไรท่านได้ "
ยาซิส ตอบคำถามเซ็ทด้วยใบหน้าและน้ำเสียงที่หวาดกลัวบางอย่าง
" ถ้าเป็อย่างนั้นข้าจะหาข้อมูลพวกเขาได้จากที่ไหน เื่นี้ก็เป็เื่สำคัญที่สุดของข้าเช่นกัน "
เซ็ท้าคำตอบนั้นจึงได้ถามยาซิสด้วยความจริงจัง
" อาจจะเสียมารยาท แต่ข้าอยากแนะนำว่า ท่านอย่าไปยุ่งเื่นี้เลยจะดีกว่า การเข้าไปยุ่งกับเื่พวกนี้จะนำความเดือดร้อนมาสู้ตัวท่าน "
" ไม่ยุ่งไม่ได้หรอก ข้าต้องยุ่งเพราะมันเป็วิธีเดียวที่ข้าจะกลับบ้านได้ "
" ถ้าท่านยืนยันเช่นนั้น ท่านคงต้องไปที่นากาฮามะ เมืองของเหล่าเผ่าครึ่งอสูรที่อยู่ทางใต้ พวกเขาอาจจะช่วยท่านได้ "
" นากาฮามะ เมืองนั้นยังไม่ถูกอาณาจักรไกออสกวาดล้างหรือ "
เชนถามยาซิสถึงเมืองนากาฮามะเหมือนว่าเขาจะรู้อะไรบางอย่าง
" ไกออสจะทำแบบนั้นทำไมหรือท่าน ถ้านากาฮามะล่มสลาย ข้าคิดว่าฝ่ายที่เสียเดือดร้อน คงจะเป็ทางอาณาจักรไกออสเสียเอง เพราะนากาฮามะอยู่ในตำแหน่งที่กั้นระหว่างอาณาจักรไกออสกับดาร์คเวน จึงเป็เสมือนโล่ที่คอยกันเหล่ามอนสเตอร์ "
" ถ้าที่นั่นยังไม่ถูกโจมตี แสดงว่าาแย่งชิงิญญาศักดิ์สิทธิ์ยังไม่เกิดขึ้น เราไม่ควรไปที่นั่นน่ะเซ็ท "
" เ้าหมายถึงอะไรข้างงไปหมดแล้วเชน เ้ารู้เื่พวกนี้ได้อย่างไร ความทรงจำของเ้ากลับมาแล้วหรือ แล้วภารกิจที่โคลทีนสั่งมาล่ะ เ้าไม่อยากทำให้สำเร็จหรือไง "
เชนนิ่งเงียบไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เขาเพียงแค่หันมองไปนอกหน้าต่าง
" จะว่าไปแล้วั้แ่มาที่นี่ เ้าไม่ได้รายงานโคลทีนสักครั้งเลยนี่ "
" เื่นั้นข้า … ข้ายังทำไม่ได้ "
" ทำไมล่ะ จะขัดขวางภารกิจไม่ให้ข้ากลับบ้านหรือไง เ้า้าอะไรกันแน่ ผู้ช่วย "
เซ็ทที่สงสัยเชนมาตลอด เขาได้ถามถึงสิ่งที่คาใจมานาน แต่เชนยังคงบ่ายเบี่ยงไม่ตอบเหมือนเคย
" ข้าไม่จำเป็ต้องตอบคำถามเ้า "
เชนหันกลับมาตะคอกใส่เซ็ทด้วยเสียงที่ดุดันแบบที่เขาไม่เคยทำมาก่อน
" เ้าเป็ใครกันแน่เชน ทำไมเ้าถึงรู้อะไรมากมายเกี่ยวกับโลกนี้ "
เซ็ทที่เริ่มโมโห เขาคาดคั้นเพื่อที่จะรู้ตัวตนของเชน
" ถึงเวลาข้าจะบอกเ้าเอง ข้าบอกเ้าแน่ๆ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ เ้ารู้ไว้แค่ว่าข้าไม่ใช่ศัตรู มีแต่ข้าเท่านั้นที่เป็มิตรกับเ้า แค่นั้นก็พอแล้ว "
" อืม เข้าใจแล้ว ยังบอกข้าไม่ได้อย่างนั้นสินะ แต่ถ้าเ้าจะขัดขวางข้า ข้าบอกไว้ก่อนเลยว่าข้าจะทำภารกิจต่อคนเดียว ถึงเ้าจะไม่เอาด้วยก็ตาม "
เซ็ทเดินมาใกล้เชน เขาชี้หน้าและพูดด้วยท่าทีจริงจังเป็อย่างมาก
" เอ่อคือ ท่านทั้งสองโปรดใจเย็นกันก่อนเถอะครับ อย่าทะเลาะกันเลย "
ลุงมอริสเดินเข้ามาแทรกระหว่างทั้งสองเพื่อห้ามปราม
" แต่ยังไงข้าก็จะไปนากาฮามะ ถ้าที่นั่นคงจะมีคนที่ให้ข้อมูลข้าได้ "
เซ็ทยืนกรานที่จะหาข้อมูล เขาจริงจังต่อเป้าหมายอย่างมาก
" เ้าจะอยู่ที่นี่รอข้าก็ได้น่ะเชน ข้าไปคนเดียวได้ ข้าไม่อยากบังคับใคร "
" ไปตายนะซิไม่ว่า ตัวเ้าตอนนี้ความสามารถเหมือนกับเด็กทารก เ้าได้ตายก่อนไปถึงที่นั่นแน่ๆ ระหว่างทางมีทั้งโจรทั้งมอนสเตอร์ "
" อย่างนั้นเ้าก็สอนข้าใช้เวทย์มนต์สิ ข้าจะได้เอาตัวรอดได้ "
" ที่จริงแล้วนะเซ็ท เ้าหน่ะ เรียนรู้เวทย์มนต์ของข้าไปแล้ว แต่เ้าไม่รู้วิธีใช้แค่นั้นเอง ความสามารถเ้าคือ ผู้รอบรู้เป็สกิลหายากระดับสูงสุดเลย "
สิ่งที่เชนพูดนั้นทำให้เซ็ทสับสนมากขึ้นกว่าเดิม
" แล้วข้าจะใช้ได้อย่างไรล่ะ ต้องร่ายเวทย์ บูชาเทพแบบที่เ้าทำหรือ "
เซ็ทถามถึงวิธีใช้เวทย์มนต์ที่เขาไม่เข้าใจ พร้อมอาการหัวเสียนิดหน่อยที่เชนไม่ยอมบอกั้แ่แรกว่าเขาใช้เวทย์มนต์ได้
" ไม่จำเป็หรอก เ้าจินตนาการถึงเวทย์นั้นคิดถึงผลลัพธ์ แล้วตั้งใจควบคุมพลังไปที่เ้า้าลองดูสิ "
"จินตนาการ สิ่งนั้นคืออะไรหรือท่านเชน"
ยาซิสที่ยืนฟังอยู่ถามด้วยความสงสัย
" จินตนาการหรืออิมเมจ ก็คือการที่เราคิดในสิ่งที่อยากให้เป็ไปไง ท่านไม่รู้จักหรอกหรือ "
เซ็ทถามกลับด้วยความสงสัย
" สติปัญญาของพวกเราคงจะเข้าไม่ถึงสิ่งนั้น ต่างกับท่านที่เป็มนุษย์ อิมเมจที่ท่านพูดถึงอาจมีแค่มนุษย์เท่านั้นที่สามารถทำได้ "
" อย่างนั้นหรอกหรือ แค่จินตนาการเองนะ "
ลองดูเซ็ท แค่จินตนาการ
เชนพูดพร้อมจับแขนของเซ็ทและยกขึ้นมา
" เข้าใจแล้ว นั้นข้าจะลองดูแล้วกัน "
เซ็ทยกมือขวาของเขาขึ้นมาระดับหน้าอกและยื่นออกไป ในหัวของเขาจินตนาการถึงเวทย์มนต์ที่เชนใช้ตอนเจออาร์เจนตัสครั้งแรก เขานึกถึงแสงสว่างที่สามารถสร้างความสับสนให้ศัตรูได้
ฟิ้ง ...
ทันใดนั้นเอง แสงสว่างปรากฏขึ้นที่มือของเขาอย่างฉับพลัน แสงนั้นสว่างมากกว่าตอนที่เชนใช้เสียอีก ทำให้ยาซิสและชาวบ้านทุกคนตรงนั้นใเป็อย่างมาก ทุกคนต่างถอยหนีด้วยความประหลาดใจ
" น … นั่นมันอะไรกัน เวทย์มนต์ของมนุษย์อย่างนั้นหรือ ท่านทำแบบนั้นได้อย่างไร ท่านไม่ได้ร่ายเวทย์ไม่ได้วาดวงเวทย์ด้วยซ้ำ "
ยาซิสพูดขึ้นถึงสิ่งที่เห็นตรงหน้า
۞ได้รับสกิล sunshine۞
ที่หน้าต่างสถานะของเซ็ทมีข้อความแจ้งเตือนขึ้นมา
" ข้า … นี่ข้าใช้เวทย์มนต์ได้แล้ว "
เซ็ทในใบหน้าที่ยิ้มแย้ม เขาพูดด้วยความดีใจและตื่นเต้นต่อการใช้เวทย์มนต์ครั้งแรกของตัวเอง
" เพราะว่าความสามารถเฉพาะตัวของเ้าคือผู้รอบรู้ยังไงล่ะ เ้าจะเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้เร็วกว่าคนทั่วไปเป็อย่างมาก รวมไปถึงเรียนรู้สกิลของมอนสเตอร์ได้ด้วย ถ้าใช้ได้ชำนาญ คงจะเป็ความสามารถที่อันตรายจริงๆ"
เชนพูดถึงทักษะผู้รอบรู้ของเซ็ท เขาใเล็กน้อยที่เห็นเซ็ทใช้เวทย์แสงแบบเขาได้ บางทีอาจจะใช้ได้ดีกว่าตัวเขาก็เป็ได้
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดีเลยๆ แบบนี้ข้าก็เรียนเวทย์มนต์อื่นได้เหมือนกันใช่ไหม แล้วอีกความสามารถล่ะ รู้สึกว่าจะเป็ทักษะผู้รังสรรค์ คืออะไรกัน "
" เดี๋ยวนะ ท่านบอกว่าอีกความสามารถ หมายถึงท่านมีทักษะ 2 อย่างเลยอย่างนั้นหรือ ข้าไม่เคยเห็นคนที่มีทักษะ 2 อย่างมาก่อนเลย"
ลุงมอริสถามเซ็ทถึงสิ่งที่ได้ยิน
" ผู้รังสรรค์คือความสามารถที่เ้าจะแก้ไข ปรับแต่งสกิลที่มีอยู่แล้ว ให้เป็สกิลใหม่ขึ้นมาได้ แต่ทุกครั้งที่รังสรรค์ จะมีข้อแลกเปลี่ยน มันจะทำร้ายร่างกายผู้ใช้ทักษะ ถ้าเป็สกิลที่ใช้ MP สูงๆ เ้าอาจจะตายได้เลย "
เชนอธิบายให้เซ็ทฟังถึงผลกระทบของทักษะผู้รังสรรค์
" อันตรายจริงๆด้วย แต่ก็มีประโยชน์มากด้วยเช่นกัน แต่ก็ช่างเถอะ ตอนนี้แค่ข้าเรียนรู้ได้เร็วจากทักษะผู้รอบรู้ก็พอแล้ว "
" ข้าถามหน่อยสิ คุณยาซิสปกติพวกท่านเรียนรู้เวทย์มนต์กันอย่างไร ถ้าท่านบอกว่าไม่สามารถจินตนาการได้ "
เซ็ทที่กำลังสงสัยถึงเื่นี้ได้เอ่ยถาม
" ปกติแล้ว พวกเราที่เป็ลูกผสมของเผ่าแฟรี่ จะเรียนรู้เวทย์ด้วยการส่งต่อมาจากคนรุ่นก่อนตามลำดับ ถ้าคนที่รับต่อมาเข้ากับเวทย์นั้นได้ไม่ดีพอ เวทย์มนต์ก็จะเสื่อมลงครับ ด้วยเหตุนี้จึงมีเวทย์มนต์มากมายที่สูญหายไปตามกาลเวลา อีกวิธีก็คือเรียนรู้จากคำภีร์เวทย์มนตร์ แต่สิ่งนั้นหายาก ทำมีราคาที่สูงมาก คงมีแต่พวกเศรษฐีกับขุนนางที่จะได้"
ยาซิสอธิบายถึงวิธีที่พวกเขาเรียนรู้เวทย์มนต์ซึ่งต่างจากวิธีของมนุษย์
" อย่างนี้นี่เอง ข้าเข้าใจแล้ว "
" ถ้าอย่างนั้นช่วยบอกเส้นทางที่จะไปนากาฮามะได้ไหมครับคุณยาซิส ข้าจะได้รีบไปทำธุระให้เสร็จ เดี๋ยวข้าจะหาเรียนเวทย์มนต์ระหว่างการเดินทางเอง "
เซ็ทที่กำลังรีบร้อนเขาเอ่ยถามคุณยาซิสถึงเส้นทางที่จะไปนากาฮามะ
" โดยปกติแล้วจากนี่เราจะเดินทางเลียบชายฝั่งลงไปทางใต้ ของอ่าวกลอเรียส ใช้เวลาประมาณ 5-7 วันก็จะถึงนากาฮามะ แต่เกรงว่าเส้นทางนั้นจะถูกปิดกั้นโดนพวก ลาเร็นทีเรียน ที่ขยายดินแดนมาทางตะวันตกสักพักแล้ว แถมตอนนี้ยังเป็ฤดูหนาว ถ้าต้องเดินทางผ่านูเาหิมะ คงไม่ต่างอะไรจากนรกแน่ๆ "
ยาซิสเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้เซ็ทฟัง ว่าทางที่เขากำลังจะไปนั้น อันตรายแค่ไหน
" แล้วนอกจากเส้นทางนั้น มีทางอื่นที่ข้าพอจะไปได้บ้างไหม "
" ก็พอจะมีครับ ไปโดยเรือส่งสินค้าที่จะผ่านมาส่งของที่หมู่บ้านนี้ เส้นทางต่อไปก็จะเป็เมืองนากาฮามะ แต่ว่า … การนำผู้คนข้ามเมืองโดยเรือสินค้าเป็ข้อห้าม พวกพ่อค้าหน้าเืนั่นมันจะคิดราคาแพงแบบสุดๆเลยแหละ "
" แบบนี้ก็แย่เลยสิ ข้ากับเชนเราไม่มีเงินกันเลย จะทำอย่างไรดี "
ในตอนนี้ความเครียดเริ่มครอบงำเซ็ทอีกครั้ง
" ข้าคิดว่าท่านน่าจะไปล่ามอนสเตอร์มาขาย อาจจะพอทำเงินได้บ้าง แต่่นี้เป็ฤดูหนาว พวกมอนสเตอร์ส่วนใหญ่จะถอยกลับเข้าไปอยู่ในเขต ดาร์คเวน อาจจะทำให้ท่านหาได้ลำบาก ท่านอาจจะต้องเข้าไปใกล้ๆแถวนั้น แต่ต้องระวังอย่าเลยเขตเข้าไป ที่นั่นอันตรายเกินไป "
ยาซิสแนะนำถึงวิธีหาเงินให้เซ็ท แต่เขาก็กลัวกลุ่มของเซ็ทจะเลยเข้าไปในดาร์คเวน ที่ซึ่งมีมอนสเตอร์อันตรายมากมาย
" ตอนนี้นายพรานของหมู่บ้านเราส่วนใหญ่ได้ไปรับจ้างล่ามอนสเตอร์ที่เมืองหลวง ที่หมู่บ้านจึงเหลือคนที่ล่าสัตว์มาขายไม่มาก เป็โอกาสดีของท่านที่จะหาเงิน แล้วก็เป็ผลดีต่อชาวบ้าน ที่จะได้มีอาหารด้วยครับ "
ลุงมอริสพูดเสริมขึ้นมา
" ส่วนเื่อาวุธที่ท่านต้องใช้ ที่บ้านข้าพอจะมีอยู่บ้าง เชิญท่านทั้งสองไปดูแล้วเลือกไปใช้ตามสบายได้เลยครับ "
" ท่านเซ็ท คุณมอริสแกเป็แค่พรานล่านก ล่ากระต่าย แทนที่จะใช้อาวุธหรือเครื่องมือของตาลุงนี่ ทำไมท่านไม่เลือกอาวุธของข้าไปล่ะ "
ยาซิสพูดขึ้นพร้อมเดินไปหยิบดาบเล่มหนึ่งที่ผนังบ้าน เป็ดาบที่มีความสวยงาม ใบดาบทำจากโลหะชั้นดี
" ดูสิคุณภาพและพลังทำลายล้างต่างจากอาวุธล่ากระต่ายแน่ๆ ถ้าใช้อาวุธของข้า รับรองว่าแม้แต่มอนสเตอร์หมีที่ราบสูง ก็เป็ได้แค่แมวแหละครับ ฮ่า ฮ่า ฮ่า "
กึ้ก
" ช่างเป็อาวุธที่สวยงามเสียจริง ราคาคงจะแพงน่าดู ให้ข้ายืมไปใช้จะดีหรือคุณยาซิส "
เซ็ทรับเอาดาบที่ยาซิสส่งมาให้ และชื่นชมความงามของมัน
" ดีสิ ดีมากด้วยท่านเซ็ท จะถือว่าเป็เกียรติอย่างมากเลยถ้าท่านใช้ดาบของข้าในการล่ามอนสเตอร์ครั้งนี้ "
ยาซิสพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พร้อมใบหน้า ที่ยิ้มแย้ม
" คือว่า เอ่อ … อาวุธแต่ละชิ้นต่างก็มีค่าประสบการณ์เหมือนกับผู้คน ถ้าใช้งานตามเป้าหมาย ความสามารถกับค่าประสบการณ์ก็จะเพิ่มขึ้นด้วย รวมถึงอาจจะได้รับสกิลประจำอาวุธได้ด้วยครับ ด้วยเหตุนั้นข้าจึงอยากให้ท่านรับไว้ แหะ แหะ "
" หืม อาวุธเองก็มีค่าประสบการณ์ด้วยหรือ หมายถึงสามารถเพิ่มเลเวลได้ด้วยใช่ไหม "
" ถูกต้องเลยครับ "
" ถ้าข้านำไปใช้ คุณยาซิสก็จะได้รับผลประโยชน์ด้วยสิน่ะ "
เซ็ทพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็า พร้อมเหลือบมองยาซิสด้วยหางตา
" อืม แต่ก็ถือว่าไม่เลว ได้ผลประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย อีกอย่างคือข้าไม่มีอาวุธเลย ขอยืมไปใช้แล้วกัน "
" ถ้าอย่างนั้นให้ข้าใช้อาวุธของท่านได้ไหมลุงมอริส จะเป็อาวุธแบบไหนก็ได้ ข้าสามารถ Enhance ให้เป็อาวุธเวทย์ได้อยู่แล้ว "
เชนที่ยืนมองออกไปนอกหน้าต่าง หันมาพูดกับลุงมอริส ที่ถูกเซ็ทปฏิเสธ
" ได้เลยครับท่านเชน ถ้าท่าน้าแบบนั้น แต่อาวุธของข้าเป็แค่อาวุธธรรมดาที่ลูกชายข้าทำขึ้นมาเอง "
" ไม่เป็ไรครับ ไม่ใช่ปัญหาเลย ถ้าเลเวลอัพคุณลุงจะได้ใช้อาวุธนั้นล่าสัตว์ได้สะดวกกว่าเดิมไงครับ "
" ท่านเชนนี่เป็คนดีจริงๆ ยังไงก็ต้องขอบคุณด้วยนะครับท่านเชน "
ลุงมอริสในใบหน้าที่ยิ้มแย้มเพราะความดีใจ พูดขอบคุณเชนด้วยท่าทางอ่อนน้อม
" ถ้าอย่างนั้นท่านทั้งสองไปทานข้าวที่บ้านข้าแล้วพักผ่อนก่อน ตอนนี้ภรรยาข้ากับมิลิสน่าจะเตรียมอาหารเสร็จแล้ว "
" ขอรับน้ำใจไว้น่ะครับ เพราะว่า ข้ากำลังหิวเลยครับคุณลุง แหะ แหะ "
เซ็ทที่ได้ยินหันมาพูดพร้อมเอามือลูบหัวตัวเองด้วยท่าทีที่เขินอาย
" ถ้าอย่างนั้นเชิญท่านทั้งสองตามข้ามาได้เลย ทางนี้เลยครับ "
" ไปกันเถอะเชนไปกินข้าวกัน "
เซ็ทที่เดินตามลุงมอริสเอ่ยเรียกเชน
" เชน … เชนได้ยินข้าไหมเนี่ย เ้าไม่ไปหรือ มัวแต่มองดูอะไรนอกหน้าต่าง "
" อืม ไปสิ … "
" ถ้าอย่างนั้นเราไปก่อนครับคุณยาซิส ขอบคุณสำหรับคำแนะนำทั้งหมดนะครับ "
เซ็ทหันไปก้มคำนับยาซิสก่อนที่จะเดินจากไป
" ไม่เป็ไรครับ เดี๋ยวข้ากับชาวบ้านจะช่วยเตรียมข้าวของสำหรับการเดินทางไว้ให้ "
" โห ดีเลยครับคุณยาซิส รบกวนด้วยครับ "
ทั้งสองเดินออกจากบ้านยาซิสในตอนที่ฟ้าเริ่มไร้แสงสว่าง แต่ปกคลุมไปด้วยลมจากยอดเข้าพร้อมหิมะที่ปลิวมาตามลม
ทั้งสองคนกับลุงมอริสเดินมาตามทาง ผ่านกลางหมู่บ้านที่มีผู้คนในชุดคลุมหนังสัตว์จำนวนหนึ่ง กำลังพูดคุย บ้างก็นั่งดื่มกัน ข้างกองไฟที่ให้ความอบอุ่น
เดินผ่านมาสักพักก็ถึงสะพานข้ามช่องเขา สะพานนั้นขยับตามสายลมที่พัดผ่านมา
" ทางไปบ้านคุณลุงนี่น่ากลัวเหมือนกันนะครับ "
เซ็ทพูดขณะกำลังเดินข้ามสะพาน
" ที่ดินของครอบครัวข้าอยู่รอบนอกของหมู่บ้าน เมื่อก่อนไม่ได้มีสะพานนี้หรอกครับ แต่ประมาณ 20ปีก่อน มีมอนสเตอร์ระดับหายนะบุกโจมตีหมู่บ้าน จึงทำให้แผ่นดินตรงนี้เกิดรอยแยก "
" มอนสเตอร์ระดับหายนะอย่างนั้นหรือ ? รูปร่างของมันเป็ยังไงกัน "
หลังจากที่เชนได้ยินเื่นั้นเขาถามลุงมอริสทันที
" เป็มอนสเตอร์ประหลาด ข้าทำอาชีพนายพรานล่าสัตว์มาตลอด แต่ข้าไม่เคยเจอมาก่อนเลย เพิ่งเจอในตอนนั้นแหละครับ มันเป็เหมือนหมาป่าที่มีร่างกายเหมือนมนุษย์ที่ร่างใหญ่ ั์ตาของมันคล้ายสีเื กรงเล็บมันสามารถสร้างความเสียหายเวทย์มนต์ได้ มันต่อสู้ด้วยความชาญฉลาด เหมือนกับมันมีความคิดอย่างนั้นเลยครับ "
เมื่อเชนได้รู้ถึงลักษณะของมอนสเตอร์ประหลาดเขาได้มีอาการใพร้อมความสับสนขึ้นมาทันที
" ไคร์ม ไลแคน (crime lycan) มันไม่ใช่มอนสเตอร์หรอก มันคืออสูรอัญเชิญ แต่ที่น่าใคือคนที่จะควบคุมมันได้ ต้องเป็ผู้ที่มีความสามารถบงการอสูรเท่านั้น "
เชนพูดขึ้นเสียงดังขณะที่กำลังมองหน้าลุงมอริสแบบไม่ละสายตา
" ท่านเชนรู้จักด้วยหรือครับ รู้สึกว่าคนที่มาขับไล่มันไปก็เรียกด้วยชื่อนั้นเหมือนกัน "
" ลุงบอกว่าขับไล่มันไป ตอนนั้นไม่ได้ฆ่ามันอย่างนั้นหรือ "
เชนพูดด้วยความใ
" ไม่ได้ฆ่ามันครับ มันแข็งแกร่งมาก ตอนนั้นถือว่าหมู่บ้านเรายังโชคดี ที่คนพวกนั้นผ่านมา เขาจึงช่วยขับไล่มันไป ถ้าไม่มีพวกเขาหมู่บ้านเราคงไม่อยู่ถึงทุกวันนี้หรอกครับ "
" คนพวกนั้น หมายถึงอะไรอย่างนั้นหรือ "
เซ็ทถามกลับทันที
" พวกเขาเป็ลูกครึ่งมนุษย์คล้ายๆพวกท่าน เป็กลุ่มคนที่แข็งแกร่งมาก ข่าวลือบอกว่าเป็มนุษย์ครึ่งเทพ พวกเขามีอาวุธแปลกๆ ที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน หลังจากเหตุการณ์นั้นพวกเขาก็หายไปตอนกลางดึก ไม่มีใครได้พบพวกเขาอีกเลย ก็จริงอยู่ที่ว่าพวกเขาแข็งแกร่ง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังฆ่าเ้าปีศาจนั้นไม่ได้ "
" เชน เ้าคืดว่าเป็ไปได้ไหม ที่คนพวกนั้นคืออินเวเดอร์ที่เรากำลังตามหา "
เซ็ทเรียบเรียงลักษณะและความน่าจะเป็จากเื่ที่ได้ยิน ทำให้เขาคิดว่ากลุ่มคนนั้นคืออินเวเดอร์
" อ … อืม มีความเป็ไปได้สูงเลย "
เชนตอบกลับด้วยท่าทีแปลกๆอีกครั้ง
" ถ้าอย่างนั้นเราตามหาคนพวกนั้นแล้วทำภารกิจให้เสร็จ แค่นี้เราก็จะได้กลับบ้านแล้ว มีความหวังขึ้นมาหน่อยแล้ว "
เซ็ทรู้สึกดีใจเป็อย่างมากที่ได้รู้เื่กลุ่มคนนั้น
" เอาละ ถึงบ้านข้าแล้ว รีบเข้าไปด้านในกันเถอะ "
" มิลิส มิลิส พ่อพาพี่เซ็ทมาแล้ว ลูกมารับพี่ๆเขาไปทานข้าวหน่อย "
ลุงมอริสะโเรียกลูกสาวจากหน้าบ้าน จากนั้นมิลิสก็เปิดประตูบ้าน แล้ววิ่งมารับเซ็ทด้วยความดีใจ
กึ้ก …
" เย้ พี่เซ็ทพี่เชนมาแล้ว มิลิสช่วยแม่ทำอาหารเยอะแยะเลย ไปทานกันเถอะค่ะ "
เธอเดินเข้ามาจูงมือทั้งสองและพาเดินเข้าบ้านทันที
" เชิญท่านเข้าบ้านก่อนนะครับ เดี๋ยวข้าจะไปเตรียมที่พักให้ท่านบ้านลูกชายข้าว่างอยู่ พอดีลูกชายข้าเขาไปรับจ้างที่เมืองหลวง เสร็จแล้วจะตามไป "
ลุงมอริสพูดขึ้นขณะถือคบเพลิงเดินไปที่บ้านของลูกชายเพื่อเตียมที่พักให้ทั้งสอง
" รบกวนด้วยครับลุงมอริส ถ้าอย่างนั้นข้ากับเชนขอไปทานอาหารฝีมือมิลิสก่อนนะครับ "
ทั้งสองเดินตามมิลิสเข้าไปในบ้าน เบื้องหน้าของเขาบนโต๊ะอาหาร มีกับข้าวมากมายทั้งอาหารคาวและผลไม้
" เชิญท่านทั้งสองนั่งก่อน ข้าชื่อฟาเดีย เป็แม่ของมิลิสค่ะ ลูกสาวข้าเล่าเื่ของพวกท่านให้ฟังแล้ว "
ฟาเดีย ที่เป็ภรรยาของคุณลุงมอริสกล่าวต้อนรับทั้งสองด้วยความยินดี เธอเป็ผู้หญิงร่างสูงที่หน้าตาดี ผมสั้นสีบลอนด์ ดูแล้วน่าจะอายุน้อยกว่าลุงมอริสมากพอสมควร
" อาหารเยอะแยะเลย คือ...ขอโทษที่พวกเรามารบกวนนะครับ "
เซ็ทที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะอาหารกล่าวขอบคุณฟาเดียพร้อมก้มหัวเล็กน้อย
" ท่านไม่ได้รบกวนเลยค่ะ เชิญนั่งก่อน ตามสบายนะคะ "
ทุกคนนั่งลงที่โต๊ะอาหาร มิลิสกำลังแบ่งขนมปังสำหรับทุกคน เธอเดินมาวางให้ด้วยท่าทีที่สดใสร่าเริง
" ทานเยอะๆนะคะพี่เซ็ท เมื่อตอนกลางวันพี่อุตส่าห์ให้มิลิสขี่หลังกลับบ้าน "
" พี่เชนก็ทานเยอะๆเหมือนกันนะคะ "
ทุกคนต่างทานอาหารด้วยความอร่อย ในค่ำคืนที่อากาศหนาว ได้ทานซุปร้อนๆจึงทำให้รู้สึกอุ่นขึ้น หลังจากนั้นไม่นาน ลุงมอริสที่ไปเตรียมที่พักได้เดินเข้ามา พร้อมคันธนูและศรจำนวนหนึ่ง
" ท่านเชน นี่เป็อาวุธของลูกชายที่ข้าบอก ไว้ก่อนหน้า ทานเสร็จแล้วท่านลองตรวจสอบดูนะครับ ว่าพอจะใช้ได้ไหม "
" ขอบคุณครับคุณลุง แบบไหนข้าก็ใช้ได้ "
ทุกคนต่างทานอาหารแสนอร่อย และพูดคุยถึงเื่หมู่บ้าน ในค่ำคืนที่อากาศหนาว ...
.
.
.
" ขอบคุณสำหรับอาหารนะครับ อร่อยมากเลยจ่ะมิลิส "
" ไว้มิลิสจะทำให้ทานอีกนะคะ "
หลังจากทานเสร็จ ลุงมอริสได้เดินนำทั้งสองไปยังที่พัก
" เอ่อ ลุงมอริสครับ พอจะสอนสกิลที่ใช้ในการล่าสัตว์ให้ข้าสักอย่างสองอย่างได้ไหม ตอนนี้ข้ามีแค่ดาบ แต่ยังไม่มีสกิลที่เหมาะสมในการล่าเลยสักอย่าง "
เซ็ทขอให้ลุงมอริสสอนสกิลในการล่า เพื่อที่จะสะดวกต่อการล่ามอนสเตอร์และการเดินทางของเขา
" คือว่า ข้าไม่ได้มีสกิลที่น่าสนใจเท่าไรนัก ส่วนมากก็เป็สกิลด้านการเสริมทักษะร่างกายในการเคลื่อนที่และการป้องกัน "
" เท่านั้นก็พอแล้ว รบกวนใช้สกินที่ว่าให้ผมดูสักครั้งได้ไหมครับ "
" ได้เลยครับ นั้นข้าจะใช้สกิลในการล่าให้ท่านดู "
ลุงมอริส เดินไปทางลานกว้างหน้าบ้าน เขาก้มตัวลงยื่นขาข้างหนึ่งไปด้านหลัง พร้อมยกแขนซ้ายขึ้นมาบังหน้า
★ Boost ★
พรึ่บ ..
ในตอนนั้นลุงมอริสได้เคลื่อนที่โดยการพุ่งตัวไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงจนเกือบมองไม่ทัน หิมะที่พื้นเปิดเป็ทางในทันที จากที่ยืนอยู่ตรงลานกว้างตอนนี้เขาได้ยืนอยู่บนโขดหินที่อยู่ห่างจากจุดนั้นประมาณ 50 เมตร
" ประมาณนี้ครับ "
ลุงมอริสะโกลับมาเมื่อใช้สกินเสร็จ
" เยี่ยมเลยครับ นั้นขอข้าลองบ้างแล้วกัน "
เซ็ทได้ตั้งท่าเหมือนกับที่ลุงมอริสทำให้ดู
" เอาละ จะไปแล้วน่ะ "
ในหัวของเซ็ทเขากำลังจินตนาการถึงการเพิ่มความสามารถในการเคลื่อนที่ จากนั้นเขาไม่รีรอที่จะใช้สกิล
★ Boost ★
พรึ่บบบบ
ตุ้บ
" โอ้ย "
ผลจากสกิลนั้นเซ็ทได้พุ่งไปชนกับต้นสนที่อยู่ข้างสะพานด้วยความแรง จนหิมะบนต้นสน ตกลงมาใส่ตัวเขา
" เฮ้อ ให้ตายสิ ก่อนหน้าก็ใช้ sunshine จนคนตรงนั้นเกือบตาบอด ตอนนี้ก็จะบูสลงหน้าผาอย่างนั้นหรือเซ็ท "
เชนถอนหายใจเมื่อเห็นเซ็ทในสภาพนั้น
" นั้นข้าขอลองธนูด้วยเลยแล้วกัน "
เชนหยิบธนูขึ้นพร้อมกับใช้สกิลเพิ่มความสามารถอาวุธ
★ Light Enhance ★
ธนูของเชนได้มีแสงสว่างส่องออกมาจากลูกศรและสายธนู จากนั้นเขาได้ยิงไปที่ยอดต้นสนที่เซ็ทยังนอนอยู่
ฟริ้ง…
ลูกธนูพุ่งหาเป้าหมายด้วยความเร็วสูงพร้อมแสงสว่าง ตามทางที่ลูกธนูนั้นเคลื่อนที่ไป
พรึ่บ ...
หิมะบนต้นสนได้ตกลงมาใสเซ็ทอีกครั้ง
" อืม ถือว่าดีใช้ได้เลย "
เชนพูดขึ้นหลังจากยิงธนูเวทย์ที่เขาเพิ่งเพิ่มประสิทธิภาพ
" เชน เ้าเล่นอะไรเนี่ย ข้าหนาวจะแย่แล้ว "
ฟึ่บ ฟึ่บ
เซ็ทลุกขึ้นปัดหิมะที่ติดอยู่ตามตัวเขา
" ควบคุมยากเหมือนกันนะเนี่ย เกือบไปแล้ว ถ้าไม่ติดต้นไม่ข้าได้กลายเป็ผีเฝ้าเหวน้ำแข็งแน่ ขอลองอีกทีแล้วกัน ฮึบ … "
★ Boost ★
พรึ่บ
ครั้งนี้เขาควบคุมสกิลได้ดีกว่าเดิม เขาพุ่งตัวจากโคนต้นไม้มายืนอยู่ข้างๆเชนในพริบตา
" อะไรกัน ...ไม่น่าเชื่อ ท่านดูข้าแค่ครั้งเดียวแต่กลับใช้สกิลได้เหมือนกับคนที่ฝึกมาเป็เวลานาน จะว่าไปแล้วท่านเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าข้ามากเลย แถมยังไกลกว่าด้วย "
ลุงมอริสที่กำลังเดินกลับมาพูดด้วยความประหลาดใจที่เห็นเซ็ทใช้สกิลได้ดีกว่าตน
" ขอบคุณมากนะครับที่สอนข้า ข้าจะฝึกควบคุมให้คล่องกว่าเดิม "
จากนั้นทุกคนได้เดินมาถึงที่พัก ลุงมอริสได้เตรียมที่นอนไว้ให้ทั้งสอง พร้อมก่อไฟในเตาผิงให้เรียบร้อยแล้ว
" คืนนี้เชิญท่านทั้งสองพักผ่อนก่อนนะครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าข้าจะพาไปที่หมู่บ้านเพื่อคุยเื่การล่ามอนสเตอร์อีกที "
" ขอบคุณนะครับลุงมอริส "
หลังจากที่มอริสส่งทั้งสองถึงที่พักแล้ว เขาได้หยิบคบเพลิงขึ้นมาถือแล้วเดินฝ่าหิมะกลับบ้าน ปล่อยให้เซ็ทและเชนที่เหนื่อยล้าจากเื่วุ่นวายมากมายได้พักผ่อน
ในบ้านพักที่อยู่ห่างจากตัวหมู่บ้าน ทั้งสองที่ร่างกายเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลและถูกทำร้าย ได้ล้มตัวลงนอน เขาได้พูดคุยปรึกษากัน
" เชน นี่เ้าคิดว่าถ้าเราไปนากาฮามะ เราจะได้ข้อมูลไหม "
เซ็ทพูดขึ้นขณะที่เขาค่อยๆ นั่งลงที่พื้นหน้าเตาผิงสุดอบอุ่น
" ข้าตอบไม่ได้หรอก เ้าควรคิดถึงเื่ก่อนนั้นจะดีกว่า "
เชนที่ล้มตัวนอนอยู่บนเตียงได้พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยล้า
" เื่ก่อนหน้านั้น ? เ้าหมายถึงเื่อะไรอย่างนั้นหรือ"
" ก็เื่ที่เราต้องเจอระหว่างทางยังไงล่ะ คงจะหนักกว่าที่ผ่านมาพอควรเลย จะทำอย่างไรกันดี "
ทั้งสองต่างนิ่งเงียบใช้ความคิดใต้แสงสีส้มอ่อนที่ส่องออกมาจากเตาผิง
ทันใดนั้น เซ็ทได้ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
" ข้านึกอะไรออกแล้ว เส้นทางที่เราจะได้ทั้งเงินค่าเดินทางไปนากาฮามะ ได้ทั้งโอกาสเรียนสกิล และได้ไขข้อข้องใจจสกข้อความของนักฆ่าสาวก่อนหน้านี้ด้วย "
" เ้าตั้งใจจะทำอะไรเซ็ท "
" เราจะตามหา พวกโจรระยำที่เล่นงานเราวันก่อน "
" หืม หรือว่าเ้าคิดจะ ..."
" ใช้แล้วเชน ข้าจะปล้นพวกมัน ขโมยเรียนสกิล จากนั้นก็ฆ่าพวกมันให้หมด นี่แหละเส้นทางที่ข้าเลือก เ้าจะเอาด้วยไหมเชน ... "