ณ เวลาเดียวกัน แต่อยู่ในภพแห่งปัจจุบันกาลอลินตาที่อิ่มบะหมี่เกี๊ยวของลุงเ้าประจำก็ค่อยๆ เดินนวยนาดมาหน้าลิฟท์เพื่อจะขึ้นไปยังห้องของตัวเองโดยมีิและเป๋าตามมาด้วยหญิงสาวไล่ลูกน้องทั้งสองกลับไปพักผ่อนบ้านใครบ้านมัน จากนั้นก็เดินต้วมเตี้ยมเข้าลิฟท์ไปด้วยความอืดพุงอลินตาเดินยิ้มกริ่มมาถึงประตูห้องโดยยังไม่เปิดประตูเข้าไปแต่กลับยืนนิ่ง แล้วยกมือเขียนอักขระบางอย่างที่หน้าประตูพร้อมกับทำปากขมุบขมิบ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยเสียงเบาแสนเบา
“จะลองวิชาฉันงั้นสิ...”พูดพลางปรายตาไปยังมุมทางเดินริมสุดแล้วก็ค่อยๆเปิดประตูเข้าห้องไปอย่างสบายอกสบายใจราวกับว่าตัวเองกำลังอยู่บนเวทีประกวดนางสาวไทยจริตจะกร้านเ้าหล่อนช่างเหลือเกินจริงๆ แม่เ้าประคุณรุนช่องไอ้ที่ตามมาน่ะผีนะยะ ไม่ใช่ผู้ชาย ไปเอาความรื่นรมย์มาจากไหนก่อน...
อลินตาทำธุระส่วนตัวอาบน้ำ แช่น้ำนม อบผิว ประทินผิว พอกหน้า สปาผม ขัดสีฉวีวรรณ และ บลาๆๆๆอีกเยอะแยะมากมายที่จะสรรหามาปรนนิบัติผิวและร่างกายของตัวเองก็อย่างว่าผู้หญิงที่ขยันดูแลตัวเองคือผู้หญิงที่จะพบความสวยะแต่นางขยันเกินผู้หญิงปกติไปหรือเปล่าก็ไม่รู้สินะ เพราะนี่ก็จะร่วมๆสองชั่วโมงเข้าไปแล้ว กับการดูแลตัวเอง
เมื่อออกจากห้องน้ำอลินตาก็อยู่ในชุดขาว คล้ายผู้ปฏิบัติธรรมทั่วๆ ไป แล้วก็ขลุกอยู่ในห้องพระเกือบสองชั่วโมงนั่นก็เพราะว่าอลินตาต้องสวดมนต์ ไหว้พระ นั่งสมาธิ ฝึกฌาน เพิ่มญาณทัศนะต่างๆให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นซึ่งอลินตาวทำเป็กิจวัตรประจำวันทั้งเช้าและเย็น
เวลาแห่งการปฏิบัติผ่านไปจนกระทั่งแสงสว่างสีน้ำเงินที่กระจายออกจากร่างของเธอค่อยๆ จางหายไปพร้อมกับที่อลินตาลืมตาขึ้นช้าๆ ดวงตาสีน้ำเงินเข้มก็ค่อยจางลง จางลงเช่นกัน กระทั่งกลับกลายเป็ดวงตาของมนุษย์ปกติจากนั้นหญิงสาวนั่งนิ่งสักพักจึงเอื้อมมือไปหยิบดาบยาวที่ตั้งอยู่หน้าหิ้งพระมาพลิกดูไปมาพร้อมกับถอดดาบออกจากฝักตรงด้ามจับและตัวดาบวาววับลงอักขระโบราณที่ไม่ใช่ภาษาไทย ดาบเล่มนี้ยังคงคมกริบและอาคมแก่กล้าดังเดิม
“คืนนี้น่าจะได้ใช้...”อลินตาพึมพำเบาๆ จากนั้นก็ค่อยๆ คลานออกจากห้องพระอย่างสำรวมซึ่งกิริยาอาการเช่นนี้ไม่มีใครได้พบเห็นนอกจาก ิและเป๋าสองลูกน้องคนสนิทเท่านั้น ซึ่งเมื่อสองคนนั้นเห็นอาการของเ้านายสาวครั้งแรกถึงกับตาเบิกโพลงแทบไม่เชื่อสายตานึกว่าอลินตาโดนผีแม่ศรีเรือนเข้าสิง เพราะโดยปกติเ้านายสาวมักจะทำตัวเป็แม่ผีเรือนเสียมากกว่าเมื่ออลินตาออกจากห้องพระก็ตรงเข้าห้องนอน มุ่งไปยังที่นอนหนานุ่มขนาดใหญ่แล้วเอนตัวลงบนที่นอนก่อนจะพึมพำ
“ขอนอนพักกายหยาบสักแป่บนะเ้าผีต่างภพ!”ว่าแล้วอลินตาก็ ปิดไฟ ปิดทุกอย่างในห้อง แล้วค่อยๆหลับใหลสู่ห้วงนิทรารมย์อย่างสบายอารมณ์ อาจจะเพราะความเหนื่อยล้าจากการปราบผีแม่เกตุแก้วทำให้อลินตาหลับได้ไม่ยากโดยไม่สนว่าหน้าประตูจะมีเงาดำทะมึนพยายามทำเสียงก๊อกแก๊กอยู่หน้าประตูห้องเพราะเข้าห้องไม่ได้เนื่องจากมีตัวหนังสือเขตมนต์สีแดงฉานที่อลินตาเขียนกำกับเอาไว้ปรากฎชัดเจนและตัวหนังสือนี้ก็ลงอาคมกันภูติผีิญญามิให้ล่วงล้ำอาณาเขตเข้ามาในห้องจนกว่าจะถึงเวลาที่กำหนด
นี่ถ้าเป็คนอื่นก็คงจะมีหวาดผวากันบ้างล่ะเพราะมันไม่ได้มีแค่เสียงก๊อกแก๊กอย่างเดียว มันยังส่งเสียงคร่ำครวญทุ้มต่ำแทรกเสียงก๊อกแก๊กคล้ายเสียงร้องครวญครางโหยหวนมาเป็ระยะอีกด้วยแต่มีรึที่เสียงนั้นจะเข้ารูหูของอลินตา ก็เ้าหล่อนเล่นเปิดซาวด์น้ำตกพร้อมเสียงดนตรีบำบัดท่วงทำนองสงบหวานหู โดยเสียบหูฟังสองข้างเข้าหูตัวเองก่อนจะหลับไปอย่างมิใยดีสิ่งใดๆ
แต่ทว่า..ภายในห้วงนิทรารมย์อันแสนสงบจิตของอลินตาก็ดิ่งวูบแล้วมารู้สึกตัวอยู่ที่เรือนไม้เล็กๆ หลังเดิมซึ่งมีลักษณะคล้ายเรือนของคนทางเหนือ และห้องเดิมห้องที่ผู้หญิงคนนั้นผูกคอตาย!!อลินตายืนอยู่เกือบกลางห้อง เธอเพ่งมองยังจุดที่ผู้หญิงคนนั้นฆ่าตัวตัวตาย!
และแน่นอนอลินตาพบหญิงสาวคนเดิมที่หน้าตาคล้ายเธอเหตุการณ์ซ้ำเดิม ที่อลินตาเคยฝันมาตลอดั้แ่จำความได้ เธอคนนี้หน้าตาเหมือนกันกับอลินตาราวกับฝาแฝดกำลังเตรียมตัวจะฆ่าตัวตายอีกแล้ว!! ในมือผูกผ้าพันคอสีดำให้เป็เงื่อนอย่างแ่าอลินตาเห็นดังนั้นก็ไม่ยอมยืนดูเหตุการณ์ตรงหน้าเฉยๆ เหมือนที่ผ่านมาอีกต่อไป
“นี่ไม่อยากตายแล้วจะทำทำไม?” แต่ผู้หญิงคนนั้นก็หาได้หยุดไม่เธอหน้าเศร้าแล้วก้าวขึ้นไปบนหีบที่เป็หีบตะกร้าหวายสำหรับใส่เสื้อผ้าของคนสมัยโบราณสายตาของผู้หญิงคนนั้นทอดตรงมายังอลินตา แววตาอ้อนวอนสุดกำลังอลินตาที่ทนไม่ได้กับเหตุการณ์ตรงหน้าก็เดินดุ่มจะเข้าไปหา แต่ก็ต้องชะงักเท้าทันควันเมื่อพบกลุ่มควันสีดำจางๆ ลอยเอื่อยรายล้อมร่างของผู้หญิงที่กำลังจะผูกคอตัวเอง!!อลินตาหยุดชะงักพร้อมกับเงยหน้ามองร่างนั้นกำลังเอาคอเข้าไปในบ่วงเงื่อนที่พอดีสำหรับลำคอของเธอ!!!
“นี่ไม่ใช่การฆ่าตัวตาย...!!”อลินตาดวงตาแข็งกร้าวขึ้นทันทีเริ่มรับรู้ได้ถึงความทุกข์ทรมานที่ถูกยัดเยียดความตายของสตรีเบื้องหน้าและก่อนที่จะได้คิดอะไร ร่างอันบอบบางก็ผูกคอกับบ่วงที่ตัวเองมัดอย่างแ่าก่อนจะใช้เท้าถีบตะกร้าหวายกระเด็น แล้วร่างบางนั้นก็ห้อยต่องแต่งตรงหน้า อลินตากำมือแน่นเพราะรับรู้แล้วว่านี่ไม่ใช่การฆ่าตัวตายแต่เป็การฆาตกรรมต่างหาก!!
อลินตามองไปที่ร่างไร้ิญญานั้นอีกครั้งพบว่ารางไร้ิญญาตรงหน้ากำลังยิ้มพร้อมคราบน้ำตา นี่กระมังที่ิญญาสาวตนนี้ตั้งใจจะบอกเธอมาโดยตลอดแต่ไม่สามารถพูดหรือสื่อสารอะไรมากไปกว่าการต้องมาตายให้ดูซ้ำๆเป็ร้อยเป็พันครั้ง เพราะปลายเท้าของเธอมีอาคมอันแข็งกล้าคอยควบคุมเอาไว้ทำให้ิญญาที่น่าสงสารตนนี้ต้องทนทุกทรมานผ่านกาลเวลาร้อยกว่าปีไม่สามารถไปผุดไปเกิดได้ใครกันที่มันทำแบบนี้!
อลินตากำลังยืนครุ่นคิดและพยายามหาทางช่วยิญญาหญิงสาวผู้น่าเวทนาจังหวะนั้นเอง ประตูห้องก็เปิดผลัวะเข้ามาอย่างแรง พร้อมกับร่างสูงขาวที่อลินตาจำได้ขึ้นใจคนผู้นั้นอุทานขึ้นด้วยน้ำเสียงใ
“แพงอร..! ไม่..!”อลินตาอุทานสวนขึ้นทันที
“เฮ้ย...! เ้าภูแสน!!” อืมม... ช่างเป็คำอุทานที่ไร้ความเป็กุลสตรีทีเดียวอลินตามองร่างที่ห้อยต่องแต่งตรงหน้า ชื่อแพงอรเหรอ?สลับกับมองเ้าภูแสนไปมา เ้าภูแสนเกี่ยวอะไรด้วย แต่.. ยังไม่ทันจะคิดอะไรต่อ
‘พรึ่บ..’ อลินตาลืมตาอย่างฉับพลันพร้อมกับเปิดผ้าห่มออกจากร่างแล้วเด้งตัวขึ้นมาตวัดดาบยาวคมกริบไปที่ร่างดำทะมึนซึ่งทำท่าจะพุ่งเข้าจู่โจมด้วยความคล่องแคล่วรวดเร็วร่างดำทะมึนนั้นเมื่อโดนเพียงปลายดาบของอลินตาก็กระเด็นลอยหวือไปกระแทกกำแพงห้องอย่างแรงพร้อมกับแผดเสียงร้องโหยหวนด้วยความเ็ปอลินตาลุกขึ้นนั่งในท่าชันเข่าเตรียมพร้อมจะฟาดฟันคู่ต่อสู้ มือถือดาบแน่น ที่สำคัญไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
“อักขระหน้าห้องคงหมดฤทธิ์แล้วสิถึงบุกเข้ามาในห้องได้ ถือว่าเสียมารยาทที่สุดที่เข้าห้องส่วนตัวของหญิงโสดสวยสะพรั่งอย่างฉันโดยไม่มีการเคาะประตูส่งเสียงให้เ้าของห้องรู้ตัวก่อน” อลินตาพูดรัวเร็วชนิดลืมหายใจแต่มือยังคงถือดาบชี้ไปที่ผีตนนั้นอย่างมั่นคง
ตัดภาพมาที่ผีผู้บุกรุกคือกำลังงง แทนที่จะกลัวผีนี่เ้าหล่อนเล่นด่าไฟลุกไฟแลบซะไม่มีดี...