อี้เหรินเฟิ่งกระชับดาบยาวเดินเข้าไปยังห้องโถงช้าๆ เหล่ารองหัวหน้าทั้งสิบไม่รอช้า ต่างกรูกันเข้ามาหาอี้เหรินเฟิ่งในทันใด กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งมาจากด้านนอก เพิ่มความโหดร้ายให้กับค่ำคืนสังหาร
เหล่ารองหัวหน้าของเหล่าหน้ากากทมิฬทั้งสิบ หาใช่ตะเกียงขาดน้ำมันไม่ พวกมันเป็นยอดฝีมือขั้นหลอมจิตทั้งสิ้น บางคนเป็นถึงขั้นหลอมจิตขั้นสูง
พวกมันผลัดกันเข้าโจมตีอย่างเป็นระเบียบ อี้เหรินเฟิ่งร่ายวิชาอาภรณ์โลหิต เขาสูบเลือดจากด้านนอกอาคารเพื่อนำมาเพิ่มพลังให้ตนเอง เลือดถูกดูดเข้ามาเป็นเส้นสาย ผ้าคลุมสีแดงบนไหล่ยิ่งแดงเข้มกว่าเดิม
คมเขี้ยวราชาคำรามก้อง มันกระหายโลหิตยิ่ง อี้เหรินเฟิ่งโดนล้อมโจมตีถูกฟันเข้าที่สีข้างหนึ่งดาบเลือดสาดกระจาย เขากัดฟันหันกลับตวัดดาบคืนไปหนึ่งดาบ รองหัวหน้าคนหนึ่งหัวหลุดทันที
พวกเหล่ารองหัวหน้าพวกนี้หาได้กระจอกไม่ เห็นดังนั้นอี้เหรินเฟิ่งเริ่มแพร่พิษแล้ว ระหว่างต่อสู้อี้เหรินเฟิ่งลอบแพร่กระจายพิษไปตามโลหิตที่กระจายอยู่เต็มพื้นที่ พิษร้ายแทรกซึมอยู่ในเลือดเจิ่งนอง พวกมันหาได้รู้สึกตัวไม่
อี้เหรินเฟิ่งโดนรุมทำร้ายสภาพไม่ค่อยจะน่าดูนักในตอนนี้ เนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผล แต่ด้วยเคล็ดวิชาสุดพิเศษของอาภรณ์โลหิต โลหิตที่หลั่งไหลต่างกลายมาเป็นพลังฟื้นฟูของเขา ทำให้เหมือนกับซอมบี้ที่ไม่มีวันตายเลยทีเดียว
การต่อสู้ดำเนินไปกว่าหนึ่งชั่วโมง รองหัวหน้าบัดนี้เหลือเพียงสามคนเท่านั้น สามคนนี้ต่างก็ถูกพิษ แต่พวกมันแข็งแกร่งยิ่ง ยังคงฝืนทนสะกดพิษร้ายใด้จนถึงบัดนี้อี้เหรินเฟิ่งเข้าต่อสู้สุดตัว เพลงดาบสุญตาถูกสำแดงออกมาอย่างต่อเนื่อง
ตอนนี้อี้เหรินเฟิ่งเริ่มโคจรเคล็ดหมื่นบุปผาเหมันต์แล้ว อุณหภูมิในห้องเริ่มลดลงอย่างรู้สึกได้ ความหนาวแผ่กระจาย เลือดที่เจิ่งนองตามพื้นค่อยๆลอยขึ้นมา พวกมันควบรวมเป็นก้อนเล็กๆค่อยๆแข็งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
กลีบดอกเหมยสีเลือด ! ดอกเหมยสีเลือดนับพันดอกโคจรรอบตัวอี้เหรินเฟิ่ง ที่ไหล่ของเขาตอนนี้มีวิญญาณน้ำแข็งรูปร่างคล้ายเปลวไฟสีฟ้าใสวางอยู่ เป็นวิญญาณเหมันต์ที่เปิดสติปัญญาแล้ว มันกำลังเร่งเร้าพลังหยินสุดขั้วออกมา
อี้เหรินเฟิ่งเร่มเผยไม้ตายออกมาแล้ว เขาโคจรดอกเหมยโลหิตน้ำแข็งเข้าโจมตี พร้อมกับกระโจนฟันคมเขี้ยวราชาออกไปด้วยเพลงดาบสูญตา ดอกเหมยโลหิตโจมตีใส่รองหัวหน้าระดับหลอมจิตขั้นสูงคนหนึ่ง
มันฟันดอกเหมยจนแตกกระจาย ดอกแรก ดอกที่สอง ดอกที่สาม เพียงดอกที่สามแขนที่ถือดาบของมันก็กลายเป็นน้ำแข็งในทันใด เมื่อไม่สามารถป้องกันได้อีก พายุดอกเหมยสีเลือดอันหนาวเหน็บก็กระหน่ำลงมา พริบตาเดียวมันก็กลายเป็นน้ำแข็งไปทั้งตัว
อี้เหรินเฟิ่งกระโจนฟันซ้ำไปหนึ่งดาบ ตัวมันแตกสลายราวกับก้อนน้ำแข็งโดนทุบ อีกสองคนที่เหลือนั้นสภาพก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก
บัดนี้เว่ยหลิงได้ลุกขึ้นแล้ว มันเฝ้ามองดูการต่อสู้อย่างไม่สะทกสะท้าน เหล่าสมุนพวกนี้ เขาจะขอเพิ่มมาเมื่อไหร่ก็ได้มันไม่ได้ใส่ใจใดๆ ที่มันใส่ใจก็คือเด็กคนนี้ เด็กอายุเพียงสิบกว่าขวบ ไฉนถึงได้เก่งกาจเยี่ยงนี้
จากการต่อสู้นั้น เขารับรู้ได้ว่าพลังฝีมือของอี้เหรินเฟิ่งนั้น ระดับขั้นไปถึงครึ่งก้าวสู่แปลงเทพแล้ว นี่หาใช่เรื่องปรกติไม่ เกิดมามันยังไม่เคยได้ยินหรือได้ฟังเรื่องราวพิลึกเช่นนี้มาก่อน นี่หาใช่เรื่องทั่วไปไม่
"เจ้าหนู เจ้าเป็นใครมาจากไหนกันแน่ จากระดับฝีมือของเจ้าแล้ว ด้วยวัยเพียงเท่านี้ เจ้าไม่น่าจะเป็นคนไร้หัวนอนปลายเท้า"
"เจ้ามาจากกลุ่มอำนาจไหนกันแน่ บอกมา!!"
"ให้ข้าบอกเจ้าอย่างนั้นรึ คนจะตายอยู่แล้ว บอกเจ้าไปก็ไร้ประโยชน์น่า"
สิ้นเสียงอี้เหรินเฟิ่งก็โคจรดอกเหมยเข้าโจมตีเว่ยหลิงในทันใด เว่ยหลิงหาได้เกรงกลัวไม่ ด้วยระดับแปลงเทพของมันนั้นเคล็ดเหมันต์นี้ มันไม่เกรงกลัว
กรงเล็บเหล็กดำฟาดฟันออกไป มีเพียงเกล็ดน้ำแข็งบางเบาเกาะอยู่ เว่ยหลิงตวัดกรงเล็บสีดำเข้าใส่อี้เหรินเฟิ่ง อี้เหรินเฟิ่งตั้งดาบรับในทันใด เสียงคมดาบเสียดสีดังก้อง อี้เหรินเฟิ่งกระเด็นไปติดกับเสาใหญ่ที่กลางโถง
เว่ยหลิงกระโจนเข้ามาทันใด เขาตวัดกรงเล็บออกไปปราณกรงเล็บสีดำลากยาวออกไปเข้าหาอี้เหรินเฟิ่ง ตูม!! อี้เหรินเฟิ่งที่เพิ่งกระโจนออกมาโดนโจมตีซ้ำไปอีกครั้ง กลางอกของเขามีรอยเล็บสามรอยลากยาวลงมาเป็นแนวเฉียง
อี้เหรินเฟิ่งหายใจหอบถี่กระชับคมเขี้นวราชาในมือแน่น เขาลอบเคลือบพิษร้ายที่ทำขึ้นมาใหม่ใส่ใบดาบแล้ว เพียงสะกิดจนเห็นเลือดต้องได้เรื่องแน่นอน
อี้เหรินเฟิ่งโคจรเคล็ดอาภรณ์โลหิตอีกครั้ง ควบรวมโลหิตเข้ามาฟื้นฟูตนเองด้วยความรวดเร็ว บาดแผลสมานตัวเร็วจนมองเห็นด้วยตาเปล่า
เว่ยหลิงเห็นดังนั้นถึงกับเลิกคิ้วมองอย่างตกใจ เจ้าเด็กนี่จะเกินไปแล้ว
"ข้าจะคอยดูว่าถ้าหากหัวของเจ้าขาดออกมา แผลมันจะสมานได้แบบนี้ไหม"
สิ้นเสียงก็ง้างแขน ตวัดกรงเล็บเข้าใส่อีกครั้ง
"กรงเล็บเกี่ยววิญญาณ" กรงเล็บสีดำตวัดฟันออกไปสามสิบทีซ้อน ภาพกรงเล็บสีดำเย็นยะเยือกลอยเต็มท้องฟ้า
อี้เหรินเฟิ่งพ่นเลือดเข้าใส่คมเขี้ยวราชาในทันใด คมดาบสีแดงสว่างจ้าขึ้นมาทันที อี้เหรินเฟิ่งฟันออกไปด้วยเพลงดาบสูญตากระบวนท่าที่หนึ่ง สะบั้นวารี
ด้วยเคล็ดวิชาอาภรณ์โลหิตที่หลอมรวมไปกับเพลงดาบสุญตา ดาบนี้นับว่าแกร่งกร้าวที่สุดเท่าที่เคยฟาดฟันออกมา ปราณดาบสีแดงลากยาวจากพื้นดินจรดปลายฟ้า เงากรงเล็บแน่นขนัดเต็มท้องฟ้าถูกฟันแหวกออกเป็นทางยาว
เว่ยหลิงตั้งกรงเล็บขึ้นมาป้องกันดาบนี้อย่างฉุกละหุก มันกระเด็นถอยหลังกว่าสิบเมตรรอยเท้าลากยาวไปกับพื้นเป็นทางยาว มันกันดาบนี้ไว้ได้ ดาบที่ถูกปล่อยออกมาอย่างสุดพลังของอี้เหรินเฟิ่ง
ฉูด !! เลือดพุ่งออกมาจากหัวไหล่ของเว่ยหลิง มันประมาทเกินไปหน่อยกับดาบนี้ ไม่คิดว่าอี้เหรินเฟิ่งจะสวนมาอย่างสุดแรงเช่นนี้ แต่ทันใดนั้นอีกด้านหนึ่งของโถง ตรงปลายดาบของอี้เหรินเฟิ่งนั้น ตอนนี้มีแสงสีแดงเสือดส่องประกายออกมา
ความหนาวเย็นปะทุเต็มห้องกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งออกมา อี้เหรินเฟิ่งตวัดดาบออกมาอย่างเร็วรี่ แสงสว่างวาบออกมาก้อนแสงเล็กเท่าปลายเข็มที่ปลายดาบหายไปในทันใด
มันรู้สึกได้ถึงอันตรายร้ายแรงของท่าดาบนี้ ทันใดนั้นด้านหน้าของมันเพียงเสี้ยวพริบตากลิ่นอายแห่งความตายก็ปะทุขึ้นมา ด้วยจิตใต้สำนึกมันฉากหลบออกมาทันใด แต่มันช้าเกินไป
ฟุ๊ป ! ตูม! กลางอกของมันมีรูขนาดเท่ารูเข็มเกิดขึ้น แต่กลางหลังของมันนั้นมีรูขนาดฝ่ามือทะลุออกมา เลือดสาดกระจายออกมาจากรอยแผล หากมันช้าอีกเพียงนิด รอยแผลนี้จะเกิดตรงหัวใจของมัน
เว่นหลิงโมโหยิ่งรวบรวมพลังโจมตีสวนออกไปในทันใด กรงเล็บทมิฬฟาดฟันออกไปอย่างโกรธา อี้เหรินเฟิ่งโดนเฉือนเข้าตรงกลางอกอีกครั้งกระเด็นทะลุออกไปยังด้านนอกอาคาร
รอยแผลลากยาวจากหัวไหล่ลงมาถึงท้อง เลือดสาดกระจาย กระดูกขาวโผล่ออกมาให้เห็น ฝุ่นตลบคละคลุ้งเต็มไปหมด ทันใดนั้นอี้เหรินเฟิ่งได้เรียกจินฉานออก
"ท่านพี่เรียบร้อยแล้วหรือ"
"เรียบร้อย ข้านี่แหละที่จะเรียบร้อย"
"เอ๊า !! แล้วท่านเรียกข้าออกมาทำไมหล่ะ"
"ก็เผ่นก่อนสิ"!!!!!!
สิ้นเสียงจินฉานก็คายเหรียญทองออกมาจากปาก เหรียญทองหมุนแรงบนอากาศทันใด
"ทำนายเป็นตาย"
ตูม !!! เสียงดังขึ้นอีกครั้งตอนจุดที่อี้เหรินเฟิ่งกระเด็นออกมา เว่ยหลิงได้โจมตีซ้ำเข้ามาอีกครั้ง แต่ก็พบกับความว่างเปล่า
มันเดินมาดูพบแต่เพียงคราบเลือด อี้เหรินเฟิ่งหายไปแล้ว
"อีั้เหรินเฟิ่งงงงงง"
เว่ยหลิงคำรามขึ้นมาด้วยความโกรธ อี้เหรินเฟิ่งหายไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่อาจสัมผัสใดๆถึงเขาได้เลย สิ้นเสียงเว่ยหลิงก็กระอักเลือข้นเหนียวสีดำออกมา ตามปากแผลของมันตอนนี้เริ่มกลายเป็นสีดำแล้ว
มันถูกพิษ !! ตอนไหน ได้ยังไงกัน "ไอ้เจ้าเด็กบัดซบบบบ"