ปี๊น ปี๊น ปี๊น ปี๊น
เสียงแตรดังขึ้น ซึ่งนั่นทำให้พนักงานที่ยืนอยู่ตรงประตูเงียบเสียงลงทันที เมื่อพวกเขาหันมาให้ความสนใจกับรถแท็กซี่ หลี่ซีเหวินก็เดินลงมาอย่างกระฉับกระเฉงพร้อมกับฉางไห่ที่เดินตามมาติด ๆ
นั่นใครน่ะ?
ในหัวของทุกคนเต็มไปด้วยความคิดเช่นนี้
หลี่ซีเหวินแสร้งเป็นนักธุรกิจได้เก่งกาจมาก อารมณ์ที่แสดงออกมานั้น มีมาแต่กำเนิดและเมล็ดพันธุ์นี้ก็ถูกปลูกไว้ตั้งแต่วินาทีแรกที่เขาได้มาเกิดใหม่แล้ว
แม้ว่าตอนนี้เขาจะไม่มีเงินสักหยวนเดียว แต่ก็สามารถทำให้ผู้คนรู้สึกราวกับว่าตัวเขานั้นเป็นครอบครัวล้านหยวนไปแล้ว
เขามีเงิน 20 หยวนสำหรับนั่งแท็กซี่ แต่ถ้าคุณให้เงินเขา 200 หยวน เขาก็สามารถเช่ารถซานตาน่ามาได้เหมือนกัน
“ใครคือลุงตงครับ”
ในขณะที่ลงจากรถยนต์ หลี่ซีเหวินก็เดินไปที่โรงงานด้วยใบหน้ายิ้มแย้มพร้อมตะโกนเสียงดัง
ในเวลานั้นเอง มีชายชราวัยหกสิบเศษเดินออกมาจากฝูงชนและถามอย่างรวดเร็วว่า “คุณคือบอสหลี่ใช่หรือไม่ครับ”
“ใช่ครับ ผมเอง” หลี่ซีเหวินยิ้มเล็กน้อย
“พวกนายเห็นไหม ฉันบอกแล้วว่าบอสหลี่จะมาวันนี้” ลุงตงพูดอะไรบางอย่างกับฝูงชน แล้วจึงเดินไปหาหลี่ซีเหวินด้วยท่าทางเวียนศีรษะ “ประธานหยางบอกว่าคนที่ซื้อโรงงานเป็นชายหนุ่มคนหนึ่ง แต่คุณยังดูเด็กมากอยู่เลยนะครับ”
ลุงตงพูดพร้อมส่งกุญแจพวงหนึ่งไปให้หลี่ซีเหวิน “กุญแจทั้งหมดของโรงงานอยู่ที่นี่แล้วครับ มีป้ายกำกับติดไว้ด้วย เชิญดูก่อนได้เลย”
หลี่ซีเหวินพยักหน้า ขณะที่เขากำลังจะหยิบพวงกุญแจนั้นมา ก็มีชายผมยาวฉกกุญแจไปทันที ชายคนนี้คือคนที่เขาพบเมื่อไม่กี่วันก่อน “เฉินเฮ่าหนาน”
“ผมไม่คิดว่าจะเป็นคุณ” ชายผมยาวยิ้มอย่างเย็นชา มือขวาถือกุญแจเอาไว้แน่น
“หลินชู นายรู้จักเขาไหม” คนในฝูงชนถามขึ้น
“ฉันไม่รู้จัก แต่เขาเคยมาที่นี่แล้วถามข่าวของโรงงานเมื่อสองสามวันก่อน ตอนนั้นเขาบอกว่าตัวเองกำลังหางานทำอยู่ แต่ฉันไม่ได้คิดว่าเขาจะซื้อโรงงานแปรรูปที่นี่เอาไว้” หลินชูอธิบายแล้วมองไปที่หลี่ซีเหวิน “บอสหลี่ ผมไม่ได้ต้องการทำอะไรให้เป็นเรื่องยากหรอกนะครับ แต่หากคุณต้องการได้กุญแจนี้ไป คุณต้องจ่ายเงินเดือนมาให้พวกเราก่อน”
“ถูกต้อง ถ้าคุณต้องการกุญแจ ก็ต้องจ่ายเงินเดือนมาก่อน”
“ถ้าไม่จ่าย คุณก็เข้าประตูนี้ไปไม่ได้”
ทุกคนตะโกนขึ้นมา เมื่อเห็นฉากนี้ฉางไห่ซึ่งยืนอยู่ข้างหลังหลี่ซีเหวินก็หัวโตขึ้นมาทันที ระหว่างทางที่นั่งรถมา เขาได้ยินหลี่ซีเหวินพูดเพียงว่าอีกฝ่ายได้ซื้อโรงงานนี้เอาไว้แล้ว แต่ไม่คิดมาก่อนว่าพวกเขาจะถูกล้อมไปด้วยผู้คนทันทีที่มาถึง และยังต้องการเรียกร้องให้จ่ายเงินเดือนอีก
ในทางกลับกัน หลี่ซีเหวินกลับมีสีหน้าสงบนิ่ง เขารอให้ฝูงชนโต้เถียงกันจนจบ ก่อนจะยิ้มและพูดว่า “ฉันรู้ว่าหยางเป่ากั๋วเป็นหนี้พวกนายอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ความไม่พอใจใด ๆ ไม่สามารถแก้ไขได้ที่ตรงหน้าประตูนี้นะ พวกเราเข้าไปคุยกันข้างในก่อนดีไหม”
ทุกคนเงียบไปครู่หนึ่งและมองไปที่หลินชู
“เอาล่ะ เข้าไปในโรงงานแล้วค่อยคุยกันเถอะ” หลังจากที่หลินชูพูดจบ เขาก็หยิบกุญแจออกมาและเปิดประตูรั้วทันที
หลี่ซีเหวินชำเลืองมองหลินชูโดยไม่ได้พูดอะไร จากนั้นก็พาฉางไห่เข้าไปในโรงงาน ด้วยพื้นที่มากกว่า 3,000 ตร.ม. ตัวอาคารโรงงานมีพื้นที่ 2,000 ตร.ม.และมีอาคารสำนักงานอยู่ 2-3 หลัง แม้ว่ามันจะไม่ใหญ่มาก แต่หลี่ซีเหวินก็ยังพอใจมาก
ขณะที่กำลังมองจากซ้ายไปขวาอยู่นั้น ฝูงชนที่อยู่ข้างหลังต่างก็กระซิบกระซาบเช่นกัน
“บอสหลี่คนนี้ ดูเหมือนจะรวยมากนะ ดังนั้นเขาน่าจะมีกำลังพอที่จะจ่ายเงินเดือนใช่ไหม”
“เขาไม่เห็นจะดูรวยเลย ไม่อย่างนั้นทำไมถึงไม่ขับรถยนต์มาเองล่ะ อีกอย่างเขาก็ไม่มีมือถือด้วยนะ”
“นายจะดูแค่รูปร่างหน้าตาไม่ได้นะ แต่ต้องดูที่นิสัยใจคอด้วย”
“ถูกต้อง” ขณะที่ทุกคนกำลังคุยกันอยู่นั้น หลี่ซีเหวินก็หันกลับมาและจ้องมองไปที่กลุ่มพนักงานที่กลัวว่าเขาจะวิ่งหนีไปและพูดว่า “ไม่ว่าจะมีเงินหรือไม่ ก็ไม่สามารถดูแค่รูปร่างหน้าตาได้ แต่ให้ดูที่นิสัยใจคอ อย่างเช่นหยางเป่ากั๋วที่ขับรถยนต์ มีมือถือ แต่ก็ยังไม่สามารถจ่ายเงินให้แก่พวกนายได้เลย”
ทุกคนผงะไปโดยพร้อมเพรียง ไม่มีใครคาดคิดว่าหลี่ซีเหวินจะตอบกลับมาเช่นนี้ แต่สิ่งที่เขาพูดก็ไม่ได้มีอะไรผิด ดังนั้นทุกคนจึงพยักหน้าตาม
ในเวลานี้ หลี่ซีเหวินก็พูดขึ้นมาอีกครั้งว่า “เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ฉันก็อยากจะถามทุกคนจริง ๆ ว่าทำไมถึงไม่ไปขอเงินเดือนจากหยางเป่ากั๋ว แต่กลับมาขอเงินจากฉัน!”
“ก็ลุงตงบอกพวกเราว่าสัญญาซื้อโรงงานของคุณระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่า คุณจะรับภาระหนี้สินทั้งหมดของโรงงาน หากไม่มาขอเงินเดือนจากคุณ แล้วจะให้พวกเราจะไปขอเงินเดือนใครกันล่ะครับ” หลินชูเป็นผู้นำกล่าว
“นั่นคือสิ่งที่เขียนไว้ในสัญญาจริง ๆ ผมสัญญาว่าจะรับภาระหนี้สินทั้งหมดของโรงงาน แต่ฉันก็อยากจะถามทุกคนว่า มีใครได้เซ็นสัญญาจ้างงานกับโรงงานนี้บ้างไหม” หลี่ซีเหวินถามด้วยรอยยิ้ม
กล่าวอีกนัยหนึ่ง นี่อาจเรียกได้ว่าเป็นการถามทุกคนในยุคนี้เลยก็เป็นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงงานแปรรูปขนาดเล็กแห่งนี้ ไม่มีใครได้เซ็นสัญญาจ้างงานเลยสักคนเดียว แม้แต่พนักงานบางคนก็ยังไม่เข้าใจเรื่องของสัญญาจ้างงานด้วยซ้ำ
หลี่ซีเหวินจำได้อย่างชัดเจนว่า กฎหมายแรงงานจะได้รับการแก้ไขในปี 1994 เนื่องจากก่อนหน้านั้นได้เกิดข้อพิพาทเรื่องแรงงานที่วุ่นวายมาก
ไม่ต้องพูดถึงว่าเงินเดือนนั้นหายาก แม้ว่าจะเซ็นสัญญาแล้วก็มักจะมีหนี้สูญเกิดขึ้นได้
เมื่อเห็นความเงียบงันของพนักงาน หลี่ซีเหวินก็มีความมั่นใจมากขึ้น
“เห็นได้ชัดว่า ทุกคนยังไม่ได้เซ็นสัญญาจ้างงานกับโรงงาน ดังนั้นเงินเดือนของพวกนายจะถือเป็นหนี้สินของโรงงานได้อย่างไร หยางเป่ากั๋วเป็นผู้สัญญาว่า จะจ่ายเงินเดือนให้พวกนายตั้งแต่แรก ฉันคิดว่าการขอให้เขาเป็นคนจ่ายเงินเดือนให้นั้นสมเหตุสมผลกว่า ถูกต้องไหม”
นักธุรกิจหน้าตาเป็นอย่างไร หลี่ซีเหวินก็เป็นเช่นนั้น เขาปัดความรับผิดชอบได้อย่างลื่นไหลกว่าใคร ๆ หากเป็นในชาติที่แล้ว เขาย่อมไม่พูดให้เสียเวลา เรื่องแบบนี้คงปล่อยให้ทนายความเป็นคนจัดการในส่วนที่เหลือ ส่วนพนักงานจะต้องเดือดร้อนอย่างแน่นอน
แต่กับตัวเขาซึ่งเคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง กลับรู้สึกขยะแขยงการกระทำแบบนั้นเป็นอย่างยิ่ง เขาจำได้อย่างชัดเจน เมื่อตอนที่ทำการุณยฆาตโดยการฉีดยาเข้าไปในร่างกายของตัวเอง
ตอนนี้สวรรค์ปล่อยให้เขามีชีวิตอีกครั้ง ดังนั้นเขาจะไม่ทำเหมือนเดิมอีกต่อไป เงินสำคัญมาก แต่เงินไม่สามารถซื้อความสบายใจได้
แน่นอนว่าเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงต้องเผชิญหน้าแบบนักธุรกิจเช่นนี้ เป็นเพราะในตอนนี้เขาไม่มีทางเลือกอื่น เพราะเขาไม่มีเงินเลย
เขา หลี่ซีเหวินจะเป็นคนแรกที่จะกำจัดหนี้ก้อนโตของโรงงานแปรรูปออกไปให้หมด
เมื่อเห็นพนักงานมองหน้ากันไปมา สีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไปตลอดเวลา หลี่ซีเหวินยังคงเอามือไพล่หลัง
“ฉันได้อธิบายความจริงให้พวกนายทุกคนฟังแล้ว ในฐานะผู้รับมอบโรงงานแห่งนี้ ฉันไม่มีหน้าที่จ่ายเงินเดือนให้พวกนายทุกคนอย่างแน่นอน”
เสียงของหลี่ซีเหวินหนักแน่น แต่แล้วกลับเปลี่ยนน้ำเสียง “แต่ฉันรู้ว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคนที่มีลูกเล็ก ๆ และกำลังรอเงินส่วนนี้เพื่อเลี้ยงชีพอยู่ หยางเป่ากั๋วหลอกพวกนายอย่างไร้ความปรานี แต่ฉัน หลี่ซีเหวินไม่สามารถทำสิ่งนั้นได้”
“บอสหลี่ คุณหมายความว่าอย่างไร” หลินชูขมวดคิ้วและถาม
“นายยังไม่เข้าใจอีกเหรอ ตราบใดที่พวกนายเต็มใจที่จะอยู่ที่นี่และทำงานกับฉัน ฉันจะชดเชยเงินเดือนที่หยางเป่ากั๋วเป็นหนี้อยู่ให้กับพวกนายเอง” หลี่ซีเหวินโบกมือราวกับว่าเขากำลังถูกเอารัดเอาเปรียบจากคนนับล้าน
ท่าทางเช่นนี้ทำให้ฉางไห่ซึ่งยืนอยู่ด้านข้างดูโง่งมไปเลย ก่อนมาที่นี่ไม่นาน หลี่ซีเหวินพึ่งจะทานข้าวด้วยเงินของเขาอยู่เลย แต่เมื่ออีกฝ่ายมาที่นี่กลับบอกว่าจะจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานทุกคน
มีพนักงานมากกว่ายี่สิบคนที่นี่! นั้นเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่!!!
“พี่เหวิน พี่โง่หรือเปล่า ผมคำนวณเงินเดือนของพนักงานเหล่านี้แล้ว อย่างน้อยน่าจะประมาณ 8,000 หรือ 9,000 หยวนเลยนะครับ!”
ในตอนนี้ฉางไห่ได้แสดงความสามารถทางด้านคณิตศาสตร์ของเขาออกมา จากนั้นก็รีบดึงแขนของหลี่ซีเหวินเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะถูกหลอกและต้องทนทุกข์ทรมาน