ในอาณาเขตกว้างใหญ่ของกิลด์เซฟิรอส ผู้เล่นจำนวนมากต่างกระซิบกระซาบและพูดคุยกันด้วยความตื่นเต้น
เมื่อทราบว่าทายาทลำดับที่สี่ของตระกูลซิกฟรีด น้องชายแท้ๆของหัวหน้ากิลด์ไมเยอร์ได้มาถึงอาณาเขตของกิลด์
“อนาเธอร์คนนี้หล่อชะมัด.. ผิดกับหัวหน้าใหญ่ของเราอย่างลิบลับเลยนะ?”
“เหอะๆ ถ้าท่านผู้นำได้ยินคำพูดของแกเข้า.. แกคงถูกอัดจนน่วมเลยละ!”
“น่าอิจฉาจริงๆ.. ทำไมข้าไม่เกิดมาภายใต้พลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่แบบนี้มั้ง”
การปรากฏตัวของอนาเธอร์ ไม่ใช่แค่ทำให้เหล่าผู้เล่นระดับสูงต้องสนใจ แต่ยังสร้างความรู้สึกถึงความคาดหวัง และแรงบันดาลใจให้กับผู้เล่นใหม่ๆที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นผู้เล่นที่แข็งแกร่งเช่นเดียวกัน เพราะการมีอำนาจ มันก็ไม่ต่างไปจากการที่พวกเขาได้ประสบความสำเร็จ
ในตอนนั้นเอง รองหัวหน้ากิลด์เซฟิรอสที่มีชื่อเสียงโด่งดังก็ปรากฏตัวขึ้น เขาเป็นชายหนุ่มใบหน้าเปื้อนยิ้ม ใบหน้าคมคาย นัยน์ตาแหลมคม และมีท่าทางที่ดูเจ้าเล่ห์ เขาเดินตรงเข้ามาหาอนาเธอร์ด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร
“สวัสดีนายน้อย ข้าคืออาลัน รองหัวหน้ากิลด์ที่รับใช้ท่านไมเยอร์มาหลายปี”
“ตอนนั้นพวกเราเคยเจอกันครั้งนึงแล้ว และหลังจากที่ท่านกลายมาเป็นผู้เล่น หัวหน้าก็กระตือรือร้นในเรื่องของเจ้าเป็นอย่างมาก พยายามจะเชิญเจ้ามาอยู่ตลอด แต่ก็ดันไม่ว่างซะนี่..”
อาลันแนะนำตัวเสียงนุ่ม ท่าทางสง่างามและเปี่ยมด้วยอำนาจ เขาดูเป็นชายผู้ที่มีทั้งทักษะและไหวพริบสมกับตำแหน่งในกิลด์เซฟิรอส ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นกิลด์ที่แข็งแกร่งอันดับต้นๆของประเทศมังกร
อนาเธอร์พยักหน้าอย่างสุภาพและตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่แฝงความอ่อนน้อม
“ผมก็ได้เห็นเรื่องราวของคุณเช่นกัน คุณอาลัน ชายผู้ที่กล้าหาญถึงขั้นปะทะฝีปากกับพี่เรนและกิลด์แองเจิ้ลของพี่สาวคนสวย”
ทำให้ชายหนุ่มต้องชะงัก แววตาของเขาดูเลิ่กลั่กและตอบกลับออกมาในทันที
“บางทีก็แค่เรื่องเล็กๆเท่านั้น กิลด์แองเจิ้ลกับเซฟิรอสเราก็มีประเด็นกันเรื่อยๆแหละ แต่ข้าไม่ปล่อยให้ใครดูหมิ่นกิลด์เซฟีรอสได้ง่ายๆหรอก”
พอพูดจบ อาลันก็หัวเราะออกมาเล็กน้อย พร้อมยกมือเกาศีรษะเบาๆ สีหน้าท่าทางเองก็ดูเหมือนจะภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก
การสนทนาเริ่มมีความคึกคัก เมื่อผู้เล่นรอบๆต่างจับจ้องการพบกันของอนาเธอร์กับรองหัวหน้ากิลด์เซฟิรอส
ขณะเดียวกัน อาลันได้มองอนาเธอร์ด้วยสายตาที่แฝงความท้าทายเล็กน้อย พร้อมกับได้พูดถึงเรื่องราวในอดีต
“ข้าคงต้องยอมรับ.. เพียงแค่เห็นใบหน้าของเจ้า มันก็ทำให้ข้านึกถึงความกระตือรือร้นของผู้เล่นในยุคแรกๆที่เกมส์อาณาจักรเทพและโลกเพิ่งได้หลอมรวมกัน เป็นช่วงที่ทุกคนมีความตั้งใจในการพิชิตดันเจี้ยนโดยที่ไม่พึ่งพากลุ่ม มันต่างไปจากตอนนี้อย่างลิบลับ!”
“การลงดันเจี้ยนคนเดียว.. ถึงจะให้ค่าประสบการณ์ที่มหาศาล แต่มันก็ต้องแลกมาพร้อมกับความอันตรายที่ไม่รู้จบ”
“ในทางกลับกัน การลงไปเป็นปาร์ตี้ สามารถช่วยเหลือผสานกันได้เป็นอย่างดี และอาจเคลียร์ดันเจี้ยนได้เร็วมากยิ่งกว่า!”
เมื่อพูดจบ เขาก็ส่ายหัวเล็กน้อย เพราะหลังจากที่มีกฎต่างๆปรากฏขึ้นมา พวกเขาก็ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้เล่นมากขึ้น
“หึหึ ทุกคนก็ย่อมมีเส้นทางของตนเองแหละครับ แต่สำหรับผม.. การลงดันเจี้ยนคนเดียวย่อมสบายยิ่งกว่า”
“เพราะกลุ่มปาร์ตี้ มันก็เป็นได้เพียงแค่ภาระสำหรับตัวของผมเท่านั้นแหละ แถมยังต้องแชร์ค่าประสบการณ์อีกด้วย!”
คำตอบของอนาเธอร์ ทำให้อาลันหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ บรรยากาศในห้องโถงเต็มไปด้วยพลังและความรู้สึกเคารพในตัวของอนาเธอร์ เหล่าผู้เล่นที่ล้อมรอบต่างมองด้วยความนับถือ เสียงกระซิบกระซาบได้ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทุกคนพอเริ่มเข้าใจ ทำไมทายาทของตระกูลซิกฟรีดคนนี้ถึงได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นผู้สืบทอดแห่งเกียรติยศอันแท้จริง
“งั้นก็ดี วันนี้อาจจะไม่มีโอกาสได้ทดสอบฝีมือกัน แต่พวกข้าหวังว่าซักวันเราจะได้ลองสู้กันจริงๆ เพื่อดูว่าเจ้าจะไปได้ไกลแค่ไหน”
“แต่ตอนนี้ เจ้าต้องเก็บเลเวลและเพิ่มความแข็งแกร่งมากขึ้นก่อนการแข่งขัน ทางเราจะจัดเตรียมดันเจี้ยนที่เหมาะสมไว้ให้กับเจ้า”
ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกัน ไมเยอร์ที่เฝ้ามองดูอยู่ก็ยิ้มกว้าง เขารู้ดีว่าอาลันมีความกระหายในการทดสอบฝีมือเด็กคนนี้อยู่เสมอ และการที่เขาแสดงท่าทีให้เกียรติน้องชายของตนนั้น ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับอนาเธอร์ในการเริ่มต้นสร้างสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งในกิลด์เซฟีรอส
“ไม่มีปัญหาครับ เมื่อถึงเวลา.. ”
“พวกเราทั้งสองจะลองต่อสู้กันก็ได้”
อนาเธอร์พยักหน้าและเอ่ยขอบคุณอาลันด้วยความจริงใจ ด้วยคำสัญญานี้ อนาเธอร์ได้เริ่มต้นความสัมพันธ์กับกิลด์เซฟิรอสไปแล้ว
“ไปกันเถอะ พอดีในกิลด์เรามีดันเจี้ยนที่เหมาะสมกับเจ้าอยู่ด้วย!”
ไม่นาน อาลันก็นำอนาเธอร์มาถึงบริเวณหน้าทางเข้าของดันเจี้ยนป่าออร์ค
สถานที่นี้ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่และบรรยากาศที่ชวนให้รู้สึกกดดัน คล้ายกับว่ามีสายตานับไม่ถ้วนของปีศาจออร์คมองออกมาในป่าลึก
อนาเธอร์จ้องมองข้อมูลของดันเจี้ยนที่ปรากฏบนกำแพง ข้อมูลแต่ละอย่างเกี่ยวกับความยากและเงื่อนไขการเข้าดันเจี้ยนระดับฝันร้ายและนรกทำให้เขาตื่นเต้นกับความท้าทายครั้งนี้
【ดันเจี้ยนป่าออร์ค: สำหรับผู้เล่นระดับเลเวล 100 - 150】
【ความยาก: ง่าย, ยาก, ฝันร้าย(ต้องเคลียร์ระดับฝันร้ายด้วยตัวคนเดียว ระดับนรกจึงจะเปิดขึ้น】
【จำนวนผู้เล่นที่เข้าร่วมได้พร้อมกัน: 1-10 คน】
【หมายเหตุ: ภายในป่าแห่งนี้เต็มไปด้วยปีศาจที่มีชื่อว่าออร์ค พวกมันมีรูปลักษณ์เหมือนกับมนุษย์ ทว่าร่างกายแข็งแกร่งและมีผิวสีเขียว จงระมัดระวังถึงพละกำลังของพวกมัน】
ดันเจี้ยนแห่งนี้ได้รับการจัดอันดับว่ามีความยากตั้งแต่ระดับง่าย ยาก และฝันร้าย
ซึ่งปกติผู้เล่นที่มีเลเวลไม่เกิน 150 มักจะลงในระดับง่ายหรือยากเท่านั้น แต่สำหรับการเผชิญกับระดับฝันร้ายด้วยตัวคนเดียว นั้นถือเป็นสิ่งที่ผู้เล่นน้อยคนจะกล้าทำ
เพราะออร์คภายในดันเจี้ยนนี้มีพละกำลังมหาศาล แม้จะมีรูปลักษณ์คล้ายมนุษย์ แต่พวกมันกลับมีร่างกายที่แข็งแกร่ง ผิวสีเขียวเข้มที่ดูน่าหวาดหวั่น และการโจมตีที่รุนแรง
“เจ้าคิดจะเข้าไปคนเดียวจริงๆเหรอ?”
อาลันยังคงสงสัยและเอ่ยถามพลางเลิกคิ้ว เขาจับจ้องอนาเธอร์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและท้าทาย
แม้จะรู้ว่าน้องชายของหัวหน้ากิลด์นั้นได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีและมีทักษะเหนือชั้น แต่การเผชิญหน้ากับดันเจี้ยนระดับฝันร้ายด้วยตัวคนเดียว มันก็ยังคงเป็นสิ่งที่หลายคนมองว่าเป็นความท้าทายที่หนักหนา เพราะแทบจะไม่มีผู้เล่นคนไหนกล้ากระทำเช่นนี้เลยซักนิด
“แน่นอน.. แล้วยังเป็นระดับฝันร้ายด้วย!”