บทที่ 3.5
ใจที่ไม่ยอมรับ
อากาศในช่วงเย็นวันนี้ไม่สู้ดีนักแทนกับบลานซ์กำลังมุ่งหน้าเข้าที่จอดรถในสนามบินสุวรณภูมิ เป้าหมายของพวกเขาคือการมารับเพื่อนรุ่นพี่ที่เดินทางมาจากเชียงใหม่ครั้งนี้แทนไม่สาย นั่นก็เพราะว่าบลานซ์ไปหาถึงที่บ้าน โดยเขาจอดมอเตอร์ไซค์ไว้ที่นั่นแล้วเลือกรถสี่ประตูหนึ่งใรถหลายคันที่จอดเรียงรยขับออกมาจากบ้านของเพื่อนตัวดี
ในขณะที่บลานซ์ไปถึงนั้นพ่อแม่ของแทนก็ไม่อยู่ที่บ้านแล้วเขาได้ยินแทนตอบแบบไม่อยากพูดถึงว่าทั้งสองคนไปอิตาลีเรื่องสัญญาอะไรสักอย่าง ในวันนี้แทนเป็นคนขับจากบ้านมาถึงสนามบินเขากับบลานซ์เลือกใช้รถสี่ที่นั่งเพราะสมาชิกที่จะร่วมเดินทางไปด้วยกันในคืนนี้มีอยู่ด้วยกันสี่คน ตัวเขาเอง บลานซ์เอ็ดเวิร์ด และลิน
แทนกับบลานซ์ไปรออยู่ไม่นานก็เห็นชายผมสั้นอายุยี่สิบกว่าเดินออกมาหมวกแก๊ปและใบหน้าคุ้นตาปรากฏพร้อมรอยยิ้มร่า และเมื่อเขาเดินมาถึงด้านหน้าของทั้งสองชายคนนั้นก็เริ่มพูดขึ้น
“แล้วลินล่ะ” เอ็ดเวิร์ดที่มาในชุดเสื้อเชิ้ตฮาวายกับกางเกงขาสามส่วนถามขึ้น
“ไม่ค่อยเลยนะพี่...” แทนในชุดเสื้อยืดแขนยาวสีดำทักตอบ “มาถึงถามหาสาวเลยเชียว”
“เฮ้ย! ไม่ใช่อย่างนั้น!” เอ็ดเวิร์ดยิ้มแต่พูดปฏิเสธ“ก็เห็นว่าจะไปพังงากันสี่คน ว่าแต่...ทำไมไม่ให้พี่ไปลงพังงาเลยจะได้ไม่ต้องเมื่อยนั่งรถไปกับพวกนาย”
“ไม่ได้พี่ ต้องมานั่งเมื่อยด้วยกันอย่ามาเอาเปรียบ” แทนพูดขณะที่สองมือล้วงไปในกระเป๋ากางเกงยีนส์ขาดๆ“ไปกันดีกว่าพี่เอ็ดเดี๋ยวต้องไปรับลินอีก”
“ที่ไหนล่ะ” เอ็ดเวิร์ดถามพร้อมกับหันไปพยักหน้าทักบลานซ์ในชุดเสื้อยืดสีขาวกางกางยีนส์สีดำที่เมื่อเสื้อที่ว่าอยู่บนร่างของบลานซ์ ก็ทำให้เห็นกล้ามเนื้อของคนใส่ชัดเจน
“เบเกอรี่ที่เราจะผ่านทางกลับนี่ล่ะ พอรับเธอแล้วเดี๋ยวลงใต้กันเลย”แทนตอบกลับไปพร้อมกับหันหลังแล้วเดินนำไปที่ลานจอดรถ
เอ็ดเวิร์ดที่สะพายเป้อยู่หันไปพยักหน้ากับบลานซ์ “ดีใจที่ได้เจอนะบลานซ์”เขายิ้ม
“พี่ดูแสบกว่าผมคิดนิดนึง” คนถูกทักพูดพร้อมกับมองไปยังชุดที่เอ็ดเวิร์ดสวมใส่
ชายหนุ่มคู่สนทนาทำท่าแปลกใจ ก่อนจะนึกถึงชุดที่เขาสวมอยู่ได้“เฮ้ย!ชุดนี้ฉันเตรียมใส่ไปพังงาเลย! ทะเลสวยขนาดนั้นก็ต้องแต่งตัวให้เกียรติสถานที่หน่อยสิหาซื้อยากนะเนี่ย!” เอ็ดเวิร์ดว่า
“พี่เอ็ด! บลานซ์! ทางมันอีกไกลนะเดี๋ยวก็ไม่ถึงกันพอดี!” แทนที่เดินออกไปก่อนตะโกนเรียกหลังจากนั้นพวกเขาทั้งสามคนก็ไปยังรถยนต์ 4WD ที่จอดอยู่ในลานจอดรถบนตึกที่มีทางเชื่อมออกไปและเมื่อแทนขับรถลงมาที่ชั้นล่างแล้วชำระค่าบริการจอดรถเรียบร้อย เขาก็เอื้อมไปหยิบแว่นดำมาสวมไว้จากนั้นพวกเขาก็มุ่งหน้าสู่ถนนสายหลักเพื่อเดินทางมุ่งหน้าสู่พังงาทันที
ห่างจากสนามบินราวครึ่งชั่วโมงทั้งสามคนก็มาถึงย่านหมู่บ้านจัดสรรราคาแพง เบเกอร์รี่สีขาวชั้นเดียวตั้งอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ตรงหน้าร้านที่ว่ามีดอกพุดพิชญาปลูกอยู่โดยรอบ ดอกไม้สีขาวเล็กๆที่คงทนต่อสภาพแวดล้อมในสมัยนี้ได้เป็นอย่างดี
แทนจอดรถที่หน้าร้าน ลานจอดเป็นหินคลุกสีเทาที่ถูกอัดจนแน่นเอ็ดเวิร์ดลงมาก่อนเป็นคนแรก ส่วนบลานซ์และแทนตามมาทีหลัง ถ้าจำไม่ผิดแทนจำได้ว่าร้านนี้น่าจะมีชื่อไม่น้อยเพราะเต็มไปด้วยผู้คนและรถหรูจอดกันเรียงราย
“เข้าใจเลือกร้านเสียด้วยสิ”แทนพูด
บลานซ์ขมวดคิ้วสงสัยเมื่อได้ยิน “ยังไง...?” เขาถาม
“ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องเค้กนะแต่ก็แพงกว่าที่อื่นเกือบสองเท่า” แทนตอบ
“ก็สมกับเป็นลินนะ” บลานซ์พูด
แทนมองไปในร้าน ถึงผู้คนจะมากเป็นพิเศษเขาก็จำลินได้ดี วันนี้เธอสวมชุดกระโปรงวันพีชสีขาวสะอาดตาและมีกระเป๋าสีฟ้าอ่อนใบเล็กๆ สะพายอยู่ เมื่อแน่ใจว่านั่นเป็นคนที่พวกเขามารับแทน เอ็ดเวิร์ด และบลานซ์ก็เดินเข้าไปในร้านทันที
“ลิน...” แทนเรียกด้วยเสียงไม่ดังนัก
หญิงสาวที่กำลังก้มหน้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับหน้าจอโทรศัพท์เงยหน้าขึ้นมามองหลังจากเธอเห็นทั้งสามคนก็มีสีหน้าดีใจ “พี่แทน! พี่บลานซ์! พี่เอ็ด!”ลินทำเสียงสูง
“แหม...” เอ็ดเวิร์ดทำเสียงพ้อ“เรียกเจ้าแทนคนแรกเลยนะ อย่างนี้พี่เอ็ดก็น้อยใจแย่น่ะสิ”ชายหนุ่มในชุดเสื้อฮาวายพูดขึ้น
“แหมพี่เอ็ดน่ะ...ลินก็เห็นพวกพี่ๆสำคัญทุกคนแหละค่า” เธอพูดพร้อมกับใช้มือจับไปที่แขนเอ็ดเวิร์ดเบาๆ“ว่าแต่พวกพี่ๆ ทานอะไรบ้างไหมคะ” ลินถาม
“เอาไงพี่เอ็ด บลานซ์?” แทนหันมาขอความเห็น
“พี่อิ่ม...” เอ็ดเวิร์ดตอบ
“ฉันว่าเรารีบออกจากกรุงเทพกันดีกว่า”บลานซ์เสริม
แทนพยักหน้ารับก่อนจะมองไปบนโต๊ะของลิน“แล้วลินไม่กินอะไรหน่อยเหรอ”ชายหนุ่มถามหญิงสาวที่วันนี้ก็ยังรัดผมทรงหางม้าเหมือนเคย
ลินส่ายหน้า “ไม่อ่ะค่ะพี่แทนแค่น้ำแร่ก็พอแล้ว รักษาหุ่นค่ะพี่” เธอว่า
แทนพยักหน้ารับก่อนจะหันไปหาบลานซ์“อ่ะ...นายขับจะออกต่างจังหวัดแล้วฉันไม่ขับรถออกต่างจังหวัด” เขาพูดพร้อมกับยื่นกุญแจรถให้กับเพื่อนที่ยืนอยู่ข้างๆ
“พี่แทนไม่ให้คนขับรถขับมาให้ล่ะคะ”ลินถามด้วยสีหน้าสงสัย
แทนทำหน้าเบ้ก่อนจะตอบออกมา“ไม่ไหวหรอก ถ้าให้พวกนั้นมาเวลาคุยอะไรกันก็ไม่สะดวกน่ารำคาญ” เขาว่า
ลินและบลานซ์พยักหน้าเห็นด้วยส่วนเอ็ดเวิร์ดมองสาวๆ ที่อยู่ในร้านนั้นตาละห้อย “สาวกรุงงามแต้เน้อ...”
แทนที่ได้ยินเสียงพูดนั้นหัวเราะพร้อมกับส่ายหัวไปมาหลังจากนั้นบลานซ์ก็เดินนำหน้าออกไปที่รถเขาปรับเบาะนั่งให้สมกับตัวเขาที่สูงกว่าแทนเกือบสิบเซนติเมตร แทนนั่งคู่กับบลานซ์ในขณะที่ลินนั่งด้านหลังกับเอ็ดเวิร์ดเมื่อทุกคนนั่งประจำที่เรียบร้อย บลานซ์ก็จัดการถอยรถออกจากที่จอดก่อนจะเข้าเกียร์เดินหน้าแล้วขับออกสู่ถนนใหญ่มุ่งหน้าลงสู่จังหวัดที่มีทะเลอันงดงามที่อยู่ทางภาคใต้ของประเทศไทย
สมุทรสาคร ราชบุรี เพชรบุรีเมื่อขับผ่านมาได้สามจังหวัดฟ้าก็มืดไปแล้วพวกของแทนแวะหาอาหารใส่ท้องกันที่เพชรบุรีก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังประจวบคีรีขันธ์ ชุมพรและใช้เส้นทางของจังหวัดสุราษฏร์ธานีที่สะดวกกว่าเส้นทางของจังหวัดระนอง
ระหว่างทางเอ็ดเวิร์ดเปลี่ยนกับบลานซ์ขับเป็นช่วงๆส่วนแทนนั้นปฏิเสธที่จะขับรถในเส้นทางต่างจังหวัดอย่างเด็ดขาดแต่ถึงอย่างนั้นเมื่อเวลาที่อ่อนเพลียกันมากก็ยังมีสถานีน้ำมันเชื้อเพลิงริมข้างทางให้พวกเขาแวะพักและนี่ก็เป็นแห่งสุดท้ายที่พวกเขาจะแวะพักก่อนถึงจุดหมาย
“ตกลงว่าอาการของนิกกี้เมื่อวานไม่ค่อยดีแค่นั้นใช่ไหม”แทนซึ่งถึงจะไม่ได้ขับรถแต่ก็ตื่นตลอดทางถามบลานซ์ที่เพิ่งตื่นขึ้นมา
“อื้อใช่...ฉันออกจากเกมมาแล้วจำได้ว่ามีนามบัตรคุณพ่อนิกกี้ฉันเลยโทร.ไป”ชายร่างใหญ่ที่สุดในกลุ่มซึ่งกำลังเดินไปที่ร้านกาแฟที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงพูดขึ้น
“พี่เอ็ดนี่หลังจากผลัดกับนายแล้วหลับเป็นตายเลยแฮะ...”แทนพูดพร้อมกับหันกลับไปมองที่รถ “รึพี่เอ็ดจะฟอร์ม...”คนพูดหรี่ตา
บลานซ์หันมองหน้าเพื่อนของเขาทันที“ฟอร์มอะไร”เขาถามหน้างง
“ฟอร์มหลับรอปลอดคนแล้วเคลมน้องลินไงล่ะ”แทนพูดปนหัวเราะ
คู่สนทนาส่ายหัวไปมาทันทีที่ได้ยิน“ลินไม่ใช่สาวธรรมดานะ”เขาว่า
แทนเลิกคิ้วสูงแล้วพยักหน้ารับ “นั่นสินะ ท่าจะยากถ้าพี่เอ็ดจะมามุกนี้”เขาพูดก่อนจะเดินไปนั่งดื่มกาแฟกับบลานซ์ ตามด้วยขนมหวานอีกนิดหน่อยถึงแม้จะเป็นการนั่งเหมือนกันแต่การนั่งพักบนเก้าอี้ก็ทำให้ความเหนื่อยล้าจางหายไปได้ในปริมาณน่าพอใจ
หลังจากพักผ่อนกันพอสมควรแล้วแทนกับบลานซ์ก็กลับไปยังรถยนต์ซึ่งจอดไว้ไม่ไกลนักลินและเอ็ดเวิร์ดยังคงหลับเป็นตาย แทนขึ้นนั่งในที่นั่งข้างคนขับขณะบลานซ์รับหน้าที่เป็นสารถี
“โทษทีนะฉันช่วยพวกนายขับไม่ได้” แทนพูดขึ้นเมื่อบลานซ์สตาร์ทเครื่องยนต์
ชายหนุ่มในอยู่หลังพวงมาลัยส่ายศีรษะเบาๆ “เรื่องแค่นี้เอง ปกติฉันชอบขับรถอยู่แล้วเวลาที่ขับรถมันรู้สึกผ่อนคลายยังไงก็ไม่รู้” บลานซ์ว่า
“อื้อ...นั่นล่ะยังไงฉันก็ช่วยอะไรเรื่องนี้ไม่ได้” แทนย้ำคำเดิม
บลานซ์พยักหน้ารับก่อนจะขับรถออกสู่ท้องถนน“ฉันเห็นนายขับในกรุงเทพก็ไม่เห็นมีอะไรนี่ ออกจะชำนาญด้วยซ้ำนายมีเรื่องอะไรหรือเปล่าถึงไม่อยากขับ” เขาถามขณะกะพริบไฟบอกรถคันข้างหน้าว่ากำลังจะขับแซง
แทนไม่ได้ตอบอะไรออกมาเขาได้แต่ยิ้มแห้งพร้อมกับเอนหลังพิงไปที่เบาะบลานซ์เหลือบตามองเห็นสีหน้าของเพื่อนที่นั่งอยู่ด้านข้าง สีหน้าของแทนไม่สู้ดีนักเมื่อเห็นแบนั้นบลานซ์ก็พูดขึ้นมา
“ถ้านายไม่อยากขับคราวหลังบอกฉันแล้วกัน ถ้าว่างจะมาขับพานายไป” เมื่อพูดจบ บลานซ์ก็แตะยิ้ม
แทนหันมองหน้าเพื่อนของเขาก่อนจะพูดออกมาด้วยสีหน้าที่ดีกว่าเดิม “ขอบใจ...” เขาว่า แต่หลังจากจบเสียงแทนก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากเบาะหลัง
“จอดปั๊มหน่อยสิบลานซ์!”เอ็ดเวิร์ดยื่นหน้ามาระหว่างเบาะหน้าทั้งสองข้าง
“เพิ่งออกจากปั๊มมาเองพี่เอ็ด” แทนตอบ
“ไม่รู้ปั๊มหน้าจะไกลรึเปล่านะพี่แต่ถ้าถึงปั๊มอีกทีเดี๋ยวผมจอดให้” บลานซ์ที่กำลังบังคับพวงมาลัยรถอยู่ว่า
เอ็ดวิร์ดส่ายหน้าไปมาอย่างเร็ว “รอไม่ได้แล้ว!ข้างทางๆ จอดข้างทางด่วน!” ชายหนุ่มด้านหลังพูดขึ้นพร้อมกับใช้มือตบไปที่เบาะของบลานซ์ระรัวซึ่งมันทำให้คนขับต้องหักพวงมาลัยเข้าริมทางด้านซ้ายในที่สุดหลังจากนั้นเอ็ดเวิร์ดก็ลงไปจัดการธุระด่วนของเขาที่ข้างทางไม่ถึงสองนาทีเอ็ดเวิร์ดก็กลับขึ้นมาบนรถด้วยสีหน้าสบาย
“รอดไปฉัน” คนที่เพิ่งกลับมานั่งพูดก่อนจะเอาสองมือยกขึ้นเสยผม
“พี่เอ็ดคะ...” เสียงเล็กๆ ของลินดังออกมามันทำให้เอ็ดเวิร์ดและแทนหันไปมอง “เมื่อกี้พี่ไม่ได้ล้างมือแล้วเอามือไปเสยผมเลยหรือคะ...” หญิงสาวพูดขึ้นทำให้แทนหันมองเอ็ดเวิร์ดที่มือยังอยู่บนศีรษะส่วนเจ้าตัวทำหน้าเบ้ก่อนจะเอามือลงจากตำแหน่งปัจจุบันแล้วเช็ดไปที่กางเกงเรียกเสียงหัวเราะของอีกสามคนในรถได้เป็นอย่างดี
ทิวไม้ในเงามืดแสงไฟที่สาดจากรถสวนทาง ไฟท้ายสีแดงจากรถด้านหน้า ถนนซีเมนต์และแสงไฟริมทางคือสิ่งที่ผ่านตาไปนับไม่ถ้วน คำคืนเงียบสงบความเร็วของรถทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนบ้างเป็นบางครังล้อยางบดกับถนนพารถยนต์มุ่งฝ่าราตรี ไม่นานนักจุดหมายก็ใกล้เข้ามา
บลานซ์พารถเข้าสู่เขตจังหวัดพังงาพร้อมกับดวงอาทิตย์ที่กำลังขึ้นจากเส้นขอบฟ้าแสงรำไรพ้นจากขอบทะเลในตอนเช้า แสงสีเหลืองทองทาบทับทะเลและทิวไม้ความมืดจางให้ไปเมื่อถึงเวลา เอ็ดเวิร์ดและลินที่ตื่นขึ้นมาไม่ได้หลับต่อแต่อย่างใดแทนที่ตั้งแต่ออกจากกรุงเทพมายังไม่ได้หลับสักครั้งก็ยังคงนั่งเป็นเพื่อนบลานซ์ที่รับหน้าที่พลขับยาวนานหลายชั่วโมง
เส้นทางสายเลียบชายหาดทำให้มองเห็นทะเลอยู่ทางด้านขวามือชายหาดฝั่งอันดามันที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมหาคลื่นยักษ์สึนามิกลืนกินไปทั้งพื้นที่ ชีวิตและความทรงจำ ทิ้งไว้เพียงอดีตและความเจ็บปวดของผู้สูญเสีย
“ทะเลสวยเว่อร์เลยค่ะพี่ๆ!” ลินพูดออกมาอย่างตื่นเต้น
“ที่นี่กับมัลดีฟลินชอบที่ไหนล่ะ”แทนหันมาถาม
“มัลดีฟก็สวยค่ะพี่แทนลินชอบสะพานที่ยาวไปในทะเลตรงแหลมนั่นน่ะค่ะพี่แต่ถึงยังไงทะเลอันดามันก็สวยไม่แพ้ที่นั่นเลยนะคะ” หญิงสาวตอบหน้านิ่ง
“นั่นไงโรงพยาบาลที่ฉันบอก”เสียงของบลานซ์ที่พูดขึ้นเรียกสายตาของทุกคนไปรวมกันที่หมู่ตึกสีขาวปลายสายตา
“บ้านยัยนิกกี้อยู่แถวนี้ใช่ไหม”แทนถามขึ้น
“นั่งไงบ้านนิกกี้”บลานซ์พยักหน้าไปทางขวามือที่นั่นคือบ้านหลังที่เขาเคยมาหานิกกี้เมื่อครั้งก่อน
“บรรยากาศดีจริงๆนะคะบ้านพี่นิกกี้นี่ ถ้าด้านหลังติดทะเลด้วยนี่เยี่ยมเลยนะคะ” ลินเอ่ยออกมาขณะมองไปที่บ้านหลังที่ว่า
“ด้านหลังมีชายหาดเล็กๆเป็นส่วนตัวด้วยนะลินถ้ามีโอกาสเราคงได้ไปที่นั่นกัน” บลานซ์ตอบยิ้มๆก่อนจะพูดต่อไป “ครอบครัวนิกกี้ย้ายออกมาจากกรุงเทพน่ะ อากาศที่นี่ดีกับร่างกายเธอมากกว่าว่าแต่บ้านลินอยู่ในหมู่บ้านที่อยู่ติดกับร้านเบเกอร์รี่นั่นใช่ไหม”
“ใช่ค่าพี่บลานซ์” หญิงสาวพยักหน้า
“อย่าทำลายความฝันพี่สิบลานซ์”เอ็ดเวิร์ดพูดขึ้น มันทำให้แทนกับลินต้องหันมามอง “พี่ต้องการชายหาดรวม ชายหาดรวมเท่านั้น!ได้ยินว่าที่นี่มีสาวๆ ทั้งญี่ปุ่น เกาหลี ฝรั่งมาเที่ยวกันแบบปล่อยเนื้อปล่อยตัวอย่างน้อยให้พี่ได้เสียสละตัวเองสนองสาวๆ พวกนั้นหน่อยเถอะ!”
เมื่อเอ็ดเวิร์ดพูดจบทุกคนถึงกับถอนหายใจยาวแทนส่ายศีรษะแล้วทำท่าขำ ลินหรี่ตามองคนพูด ส่วนบลานซ์ต้องเหลือบมามองกระจกมองหลังเพื่อดูหน้าเอ็ดเวิร์ดและในขณะนั้นเอง รถของพวกเขาก็เข้าสู่เขตโรงพยาบาลที่นิกกี้รักษาตัวอยู่โรงพยาบาลซึ่งอยู่บนเนินเขาริมชายทะเลฝั่งอันดามันชายหาดอันงดงามในเขตเขาหลักจังหวัดพังงา
ตึกสี่ห้าหลังเรียงตัวอยู่ในพื้นที่กว้างขวางแทนกับบลานซ์เดินนำไปยังตึกหลังใหญ่ที่อยู่ใกล้ชายทะเลมากที่สุดทั้งสี่คนขึ้นลิฟ์สู่ชั้นห้า และในที่สุดทั้งหมดก็มาอยู่ที่หน้าบานประตูสีขาวครีมของห้อง5014 ห้องพักที่เพื่อนของพวกเขาใช้เป็นที่รักษาตัว เพื่อนสาวที่เป็นสาเหตุของการเดิรทาง
บลานซ์หันมองทุกคนก่อนจะเคาะประตูตรงหน้า แต่ก็ยังไม่มีคนมาเปิดให้ เขาตั้งใจจะเคาะอีกครั้งแต่ก็เป็นแทนที่เปิดเข้าไปด้วยตัวเอง
“คนที่ไม่รอให้เขาอนุญาตก่อนเข้าห้องแบบนี้คงไม่มีใครนอกจากนายแหงๆ เลยแทน” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากภายในห้อง
“อะไรกัน...เธอรู้ได้ยังไงว่าเป็นฉันหมอกับพยาพาลเขาก็ทำอย่างนี้” แทนพูดขึ้นพร้อมกับยกมือสวัสดีพ่อกับแม่ของนิกกี้เช่นเดียวกับทุกคน
“รึว่ากลุ่มเรามีหนอนบ่อนไส้”แทนพูดพร้อมกับหรี่ตามองไปที่บลานซ์ส่วนพ่อของนิกกี้ที่รับไหว้พวกแทนแล้วหันไปปิดโทรทัศน์ที่กำลังส่งเสียงดังกลบเสียงเคาะประตูเมื่อครู่
บลานซ์หัวเราะก่อนจะสารภาพออกมา “ฉันโทรบอกเธอตั้งแต่เราลงจากรถแล้วล่ะ”ชายหนุ่มพูดก่อนจะเดินไปที่นิกกี้ซึ่งนั่งอมยิ้มอยู่บนเตียง
“มากันทำไมให้ลำบาก”หญิงสาวในชุดผู้ป่วยว่าไม่มีเสียงใครขัดออกมาเพราะทุกคนรู้ดีว่าเธอพูดไปอย่างนั้น สีหน้าเธอที่ดูซีดนิดไปจากที่เคยเห็นในเกมแต่ถึงจะดูเป็นแบบที่ว่า สีหน้านั้นก็แสดงความดีใจออกมาอย่างชัดเจน
“บลานซ์...” แม่ของลินที่ยืนอยู่ข้างพ่อของเธอพูดขึ้น
“ครับแม่” คนถูกเรียกตอบกลับ
“เดี๋ยวแม่กับพ่อจะออกไปธุระกันพวกลูกคุยกับนิกกี้ไปก่อนนะ” แม่ของนิกกี้พูดก่อนจะหันไปหาพวกแทนที่ยังยืนอยู่ที่ทางเข้า“เข้ามาสิลูก คนนี้แทนใช่ไหมนิกกี้เล่าเรื่องพวกเธอให้แม่ฟังเยอะเลยล่ะ”
“แม่…!” เสียงนิกกี้ทำเสียงสูงไม่พอใจ ทำให้คนเป็นแม่หัวเราะขำ
“ผมแทนครับแม่นี่พี่เอ็ดกับน้องลินครับ” แทนแนะนำ
“เอ็ด...?” แม่ของนิกกี้ทำหน้าประหลาดใจพร้อมกับหันไปมองหน้าสามี
“สมโชคไงคุณ”พ่อของนิกกี้พูดยิ้มๆ
“อ้อ...! เอ็ดนี่ชื่อเล่นของสมโชคเหรอลูกแล้วลินก็น่ารักเหมือนที่นิกกี้บอกเลยนะลูก” แม่ของนิกกี้พูดพร้อมกับเอื้อมมือมาลูบแก้มของลินเอ็ดเวิร์ดและลินมองหน้านิกกี้ด้วยสายตาที่ต่างกัน คนหนึ่งมองอย่างตำหนิส่วนอีกคนมองอย่างขอบคุณ
“งั้นเดี๋ยวพ่อกับแม่ไปก่อนนะคุยกันให้สนุกนะทุกคน” เสียงเข้มๆ ของพ่อนิกกี้พูดขึ้นพวกของแทนก็ยกมือไหว้ทั้งสองคนอีกครั้งหลังจากนั้นทุกคนก็นั่งคุยกับนิกกี้ถึงเรื่องหลังจากที่เธอหลุดออกจากเกมทั้งเรื่องของคอสที่เปลี่ยนร่างเป็นคิท ทั้งเรื่องของแมทแห่งกิลด์ไวท์พาลาดินที่คิทบอกว่าเก่งกว่าไรอันเสียอีกและไม่ลืมเรื่องที่คิทชวนพวกเขาให้เป็นกิลด์สาขาของกิลด์คริสตัลอินเฟอร์โน่
“แล้วนายว่ายังไงล่ะ ฉันแล้วแต่นายนะ เพราะนายเป็นคนอยากตั้งกิลด์” นิกกี้ถามขึ้น
แทนทำหน้านิ่งแล้วตอบออกมา “ฉันอยากสร้างกิลด์ของพวกเราเอง”ชายหนุ่มว่า บลานซ์ที่นั่งอยู่ข้างๆนิกกี้บนเตียงคนไข้ยิ้มเหมือนจะบอกว่าเขาคิดไว้แล้ว
ทั้งหมดใช้เวลาอยู่กับนิกกี้ทั้งวันในช่วงบ่ายเอ็ดเวิร์ด แทนและลินขอตัวออกไปข้างนอกกันพักใหญ่ พวกเขาออกไปเพื่อจัดการหาซื้ออาหารมื้อกลางวันและเพื่อให้เวลาบลานซ์กับนิกกี้อยู่ด้วยกันตามลำพัง
จากที่สอบถามอาการต่างๆทำให้รู้ว่านิกกี้ยังต้องอยู่โรงพยาบาลอีกราวสองวันเพื่อดูอาการแต่ดูแล้วอาการของเธอนั้นไม่ได้รุนแรงอะไรนัก แต่หมออยากให้แน่ใจก่อนจึงให้กลับบ้านได้นิกกี้พยายามขอให้พ่อกับแม่ของเธอเอาเครื่องเกมมาให้ที่โรงพยาบาล
แต่ก็แน่นอน…หมอไม่ยอมให้ทำอย่างนั้น
เอ็ดเวิร์ดและลินลงไปเดินเล่นที่ชายหาดที่นั่นผู้คนหนาตา แทนเดินเล่นไปตามถนนด้านบนชุดที่เขาใส่ไม่ค่อยจะสะดวกสำหรับลงเล่นน้ำเหมือนเอ็ดเวิร์ดกับลิน ทั้งสามใช้เวลาอยู่หลายชั่วโมงหลังจากนั้นก็กลับไปที่โรงพยาบาลแล้วใช้เวลาอยู่กับนิกกี้จนกระทั่งถึงเวลาประมาณหนึ่งทุ่มพ่อและแม่ของเธอกลับมาในช่วงเวลานั้น พวกของแทนจึงขอตัวกลับจากที่นั่นเพื่อหาโรงแรมพักกันในคืนนี้ และในวันรุ่งขึ้นพวกเขาก็กลับมาเยี่ยมนิกกี้อีกครั้งในช่วงเช้าและลาเธอเพื่อกลับสู่กรุงเทพในตอนสาย
“เธอไม่อยู่ไม่มีคนคอยบ่นมันเหงาๆนะ” แทนพูดยิ้มๆ
“รีบๆ กลับมานะนิกกี้พี่ปวดหัวกับเจ้าพวกนี้จริงๆ” เอ็ดเวิร์ดพูดพร้อมส่ายหน้าแล้วเบ้ปาก
“พี่เอ็ด...ผมว่าพี่ก็น่าปวดหัวไม่แพ้พวกผมหรอกนะ”แทนพูดขณะหันมองหน้าคนพูด
นิกกี้หัวเราะขณะนั่งอยู่บนเตียง “เดี๋ยวฉันก็กลับไปได้แล้วพวกนายรีบๆ เก็บเลเวลหนีฉันก็แล้วกัน พอฉันกลับไปจะจัดการปั๊มเลเวลอย่างหนักเลยคอยดูสิ”เธอพูดไปยิ้มไป
“พี่นิกกี้...”ลินเอ่ยขึ้นพร้อมกับเดินเข้าไปกอดนิกกี้ที่นั่งอยู่บนเตียง “รีบๆ กลับมานะคะพี่สาว ลินคิดถึงพี่นิกกี้นะคะ” เธอพูดออกมาเบาๆสีหน้าของเธอไม่มีแววของการโกหกแม้แต่น้อย
นิกกี้ยกมือลูบหัวเจ้าของแขนที่โอบกอดเธอรักลินเหมือนน้องสาวของตัวเอง “ฝากดูแลเจ้าพวกนี้ด้วยนะเดี๋ยวพี่รีบกลับไป” นิกกี้พูดกับลิน ซึ่งคนที่เธอพูดด้วยก็พยักหน้ารับคำ
“หายเร็วๆ นะเดี๋ยวฉันโทร.กลับมา” บลานซ์ว่า
“อย่าโทรมาตอนขับรถนะ”นิกกี้เสียงเขียว
บลานซ์พยักหน้า “จ้า...ไม่โทร.ตอนขับรถจ้า”เขาตอบ
คนสั่งมีสีหน้าพอใจแทนหันมองหน้าเพื่อนของเขาแล้วพูดลอยๆ “แววออกเลยเพื่อนฉัน กลัวกันชัดเจนตั้งแต่แรกแบบนี้ท่าจะไม่รอด” เขาพูดยั่ว เมื่อได้ฟังคำของแทน คนอื่นๆ ก็หัวเราะออกมาขณะที่บลานซ์ทำท่าอายๆส่วนนิกกี้ทำหน้าดุใส่แทน
หลังจากนั้นนั้นทุกคนก็กลับออกมาจากโรงพยาบาลเพื่อมุ่งหน้ากลับสู่กรุงเทพโดยขับผ่านทางที่พวกเขาใช้เพื่อเดินทางมาที่นี่ ผ่านจังหวัดต่างๆ ผ่านเวลาค่ำคืนที่ต้องอาศัยแสงไฟจากหน้ารถช่วยส่องสว่างผ่านเส้นทางบาวไกลที่ทอดไปเหมือนไม่สิ้นสุด ผ่านป้ายบอกทางเรียงราย และในที่สุด...พวกเขาก็กลับมาถึงกรุงเทพกลับมาถึงศูนย์กลางของประเทศอีกครั้ง
เมื่อเข้าเขตเมืองหลวงแทนก็กลับมาขับรถเขามุ่งหน้าไปส่งเอ็ดเวิร์ดที่สนามบินเพื่อรอเที่ยวบินกลับสู่เชียงใหม่ในอีกสองชั่วโมงต่อไปเมื่อรถจอดนิ่งสนิทและประตูที่ถูกเปิดออกถูกปิดลง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
“เจอกันในเกมพี่!”แทนตะโกนบอกเอ็ดเวิร์ดที่สะพายเป้เดินลงจากรถ
“มาเที่ยวคราวนี้สนุกมากว่างๆ จะมาใหม่!” คนที่ลงจากรถไปแล้วตะโกนตอบ “ลิน! บลานซ์! พี่ไปก่อน!”
“แล้วเจอกันค่าพี่เอ็ด!”
“เดินทางดีๆพี่”
เอ็ดเวิร์ดยกมือลาก่อนจะเดินเข้าไปในตัวอาคารของสนามบินหลังจากนั้นแทนก็ขับไปส่งลินโดยมีบลานซ์นั่งไปด้วยไม่นานนักเขาก็ถึงหน้าหมู่บ้านที่รับลินมาจากเบเกอร์รี่ที่นั่น
“ส่งลินหน้าหมู่บ้านก็ได้ค่าพี่แทนเดี๋ยวแม่ลินให้คนขับรถออกมารับ” หญิงสาวว่า
“ไปส่งบ้านเลยดีกว่า”แทนพูดขณะที่บลานซ์พยักหน้าเห็นด้วย
“แม่ออกมาแล้วค่ะพี่ลินส่งข้อความไปบอกแล้วค่า” ลินบอกกับสองหนุ่ม ซึ่งแทนก็พยักหน้ารับ
“งั้นก็ได้”เขาพูดพร้อมกับเลี้ยวรถไปที่หน้าหมู่บ้านและส่งลินที่นั่น
“ขอบคุณมากค่าพี่บลานซ์พี่แทน…”ลินพูดเมื่อลงจากรถไปแล้ว เอยิ้มร่าแล้วยกมือขึ้นโบกลา
“โชคดีจ้ะลิน”แทนพูดขึ้นก่อน
“โชคดีนะลิน”บลานซ์ว่า
หญิงสาวผงกหัวรับก่อนจะเอ่ยออกมา“ขอบคุณค่าพี่แทน ขอบคุณค่าพี่บลานซ์ ไปก่อนนะคะพี่ ขับรถดีๆ นะคะ” ลินพูดพร้อมกับโบกมือลาก่อนจะปิดประตูรถแล้วยืนรอส่งทั้งสองคน หลังจากนั้นแทนก็เลี้ยวรถออกจากที่นั่นเพื่อมุ่งหน้าไปที่บ้านของเขาเพื่อให้บลานซ์ไปเอารถมอเตอร์ไซค์ของที่จอดไว้ในโรงรถบ้านแทน
“เดี๋ยวแทน…”บลานซ์พูดขึ้น
แทนชะลอรถเมื่อได้ยินเสียงเรียกแล้วจึงถามขึ้น“อะไรรึ” เขาถาม
“ลินลืมกระเป๋า”
แทนพยักหน้ารับรู้เมื่อได้ยินคำนั้นตามด้วยหักพวงมาลัยแล้วเตรียมเลี้ยวรถกลับ เพราะระยะทางที่ออกมาไม่ไกลนักเขาคิดว่าลินน่าจะยังอยู่ที่เดิม และก็จริงอย่างที่แทนคิดลินยังอยู่ที่นั่นแต่เธอกำลังออกเดินออกไป แต่ไม่ใช่เดินเข้าหมู่บ้านด้านข้าง ลินเดินไปคนละทางกับทางเข้าหมู่บ้านที่ว่า
“แทนบีบแตรเรียกเธอสิ” บลานซ์พูดขึ้น
“เดี๋ยว...”แทนพูดเสียงเรียบ มันทำให้บลานซ์ทำหน้าสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกมา
ลินเดินไปทางตลาดข้างหมู่บ้านแทนค่อยๆ เคลื่อนรถตามช้าๆ หญิงสาวที่ทั้งสองคนกำลังขับรถตามออกเดินโดยไม่ได้หันกลับมามองไม่มีแม่มารับอย่างที่เธอว่าเธอเดินตรงไปยังทาวน์เฮาส์สามชั้นกลางเก่ากลางใหม่ที่อยู่ไม่ไกลนักและในที่สุดเธอก็เปิดประตูเหล็กของทาวเฮาส์หลังที่อยู่ตรงหัวมุมถนน
“ลินไปทำอะไรที่นั่น”บลานซ์ที่นั่งอยู่ในรถกับแทนพูดขึ้นอย่างสงสัย
แทนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นมา“นายรอที่นี่ก่อนนะ เดี๋ยวฉันมา” เขาพูดพร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าของลินแล้วลงจากรถไปบลานซ์ร้องเรียกไปสองสามครั้งแต่แทนก็ไม่หันกลับมา เขาเดินตรงไปยังประตูเหล็กที่ลินเปิดเข้าไปทันที
เมื่อมาถึงหน้าประตูแทนกดกริ่งที่หน้าบ้าน ไม่นานนักหญิงสาวในชุดกางเกงขาสั้นกับเสื้อยืดธรรมดาๆก็เดินออกมา และเมื่อเธอเห็นแทนยืนอยู่หน้าประตูก็มีสีหน้าตกใจ
“พี่แทน…”ลินพูดขึ้นเบาๆ สีหน้าเธอแสดงความตกใจเจือด้วยควากังวล
“ลินลืมกระเป๋า”แทนพูดพร้อมกับยกกระเป๋าที่ว่าไว้ให้ดู แต่เมื่อเห็นลินยืนนิ่งอยู่เขาก็พูดขึ้นอีกครั้ง“มาเอาสิ เดี๋ยวพี่ยืนขาแข็งกันพอดี”
ลินค่อยๆเดินเข้ามาหาคนพูด สีหน้าเธอไม่ดีนัก แต่เมื่อเธอเข้ามาถึงเสียงชายหนุ่มก็พูดขึ้นอีกครั้ง “พี่อยากอยู่บ้านแบบนี้เหมือนกันนะมันไม่ใหญ่ดี พ่อกับแม่พี่จะได้เจอหน้ากับพี่บ่อยๆ บ้านพี่มันใหญ่เกินไปพี่โคตรจะไม่ชอบเลยล่ะ” ชายหนุ่มพูดสีหน้าจริงจังและเมื่อพูดจบก็ถอนหายใจอีกครั้ง
“พี่แทน...”สีหน้าลินดีขึ้นกว่าเดิม
“อ่ะกระเป๋าลิน...” แทนพูดพร้อมกับยื่นกระเป๋าสีฟ้าอ่อนให้กับหญิงสาวคนตรงหน้าซึ่งเมื่อลินรับมาเธอก็พูดขึ้น
“พี่แทน…ลินขอโทษ ลินไม่น่าโกหกพวกพี่เลย” เธอก้มหน้าหลบสายตาขณะมือยังถือกระเป๋าใบที่รับมา
แทนเอื้อมมือเข้ามาลูบหัวของลินก่อนจะยิ้มให้เธอและพูดออกมา “เรื่องแค่นี้เองไม่เป็นไรหรอก พี่โกหกออกจะบ่อย...” ชายหนุ่มว่า“แต่พี่ไม่เคยโกหกตัวเองแล้วพี่ก็ไม่อยากให้ลินที่พี่รักเหมือนน้องสาวของพี่โกหกตัวเองความรวยความจนวัดค่าของคนไม่ได้หรอกนะพี่รวยมีบ้านใหญ่โตแต่ก็ไม่มีคนที่พี่อยากให้อยู่มาอยู่ด้วย” แทนพูดสีหน้าจริงจัง ในตาของเขามีความเศร้าเจืออยู่บางส่วน
ลินเงยหน้าขึ้นมองคนพูดเหมือนน้ำตาจะเริ่มปรากฏออกมา “พี่แทน…” เธอพูดเบาๆ
“ไม่มีใครดูถูกสิ่งที่เราเป็นได้นอกจากตัวเราเองนะลิน”แทนพูดพร้อมกับยิ้มให้หญิงสาวตรงหน้าพร้อมกับใช้มือลูบไปที่หัวของเธออีกครั้ง“พี่ไปก่อนนะเจ้าบลานซ์รออยู่ เดี๋ยวพี่จะไปรอลินในเกมนะแล้วอีกอย่าง...” เขาหยุดพูดพร้อมมองหน้าลินที่เริ่มมีสีหน้าดีขึ้นแล้ว
“อีกอย่าง?”หญิงสาวทำเสียงสงสัย
“พี่จำบ้านลินได้แล้วคราวหลังเดี๋ยวมารับหน้าบ้านก็แล้วกันนะ” ชายหนุ่มพูดพร้อมรอยยิ้มซึ่งใบหน้าของลินก็ยิ้มอยู่เหมือนกัน มันเป็นรอยยิ้มทั้งน้ำตาเป็นรอยยิ้มที่ลินรู้สึกดีกับมัน เพราะเธอโล่งใจที่ไม่ต้องแอบซ่อนความจริงอะไร และหลังจากนั้นชายหนุ่มก็หันหลังให้แล้วเดินจากไป
“ขอบคุณค่ะพี่ชาย...” หญิงสาวยืนมองชายที่เดินจากไปพร้อมใช้มือเช็ดน้ำตาออกไป ให้เหลือแต่ใบหน้าเปื้อนยิ้ม