บทที่ 32 : การรวมตัวของดวงดาวและคำทำนายสุดท้าย
หลังจากผ่านพ้นการเดินทางอันแสนยาวนานและการทดสอบอันโหดร้ายในแหล่งกำเนิดพลังงานบริสุทธิ์ของแต่ละราศี เหล่าผู้พิทักษ์แห่งดวงดาวก็ได้มารวมตัวกันอีกครั้ง ณ ปราสาทสุริยะอัสนี ซึ่งบัดนี้ได้รับการฟื้นฟูจนงดงามยิ่งกว่าเดิม แสงสว่างและพลังงานบริสุทธิ์ที่แผ่ออกมาจากตัวของแต่ละคน บ่งบอกถึงการยกระดับพลังลูกแก้วราศีที่สูงขึ้นอย่างชัดเจน
อัคคี (ราศีสิงห์) และ เมษา (ราศีกุมภ์) ต่างเปล่งประกายด้วยพลังลูกแก้วราศี ระดับ 5 ที่มั่นคงและบริสุทธิ์ยิ่งกว่าเดิม สายใยที่เชื่อมโยงระหว่างพวกเขานั้นแข็งแกร่งและชัดเจน ราวกับเปลวไฟที่โอบอุ้มสายลมให้ส่องสว่างยิ่งขึ้น
ลูคัส (ราศีธนู) และ อรีส (ราศีเมษ) ที่เดินทางมาพร้อมกัน ต่างก็มีพลังลูกแก้วราศี ระดับ 4 ที่ทรงอำนาจและบริสุทธิ์มากขึ้น ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม
บาลานซ์ (ราศีตุลย์) และ ออโรร่า (ราศีกันย์) ก็มาถึงพร้อมกัน พลังลูกแก้วราศีของบาลานซ์ได้พัฒนาสู่ ระดับ 4 แล้ว ในขณะที่ออโรร่าเองก็มีพลังลูกแก้วราศี ระดับ 4 ที่ละเอียดอ่อนและแม่นยำยิ่งขึ้น
สุดท้าย เอลิน่า (ราศีพฤษภ) มาเรีย (ราศีกรกฎ) และ ลูน่า (ราศีมีน) ก็มาถึงพร้อมกัน พลังลูกแก้วราศีของทั้งสามคนได้ยกระดับสู่ ระดับ 4 แล้วเช่นกัน
ทุกคนััได้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลในตนเอง และความผูกพันที่เชื่อมโยงพวกเขาไว้ก็แข็งแกร่งยิ่งกว่าที่เคยเป็มา
"พวกเ้าทำได้ดีมาก!" ราชันย์สุริยะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ เมื่อเห็นเหล่าผู้พิทักษ์ราศีทั้งหมดมารวมตัวกันพร้อมพลังที่เพิ่มขึ้น
"พวกเราพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับราศีพิฆาตค่ะท่านราชันย์" อัคคีกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เมษาพยักหน้า "พลังของเราแข็งแกร่งกว่าเดิมมาก และที่สำคัญที่สุดคือ... เราเข้าใจ 'แก่นแท้' ของพลังราศีของเรา และ 'ความสมบูรณ์แบบ' ที่แท้จริง"
ในห้องประชุมลับของปราสาทสุริยะอัสนี เหล่าผู้พิทักษ์ราศีทั้งหมดได้มารวมตัวกัน เพื่อหารือและวางแผนสำหรับการเผชิญหน้าครั้งสุดท้ายกับราศีพิฆาต
มาเรีย (ราศีกรกฎ) ผู้พิทักษ์แห่งความทรงจำ ได้นำแผนที่โบราณขนาดใหญ่ออกมากางบนโต๊ะ แผนที่นั้นไม่ได้แสดงแค่ผืนดิน แต่ยังแสดงถึง 'กระแสพลังงาน' ที่ไหลเวียนอยู่ทั่วโลก
"ข้าได้ใช้พลังราศีกรกฎของข้า ััถึง 'ความทรงจำ' ที่หลงเหลืออยู่ในอากาศ และรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับราศีพิฆาตมาได้ส่วนหนึ่ง" มาเรียเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด "พวกเขาไม่ได้ปรากฏตัวขึ้นมาโดยบังเอิญ แต่พวกเขากำลังดำเนินตาม 'แผนการ' ที่ซับซ้อน เพื่อทำลายสมดุลของโลกนี้"
"แผนการอะไรกัน!" อัคคีถาม
"พวกเขา้า 'บิดเบือน' และ 'กลืนกิน' แหล่งกำเนิดพลังงานบริสุทธิ์ของแต่ละราศีทั้งหมด" เมษา (ราศีกุมภ์) เสริม "หากพวกเขาทำสำเร็จ พลังราศีที่แท้จริงจะถูกทำลาย และโลกจะตกอยู่ในความมืดมิดที่ไร้ซึ่งสมดุลที่แท้จริง"
"พวกเขาไม่ได้้าแค่ทำลายล้าง แต่้า 'สร้างสมดุลแบบใหม่' ขึ้นมา" บาลานซ์ (ราศีตุลย์) วิเคราะห์ "สมดุลที่พวกเขาเชื่อว่าสมบูรณ์แบบ... ปราศจากอารมณ์ ความผิดพลาด และความอ่อนแอ"
ลูคัส (ราศีธนู) มองไปยังภาพของราศีพิฆาตบนแผนที่ ดวงตาของเขาฉายแววเ็ป "และผู้นำของพวกเขา... 'เดมิเทีย' (ราศีพฤษภพิฆาต) มีพลังอยู่ในระดับ 9 หรือสูงกว่านั้น"
"และเรายังไม่รู้ว่า 'จ้าวแห่งราศีพิฆาต' ที่แท้จริงนั้นคือใคร" ออโรร่า (ราศีกันย์) เสริม "แต่ข้าััได้ถึงพลังงานมหาศาลที่ซ่อนอยู่เื้ัพวกเขา"
ทันใดนั้น เสียงกระซิบก็ดังก้องขึ้นในจิตใจของเมษา เสียงที่คุ้นเคยและเ็า เสียงของ โซลอน (ราศีั)
“...พวกเขาจะมาถึง 'วิหารแห่งกาลเวลา'... ในเวลาที่ดวงจันทร์ทั้งสามดวงขึ้นพร้อมกัน... นั่นคือจุดสิ้นสุดของแผนการของพวกเขา...”
เมษาลืมตาขึ้น "ท่านโซลอน! ท่านหมายความว่าอย่างไร!"
ไม่มีเสียงตอบรับจากโซลอนอีกต่อไป แต่คำทำนายที่เขาทิ้งไว้ก็ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง
"ดวงจันทร์ทั้งสามดวงขึ้นพร้อมกัน..." ราชันย์สุริยะเอ่ยขึ้น "นั่นคือปรากฏการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอีกสามวันข้างหน้า!"
"ถ้าอย่างนั้น เราก็ต้องไปที่วิหารแห่งกาลเวลาเดี๋ยวนี้!" อัคคีคำราม
"แต่เราจะรับมือกับราศีพิฆาตทั้งหมดได้อย่างไร!" อรีส (ราศีเมษ) ถาม "พวกเขาแข็งแกร่งกว่าเรามาก!"
"เรามีพลังลูกแก้วราศีระดับ 5 แล้ว และเรามี 'พันธะ' ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าที่พวกเขาจะเข้าใจได้" เมษาตอบ "แต่เราต้องใช้ 'กลยุทธ์' และ 'ปัญญา' ของเราในการเอาชนะพวกเขา"
พวกเขาหารือกันอย่างเร่งด่วน โดยมีเมษาเป็ผู้วางกลยุทธ์ ออโรร่าวิเคราะห์จุดอ่อนของราศีพิฆาตแต่ละคน มาเรียค้นคว้าตำราโบราณเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม บาลานซ์วางแผนการรับมือกับพลังของราศีพิฆาต ลูคัสวางแผนการโจมตีระยะไกล เอลิน่าและลูน่าวางแผนการป้องกันและเยียวยา อรีสและอัคคีเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีและป้องกันแนวหน้า
ในยามค่ำคืน ก่อนที่พวกเขาจะออกเดินทางสู่การต่อสู้ครั้งสุดท้าย อัคคีและเมษาได้มาคุยกันสองต่อสองในสวนของปราสาท
"เส้นทางข้างหน้าจะอันตรายที่สุดเท่าที่เราเคยเจอมาค่ะท่านอัคคี" เมษาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวลเล็กน้อย
อัคคีจับมือเมษาไว้แน่น ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "ข้ารู้... แต่ข้าเชื่อในตัวเ้า... และเชื่อในตัวพวกเราทุกคน"
เมษาส่งยิ้มบางๆ ให้เขา "ข้าก็เชื่อเช่นนั้นค่ะ... ตราบใดที่เรายังคงอยู่เคียงข้างกัน"
พวกเขาเงยหน้าขึ้นมองดวงดาวที่ส่องประกายเต็มท้องฟ้า ราวกับดวงดาวเ่าั้กำลังให้กำลังใจพวกเขา
"ถึงเวลาแล้ว" อัคคีกล่าว "ได้เวลาที่เราจะแสดงให้ราศีพิฆาตเห็นว่า 'ความสมบูรณ์แบบ' ที่แท้จริงนั้นไม่ได้อยู่ที่การปราศจากอารมณ์ แต่คือ 'หัวใจ' ที่กล้าหาญ... 'ปัญญา' ที่จะเข้าใจ... และ 'พันธะ' ที่เชื่อมโยงเราไว้ด้วยกัน!"
ในวันรุ่งขึ้น เหล่าผู้พิทักษ์แห่งดวงดาวทั้งสิบสองคน ได้เดินทางมุ่งหน้าสู่ 'วิหารแห่งกาลเวลา' สถานที่ซึ่งการต่อสู้ครั้งสุดท้ายเพื่อกำหนดชะตากรรมของโลกเอเธเรียสกำลังจะอุบัติขึ้น