CEO สาวแห่งโลกลมปราณ

    ตอนที่ 36 : คุณชายตระกูลหลี่

            ‘เมืองมังกรฟ้า’

            บนถนนเส้นทางใจกลางเมือง รถม้าของซิ่วอิงที่มีหยูฮัวเป็นสารถี กำลังวิ่งผ่านโรงเตี๊ยมตระกูลหลิน มุ่งหน้ากลับจวนจวนสกุลจ้าว

            ในทันใดนั้น.. กลับมีชาย 2 คนกระโดดลงมาขวางรถม้าเอาไว้

            " หยุ๊ดดด.."

            หยูฮัวตะโกนเสียงดังด้วยความมตกใจ พร้อมกับพยายามบังคับรถม้าให้หยุด ถึงจะตกใจแต่ไม่นานนางก็บังคับรถม้าหยุดลงจนได้ ซิ่วอิงใช้พลังปราณประคองคนอื่นๆที่อยู่ในรถ สายตาจ้องเขม็งออกไปภายนอกรถอย่างไม่พอใจ

            ด้านนอกหยูฮัวมองไปยังชาย2 คนที่ขวางถนน แล้วถามขึ้นเสียงดัง

            “ พวกท่านเป็นใคร.. เหตุใดถึงมาขวางรถม้าเช่นนี้”

            “ คุณชายของข้าต้องการพูดกับเจ้า..”

            ชายหนุ่มหนึ่งในสองพูดขึ้นด้วยท่าทางหยิ่งผยอง

            “ คุณชายท่านเป็นใคร.. ข้าไม่รู้จัก”

            “ ฮ่ะๆๆ คุณชายข้าคือ ‘คุณชายหลี่’ อย่างไรละ.. หรือเจ้าลืมไปแล้ว”

            “ อะไรนะ.. คุณชายหลี่”

            หยูฮัวอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อได้ยินชื่อคุณชายของพวกมัน

            “ ทีนี้เจ้าคงนึกได้แล้วสินะ..”

            ซิ่วอิงที่นั่งฟังอยู่ในรถม้า เธอรู้สึกโกรธตั้งแต่มีคนมาบังคับให้หยุดรถม้าอย่างกะทันหัน แต่ที่ยังไม่รีบออกมาเพราะอยากรู้จุดประสงค์ของพวกมัน เมื่อได้ยินคำว่า 'คุณชายหลี่' เธอก็นึกขึ้นมาได้ทันที เพราะตอนที่สอบถามพ่อบ้านเหลียน เขาเคยบอกว่าคุณชายตระกูลใหญ่ ต้องการให้หยูฮัวเป็นนางบำเรอ ซึ่งน่าจะเป็นคุณชายหลี่คนนี้นี่เอง

            “ หึ.. คนพวกนี้.. ท่านยาย หยวนเอ๋อร์.. ทุกคนอยู่ในรถม้าข้าจะจัดการพวกมันเอง”

            ซิ่วอิงเอ่ยเสียงเย็นอย่างไม่พอใจ ก่อนจะบอกน้องสาวกับคนอื่นในอยู่ในรถ จากนั้นถอดหน้ากากออกไม่ต้องการปกปิดใบหน้าอีกต่อไป เพราะต้องการเปิดเผยตัวตนต่อหน้าผู้คนอยู่พอดี ตอนนี้ข่าวของเธอคงจะขยายไปทั่วเมืองแล้ว แต่ยังไม่มีใครได้เห็นตัวจริงของเธอ หรืออาจจะเห็นแต่ไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร

            ‘พรึ่บบ’

            ร่างสูงเพรียวในชุดจอมยุทธสีแดงเข้มจากรถม้า สร้างความฮือฮาแก่ผู้คนที่ยืนดูเหตุการณ์ เมื่อเห็นใบหน้าอันงดงามของซิ่วอิง พวกเขาต่างพูดคุยสอบถามถึงที่มาของเธอด้วยความสนใจ 

            ซิ่วอิงไม่สนใจเสียงรอบข้าง เดินช้าๆไปหาชายฉกรรจ์ทั้งสอง แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา

            “ พวกเจ้าเป็นใคร.. มาขวางรถม้าของข้าด้วยเหตุใด” 

            ชายฉกรรจ์ทั้งสองคนเห็นรูปร่างและหน้าตาอันงดงามของซิ่วอิง ถึงกับมองอย่างตื่นตลึงจนลืมที่จะตอบคำ ครู่นึงพวกมันทั้งคู่ตั้งสติได้ ชายหนึ่งในสองจึงพูดว่า

            “ คุณชายของข้าต้องการคุยกับคนของเจ้า..”

            “ หากข้าไม่ให้นางไปละ..”

            ซิ่วอิงเอ่ยเสียงเข้ม

            “ เจ้ารู้หรือไม่.. คุณชายของข้าคือคุณชายหลี่ตงเหวิน บุตรชายตระกูลหลี่แห่งเมืองมังกรฟ้า..”

            ชายอีกคนนึงกล่าวออกมา ท่าทีเย่อหยิ่งไม่เห็นผู้ใดอยู่ในสายตา

            “ ข้าไม่อยากรู้.. พวกเจ้าถอยออกไปได้แล้ว..” 

            น้ำเสียงของซิ่วอิงยิ่งพูดยิ่งแข็งกร้าวขึ้น สองมือกำแน่นพยายามข่มกลั้นโทสะ เพราะอีกสองสามวันตนเองจะเปิดร้านขายโอสถ จึงไม่ต้องการขัดแย้งกับใครในตอนนี้ 

            แต่แล้ว.. ขณะที่ซิ่วอิงพยายามอดกลั้นไม่อยากมีเรื่อง กลับมีเสียงของอาซ่วนพูดออกมาจากด้านในรถม้า

            “ พี่สาว.. ผู้ชายสองคนนี้เป็นคนทำร้ายยายข้า แล้วแย่งชิงเอาเงินของเราไปเจ้าค่ะ..”

            “ หือ.. เป็นพวกเจ้านี่เองที่ทำร้ายหญิงชราและแย่งเงินไป.. ในเมื่อเป็นเช่นนี้ข้าคงจะปล่อยพวกเจ้าไปไม่ได้แล้ว..”

            ซิ่วอิงเอ่ยวาจาเย็นเยือก ใบหน้างดงามเต็มไปด้วยความกราดเกรี้ยว

            “ ฮ่ะๆๆ.. สาวน้อยที่แต่งตัวเหมือนผู้ชายอย่างเจ้านี่นะ.. จะ.. ”

             ‘เพี้ยะ’

             ‘เพี้ยะ’

            ยังไม่ทันที่ชายคนนั้นจะกล่าวจบคำ เสียงฝ่ามือกระทบหน้าอย่างแรงดังลั่นไปทั้งถนน ชายฉกรรจ์ทั้งสองคนปลิวกระเด็นออกไป นอนแน่นิ่งเลือดกลบปากอยู่ข้างทางนั่นเอง

            ในเวลานั้นเอง.. พลันมีเสียงแผดลั่นดังขึ้นจากในโรงเตี๊ยม

             “หยุดนะ..”

            สิ้นเสียงอันดังก้อง ร่างของชายสองคนกระโดดลงจากโรงเตี๊ยม มายืนประจันหน้ากับซิ่วอิงบนถนน ชายวัยกลางคนปล่อยแรงกดดันระดับยอดยุทธขั้นสูงออกมา ก่อนจะพุ่งเข้าหาซิ่วอิงพร้อมฟาดฝ่ามือใส่อย่างรุนแรง

            ‘พรึ่บบ’

            ซิ่วอิงมองการกระทำของชายผู้นั้นด้วยแววตาโกรธเกรี้ยว ใช้มายาเร้นเงาหายวับไปจากสายตา แล้วไปปรากฏตัวด้านข้างชายคนนั้น ก่อนจะฟาดฝ่ามือเข้าใส่อย่างรุนแรง

             ‘ปังงงง’

             ‘อ๊ากก’

            ‘โคร๊มม’

            ร่างของชายวัยกลางคนผู้นั้น กระเด็นออกไปปะทะกับร้านค้าข้างทางอย่างจัง เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด เลือดแดงสดพุ่งกระฉูดจากปากกระจายเต็มพื้นถนน ท่ามกลางความตกตะลึงของคุณชายหลี่ และผู้คนมากมายที่ยืนดูอยู่รอบบริเวณ

            พวกเขาไม่คิดว่าเด็กสาวหน้าตางดงาม แต่งกายด้วยชุดจอมยุทธสีแดงเข้ม แต่ดูแล้วไม่มีพลังปราณใดๆ กลับมีฝีมือสูงส่งและลงมืออย่างรุนแรงเด็ดขาดเช่นนี้

            ‘ภายในโรงเตี๊ยมตระกูลหลิน’

            ในห้องส่วนตัวชั้นสองของโรงเตี๊ยมตระกูลหลิน ชายหนุ่มรูปงามวัยประมาณ20ปีคนนึง ยืนดูเหตุการณ์บนถนนอยู่ริมหน้าต่าง แล้วเอ่ยเรียกชายวัยกลางคนที่นั่งจิบชาอยู่

            “ ท่านอา.. มาดูนี่สิ.. สาวน้อยคนนั้นทั้งงดงาม ทั้งร้ายกาจมากเชียวละ..”

            ชายวัยกลางลุกขึ้นมาดูตามคำบอกของชายหนุ่ม ก่อนที่ทั้งสองจะดูเหตุการณ์ด้วยความสนใจ

     

            ‘บนถนนหน้าโรงเตี๊ยมตระกูลหลิน’

            “ จะ เจ้า.. เจ้ากล้าทำร้ายคนของข้า” 

            คุณชายหลี่เมื่อหายจากอาการตะลึง เอ่ยขึ้นมาเสียงสั่น

            “ หึ.. เป็นเขาจะทำร้ายข้าก่อน เหตุใดข้าจึงลงมือตอบโต้เขาไม่ได้ ” 

            ซิ่วอิงกล่าวด้วยถ้อยคำดุดัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยการกดขี่ข่มแหง ด้วยเธอมีความความโกรธเคือง ต้องการจะลงโทษพวกเขาอยู่แล้วนั่นเอง

            “ เอ่อ..”

            คุณชายหลี่พูดอะไรไม่ออก ขนาดคนติดตามเขาอยู่ในระดับยอดยุทธขั้นสูง โดนนางฟาดทีเดียวถึงกับแน่นิ่งไม่รู้เป็นตายร้ายดี ในเมื่อจะสู้ก็ไม่กล้าสู้จึงทำเฉไฉ เดินไปดูอาการของคนติดตาม พบว่าบาดเจ็บสาหัสจนสิ้นสติไปแล้ว

            คุณชายหลี่หันกลับมามองซิ่วอิงด้วยสายตาโกรธขึ้ง พวกเขาเป็นคนตระกูลใหญ่ 1 ใน 4 ของเมือง ไม่เคยมีใครกล้าลงมืออย่างไม่เกรงกลัวมาก่อน เด็กสาวที่งดงามคนนี้เป็นคนตระกูลใดกัน ถึงได้กล้าลงมือรุนแรงเช่นนี้ จึงเอ่ยถามขึ้นว่า

            " เจ้าเป็นใคร.."

            " ข้าไม่จำเป็นต้องบอกเจ้า.."

            ซิ่วอิงเอามือไพล่หลังตอบอย่างไม่สนใจ

            " หึ..เจ้า.."

            " ก่อนหน้านี้.. เจ้าบอกว่าต้องการคนของข้า เจ้าหมายความเช่นไร"

            " นางเคยเป็นสาวใช้บ้านข้า ข้าเพียงอยากได้ตัวนาง"

            คุณชายหลี่บอกความต้องการของตน

            " เจ้าขายครอบครัวนางเป็นทาสไปแล้ว.. ข้าซื้อตัวพวกนางมา เจ้าไม่มีสิทธิ์ในตัวนางอีกแล้ว "

            ซิ่วอิงแค่นเสียงกล่าว มองชายหนุ่มด้วยสายตาดูหมิ่นไม่ปิดบัง

            " หากข้าต้องการ ทุกอย่างต้องได้.."

            " น่าขัน.. เช่นนั้นก็เข้ามา"

            ซิ่วอิงกล่าวอย่างไม่ไว้หน้า แต่คุณชายหลี่กลับยืนนิ่งงัน ด้วยไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป จะต่อสู้ก็ไม่กล้าจะปล่อยไปง่ายๆก็เสียหน้า แล้วขณะที่เขากำลังหาทางออกอยู่นั้นเอง

            ทันใดนั้น..

            " ใครบังอาจทำร้ายคนตระกูลหลี่.. "

            พร้อมกับเสียงตวาดลั่นที่ดังออกมา ร่างของชายสูงวัยผู้หนึ่งทะยานเข้ามายืนเคียงข้างคุณชายหลี่

            " ท่านลุงกวง.. ท่านต้องจัดการนังผู้หญิงคนนี้ มันบังอาจทำร้ายคนของข้า"

            คุณชายหลี่เมื่อเห็นผู้อาวุโสของตระกูล ความหวาดหวั่นที่ผ่านมาหายไปหมดสิ้น กล่าววาจาด้วยท่าทีเย่อหยิ่งเช่นเดิม

            อาวุโสคนนั้นมองซิ่วอิงอย่างแปลกใจ แล้วเอ่ยถามขึ้น

            " เจ้าเป็นใคร.."

            " ในเมื่อพวกเจ้าอยากรู้.. ข้าจะบอกให้ทุกคนรับรู้ไปพร้อมกัน.. ข้าคือจ้าวซิ่วอิง.. นายน้อยตระกูลจ้าวอย่างไรละ.."

            สิ้นเสียงกล่าวอันดังของซิ่วอิง คนรอบข้างพลันส่งเสียงฮือฮาขึ้นมา จ้าวซิ่วอิง ‘นายน้อยตระกูลจ้าว’ ชื่อนี้พวกเขารับฟังมาหลายวันแล้ว แต่ไม่เคยพบเห็นหรือรับรู้ตัวจริง ถึงตอนนี้ทุกคนต่างคิดไปในทางเดียวกัน

            'ที่แท้.. นายน้อยจ้าวคือสตรีคนนึง ทั้งยังเยาว์วัยและงดงามถึงเพียงนึ้'

            ผู้อาวุโสกวงชะงักไปชั่วครู่ แล้วเอ่ยถามขึ้น

            " จ้าวซิ่วอิง.. หรือว่า.. เจ้าคือนายน้อยจ้าวคนนั้น.."

            " ไม่ผิด.. นายน้อยจ้าวคนนั้นคือข้าเอง"

            ซิ่วอิงเอ่ยวาจาเสียงดังได้ยินทั่วบริเวณ สองมือไพล่หลังเชิดหน้านิดๆมองไปยังกลุ่มคนที่ดูอยู่ ในที่สุดเธอบรรลุจุดประสงค์ที่อยากจะเปิดตัวได้เสียที

            " ท่านลุงกวง.. ท่านบอกว่านางคือนายน้อยจ้าว แล้วนายน้อยจ้าวคนนี้สำคัญอย่างไร.."

            คุณชายหลี่ผู้หมกมุ่นอยู่กับสุรานารี ไม่รู้ข่าวสารความเป็นไปในเมือง เอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัย

            " ‘นายน้อยจ้าว’.. คือผู้รักษาอาการป่วยของชินไป่หลงบุตรชายเจ้าเมือง และศิษย์หลักของสำนักมงกรฟ้าจนหายดี.. เจ้าเมืองชินถึงกับประกาศว่า นางคือผู้มีพระคุณของพวกเขา.. หากใครกล้าคิดร้ายต่อนาง เขาจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด "

            อาวุโสกวงบอกกล่าวเรื่องราวที่รับรู้มา แต่เรื่องที่ซิ่วอิงกำราบกลุ่มทหารรับจ้าง ยังไม่มีผู้ใดรู้แน่ชัด รู้แค่เพียงว่าเธอเข้าไปชิงตัวบิดาและออกมาเท่านั้น เนื่องจากซิ่วอิงให้ปิดเป็นความลับนั่นเอง

            " พวกท่านจะเอาอย่างไรว่ามา.. ข้ามีเวลาไม่มาก"

            " เจ้าทำร้ายคนตระกูลหลี่แล้วคิดจากไป มันไม่ง่ายดายแบบนั้น"

            อาวุโสกวงเอ่ยเสียงเข้ม พร้อมปล่อยแรงกดดันระดับปราณปฐพีขั้นสูงออกมา

            " เช่นนั้นท่านต้องการอะไร.."

            ซิ่วอิงกล่าววาจาท่าทีเรียบเฉย ไม่กลัวเกรงระดับพลังของเขาแม้เพียงนิด สองแขนที่ไพล่หลังลดลงข้างลำตัว เตรียมพร้อมรับการต่อสู้

            " เจ้าต้องขอโทษข้า และทิ้งนังผู้หญิงคนนั้นไว้ "

            คุณชายหลี่กล่าวด้วยถ้อยคำหยิ่งยโส ด้วยคิดว่าตนเองเหนือกว่า เพราะมีผู้อาวุโสของตระกูลอยู่กับตนเอง

            " หึๆ.. ให้ข้าขอโทษ อีกทั้งยังจะเอาตัวคนของข้า.. เจ้าคงไม่รู้เรื่องที่คนของเจ้า ปล้นชิงและทำร้ายผู้อื่นสินะ.. "

            ซิ่วอิงกล่าวพลางส่งสายตากราดเกรึ้ยว มองไปยังคุณชายหลี่กับผู้อาวุโสกวง

            " ปล้นและทำร้าย.. เจ้าพูดเหลวไหลอะไรกัน"

            คุณชายหลี่เอ่ยถามด้วยความสงสัย แต่ไม่กล้ารับประกันชายทั้งสองคน เพราะพวกมันเป็นเพียงลูกน้องปลายแถว คอยสอดส่องสาวๆมารายงานเขาเท่านั้น

            ซิ่วอิงไม่กล่าวอะไรกับพวกเขาอีก กลับหันไปมองในรถม้า แล้วเอ่ยขึ้น

            " อาซ่วน.. เจ้าออกมานี่ "

            สิ้นเสียงของซิ่วอิง ร่างของอาซ่วนเด็กหญิงตัวน้อย ค่อยๆลงมาจากรถม้าด้วยท่าทีหวาดกลัว ซิ่วอิงจึงพูดขึ้นว่า

            " อาซ่วน.. พี่สาวอยู่นี่เจ้าไม่ต้องกลัว บอกพี่สาวสิว่า.. ผู้ใดทำร้ายยายของเจ้าแล้วเอาเงินไป"

            " เป็นสองคนนี้เจ้าค่ะพี่สาว ข้าจำได้ดี"

            จบคำอาซ่วนชี้มือไปยังชายสองคน ที่นอนสลบเลือดกลบปากอยู่ข้างถนน

            แล้วในตอนนั้นเอง เสียงซุบซิบของชาวบ้านดังออกมา

            'อะไรกัน.. คนที่ปล้นยายขายขนมคือคนตระกูลหลี่หรือนี่..'

            'น่าสงสารนังหนูกับยายจริงๆ'

            'ใช่เด็กคนนี้ไม่โกหกหรอก.. ข้ารู้จักนางดี นางช่วยยายขายขนมอยู่ที่ตลาดนี่เอง'

            เสียงซุบซิบของชาวบ้านดังขึ้นเรื่อยๆ อาวุโสกวงขมวดคิ้วด้วยความกังวล หากเป็นดังเช่นเด็กน้อยพูด ตระกูลหลี่คงเสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก

            อาวุโสกวงเดินเข้าไปหาชายสองคนที่นอนสลบอยู่ ก่อนจะใช้ลมปราณทำให้ฟื้นขึ้นมา แล้วถามว่า

            " พวกเจ้าสองคนมองเด็กหญิงคนนี้.. แล้วบอกข้ามา.. เมื่อวานพวกเจ้าได้ปล้นเงินและทำร้ายยายของนางหรือไม่ "

            ชายอันธพาลทั้งสองมองไปยังเด็กหญิง แล้วพากันอ้ำอึ้งไม่กล้าพูด

            " บอกข้ามาเดี่ยวนี้ ว่าจริงหรือไม่.. "

            อาวุุโสกวงตวาดออกมาเสียงดังลั่น

            " เอ่อ.. ขะ ข้า.. พวกเราทำจริงขอรับ อภัยให้พวกเราด้วยขอรับผู้อาวุโส "

            ชายทั้งสองคนยอมรับออกมา พร้อมกับคุกเข่าโขกหัวกับพื้นไม่หยุด

             'เพี้ยๆ'

            อาวุโสกวงตบทั้งคู่จนเลือดกลบปาก ก่อนจะกลับไปมองซิ่วอิงแล้วเอ่ยขึ้นว่า

            " คนของข้าทำผิด ต้องขออภัยด้วย ข้าจะชดเชยให้พวกเจ้าทีหลัง.. ส่วนเจ้าพวกนี้ทำชื่อเสียงตระกูลหลี่เสียหาย ข้าจะนำพวกมันไปลงโทษให้หนัก.. เจ้าพอใจหรือไม่ "

            อาวุโสกวงกล่าวกับซิ่วอิง หากเป็นช่วงก่อนหน้าสักสองสามวัน เขาคงไม่ยอมเลิกราอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้ซิ่วอิงมีเจ้าเมืองหนุนหลัง เหตุการณ์จึงได้ต่างไป ตอนนี้เขาต้องยอมเสียหน้าไปก่อน จะเอาคืนทีหลังก็ยังไม่สาย

            " ได้.. ในเมื่อท่านกล่าวยอมรับ ก็ให้ทุกอย่างจบลงแค่นี้.. หากไม่มีอะไรพวกข้าขอตัวก่อน"

            ซิ่วอิงเอ่ยวาจายอมรับ เพราะตนเองไม่ต้องการให้เรื่องราวยืดเยื้อเช่นกัน

            " เดี๋ยว..ท่านลุงกวง.. แล้วที่นางทำร้ายคนติดตามของข้าละ จะเลิกรากันง่ายดายแบบนี้เลยหรือ.."

            คุณชายหลี่เอ่ยทักท้วงด้วยความไม่พอใจ

            " พอได้แล้วคุณชาย.. เรื่องทั้งหมดเป็นคนของท่านก่อขึ้น กลับกันได้แล้ว"

            กล่าวจบอาวุโสกวงคว้าร่างสองอันธพาลพาทะยานออกไปทันที คุณชายหลี่มองซิ่วอิงด้วยสายตาโกรธเคือง แต่จำใจประคองคนติดตามเดินจากไปเช่นกัน

            เมื่อเห็นว่าคนตระกูลหลี่ไปหมดแล้ว ซิ่วอิงให้ทุกคนขึ้นรถม้ากลับจวนทันที

            ความจริงซิ่วอิงทำไปเพื่อการค้าล้วนๆ อีกสองสามวันเธอจะเปิดร้านขายโอสถ หากสามารถทำให้ชาวเมืองรู้จักเธอมากเท่าใด ยิ่งเป็นผลดีกับการค้ามากเท่านั้น แล้วทุกอย่างเป็นอย่างเป็นไปตามที่เธอต้องการ ระหว่างที่เธอเผชิญหน้ากับคนตระกูลหลี่ มีคนหลายกลุ่มที่จับตาดูเหตุการณ์อยู่ตลอดเวลา 

            ‘ในที่สุดข้าก็ได้พบเห็นนายน้อยจ้าว ผู้โด่งดังในตลอด 3-4 วันที่ผ่านมา’

            ‘ที่แท้นายน้อยจ้าวผู้นี้กลับเป็นสตรี อีกทั้งยังเป็นสตรีสาววัย14-15 ปีที่งดงามยิ่งนัก’

            'ข้าเห็นด้วย เสียแต่ว่านางชอบแต่งกายเยี่ยงบุรุษ หากนางแต่งชุดสตรีจะงดงามเพียงใด'

     

            ‘ภายในห้องส่วนตัวโรงเตี๊ยมตระกูลหลิน’

            เมื่อรถม้าของซิ่วอิงจากไป ชายสองคนที่ยืนริมหน้าต่างดูเหตุการณ์เมื่อสักครู่ พากันกลับมานั่งที่โต๊ะเช่นเดิม ก่อนที่ชายสูงวัยกว่าจะเอ่ยขึ้นช้าๆ

            “ จ้าวซิ่วอิง.. นายน้อยจ้าว.. ตระกูลจ้าว ”

            “ มีเรื่องอะไรหรือท่านอา.. เหตุใดถึงเอ่ยชื่อนี้ขึ้นมา”

            ชายเยาว์วัยกว่าเอ่ยถามด้วยความสงสัย

            “ จ้าวซิ่วอิงคนนี้.. รูปร่างหน้าตาคล้ายคนที่ข้ารู้จักในอดีตไม่น้อย อีกทั้งชื่อตระกูลก็เหมือนกัน.. อืม.. น่าสนใจจริงๆ ” 

            ชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้นมา คล้ายกับรำพึงกับตนเองมากกว่าตอบคำถาม

            “ ใครหรือท่านอา..” 

            “ เจ้าไม่รู้จักเขาหรอก.. เขาคนนั้นเคยถูกกล่าวขานว่าเป็นอัจฉริยะของเมืองมังกรศักดิ์สิทธิ์ แต่เพราะเหตุใดเขาถึงได้หายตัวไป ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน.. ”

            “ ให้เงาไปสืบดีหรือไม่ท่านอา..”

            “ อืม.. ไว้กลับไปเมืองหลวงข้าจะให้คนไปสืบดู แต่ตอนนี้เราไม่มีเวลามาสนใจเรื่องอื่น.. ในเมื่อเรียบร้อยแล้วพวกเราไปกันเถอะ ”

            จากนั้นชายต่างวัยสองคนออกจากเมืองมังกรฟ้า มุ่งสู่จุดหมายที่วางแผนไว้ก่อนหน้า

     

    ………………………………

    คล้ายกับเรื่องCEO สาวแห่งโลกลมปราณ ที่คุณอ่าน