ศาสตร์จักรพรรดิมังกรครองพิภพ (จบ)

    ตอนที่ 53 คะแนนที่ทุบสถิติ

            แต่ละคนจ้องมองไปยังหลินตงอย่างหวั่นเกรง ชายหนุ่มคนนี้ที่เข้าร่วมการทดสอบกลับเหนือกว่านายน้อยของตระกูลเซินที่ทรงพลังนั้น ต้องบอกก่อนว่าตระกูลเซินที่ครอบครองหอกวายุศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ธรรมดา จิตยุทธรูปลักษณ์อาวุธของพวกเขาสามารถควบคุมสายลมได้อย่างใจนึง พวกเขาสามารถใช้มันเพื่อเพิ่มการเจาะทะลวงของปลายหอกให้ทรงพลังมากยิ่งขึ้น บอกเพียงแค่ว่าถ้าโดนโจมตีเข้าไปเต็มๆละก็ต่อให้จะมีพลังเพียงแค่จิตยุทธปรับแต่งก็สามารถสังหารผู้มีพลังสูงกว่าตนเองได้อย่างง่ายดาย


            แล้วชายหนุ่มผมสีเงินคนนี้มันมีดีอะไรที่เหนือยิ่งกว่าคนของตระกูลนั้น พวกเขาคิดยิ่งก็ยิ่งคาดหวังถึงเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นนี้


            เจ้าสำนักจิตวิญญาณเมื่อเห็นว่าได้เวลาแล้วก็ประกาศออกมา


            "ผู้ที่ได้อันดับหนึ่งในการทดสอบในครั้งนี้คือ หลินตง สังหารสัตว์อสูรไปทั้งสิ้นแปดร้อยเจ็ดคะแนน เป็นสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์นับตั้งแต่ที่มีการก่อตั้งสำนักขึ้นมาและแน่นอนว่าคะแนนสูงสุดที่ถูกบันทึกไว้นั้นมีเพียงแค่ห้าร้อยกว่าคะแนนเท่านั้น..!!"


            เสียงที่ดังกึกก้องของชายชรามันกระจายไปทั่วบริเวณแถมมันยังกระจายไปยังภายในสำนักอีกด้วยและวินาทีนั้นศิษย์ภายในสำนักคนอื่นๆที่รอคอยการทดสอบเสร็จเมื่อได้ยินก็ถึงกับตกใจกันยกใหญ่ ศิษย์น้องในรอบนี้มีตัวตนระดับสัตว์ประหลาดปรากฏตัวขึ้นมาแล้ว


            และเมื่อสิ้นเสียงของชายชรา ทุกคนที่อยู่ภายในลานกว้างก็เบิกตาโพรงอย่างตกตะลึง พวกเขาเหมือนจะฟังไม่ผิดถึงเรื่องคะแนน แปดร้อยกว่าคะแนน มันมากกว่าคุณชายตระกูลเซินเกือบหนึ่งเท่าตัว ถึงชคุณชายตระกูลเซินจะมีหอกวายุศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังแต่ทว่าก็ไม่สามารถเทียบเคียงได้กับชายหนุ่มผมเงินคนนี้เลยแม้แต่นิด


            "ซื้ดดดดดดด"


            ทุกคนได้แต่สูดหายใจเข้าลึกๆอย่างหวั่นเกรงพลางมองไปยังชายหนุ่ม ร่างเงาสีดำมืดพร้อมกับเส้นผมสีเงินที่กำลังก้าวเข้ามาอย่างอหังการ มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นอยู่หน่อยๆจนก่อเกิดเป็นเสน่ห์ที่ใครหลายๆคนต้องหลงใหล ทุกคนตอนนี้ทำได้เพียงแหวกทางให้กับชายหนุ่มที่กำลังเดินเข้ามา


            เซินฮ่าวกับหลี่เทียมองหน้ากันอย่างไม่อยากจะเชื่อ โดยเฉพาะกับหลี่เทียที่รู้ถึงพลังของตระกูลเซินดี แต่เขาก็ไม่คิดว่าคะแนนของชายหนุ่มคนนั้นกับนายน้อยตระกูลเซินคนนี้มันจะห่างชั้นกันซะจนเทียบไม่ติด ใครกันชายหนุ่มคนนี้เขาคือใคร ทวีปชิงหลงของเราบังเกิดผู้มีพรสวรรค์ระดับนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่


            ชายชราถึงกับพยักหน้าอย่างยินดี มีแต่ตัวของเขาเนี่ยแหละที่รู้ว่าหลินตงสังหารสัตว์อสูรไปมากมายขนาดนั้นได้ยังไง ถึงฝีมือการต่อสู้ซึ่งๆหน้าสำหรับชายหนุ่มนั้นตัวของเขาอาจจะยังไม่รู้แต่ทว่าในเรื่องการฝึกฝนสัตว์อสูร เพียงแค่ชายชรามองก็บอกได้เลยว่าไม่ธรรมดา


            วงแหวนสัญลักษณ์โบราณสีแดงเพลิงที่ปรากฏออกมาแม้แต่ตัวของเขาก็ยังไม่สามารถบอกได้ว่ามันคือวิชาบ่มเพาะอะไร โดยปกติแล้วผู้ฝึกฝนสัตว์อสูรพวกเขาจะใช้กระเป๋ามิติสัตว์อสูรกันซะส่วนมาก กระเป๋าใส่สัตว์อสูรนั้นถูกสร้างมาให้มีคุณสมบัติที่คล้ายคลึงกับแหวนห้วงมิติ แต่ทว่ามันดียิ่งกว่า มันสามารถใส่สัตว์อสูรที่ฝึกฝนให้เชื่องได้เข้าไปและสามารถพกพาไปไหนได้อย่างสะดวกสบาย


            เวลาไหนที่อยากจะต่อสู้หรือใช้งานมันพวกเขาก็เพียงแค่ส่งคลื่นพลังยุทธเข้าไปภายในกระเป๋าใส่สัตว์อสูร เพียงแค่นี้สัตว์อสูรที่อยู่ภายในห้วงมิติก็จะออกมาปรากฏกายอยู่เบื้องหน้าพวกเขาแล้ว เรียกได้ว่ามันสะดวกสบายซะจนไม่รู้จะบอกยังไง


            ส่วนของชายหนุ่มที่เขาเห็นกับตานั้นมันออกมาจากวงแหวนสีแดงเพลิง ไม่มีกระเป๋ามิติสัตว์อสูรและไม่มีอะไรทั้งนั้นราวกับว่าผุดขึ้นมาจากความว่างเปล่าเลยเชียวละ มันยิ่งตอกย้ำให้ชายชราเห็นถึงศักยภาพในการฝึกฝนสัตว์อสูรของเด็กคนนี้


            ขณะนั้นบนลานกว้างท่ามกลางแสงสว่างที่สาดส่องลงมาอย่างไม่หยุดนิ่ง หลินตงย้ำเท้าของตนมาอย่างไม่รีบร้อนท่ามกลางสายตาของทุกคนที่จ้องมองมา นัยน์ตาสีแดงเพลิงที่เป็นประกายช่วยให้ใครหลายคนที่เห็นต้องหลงใหล พวกเขาก็เพิ่งจะสังเกตเห็นว่าดวงตาของชายหนุ่มเสมือนกับเป็นดวงตาของสัตว์ร้ายเปลวเพลิงที่ทรงพลังยังไงยังงั้น


            หลี่เทียกับเซินฮ่าวชำเลืองมองไปยังด้านขวาของพวกตนอย่างจริงจัง หลินตงในตอนนี้ยืนอยู่เคียงข้างพวกเขาแล้ว ด้วยความสูงที่ไล่เลี่ยกันจึงทำให้ไม่ค่อยผิดแปลกไปจากพวกนัก


            "เจ้าน่ะ เป็นใครมาจากไหนหรอ..!!"


            หลี่เทียเหมือนจะอดใจสงสัยไม่ไหวเขาจึงได้เอ่ยถามออกมา


            ชายหนุ่มชำเลืองมองอยู่นิดๆพร้อมกับพูดขึ้น


            "คนจากหมู่บ้านที่ห่างไกลและเพื่งเข้าสู่โลกแห่งการฝึกฝนพลังยุทธ..!!"


            หลินตงตอบมันอย่างไม่สนใจพลางยักไหล่ออกมา ด้วยท่าทางของเขามันทำให้ใครหลายคนต้องคิ้วกระตุกและเมื่อทุกคนเมื่อได้ยินที่ชายหนุ่มพูดออกมาทั้งหมดแล้ว ใบหน้าของทุกคนถึงกับเหยเกอย่างช่วยไม่ได้ คนจากหมู่บ้านห่างไกลบ้านแกสิ มันจะต้องเป็นคนจากตระกูลที่ทรงพลังแน่ๆแถมประโยคหลังของมันนี่คืออะไรกัน เพิ่งเข้าสู่โลกแห่งการฝึกฝนพลังหรอ บัดซบ ถ้าจะดูถูกกันก็ให้มันน้อยๆหน่อย แล้วการที่สังหารสัตว์อสูรระดับหนึ่งไปถึงแปดร้อยตัวนี้มันคืออะไร ผู้ฝึกยุทธที่เพิ่งเข้ามาจะทำได้แบบนี้เหรอ


            แม้แต่เซินฮ่าวยังต้องอึ้งกับประโยคคำตอบนี้ ใบหน้าที่หล่อเหลาถึงกับทำอะไรไม่ถูก ความคิดต่างๆของเขาทั้งหมดถึงกับสูญสลายหายไปภายในทันที


            "เอาละๆ เรื่องพวกนั่นชั่งมันก่อนเถอะ เดียวหลังจากนี้ข้าจะแจกจ่ายรางวัลให้ เริ่มจากหลี่เทียที่ได้อันดับที่สาม"


            ชายชราที่เห็นว่ามันจะไปกันใหญ่แล้วก็พูดเบรกออกมาก่อนในทันที เขาค่อยๆโบกมือส่งขวดยาโปร่งแสงขนาดไม่ใหญ่มากออกมา ภายในมีเม็ดยาสีเขียวสดใสส่องสว่างอยู่นิดๆ


            "ผู้ที่ได้อันดับที่สามจะได้เม็ดยาปรับแต่งทะลวงร่างหนึ่งเม็ด มันคือเม็ดยาระดับสองที่มีส่วนช่วยให้ผู้มีพลังจิตยุทธปรับแต่งระดับสิบสามารถทะลวงขั้นขึ้นสู่ผู้มีพลังจิตยุทธวิญญาณได้โดยตรง เรียกสั้นๆว่าเม็ดยาทะลวงขั้น..!!"


            หลี่เทียที่รับมันมาก็ถึงกับเนื้อตัวสั่นเทา นัยน์ตาได้แต่ลุกวาวเมื่อมองไปยังเม็ดยาสีเขียวสดที่อยู่ภายในขวดบนฝ่ามือของเขา หัวใจของเขาเริ่มเต้นแรงขึ้นอย่างมากจนแทบจะกระดอนออกมา


            เม็ดยาปรับแต่งทะลวงร่างไม่คิดว่าเพียงแค่อันดับสามก็จะได้เม็ดยาระดับนี้แล้ว ต้องบอกก่อนว่าราคาของเม็ดยาระดับหนึ่งกับระดับสองนั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว เม็ดยาระดับหนึ่งส่วนใหญ่ใช้เหรียญทองเพียงแค่ไม่กี่เหรียญก็สามารถซื้อมันได้แล้วแต่ทว่าเม็ดยาที่อยู่


            ภายในฝ่ามือของเขานั้นมีราคาที่สูงมาก มันมีราคาถึงห้าสิบหินลมปราณยุทธระดับต่ำ แพงซะจนคนธรรมดาเช่นเขานั้นไม่อาจจะเอื้อมมันถึง


            เซินฮ่าวที่อยู่ข้างๆของหลี่เทียก็ยักไหล่ขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ เม็ดยาระดับสองแบบนี้ที่ตระกูลของเขามีมากมายนับไม่ถ้วนจึงทำให้เขาไม่ค่อยที่จะสนใจมันนักแต่ทว่ามันไม่ใช่กับคนอื่นๆนะสิ เพราะในตอนนี้ผู้ที่ผ่านการเข้าสำนักทำได้เพียงมองไปยังหลี่เทียอย่างอิจฉา แค่อันดับสามก็ได้ของล้ำค่าระดับนี้ แล้วอันดับสองกับอันดับหนึ่งละ ยิ่งพวกเขาคิดก็ยิ่งตื่นเต้นกันมากขึ้นเท่านั้น


    คล้ายกับเรื่องศาสตร์จักรพรรดิมังกรครองพิภพ (จบ) ที่คุณอ่าน