ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 134 ในที่สุดก็ถึงตาเขาบ้าง

            โหยวเสี่ยวโม่ “…”

            โหยวเสี่ยวโม่รู้ว่าน้ำปราณนั้นน่ากินแต่จะกินน้ำล้างตัวตัวเองไม่ได้ โดยเฉพาะน้ำที่ดูก็รู้ว่ามันสกปรก

            โหยวเสี่ยวโม่จำเป็นต้องสอนบทเรียนให้เจ้าสัตว์ปีศาจน้อยรู้จักรักสะอาดบ้าง

            แต่หมาป่าเลือดสีขาวนั้นปรับตัวเก่งเพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วยามหลังกำเนิด มันก็วิ่งได้แล้วและสิ่งที่มันชอบทำที่สุดก็คือวิ่งวนรอบตัวโหยวเสี่ยวโม่ราวกับกำลังวาดเขตพื้นที่ของตัวเอง แต่พื้นที่นี้จะเคลื่อนตัวตามโหยวเสี่ยวโม่

            ตอนนี้โหยวเสี่ยวโม่ว่างอยู่ยังดี แต่เมื่อไรที่จะทำอะไรสักอย่างมันก็จะกัดขากางเกงไม่ให้เขาได้ทำอะไร แต่พึ่งเกิดมาไม่ถึงวันเรี่ยวแรงของเจ้าสัตว์ปีศาจน้อยยังรั้งโหยวเสี่ยวโม่ไม่อยู่ดังนั้นจึงถูกลากไปกับโหยวเสี่ยวโม่

            หลายครั้งล้วนเป็นเช่นนี้ ท้ายสุดโหยวเสี่ยวโม่ทนไม่ไหวจึงอุ้มมันขึ้นมา จากนั้นใช้เชือกมามัดมันไว้ที่หลังเหมือนแบกทารกแล้วค่อยทำธุระ…

            หลายชั่วยามผ่านไปโหยวเสี่ยวโม่ที่ออกจากห้วงมิติทนไม่ไหวถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เขาไม่คิดว่าเจ้าสัตว์ปีศาจน้อยจะติดเขาแจ เสียดายที่พาออกมาไม่ได้ หากถูกใครพบเข้าคงแย่

            แต่โหยวเสี่ยวโม่ก็กลัวว่ามันจะวิ่งเล่นกระโดดไปเรื่อยจนทำแปลงหญ้าเซียนพังจึงจับมันขังไว้ในบ้าน ทั้งยังกำชับหนักแน่นว่าไม่ให้มันแตะต้องของในห้องเด็ดขาดไม่ได้สนใจว่ามันจะฟังรู้เรื่องหรือไม่ พูดจบก็ออกจากห้วงมิติ

            เรื่องการกำเนิดของเจ้าสัตว์ปีศาจน้อย โหยวเสี่ยวโม่อยากหาใครสักคนมาร่วมแบ่งปันเรื่องราวน่ายินดีนี้แต่นอกจากหลิงเซียว คนอื่นคงไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องรอหลิงเซียวเป็นคนมาหาเขาเอง

            วันนี้เขาไม่ได้ขังตัวเองไว้ในห้องเพื่อหลอมยา แต่ตรงไปเรือนหญ้าเซียน

            จากครั้งก่อนที่ไปรับหญ้าเซียนมาผ่านไปร่วมหนึ่งเดือนแล้วแม้ว่าเขาจะไม่ต้องการหญ้าเซียนขั้นสองแล้ว แต่ก็ต้องแสร้งทำส่วนความจริงที่ว่าเขาเป็นนักหลอมโอสถขั้นสามแล้ว เขายังไม่อยากบอกใคร

            เมื่อถึงเรือนหญ้าเซียน โหยวเสี่ยวโม่ไม่เห็นจ้าวต๋าตันคนที่เฝ้าเรือนหญ้าเซียนอยู่กลับมาเป็นอาจารย์ลุงจ้าวเหมือนเดิมนั่งประจำที่ราวกับพระอาจารย์ตรงโต๊ะหน้าชั้นวาง ด้วยนิสัยของสองพ่อลูกไม่ค่อยจะเหมือนกันเท่าไร

            โหยวเสี่ยวโม่เดินเข้ามา จ้าวเจินเห็นเขาแล้วสายตาเผยรอยยิ้มบางๆ

            เมื่อพูดถึงท่าทีของจ้าวเจินที่มีต่อโหยวเสี่ยวโม่นั้นนิ่งเฉยแต่ต่างจากคนอื่นที่ดูแคลนโหยวเสี่ยวโม่

            อย่างน้อยที่สุดเขาก็ไม่เคยชักสีหน้าอะไรให้โหยวเสี่ยวโม่มาก่อน อีกทั้งบางทีก็ทำเป็นหลับตาข้างหนึ่งกับเขาจ้าวเจินอาจไม่ใช่คนที่ให้ความสนิทสนมกับโหยวเสี่ยวโม่เป็นคนแรก แต่ก็เป็นคนที่ทำให้โหยวเสี่ยวโม่รู้สึกดีด้วย

            คงเพราะฟังเรื่องราวจากจ้าวต๋าตัน จ้าวเจินนานๆทีจึงเริ่มเอ่ยทักทายเขาก่อน

            “มาได้จังหวะพอดี ได้ยินตันเอ๋อร์บอกว่าเจ้านั้นหาเงินจากการหลอมยาเป็นประจำงั้นรึ ทำไมล่ะ ไม่พอใช้รึ?” จ้าวเจินเอ่ยหน้าชื่นมื่น

            โหยวเสี่ยวโม่งงเล็กน้อย แต่ก็รีบพยักหน้าจากนั้นก็ลูบหัวตัวเองท่าทีเขินอาย พูดความจริงออกมาไม่ได้ จึงต้องปล่อยให้อาจารย์ลุงจ้าวเข้าใจผิดไปก่อน

            จ้าวเจินไม่ได้ถามเขาว่าจะเอาเท่าไรแต่กลับบันทึกรับหญ้าเซียนจำนวนสองเดือนให้เขาเองนี่ต่างจากกฎที่เขาเคยบอกกับโหยวเสี่ยวโม่ ดังนั้นเมื่อโหยวเสี่ยวโม่เห็นตัวเลขนี้สายตาประหลาดใจ

            “อาจารย์ลุงจ้าว ท่านเขียนผิดรึเปล่าเป็นหนึ่งเดือน ไม่ใช่สองเดือน?” โหยวเสี่ยวโม่มองในใบบันทึกการรับหญ้าเซียนตัวเลขทั้งหมดหนึ่งพันแปดร้อยถ้วนของจำนวนสองเดือน ตัวเลขนี้ไม่น้อยเลย

            “ถูกต้องแล้ว เรื่องของตันเอ๋อร์อาจารย์ลุงต้องขอบใจเจ้า ตั้งแต่เขายอมฟังคำชี้แนะของเจ้าเขาก็ทำผลงานที่ข้าสั่งได้ดีขึ้นเรื่อยๆ พลังปราณวิญญาณก็เพิ่มขึ้นไม่น้อยเชื่อว่าอีกไม่นานเขาคงใกล้เลื่อนขั้นเป็นนักหลอมโอสถขั้นสี่ได้แน่” เมื่อพูดถึงลูกตัวเอง ใบหน้าจ้าวเจินก็อ่อนโยนขึ้นมากทีเดียว

            โหยวเสี่ยวโม่ก็พอเดาออกว่าเพราะสาเหตุนี้แต่เขาเองก็ไม่กล้ารับไว้ “อาจารย์ลุงอันที่จริงนั่นเป็นเพราะความพยายามและความแน่วแน่ของศิษย์พี่ห้าเอง ไม่ได้เกี่ยวกับข้านักหรอกแต่จำนวนของสองเดือนมันมากไปจริงๆ ไม่ถูกกฎเรือนหญ้าเซียนด้วยหากท่านต้องแหกกฎเพราะข้า อีกหน่อยคงจัดการส่วนรวมยากศิษย์พี่ท่านอื่นคงไม่พอใจเป็นแน่”

            เขาไม่อยากต้องให้อาจารย์ลุงจ้าวมารับโทษเพราะตัวเองอีกอย่างสำหรับเขาแล้ว การถูกลงโทษนี่ไม่ได้จำเป็นเลย

            “ขอเพียงเจ้าไม่พูด ไม่มีใครรู้หรอกเรื่องการตรวจสอบยอดสิ้นเดือนเจ้าไม่ต้องห่วง” จ้าวเจินส่ายหัวพูดเสียงหนักแน่นราวกับว่าเป็นคำพูดที่เขาเตรียมการไว้ก่อนแล้ว

            โหยวเสี่ยวโม่จึงรับน้ำใจไว้ด้วยความจำใจจัดการเก็บหญ้าเซียนหนึ่งพันแปดร้อยต้นลงถุงเก็บของ ตอนนี้เขากลับรู้สึกว่าตัวเองติดค้างน้ำใจพวกเขาแทน

            เมื่อกล่าวขอบคุณจ้าวเจินเสร็จโหยวเสี่ยวโม่เก็บถุงของแล้วเดินออกจากเรือนหญ้าเซียน

            เขาไม่ได้กลับห้องทันที แต่เปลี่ยนทิศไปทางหอคัมภีร์การลงโทษสามวันผ่านพ้นไปแล้ว เขาสามารถไปหอคัมภีร์ได้แล้ว

            ครั้งที่แล้วโดนลงโทษดังนั้นโหยวเสี่ยวโม่จึงทันดูเนื้อหาเกี่ยวกับสัตว์ปีศาจขั้นสูงแค่เล่มเดียวขั้นกลางนั้นยังเหลืออีกหลายเล่ม ครั้งนี้เขาตั้งใจว่าจะดูเล่มที่เหลือให้จบ

            เมื่อถึงหอคัมภีร์ เหล่าหน่วยคุ้มกันชุดเกราะไม่รู้ไปตั้งแต่ตอนไหนคงเพราะหนอนบ่อนไส้ถูกจับได้แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องเฝ้าอย่างเข้มงวดต่อไป

            โหยวเสี่ยวโม่เดินเข้าหอคัมภีร์อย่างง่ายดายไม่มีอะไรขวางผู้อาวุโสซุนมองมาทางเขาทันที สายตานั่นราวกับกำลังบอกว่า “ทำไมเจ้าถึงพึ่งมา” คงเพราะจากครั้งก่อนที่เกิดเรื่องนั้นผ่านมาไม่เพียงแค่สามวันผู้อาวุโสซุนนึกว่าเขาจะมาตั้งแต่วันแรกหลังการลงโทษ

            โหยวเสี่ยวโม่ลูบจมูกเก้ๆ กังๆ

            เขาไม่อาจบอกผู้อาวุโสซุนได้ว่าหลายวันมานี้เพราะเขาเอาแต่คิดถึงเจ้าสัตว์ปีศาจน้อยจนลืมเรื่องนี้ไปแล้ว

            ผู้อาวุโสซุนก็ไม่ได้จะถามเรื่องพวกนี้อยู่แล้วยื่นป้ายให้เขาแล้วชำเลืองมอง ท่าทางเฉยชาเหมือนแต่ก่อนแต่โหยวเสี่ยวโม่กลับรู้สึกว่า อันที่จริงผู้เฒ่าคนนี้ก็ดีกับเขาอยู่เหมือนกัน

            หยิบแผ่นป้ายแล้วเดินขึ้นชั้นสองฝั่งตะวันตกโหยวเสี่ยวโม่เห็นคนด้านในยืนอยู่ไม่น้อย

            จากที่เข้าใกล้การเปิดแดนสวรรค์วิมานแล้วคนมากมายต่างวิ่งเข้าหอคัมภีร์กัน แม้หอคัมภีร์จะเน้นความสงบเงียบแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีคนคุยกัน มีหลายคนที่เบียดอยู่มุมเดียวกันแล้วคุยเงียบๆ

            โหยวเสี่ยวโม่เดินเข้าไปชั้นวางแถวแรก บนชั้นวางมีตำราเกี่ยวกับสัตว์ปีศาจกองอยู่เพียบสายตานิ่งเฉยพลันเปลี่ยนเป็นดีใจ เห็นทีคงผ่านช่วงพลุกพล่านไปแล้วดังนั้นตอนนี้จึงไม่ค่อยมีคนมายืนอ่านตำราเกี่ยวกับสัตว์ปีศาจ

            คิดเช่นนี้แล้ว เขาก็รีบเดินไปกวาดตามองชั้นวางตำราขั้นที่สองแล้วเห็นตำราที่เขากำลังมองหา เยอะกว่าตำราสัตว์ปีศาจขั้นต่ำเสียอีกมีทั้งหมดหกม้วน แต่หนึ่งในนั้นเขาเคยอ่านแล้วเล่มหนึ่ง

            โหยวเสี่ยวโม่ยื่นมือไปหยิบอีกห้าม้วนที่เหลือ จู่ๆด้านข้างก็มีมือยื่นมาแล้วหยิบตำราสัตว์ปีศาจขั้นกลางที่เขาหมายตาไว้ไปหมด

            โหยวเสี่ยวโม่เงยหน้ามองเจ้าของมือนั้น เป็นคนที่เขาไม่รู้จัก

            ดูจากเสื้อผ้าของชายคนนี้ เหมือนจะเป็นศิษย์แขนงการต่อสู้เมื่อเห็นชายคนนั้นก็เผยรอยยิ้มที่เสแสร้ง ช่างเป็นรอยยิ้มไม่เป็นมิตรและน่ารังเกียจจนยากที่จะเมิน

            โหยวเสี่ยวโม่เหงื่อซึม เขาเหมือนจะไม่รู้จักเขาคนนี้นี่นา

            เรื่องจริงคือชายคนนี้ไม่เคยเจอโหยวเสี่ยวโม่มาก่อนจริงแต่เขารู้ว่าคนนี้คือโหยวเสี่ยวโม่ เพราะว่าเขาคือเพื่อนซี้ของหลี่จวิ้นนั่นเอง

            เมื่อเห็นโหยวเสี่ยวโม่มีท่าทีสงสัยรอยยิ้มบนใบหน้าชายคนนี้ก็จางลง จากนั้นเอ่ยกับเขาน้ำเสียงแหบกระด้าง “โหยวเสี่ยวโม่ เป็นเพราะเจ้าหลี่จวิ้นจึงเข้าหอคัมภีร์ไม่ได้หนึ่งปี เจ้านี่ลูกไม้เยอะจริงนะไม่เพียงแต่ศิษย์พี่ใหญ่ที่คอยปกป้องเจ้า ไหนจะมีผู้อาวุโสซุนคอยให้ท้ายอีก”

            เพราะว่าเข้าหอคัมภีร์ไม่ได้ เลยยืมตำราสัตว์ปีศาจไม่ได้ดังนั้นจึงต้องอาศัยคนอ่านให้หลี่จวิ้นฟัง มิฉะนั้นเขาอย่าได้หวังเลยว่าจะได้รู้เนื้อหาเกี่ยวกับสัตว์ปีศาจในหนึ่งปีนี้ทว่าอีกไม่นานแดนสวรรค์วิมานก็จะเปิด ดังนั้นเรื่องนี้จึงส่งผลกับหลี่จวิ้นอย่างใหญ่หลวง

            เมื่อได้ยินคำพูดที่ไม่พอใจเพราะเพื่อนแล้วโหยวเสี่ยวโม่พลันขำอย่างหน่ายใจ

            ชายคนนี้เห็นเขาขำ ใบหน้าพลันนิ่งลงมาก “เจ้ายิ้มอะไร?”

            โหยวเสี่ยวโม่ขมวดคิ้วมองเขาแล้วเอ่ย “เหมือนว่าท่านจะเข้าใจผิดนะที่ศิษย์พี่หลี่ถูกลงโทษเป็นเพราะเขาทำผิดกฎหอคัมภีร์ หากเขาไม่ได้ทำผิดกฎก่อนเขาก็คงไม่ได้รับผลลัพธ์เช่นนี้”

            แม้ว่าเขาจะไม่ชอบมีเรื่องกับใครแต่ก็ไม่ชอบให้ใครมาโบ้ยความผิดที่เขาไม่ได้ทำแบบนั้นทำให้รู้สึกว่าตัวเองกำลังแบกรับความผิดแทนคนอื่นอยู่เรื่องแบบนี้เขาได้รับจากน้องชายมามากพอแล้ว

            ชายคนนั้นถูกเขาตอกกลับจนหน้าซีดแต่ที่พูดมาก็คือความจริงทั้งนั้น

            โหยวเสี่ยวโม่เห็นเขาไม่พูด ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรต่อจากนั้นหยิบตำราอื่นจากชั้นวาง ขณะหันหลังกลับก็ชนเข้ากับกำแพงเนื้อเนื้อนั้นหาใช่เนื้อจริง แข็งจนจมูกเขาแทบหัก แต่ไม่ทันห่วงความเจ็บก็รีบเอ่ยขอโทษ “ขอโทษขอรับ ข้าไม่ได้ตั้งใจ…”

            “เหอะๆ!” ทันใดนั้นก็มีเสียงหัวเราะอารมณ์ดีดังขึ้น

            เสียงหัวเราะนี้ช่างคุ้นเหลือเกิน!

            โหยวเสี่ยวโม่รีบเงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาของกำแพงกล้ามนั้นก็อุทาน “ศิษย์พี่หลิง? ท่านมาอยู่นี่ได้ยังไง?” โชคดีที่เขายังจำได้ว่าที่นี่คือหอคัมภีร์ดังนั้นเมื่อโพล่งออกมาก็รีบกดเสียงเบาลงทันควัน

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841