ขณะที่คมดาบค่อย ๆ หันเข้าใส่ชายชรานั้น ซีว่างถึงแม้จะความจำเสื่อมแต่ร่างกายของมันยังจดจำในสิ่งที่มันมีได้
มันเร่งพุ่งกายออกไปตามสัญชาตญาณกางแขนกางขาทำตัวให้ใหญ่ที่สุดที่มันพอจะทำได้
ดาบที่ถูกเหวี่ยงลงมาพลันกระทบเข้ากับร่างเนื้อที่แข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า ตัวดาบพลันบิดงอตามร่างกายของชายหนุ่มไม่อาจเฉือนร่างเนื้อของผู้ที่อยู่ตรงหน้าได้แม้แต่น้อย
เจ้าพวกขี้เมาเห็นดังนั้น ต่างตื่นตะลึงสร่างเมาในทันทีดวงตาเบิกโพลงแสดงออกมาด้วยความตื่นตระหนกที่พวกมันประสบพบเจอ
‘ ยอดฝีมือ!! '
“ บังอาจนัก!! , พวกเจ้ากล้าลงไม้ลงมือ..ต่อท่านลุงของข้า!!”วาจาที่เปล่งออกมานั้น เป็นสิ่งที่ฝังอยู่ในกมลสันดานของชายหนุ่มขณะที่มันกล่าวออกมา มันยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าคำที่มันกล่าวออกมามีความหมายว่าอย่างไร
พวกขี้เมาทั้งสาม รีบเร่งทิ้งอาวุธของตนเอง ก่อนจะคุกเข้าหมอบคลานต่อบุรุษหนุ่มตรงหน้าก่อนจะเอ่ยวาจาขอร้องออกมา
“ ได้โปรดท่านผู้กล้า..ข้าไม่ทราบว่ามันคือสหายของท่าน , โปรดไว้ชีวิตพวกข้าด้วย” พวกมันตื่นกลัวต่อชายหนุ่มยิ่งนัก ความมึนเมาเมื่อครู่กลับจางหายไปจนหมดสิ้น
ซีว่างมิได้ขยับตัว มันเพียงแต่ส่งสายตาดุดันและแผ่จิตสังหารออกไปโดยไม่รู้ตัว
เจ้าขี้เมาทั้งสามคนต่างก้มหน้า มิกล้าเงยหน้าขึ้นมาแม้แต่น้อยจิตสังหารที่ปล่อยออกมาของชายหนุ่ม ทำให้พวกมันทั้งสามคนต่างตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
เมื่อชายชราเห็นดังนั้น มันจึงรีบออกปากขอร้องต่อชายหนุ่ม เกรงว่าถ้าเรื่องบานปลายจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้
“ หนุ่มน้อย..พอเถิด , ข้าไม่เป็นไร ”ชายชรากล่าวออกมาขณะที่ลุกขึ้นยื่นมองไปที่ชายหนุมอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
ก่อนที่ปีร์โล จะตวาดใส่เจ้าพวกขี้เมาทั้งสามออกไป “เร่งไสหัวไป..ก่อนที่น้องชายของข้า..จะลงมือต่อพวกเจ้า!! , แล้วอย่ากลับมาให้ข้าเห็นหน้าอีก
ถึงปีร์โลจะกล่าวมาเช่นนั้น แต่ด้วยวาจาที่เปล่งออกมาไม่ได้ออกมาจากปากของซีว่าง พวกมันทั้งสามจึงมิกล้าขยับตัวได้แต่ก้มมอบอยู่อย่างนั้น
ก่อนที่ชายชราจะอ้อนวอนต่อชายหนุ่ม ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “สหายน้อย..เจ้าปล่อยพวกมันไปเถิด , อย่าได้จองเวรต่อพวกมันเลย ”
ซีว่างพอได้ยินคำขอร้องของชายชรา จิตสังหารของมันจึงค่อย ๆ จางหายไปพร้อมกับอารมณ์ที่ค่อย ๆ สงบลง ก่อนจะเอ่ยเสียงลอดไรฟันออกไป “ไปให้พ้นหน้าข้า..ไป !! ”
เมื่อได้ยินดังนั้น พวกมันต่างรีบลุกขึ้น รีบวิ่งจากไปโดยมิได้หันมามองสักนิดพวกมันเกรงว่าหากอยู่รั้งรอ ชายหนุ่มผู้นี้อาจจะเปลี่ยนใจขึ้นมาในภายหลัง
“ข้ารู้ว่าเจ้าแข็งแรง..แต่ข้าไม่ทราบมาก่อนเลยว่าเจ้าจะเยี่ยมยอดถึงเพียงนี้ ! ! ”ปีร์โลกล่าวออกมาเสียงดัง น้ำเสียงของมันนั้นมีความสุขอย่างมาก
ซีว่างเพียงนิ่งเงียบ มิได้ตอบอะไรกลับไปเพราะมันก็ไม่รู้เช่นกันว่าตนเองเมื่อครู่ ตนเองทำอะไรลงไป
“ ช่างเถิด..ช่างเถิด , นี่ก็ใกล้เวลาอาหารเที่ยงแล้ว..เจ้าเข้าไปพักผ่อนก่อนเถิด, ข้าจะหาอะไรให้เจ้าทาน ” ชายชรามองตรงมาที่ซีว่างถึงแม้ตัวมันจะมีความกังขาและกังวลต่อตัวชายหนุ่มอยู่บ้างแต่ในเมื่อมันยื่นมือช่วยเหลือตนเอง ชายชราจึงมิได้ระแวงสงสัยอะไรมากนัก
ก่อนที่ชายชราจะมองมาที่ ปีร์โลก่อนเอ่ยปากสั่งต่อบุตรของตนเอง “เจ้ามาช่วยข้าทำอาหาร , ข้ารู้ว่างานทั้งหมดวันนี้..เจ้าใช้แต่มันเพียงผู้เดียว, ฉะนั้นเลิกขี้เกียจแล้วตามข้ามา ”ชายชรากล่าวออกมาด้วยเสียงที่กดดันเล็กน้อยก่อนจะเดินหลังค่อมนำไปทางด้านขวาของตัวบ้าน
“ เจ้าเข้าไปพักผ่อนเถิด..เจ้าเหนื่อยมามากแล้ว ”ปีร์โลยิ้มให้ซีว่าง ก่อนจะกำมือชกไปที่อกของชายหนุ่ม ก่อนจะกล่าวว่า “ โชคดีจริงๆ ที่เจ้าฟื้นขึ้นมาในวันนี้ ” พอกล่าวจบมันจึงรีบเดินตามชายชราไปในทันที
ซีว่างยืนนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น พร้อมเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าสีคราม‘ ข้าเป็นใคร... ’ มันยืนอยู่ตรงนั้นเนิ่นนาน ไม่ทราบว่าเวลาผ่านไปเท่าใดตลอดเวลาที่เลยผ่าน มันพลันพยายามคิดสิ่งต่าง ๆ พยายามนึกถึงเรื่องราวต่าง ๆแต่ก็มิได้นำพา
‘ นายของข้า... ’ แต่จู่ ๆ ก็มีเสียงดังขึ้นมาภายในหัวของซีว่าง
“ อ๊ากกกก..หัวข้า..หัวข้า ”เมื่อเสียงนั้นดังเข้ามาในหัวของชายหนุ่มดั่งกับมีคนเอาหินก้อนใหญ่ทุบเข้าไปในหัวของมัน
ซีว่างทรุดลงไปกองกับพื้น พร้อมกับเอามือกุมหัวร่างกายบิดงอพร้อมกับดิ้นทุรนทุราย “ ออกไป..ออกไปจากหัวข้า... ”เสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เสียงดังลั่นเสียจนผู้ที่ทำอาหารทั้งสองคนต่างรีบวิ่งออกมาดู จนมิมีเวลาดับไฟ หรือยกอาหารออกจากไฟที่กำลังลุกไหม้
“ พามันเข้าไปข้างใน! !” เสียงชายชราร้องออกมาอย่างตื่นตระหนก
ด้านปีร์โลรีบวิ่งเข้าไปเอามือช้อนเข้าไปใต้รักแร้ของชายหนุ่มทั้งสองข้าง มันมิสามารถอุ้มอย่างถนัดมือได้เพราะตอนนี้ชายหนุ่มดิ้นออกมาอย่างรุนแรง และแรงของชายหนุ่มนั้นมีมากมายเสียด้วย
แต่พวกมันก็สามารถลากชายหนุ่มกลับมาข้างในตัวบ้านก่อนจะวางลงไว้บนเตียงอย่างทุลักทุเล
“ หัวข้า!! หัวข้า!! เอามันออกไป!! ”เสียงที่ร่ำร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดแทบจะขาดใจ
สองพ่อลูกก็ได้แต่จ้องมองอาการของชายหนุ่มอย่างสงสารแต่พวกมันก็ไม่สามารถเข้าไปช่วยอะไรชายหนุ่มได้ ได้แต่มองด้วยสายตาที่สิ้นหวัง
“ ทำอย่างไรดีท่านพ่อ..เพราะอะไรมันถึงเป็นเช่นนี้.. ”ปีร์โลกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรน
“ ข้าก็ไม่ทราบ.. , ข้าอยู่ดูโลกหลายสิบปี.. , ข้าก็พึ่งเคยเห็น..คนที่ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดถึงเพียงนี้” ชายชรากล่าวออกมาอย่างจนปัญญา
เมื่อเวลาผ่านไปเสียงชายหนุ่มค่อย ๆ เบาลงและเงียบไปในที่สุดแต่ถึงเสียงจะเงียบไป แต่ร่างกายของมันกลับไม่นิ่งตามไปด้วยมันยังดิ้นไปดิ้นมาอย่างอ่อนแรง
.
.
.
‘ นายของข้า..ฟื้นเถิด ’เสียงบางสิ่งบางอย่างปลุกชายหนุ่มให้ฟื้นขึ้นจากการหลับใหล
ชายหนุ่มรีบดีดตัวขึ้นมา ก่อนจะพบกับความมืดจากภายในบ้านหลังซอมซ่อเนื่องจากเวลานี้มืดมากแล้วทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างภายในบ้านมืดจนแทบจะไม่เห็นสิ่งอื่นใดมีเพียงแสงจากแสงจันทร์ที่รอดผ่านหน้าต่างเท่านั้น ที่ทำให้พอเห็นของต่าง ๆอย่างเลือนราง
ที่ข้างกายมันมีบุรุษวัยกลางคนนอนอยู่ในสภาพนั่งหลังพิงเก้าอี้ข้างกายมันมีถังน้ำกับผ้าที่เปียกหมาด ๆ วางอยู่
แต่ชายหนุ่มก็มิทราบว่าพวกมันเอาของแบบนั้นมาวางไว้ทำไมให้เกะกะทางเดินก่อนที่มันจะพยายามยกถังใบนั้นออกไปอย่างแผ่วเบาแต่ด้วยความมืดที่ทำให้เห็นพื้นแถวนั้นอย่างเลือนราง จึงทำให้มันวางถังน้ำใบนั้นทับไปที่ฝ่าเท้าของชายฉกรรจ์ผู้นั้น จนถังใบนั้นล้มลงน้ำข้างในไหลออกใส่เท้าของมันจนสะดุ้งตื่นขึ้นมา
“ ฝนตก!! ท่านพ่อฝนตก !! ”เมื่อรู้สึกถึงความชื้นแฉะที่แทรกซึมเข้ามายังปลายเท้า มันรีบตะโกนร้องลั่นจนปลุกบิดาของมันที่กำลังหลับใหลอยู่บนเตียง ผวาตื่นขึ้นมา
“ อะไรอะไรอะไร !! ” ชายชราสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าที่มึนงงแต่มันก็ไม่เห็นอะไรเลยแม้แต่น้อยด้วยความแก่ชราของตัวมันเองและความมืดมิดภายในบ้าน
มันจึงรีบจุดตะเกียงที่วางอยู่ตรงหัวนอนของตนเองก่อนที่แสงดวงไฟจะเผยความกระจ่างภายในบ้านต่อสายตาพวกมัน
“ เจ้าฟื้นแล้ว.. , ข้าเป็นหัวเจ้าแทบแย่ ”ชายชรายิ้มออกมาขณะที่มองไปที่ชายหนุ่ม ก่อนจะหันไปกล่าวถามต่อบุตรชายของมัน“แล้วเจ้าโวยวายอะไรของเจ้า , ข้ากำลังฝันดีอยู่..พลันทำให้สหายน้อยสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วย..เจ้าเห็นไหม!!”
ปีร์โลถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่แสดงสีหน้าเอ๋อเหรอออกมาก่อนที่จะมองไปที่พื้นที่เปียกโชก “ โวะ..ข้าก็นึกว่าฝนตก , ที่แท้ถังน้ำหกใส่ขาข้า”
ซีว่างได้แต่นิ่งเงียบไม่ได้พูดอะไรออกมามองไปที่บุรุษตรงหน้าที่กำลังใช้ผ้าผืนนั้นเช็ดน้ำที่หกอยู่
“ เป็นอย่างไร..เจ้าไม่เป็นอะไรแล้วใช่หรือไม่ ? ” ชายชรากล่าวถามต่อชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วง
ซีว่างเพียงพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวถามออกไป “ เกิดอะไรขึ้น? , ข้าจำได้เพียงว่ามีเสียงบางอย่างเพียกหาข้า”
“ ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร..เห็นแต่เจ้าร้องโอดโอย..ปวดหัว..ปวดหัว , ข้าต้องคอยเฝ้าเจ้าทั้งคืน..หลังข้าระบมไปหมดแล้วเจ้ารู้ไหม!!” ปีร์โลบ่นออกมาทันที ก่อนจะลุกขึ้นมาดัดหลังของตนเองจนมีเสียงดังกอบดังแกบออกมา
“ ช่างเถิด..ช่างเถิด , เจ้าไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ” ชายชรากล่าวออกมาก่อนที่จะมองไปนอกหน้าต่าง
“ พระอาทิตย์ใกล้จะขึ้นแล้ว.. ” ชายชรากล่าวค้างไว้ก่อนที่จะมองไปที่บุตรชายของมัน “ เจ้าเลิกบ่นพึมพำ..แล้วไปรดน้ำพืชผักได้แล้ว , ส่วนเจ้าสหายน้อย, เจ้าพักผ่อนต่อเถิด.. , ถึงเวลาอาหารเช้า..ข้าจะเรียกเจ้าอีกที” ชายชรากล่าวออกมาอย่างห่วงใย ก่อนจะลุกแล้วเดินหลังค่อมไปที่โต๊ะตรงข้างประตู
“ ถุงนี่ของเจ้า , มันติดตัวเจ้ามาด้วยแต่ข้าไม่กล้าเปิดดู , ของข้างในอาจทำให้เจ้านึกอะไรได้บ้าง ” ก่อนที่ชายชราจะยื่นให้ต่อซีว่าง “เชิญเจ้าดูได้ตามสบาย..ข้าออกไปทำงานของข้าก่อน ”แล้วชายชราก็เดินหลังค่อมจากไปพร้อมกับบุตรชายของมัน
ซีว่าถือถุงในมือก่อนจะพลิกไปพลิกมามันเปิดปากถุงล้วงมือเข้าไปข้างใน ก่อนจะหยิบของออกมาดูทีละชิ้น
ของแต่ละชิ้นมันทำให้รู้สึกคุ้นเคยอยู่บ้างแต่มิได้ทำให้มันนึกอะไรออกเลยแม้แต่น้อย
ก่อนที่มันจะหยิบดาบเล่มหนึ่งออกมา มันเป็นดาบที่มีสีม่วงตัวดาบแหว่งเว้าอย่างกับดาบพิการซีว่างพลิกไปพลิกมาตรวจสอบดาบเล่มนี้อย่างถี่ถ้วนก่อนที่ตัวดาบจะเปล่งแสงสีม่วงออกมา พร้อมกับมีเสียงดังเข้ามาในหัวของชายหนุ่ม
‘ นายของข้า !! ’
ซีว่างตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ก่อนจะปล่อยดาบตกลงบนเตียง
เมื่อชายหนุ่มปล่อยมือออกจากดาบ แสงของดาบเล่มนั้นก็พร่าเลือนจางหายไปในทันที
ชายหนุ่มรู้สึกมึนงงสงสัยต่อสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนจะใช้นิ้วของตนเองเขี่ย ๆดาบเล่มนั้นดั่งกับมันเป็นของที่สกปรกโสโครกอย่างหนึ่ง
ก่อนจะปรากฏแสงสีม่วงอ่อน ๆ ออกจากตัวดาบอย่างริบหรี่พร้อมกับข้อความที่ไม่ชัดเจนเข้ามาในหัวของชายหนุ่ม ‘..ดิ......นส..ย..าร..ตา....า..า ’
ชายหนุ่มรีบชักมือออกจากตัวดาบดั่งกับของที่มันเขี่ยอยู่มีกระแสอัสนีอยู่ในนั้น
มันจ้องเขม็งไปที่ตัวดาบ คิดพินิจไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสูดหายใจลึก ๆ ยื่นมือเข้าไปจับที่ตัวดาบเต็มไม้เต็มมือ
‘ เดินสวนสายธาราตามหาข้า !! ’ข้อความเต็มประโยคผุดเข้ามาในหัวของชายหนุ่มแต่ครานี้ซีว่างมิได้ปล่อยมือออกจากดาบ
มันทำสติของตนเองให้มั่นคงพยายามรอฟังว่าเสียงลึกลับจะกล่าวอะไรเพิ่มเติมหรือไม่..แต่ก็ไม่มีอะไรเพิ่มเติมอีกเลย
‘ เดินสวนกระแสธารา? , ตามหาเจ้า..เจ้านี่หมายถึงใคร? ’ หลังจากหลับใหลมาเนิ่นนาน พอฟื้นขึ้นมาก็จำอะไรไม่ได้แถมตอนนี้ยังมีเสียงแปลกประหลาดบอกให้ตามหามันอีก
วันนี้มีแต่เรื่องที่ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกสับสนและมึนงงเป็นอย่างยิ่ง
‘ หากตามหาเจ้าแล้วทำให้ข้าได้คำตอบ..คงต้องลองเสี่ยงดู.. ’ก่อนที่มันจะเก็บของทุกสิ่งอย่าง เข้าไปในถุงมิติเช่นเดิม ก่อนจะลุกออกจากเตียงเดินตรงไปที่ประตู หางตาของมันพลันเห็นกระบี่ดำเล่มหนึ่งมันจึงคว้ากระบี่เล่มนั้นใส่ลงไปในถุงมิติ
มันจำได้ว่ากระบี่เล่มนี้เป็นของมัน จากคำบอกเล่าของปีร์โลก่อนที่มันจะเปิดประตู ก็มีคนเดินสวนมันเข้ามาเสียก่อน
อันเดรอาชายชราผู้อ่อนโยน เดินสวนเข้ามาพอดีก่อนจะเอ่ยถามชายหนุ่มด้วยความสงสัย “ เจ้าจะไปไหนรึ ? ”
ในมือของชายชรานั้น ถือถ้วยชามอาหารเดินเข้ามาพอดีหวังที่จะนำอาหารมาให้ชายหนุ่มผู้น่าสงสารทานก่อน จะได้พักผ่อน
“ ข้าต้องไปที่หนึ่ง.. ”ชายหนุ่มกล่าวออกไปพร้อมกับเดินสวนชายชราออกไปที่หน้าประตูก่อนจะหันกลับมากล่าวกับชายชรา “ เหมือนมีบางอย่างที่ข้าต้องทำ ”ก่อนที่มันจะหันหลังแล้วเดินต่อไป
ชายชราเร่งวางของที่มันถือมาลงบนพื้น ก่อนจะยื่นมือที่เหี่ยวแห้งคว้าไปที่ไหลชายหนุ่ม
“ ตะ ตอนนี้เลยรึ ? ” ชายชรากล่าวออกมาด้วยเสียงที่สั่นเครือ
“ ตอนนี้ ” ซีว่างกล่าวออกมาก่อนจะหลบสายตาของชายชราที่มองมาที่ตนเอง มันรู้สึกดีกับที่นี่อย่างมากแต่มันก็ยังอย่างที่จะรู้ว่าตนเองเป็นใคร มันจึงต้องทำแบบนี้
ชายชราพยักหน้าอย่างเข้าอกเข้าใจก่อนจะปล่อยมือของตนเองออกจากหลังของชายหนุ่มกล่าววาจาออกมาด้วยเสียงที่เศร้าสร้อยเล็กน้อย “หากไปแล้วไม่พบอะไร..เจ้ากลับมาได้ทุกเมื่อ , ที่นี่ต้อนรับเจ้าเสมอ ”
ซีว่างถึงกับก้าวขาไม่ออก ก่อนจะหันไปมองชายชราที่อยู่ด้านหลังมองออกไปด้วยสายตาที่ตื้นตัน “ ข้าจะไม่ลืมความหวังดีของท่านเลย.. ”ก่อนที่มันจะเร่งเดินออกไป เพราะกลัวว่าหากรั้งอยู่ต่อเพียงครู่หนึ่งมันอาจจะไม่อยากจากชายชราผู้นี้ไปเป็นแน่แท้
พอคิดได้ดังนั้น มันพลันเร่งฝีเท้าของตนเอง วิ่งไปตามแนวลำธารไม่เหลียวหลังกลับมองไปเลยสักนิด ‘ ข้าจะไม่ลืมบุญคุณพวกท่านเลย ’
.
.
.
หลังจากออกวิ่งตามแนวน้ำไหลได้ราว 1 ชั่วยามมันก็ต้องหยุดลงพร้อมกับมองไปข้างหน้าด้วยความหนักใจ
เหตุที่มันหยุด เพราะทางข้างหน้าของมันนั้นเป็นทางแยกสามทางแล้วทุกทางต่างเป็นทางที่น้ำไหลลงมาทั้งหมด
‘ ข้าต้องไปทางไหน ? ’ ตอนนี้ชายหนุ่มกลับรู้สึกว่าทางข้างหน้าของมันดั่งกับทางตัน มันไม่รู้ที่จะเริ่มเดินทางไปตรงไหนก่อน ซ้าย ขวา หรือตรงกลาง
ชายหนุ่มกังวลว่าถ้าเดินผิด มันอาจจะไม่มีโอกาสให้แก้ตัวได้อีกเลย
ก่อนที่มันจะล้วงมือเข้าไปในถุงมิติของตนเอง หยิบดาบสีม่วงออกมาเพื่อหวังว่าเสียงลึกลับนั้น จะบอกใบ้อะไรบางอย่างต่อตัวมันได้
แต่มันก็ต้องผิดหวัง ตัวดาบไม่มีปฏิกิริยาแสดงอะไรออกมาเลยก่อนที่มันจะเปิดถุงมิติออก เพื่อหวังจะเก็บดาบเข้าไปข้างใน
ฟุ๊บ !!
มีอะไรบางอย่างวิ่งตัดหน้าของชายหนุ่มไป พร้อมกับดาบในมือของมันที่หลุดออกจากมือของตนเอง
“ ดาบข้า!! ” ซีว่างร้องออกมาก่อนจะมองไปตามทาง ที่สิ่งนั้นวิ่งผ่าน
---------------------------------------
เนื้อเรื่องอาจดูอืดหน่อยเน้อ..ผมต้องการปูปมให้ซีว่างผูกพันกับครอบครัวนี้, แต่เอ๊ะ..ปูไว้ทำไมหว่า:)
ปล.วันนี้ปล่อยก่อนเวลาเน้อ..กลัวลืมกดปล่อยตอน