ASTERRA
ภาค I — ดาวดวงแรกแห่งเซเลสเทรีย
ตอนที่ 10 — คนที่จำเขาได้ (2)
การต้อนรับอย่างเป็ทางการกินเวลาไม่นาน
แกร์ริกรับ่เื่คณะผู้แทนและเอกสารจากราชสำนัก เซลีนจัดการห้องพักกับคนของเอเลนา ส่วนลูเซียนได้รับคำสั่งอย่างสุภาพแต่ชัดเจนให้เข้าไปด้านในก่อนอากาศจะทำให้อาการแย่ลง
เขาไม่เถียง
ส่วนหนึ่งเพราะชายโครงเริ่มตึงขึ้นจริง ๆ
อีกส่วนเพราะเอเลนามองเขาอยู่ และเขามีความรู้สึกว่าถ้ายืนยันจะยืนต่อ นางคงไม่ลังเลที่จะเข้าข้างเซลีน
ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งสองจึงได้คุยกันโดยไม่มีคนอื่นอยู่ในห้อง ประตูยังเปิดแง้มตามมารยาท และมีคนรับใช้อยู่ไม่ไกลจากทางเดิน
เตาผิงให้ความร้อนอยู่ด้านหนึ่ง หน้าต่างกระจกสูงมองออกไปเห็นสวนซึ่งถูกหิมะปกคลุม โต๊ะเตี้ยระหว่างเก้าอี้สองตัวมีชาและขนมวางไว้โดยยังไม่มีใครแตะต้อง
เอเลนายืนอยู่ข้างหน้าต่าง
ลูเซียนไม่ได้รีบพูด
ั้แ่นางมาถึง เขาเห็นความคุ้นเคยในรายละเอียดเล็ก ๆ หลายอย่าง ทั้งวิธีพูดกับเซลีนและการเดินผ่านทางเดินโดยแทบไม่ต้องมองว่าควรไปทางไหน แม้แต่ตอนคนรับใช้ถามว่า้าใช้ห้องรับรองใด นางก็รู้ว่าห้องนี้อยู่ด้านไหนของคฤหาสน์
นางเคยมาที่นี่
หลายครั้ง
ส่วนเขากลับรู้จักนางเพียงจากชื่อที่ได้ยินเมื่อคืน
เอเลนาหันมา
“ท่านเซลีนบอกเื่ของเรากับเ้าแล้วหรือ?”
“ถ้าหมายถึงเื่หมั้นหมาย บอกแล้ว”
“เมื่อไร?”
“ก่อนเ้ามาถึงไม่นาน”
เอเลนาถอนหายใจเบา ๆ “สมกับเป็ท่านเซลีน”
“ข้าเริ่มชินแล้ว”
รอยยิ้มบางปรากฏขึ้นบนใบหน้านาง ก่อนความเงียบจะกลับมาอีกครั้ง
ลูเซียนนั่งลงก่อนเมื่อร่างกายเริ่มเตือนว่าเขายืนมามากพอแล้ว เอเลนาสังเกตเห็น แต่ไม่ได้พูดอะไร นางนั่งลงฝั่งตรงข้าม
ระยะห่างระหว่างเก้าอี้ทั้งสองไม่มาก
แต่ความเงียบทำให้มันดูกว้างขึ้น
เอเลนามองเขาอยู่ครู่หนึ่ง
“เ้าจำข้าไม่ได้จริง ๆ หรือ?”
ไม่มีเหตุผลให้โกหก
“ไม่ได้”
นิ้วของนางวางนิ่งอยู่บนตัก
“แม้แต่นิดเดียว?”
ลูเซียนนึกถึงความรู้สึกตอนเห็นนางลงจากราชรถ นึกถึงชื่อของนางเมื่อคืน
“ไม่มีความทรงจำ” เขาตอบ “แต่บางครั้ง...มีความรู้สึกเหมือนข้าควรรู้จักบางอย่าง”
เอเลนามองเขานิ่งขึ้น “เช่น?”
“ชื่อของเ้า”
บางอย่างคล้ายความหวังวาบขึ้นในดวงตาของนาง
“เมื่อคืนตอนท่านแม่บอกชื่อเ้า ข้ารู้สึกว่ามันไม่ควรเป็ชื่อที่ได้ยินเป็ครั้งแรก แต่ไม่มีอะไรตามมา”
สิ่งที่วาบขึ้นเมื่อครู่จางลง
“ขอโทษ”
เอเลนาส่ายหน้า
“เื่นั้นไม่ใช่สิ่งที่เ้าต้องขอโทษ”
ลูเซียนนิ่งไปครู่หนึ่ง
“ข้าได้รับการบอกว่า่หลังระหว่างเรา...ไม่ดีนัก”
เอเลนามองเขา “นั่นเป็คำพูดที่สุภาพมาก”
“ข้าคิดเช่นนั้นเหมือนกัน”
ลมหายใจคล้ายเสียงหัวเราะหลุดจากนางเบา ๆ แต่ไม่ทันกลายเป็รอยยิ้ม
ลูเซียนมองถ้วยชาบนโต๊ะ ก่อนกลับมาหานาง
“ท่านแม่ไม่ยอมบอกว่าเกิดอะไรขึ้น”
“นางทำถูกแล้ว”
“ข้าก็คิดอย่างนั้น”
คราวนี้เอเลนาดูประหลาดใจจริง ๆ
“เ้าไม่อยากรู้หรือ?”
“อยาก”
“แต่ไม่ถาม?”
“ถามได้” ลูเซียนตอบ “แต่ข้าไม่อยากให้คนอื่นเล่าเื่ของเ้าแทนเ้า”
เอเลนามองเขานิ่งขึ้น “เ้าคิดเช่นนั้นจริงหรือ?”
“เื่อะไร?”
“ว่าข้าควรเป็คนเลือกว่าจะเล่าหรือไม่”
“มันเป็เื่ของเ้าด้วยไม่ใช่หรือ?”
นางเงียบไป
“เมื่อก่อนเ้าไม่ตอบแบบนั้น”
ลูเซียนมองนาง “เมื่อก่อน?”
เอเลนาไม่ได้ตอบคำถามนั้น
เขาจึงไม่ไล่ตาม
“ถ้าเ้า้าบอก ข้าจะฟัง”
สายตาของนางเคลื่อนไปยังสวนด้านนอก หิมะบางส่วนกำลังร่วงจากกิ่งสน
เวลาผ่านไปหลายวินาที
“ไม่ใช่วันนี้”
“ตกลง”
เอเลนาหันกลับมามองเขา
“แค่นั้น?”
“เ้าบอกว่าไม่ใช่วันนี้”
นางเงียบอยู่ครู่หนึ่ง
“เ้าเปลี่ยนไปมาก”
“ดีขึ้นหรือแย่ลง?”
นางมองเขาเหมือนยังไม่ยอมตัดสินง่าย ๆ
“ข้ายังไม่รู้”
ลูเซียนพยักหน้า “ข้าว่านั่นยุติธรรมดี”
เอเลนาเลิกคิ้ว “เ้าไม่โกรธหรือ?”
“เื่ที่เ้ายังไม่แน่ใจในตัวข้าหรือ?”
“เื่ที่ข้าไม่ยอมตอบคำถามของเ้า”
ลูเซียนส่ายหน้า “เ้าบอกว่าไม่ใช่วันนี้ ข้าก็ไม่มีเหตุผลต้องบังคับให้เ้าพูด”
เอเลนามองเขาอยู่นานกว่าปกติ ก่อนละสายตาไปทางถ้วยชา
ลูเซียนไม่ได้ถามว่านางกำลังคิดอะไร
เขาเอื้อมมือไปหยิบถ้วยชา อาการตึงใต้ชายโครงแล่นขึ้นจนมือต้องหยุดชั่วขณะ
“เ้ายังเจ็บ”
แน่นอนว่านางเห็น
“ไม่มาก”
“เมื่อครู่เ้าไม่ได้ทำหน้าเหมือนคนที่เจ็บไม่มาก”
“ถ้าข้าเคยถูกแทงจริง ๆ ข้าอาจมีมาตรฐานเปรียบเทียบที่ดีกว่านี้”
สีหน้าของเอเลนาเปลี่ยนไป
“อย่าทำให้เื่ที่เ้าเกือบไม่รอดฟังเป็เื่เล็ก”
ลูเซียนชะงัก
“ตกลง”
นางยังมองเขาอยู่
เขาจึงวางถ้วยกลับลงที่เดิม
“เช่นนี้พอหรือยัง?”
“ยัง”
“ข้าเริ่มเห็นแล้วว่าการมีคู่หมั้นทำให้คนหนึ่งถูกสั่งได้มากขึ้น”
“ถ้าเ้าฟังหมอง่ายกว่านี้ก็คงไม่มีใครต้องสั่ง”
“ข้าฟัง”
เอเลนามองเขาอย่างไม่เชื่อ
“ข้ากลับทันทีที่เริ่มเจ็บเมื่อวาน”
“หลังจากเริ่มเจ็บ”
“นั่นเป็วิธีรู้ว่าควรกลับ”
“เพราะเ้าไม่เคยฟัง—”
เอเลนาหยุดกลางประโยค
ลูเซียนมองนาง
นางเบือนสายตาไปทางเตาผิง
เขายิ้มบาง ๆ “อย่างน้อยเื่นั้นดูเหมือนข้ายังเหมือนเดิม”
เอเลนาหันกลับมา มุมปากของนางยกขึ้นก่อนจะทันห้าม
“อย่าเพิ่งภูมิใจ”
“ข้ากำลังรวบรวมคุณสมบัติเดิมของตัวเองอยู่”
“ถ้าอย่างนั้นเ้าควรเตรียมกระดาษไว้หลายแผ่น”
ลูเซียนหัวเราะออกมาเบา ๆ แล้วต้องหยุดเมื่อชายโครงประท้วง
รอยยิ้มของเอเลนาหายไปทันที
“เห็นไหม?”
“ข้าเห็น”
“เ้าเจ็บ”
“ตอนนี้ข้ายอมรับแล้ว”
“กลับไปพัก”
ลูเซียนมองนางซึ่งลุกขึ้นยืนตรงหน้า
“เ้ามาถึงไม่ถึงชั่วโมงก็เริ่มออกคำสั่งข้าแล้วหรือ?”
“ข้าทำมานานกว่านั้นมาก”
คำตอบหลุดออกมาเร็วพอ ๆ กับประโยคก่อนหน้า
เอเลนานิ่ง
ลูเซียนก็เช่นกัน
ครั้งนี้ไม่มีใครหัวเราะ
เพราะสิ่งที่อยู่ระหว่างคำพูดนั้นคือเวลาหลายปีที่ยังอยู่ในความทรงจำของนางเพียงฝ่ายเดียว
ลูเซียนลุกขึ้นช้า ๆ
“เอเลนา”
นางมองเขา
“ข้าไม่รู้ว่าระหว่างเราเคยเกิดอะไรขึ้น”
แววตาของนางระวังขึ้นเล็กน้อย “ข้ารู้”
“และข้าจะไม่ขอให้เ้าทำเหมือนมันไม่เคยเกิดขึ้น”
เอเลนาไม่ขยับ
ลูเซียนเว้นจังหวะก่อนพูดต่อ
“เื่หมั้นหมายก็เหมือนกัน ข้าไม่คิดว่าเราควรตัดสินอะไรเพียงเพราะข้าจำไม่ได้”
นางเงียบไปเล็กน้อย
“เ้า้าเวลา?”
“ข้าคิดว่าเราทั้งคู่ควรมีมัน”
“แม้เ้าจะไม่รู้จักข้าแล้ว?”
“เพราะข้าไม่รู้จักเ้าแล้วต่างหาก”
เอเลนามองเขานิ่ง
ลูเซียนพูดต่อ “ข้าไม่ควรตัดสินใจแทนเราทั้งคู่ในวันนี้”
เอเลนาเป็ฝ่ายละสายตาก่อน
“เ้าต่างจากที่ข้าจำได้จริง ๆ”
“ข้าเริ่มได้ยินประโยคนั้นบ่อยขึ้นแล้ว”
“ไปพักเถอะ ลูเซียน”
เขามองนางอีกครู่ ก่อนยอมถอย
“ขอรับ เ้าหญิง”
เอเลนาขมวดคิ้วทันที
ลูเซียนเปิดประตูออกไปพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ
อย่างน้อยเขาก็เริ่มรู้แล้วว่ามีวิธีใดทำให้นางแสดงสีหน้าออกมาตรง ๆ บ้าง
✦
มื้อเย็นทำให้ลูเซียนเข้าใจเื่หนึ่งชัดเจนขึ้น
เอเลนาไม่ได้เป็แขกของบ้านนี้ในความหมายปกติ
นางรู้ว่าแกร์ริกชอบพูดเื่งานระหว่างอาหารน้อยเพียงใด รู้ว่าเซลีนจะถามเื่การเดินทางซ้ำแม้จะได้คำตอบไปแล้ว และรู้ว่าประตูด้านตะวันตกของห้องอาหารเปิดแล้วจะมีลมลอดเข้ามาในฤดูหนาว
แม้แต่คนรับใช้ยังปฏิบัติต่อนางด้วยความเคารพที่เจือความคุ้นเคย
ไม่มีใครต้องถามว่านางดื่มชาแบบใด ถ้วยถูกวางลงตรงหน้าอย่างถูกต้องั้แ่แรก
ลูเซียนมองภาพเ่าั้โดยไม่ได้ถามอะไร
นี่ไม่ใช่ข้อมูลที่ใครเล่าให้เขาฟัง
มันเป็หลักฐานของเวลาที่เคยเกิดขึ้นจริง
เอเลนาเคยนั่งโต๊ะนี้ เคยพูดกับครอบครัวของเขา และเคยเป็ส่วนหนึ่งของชีวิตที่เขาจำไม่ได้
ส่วนเขากลับเป็คนเดียวที่ต้องเรียนรู้ทุกอย่างใหม่
ความรู้สึกนั้นไม่ได้เจ็บเสียทีเดียว มันคล้ายกลับมาอยู่ในบ้านที่ทุกคนยืนยันว่าเป็ของเขา ขณะที่เขากลับจำไม่ได้ว่าประตูแต่ละบานเคยพาไปที่ใด
หลังอาหาร คนรับใช้นำชามาวาง
ลูเซียนกำลังฟังแกร์ริกพูดถึงสภาพเส้นทางบนแนวเขา จึงไม่ได้สนใจตอนคนรับใช้ยกโถน้ำผึ้งขึ้น
“ไม่ต้องใส่ให้เขา”
เสียงของเอเลนาดังขึ้น
มือของคนรับใช้หยุด
ลูเซียนหันไปมองนาง
เอเลนาเองก็ดูเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าพูดอะไรออกมา
“ข้าไม่ชอบน้ำผึ้งหรือ?”
นางมองถ้วยชาตรงหน้าเขา “เ้าดื่มได้”
“แต่?”
“เ้าเกลียดรสหวานในชา”
ลูเซียนมองโถน้ำผึ้ง ก่อนมองกลับไปที่นาง
“แน่ใจ?”
เอเลนาสบตาเขา
“เื่นี้ข้าจำได้”
เขายกถ้วยขึ้นชิมโดยไม่เติมอะไร รสชาขมอ่อน ๆ ทิ้งความฝาดไว้ปลายลิ้น
ไม่มีความทรงจำใดกลับมา
มีเพียงรสชาตรงหน้า และความจริงเรียบง่ายว่าเขาชอบมัน
ลูเซียนวางถ้วยลง
“ดูเหมือนข้าจะต้องเชื่อเ้า”
เอเลนาเงียบไปครู่หนึ่ง
“เมื่อก่อนเ้าไม่ค่อยทำเช่นนั้น”
ลูเซียนไม่ได้ถามว่าเื่อะไร หรือเมื่อไร
เมื่อวาน อดีตของเขายังเป็เพียงสายตาระแวงของคนแปลกหน้าและเื่ที่ไม่มีใครอยากพูดตรง ๆ
คืนนี้มันนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
มีดวงตาสีทองอำพัน จำได้ว่าเขาดื่มชาอย่างไร และยังไม่ยอมบอกว่าเหตุใดครั้งหนึ่งเขาจึงทำให้นางเลิกเชื่อใจเขา
• • •