“สุดยอดไปเลย ไอ้คำว่าขั้นต้น มันคืออะไร ?” ชายหนุ่มที่เห็นคำต่อท้ายเคล็ดวิชาเกิดสงสัยเลยถามขึ้นมา
[“ตรงตามตัวอักษร ท่านสามารถทำความเข้าใจได้”] เสียงระบบดังขึ้นมาในหัวของชายหนุ่ม เดี๋ยวมันก็ดังในหัวเดี๋ยวก็ดังจากรอบด้าน ชวนปวดหัวเสียจริง!
“จะว่าไป ไหนจักรวาลในร่างกายล่ะข้าฝึกฝนมาตั้ง 108 ปี ครบทั้ง 108ขั้นแล้วนะ!” ชายหนุ่มโวยวายออกมา
เขาสัมผัสได้ว่าลมปราณในร่างตอนนี้มันหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันหนักแน่นและยืดหยุ่นกว่าแต่ก่อนจนเทียบไม่ติดแต่มันก็ไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่าสร้างจักรวาลในร่างกายเลย!
[“ท่านจะสามารถสร้างจักรวาลในร่างกายได้เมื่อฝึกเคล็ดวิชาจักรวาลก่อเกิดจนถึงระดับสมบูรณ์”]ระเบิดตอบกลับมา
“ช่วยอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ หน่อยได้ไหม ”
[“เคล็ดวิชาต่อการจะแบ่งออกเป็นสี่ขั้นขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นสูง ขั้นสมบูรณ์”]
[“โดยการจะเลื่อนระดับเคล็ดวิชาจักรวาลก่อเกิดก็ไม่ซับซ้อนอันใดแค่โฮสเลื่อนระดับของเคล็ดวิชาย่อยที่ได้รับมาจากแต่ละระดับขั้นของเคล็ดวิชาจักรวาลก่อเกิดให้ถึงขั้นสมบูรณ์ท่านก็จะเลื่อนไปถึงขั้นต่อไปโดยอัตโนมัติ”]
[“อย่างตอนนี้ถ้าท่านต้องการฝึกเคล็ดวิชาจักรวาลก่อเกิดให้ถึงขั้นกลางท่านก็ต้องเลื่อนระดับเคล็ดวิชา หรือที่เรียกว่าทักษะ หลอมรวมจักรวาล(ขั้นต้น) ขับเคลื่อนเอกภพ(ขั้นต้น)ให้ไปถึงขั้นสมบูรณ์เสียก่อน”]สิ่งที่ระบบอธิบายกลับมาทำให้ชายหนุ่มเข้าใจได้ไม่ยาก
แต่สิ่งเหล่านี้มันช่างปวดใจเหลือเกิน!
แค่การฝึกเพื่อให้เรียกเคล็ดวิชานี้ได้เขายังต้องใช้เวลาไปถึง 108 ปี!
“แบบนี้กว่าจะฝึกจนเลื่อนระดับได้ไม่ใช้เวลาเป็นหมื่นปีเลยรึไง?! มันจะมากไปแล้ว!” ชายหนุ่มโวยวายออกมา
[“จากการคำนวณของระบบด้วยศักยภาพอันยอดเยี่ยมไร้ผู้ใดเทียบเทียมของโฮสในตอนนี้ขอแค่ขยันฝึกฝนอย่างต่อเนื่องใช้เวลาฝึกสัก เก้าหมื่นเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าปีก็สามารถบรรลุขั้นสมบูรณ์ของเคล็ดวิชาหลักจักรวาลก่อเกิดได้แล้ว! เมื่อถึงยามนั้นต่อให้เป็นเทพเซียนก็ต้องยอมสยบต่อตัวท่าน!”] ระบบตอบกลับมาด้วยข้อมูลที่ครบถ้วน ทำให้ชายหนุ่มสามารถเข้าใจได้แต่ถ้าเป็นไปได้เขาก็เลือกที่จะไม่เข้าใจจะดีเสียกว่า
ก่อนหน้านี้เขาก็อดคิดไม่ได้ว่าเป็นลูกรักของสวรรค์พระเจ้าทรงโปรดข้า เหมือนเหล่าตัวเอกของนิยายทั้งหลายที่ใช้เวลาหนึ่งปี สิบปีร้อยปี ฆ่าล้างยุทธภพ สังหารเทพเซียนได้
แต่นี่อะไร?เก้าหมื่นเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าปี เลขมงคลรึไง ? ไม่บอกว่าแสนปีไปเลยล่ะ !
“ข้าจะไม่แก่ตายก่อนใช่หรือไม่ ?” ชายหนุ่มถามคำถามโง่ ๆ ออกมา
[“ท่านสามารถเข้ามายังมิตินี้ได้ตลอดภายในมิตินี้กาลเวลาจะไม่หมุนเวียน แต่ทุกสิ่งที่ท่านได้เรียนรู้จะยังคงเดินไม่ว่าจะเป็นเคล็ดวิชา ความรู้ พลังกาย พลังปราณ พลังวิถี”]เสียงระบบตอบกลับมาไร้อารมณ์เช่นเคย
“แต่ข้าคงจะเบื่อจนตายเสียก่อน...” ชายหนุ่มพึมพำออกมาเบา ๆ แค่ 108 ปี เขาก็เบื่อจะแย่แล้วต้องฝึกวิชาอยู่เงียบ ๆคนเดียว ความบันเทิงอะไรก็ไม่มีถึงมันจะทำให้เขาเข้าใจในการใช้ลมปราณเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากก็เถอะ
[“ระบบไม่เคยได้ยินว่ามีใครเบื่อจนตายมาก่อนไม่มีวิถีนี้ถูกจารึกไว้ตั้งแต่อดีตจนถึงอนาคต”]
[“เพราะเหตุนั้นโฮสจะไม่ตายเพราะ เบื่ออย่างแน่นอน โปรดวางใจ”] เสียงระบบตอบกลับมาทำให้ชายหนุ่มรู้สึกมีอารมณ์เพิ่มมากขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ
ครึ่งหลัง
“อย่างน้อยก็ทำให้ระดับพลังของข้าเลื่อนขึ้นมาไม่ใช่น้อย” ชายหนุ่มกล่าวออกมา
“ตรวจสอบ!” เขาทำการตรวจสอบค่าสถานะของตัวเองทันทีหลังจากไม่ได้ตรวจสอบมาเสียนาน
ชื่อ : เย่ซี
อายุ : 20 ปี
เงินติดตัว: 123,600 ผลึก
พลังปราณ: ระดับห้าจอมราชาปราณ ขั้นห้า
ร่างกาย: ระดับจักรพรรดิ
จิตวิญญาณ: ???
ทักษะ: ช่างไม้(ระดับราชวงศ์) , จ้าวแห่งธาตุ(กึ่งจักรพรรดิ) , ขายตรง(ระดับเซียน) , ท่าร่างดาราจักร(ระดับเซียน), [จักวาลก่อเกิด (ขั้นต้น)[หลอมรวมจักรวาล(ขั้นต้น) ขับเคลื่อนเอกภพ(ขั้นต้น)]]
ชื่อเสียง: 1,050
“การใช้ลมปราณมีความหลากหลายมากกว่าทีข้าเคยคิดเอาไว้เสียอีก!เป็นแบบนี้ข้าก็ไม่ต้องไปหาเคล็ดวิชาในการเหินบินแล้ว!” ชายหนุ่มกล่าวจบก็มีลมปราณพวยพุ่งออกมาจากรอบร่างกายของเขาพร้อมยกตัวชายหนุ่มให้ลอยขึ้นเหนือจากพื้นดินทันที
นี่เป็นส่วนหนึ่งของการประยุกต์ใช้ทักษะขับเคลื่อนเอกภพเขาแค่เรียกลมปราณออกมาแล้วควบคุมให้มันยกร่างของเขาล่องลอยไปมาได้อย่างอิสระ
“ไม่เท่เอาเสียเลย!” หลังกลับลงมายืนที่พื้นชายหนุ่มก็บ่นออกมาเขารู้สึกว่าลอยด้วยตัวเองเฉย ๆ มันดูไร้ศิลปะสิ้นดี
ชายหนุ่มครุ่นคิดก่อนจะหยิบเอากระบี่เล่มหนึ่งขึ้นมาจากนั้นเขาได้ใช้ลมปราณพยุงประบี่เล่มนั้นให้ลอยขึ้นเหนือพื้นดินแล้วลองขึ้นไปเหยียบดูแต่ก็พบว่ากระบี่เล่มเดียวมันช่างไม่สบายเท้ายามที่ยืนอยู่บนนั้นเอาเสียเลย! เขาเลยหยิบกระบี่ออกมาเพิ่มอีกอันแล้วเหยียบกระบี่ทั้งสองเล่มด้วยเท้าละข้าง
เวลานี้เขาเหมือนนักสกีหิมะในโลกเก่าไม่มีผิด! แต่มันก็ทำให้ยืนได้อย่างมั่นคง และสบายฝ่าเท้ายิ่งนัก เขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่าผู้อื่นยืนสองเท้าบนกระบี่เล่มเดียวนาน ๆ ได้ยังไงจุดลงน้ำหนักก็เล็กเพียงนั้น ยังไงก็ต้องเหมื่อนฝ่าเท้าเป็นแน่
“ไป!” ชายหนุ่มส่งเสียงออกมา
ฟิ้ว! บึ้ม!
กระบี่ทั้งสองเล่มเคลื่อนที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความรวดเร็วทำให้ชายหนุ่มหน้าตาบิดเบี้ยวเพราะแรงลมที่เข้ามาปะทะจนเจ็บปวดไปหมด
“ข้าลืมใช้ปราณคลุมกายได้ยังไง! ปวดหน้าไปหมด”ชายหนุ่มบ่นออกมาหลังจากใช้พลังปราณปกคลุมรอบร่างกายไว้แล้วยามนี่แม้แต่ชายแขนเสื้อของเขาก็ไม่ขยับแม้แต่น้อย!
ภาพโดยรอบเคลื่อนภาพไปด้วยความรวดเร็วด้วยความเร็วสูงสุดในตอนนี้ชายหนุ่มสามารถเดินทางห้าร้อยลี้ด้วยเวลาเพียงหนึ่งเค่อเท่านั้นนับว่ารวดเร็วจนตัวเขาก่อนหน้านี้เทียบไม่ติดเลยสักนิด
“เอาล่ะ คงต้องกลับออกไปเสียทีเบื่อข้างในมิตินี้เต็มทน มีแต่พื้นที่สีเทา!” ชายหนุ่มบ่นออกมาด้วยความเบื่อหน่าย
“ระบบ เอาข้าออกไปที”ชายหนุ่มกล่าวออกมา
[“ท่านต้องการให้ส่งไปในช่วงเวลากี่วันนับจากที่ท่านได้เข้ามาในมิตินี้?น้อยที่สุดหนึ่งวัน มากที่สุดเจ็ดวัน”] เสียงของระบบดังขึ้นในหัว
“สามวัน!” ชายหนุ่มก็ตอบกลับทันที
หลังสิ้นเสียงชายหนุ่มก็พบว่ารอบตัวของเขากำลังมืดลงเรื่อยๆจนเมื่อการมองเห็นกลับมาอีกครั้งชายหนุ่มก็กลับมายังห้องที่หานจุนหมิงจัดเตรียมไว้ให้ก่อนหน้านี้แล้ว
ภายในห้องยังคงเหมือนเดิมแสดงว่าไม่มีใครเข้ามาวุ่นวายด้านในเหมือนที่เขาได้สั่งการไว้หรือต่อให้มีเขาก็ไม่รู้หรอก เพราะเขาไม่อยู่!
“ห้องนี้มีพลังปราณสะสมเยี่ยมยอดจริง ๆ” ชายหนุ่มนั่งลงก่อนที่จะรวบรวมพลังลมปราณภายในห้องเขาพบว่าภายในห้องนี้มีอาคมรวบรวมลมปราณติดตั้งไว้ทำให้ภายในห้องนี้มีระดับลมปราณพอ ๆ กับภายในมิติที่เขาไปฝึกก่อนหน้านี้เลย
แทนที่จะบอกว่าห้องนี้มีลมปราณมาก
ต้องบอกว่าในมิตินั้นไม่ได้มีลมปราณมากมายนักจะถูกต้องกว่า!
“นายท่าน! นายท่านอยู่ไหมถึงวันไปประมูลที่ดินแล้วนะ!”เสียงของปลาปากเสียดังขึ้นที่ด้านหน้าประตูดูเหมือนมันจะมาตามนายท่านของมันได้ถูกเวลาจริง ๆ
“หึหึ มาได้ถูกเวลาจริง ๆข้ามีบางอย่างอยากให้เจ้าช่วยพอดีเลยล่ะ!” ชายหนุ่มกล่าวตอบไป
เขากำลังอยากทดสอบพลังกับอะไรสักอย่างอยู่พอดีในมิตินั้นมันไม่มีอะไรให้ทดสอบนอกจากพื้นกับอากาศดังนั้นเขาจึงบอกไม่ได้ว่าพลังของเขาถ้าใช้ในการต่อสู้จริงจะเป็นยังไง
ปลาปากเสียที่ยืนรออยู่หน้าประตูถึงกับขนลุกซู่ขึ้นมา
มันสัมผัสได้ถึงลางร้าย !
‘เกิดอะไรขึ้นกัน?มีศัตรูกำลังจ้องจะเล่นงานข้ารึ?? แต่ข้าอยู่กับนายท่านใครจะมาทำร้ายข้าได้กัน...’ มันได้แต่ครุ่นคิดอยู่ในใจด้วยความมึนงง