ทะลุมิติสตรีพิษพิชิตฟ้า

    ตอนที่41 รัตติกาลอันเงียบสงัด (2)

    ตอนที่41 รัตติกาลอันเงียบสงัด (2)

     

    ในค่ำคืนเงียบสงัดทั่วทั้งเรือนหลงเหลือแค่เพียงเสียงหอบหายใจอันแสนหนักหน่วงของทั้งสองที่สอดผสาน

     

    หลิงฉายเจวี่ยพยายามสงบสติอารมณ์ข่มกลั้นมิให้สัญชาตญาณดิบของบุรุษเพศเผยปรากฏออกมาทว่าจะอย่างไร...หลี่หวงที่กำลังนั่งคล่อมอยู่บนร่างกลับร่อนเอวพลิ้วรุกหนักไม่หยุดหย่อน!

     

    “สาวน้อย! ห้ามทำเช่นนี้!เจ้ายังเด็กเกินไป!”

     

    หลิงฉางเจวี่ยเองก็เริ่มจะทนไม่ไหวแล้วเช่นกันหากยังปล่อยให้เลยเถิดเช่นนี้ต่อไป มีหวังแย่แน่นอน

     

    เพราะเขาทราบดีหากปล่อยให้เกิดอะไรขึ้นในค่ำคืนนี้จริงๆไม่เพียงแต่จะเป็นการทำร้ายร่างกายของหลี่หวงเท่านั้นแต่ยังจะเป็นการทำร้ายจิตใจของนางอีกด้วย

     

    หากถึงตอนนั้นหลี่หวงเลือกที่จะไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาอีกต่อไปเนื่องจากผิดหวังกับเรื่องดังกล่าวจะทำยังไง?

     

    เขาไม่ต้องรู้สึกเจ็บแค้นกับความผิดพลาดที่พลาดพลั้งในคืนนั้นไปจนตายเลยรึ?

     

    แล้วที่สำคัญเลยคือ...

     

    ของนางยังเล็กเกินไป!

     

    หากฝืนสอดใส่เข้าไปทั้งแบบนี้อาจทำให้สิ่งนั้นของนางฉีกขาดได้...

     

    หลิงฉางเจวี่ยกัดฟันแน่นข่มกลั้นอารมณ์ที่โฉบแล่นเข้ามาอย่างสุดกำลังและออกแรงผลักร่างของหลี่หวงจนหง่ายล้มคะมำ!

     

    พลิกตัวสลับตำแหน่งจากเมื่อครู่จากอยู่บนเป็นล่าง จากล่างกลายมาอยู่บน!

     

    สองมือบนรีบจับกดแขนของสาวน้อยจนติดพื้นส่วนสองขาล่างเกี่ยวพันกันไว้มิให้นางขยับไปไหนได้หลิงฉางเจวี่ยพยายามขานชื่อเรียกสติของนางกลับมาโดยไว

     

    หลี่หวงที่เป็นฝ่ายนอนแผ่อยู่เบื้องล่างนางเปล่งเสียงกระเส่าเสียวร้องลั่นไม่หยุดเพราะความอึดอัดใบหน้าอ่อนเยาว์ที่แสนน่ารักของนางราวกับแข็งค้างไปชั่วขณะ แต่!

     

    ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสดของนางกลับปริอ้าร้องครางออกมาเป็นจังหวะดวงตาคู่นั้นดูอิ่มพริ้มราวกับกำลังดื่มด่ำกับความสุขเกินพรรณนา!

     

    หลิงฉางเจวี่ยไม่ทราบเช่นกันว่านางเปิดอะไรแต่พอเหลือบสายกดต่ำลงมาก็พบว่า ต้นขาของเขากำลังเสียดสีอยู่กับหว่างขาของหลี่หวงไม่สิ….ถ้าจะกล่าวให้ถูกคือนางกำลังร่อนเอวเอา ‘ส่วนนั้น’เสียดสีกับต้นขาของเขาอยู่!

     

    ซึ่งบริเวณต้นขาที่ถูกเสียดสีมันก็ร้อนมาก!

     

    ทันใดนั้นหลี่หวงก็สงบลง!

     

    หลิงฉางเจวี่ยตกตะลึงเล็กน้อยเกิดอะไรขึ้น?

     

    ไฉนจู่ๆ ถึงเงียบลงแล้ว?

     

    คล้อยหลังครุ่นคิดเรื่องนี้คล้ายว่าหลิงฉางเจวี่ยจะได้สติในเวลาต่อมา ก่อนรู้สึกได้ถึงความปวดแสบบริเวณกลางหลังพอเอื้อมมือออกไปลูบคลำก็พบว่า ตนเองโดนนางจิกหลังจนเลือดสีแดงสดไหลซิบออกมา!

     

    หลิงฉางเจวี่ยพยายามจะอุ้มหลี่หวงขึ้นไปนอนบนฟูกให้เป็นที่แต่ทันใดนั้นก็พลันได้ยินเสียงแผ่วของหลี่หวงเล็ดลอดออกมาจากปากฟังแล้วดูคลุมเครือเกือบจะจับใจความไม่ได้

     

    “ตี...ข้า..สลบ...”

     

    หลิงฉางเจวี่ยตอบสนองเข้าใจได้ทันควันจึงรีบคว้าด้ามกระบี่ทุบต้นคอของหลี่หวงไปหนึ่งทีจนหมดสติคาที่

     

    หลิงฉางเจวี่ยในยามนี้รู้สึกตื่นตระหนกไม่น้อยเขาไม่รู้เรื่องการแพทย์หรือเรื่องรักษาอะไรเลย และไม่ทราบเช่นกันว่าภายใต้สถานการณ์แบบนี้ตนควรจะทำอย่างไรต่อ!

     

    จริงสิ! ยังมีเจ้าหลี่จิวอยู่!หมอนั่นท่องยุทธจักรมาเป็นเวลาหลายปี ทั้งยังเชี่ยวชาญด้านการแพทย์เป็นพิเศษ!

     

    เมื่อหลิงฉางเจวี่ยคิดได้ดังนั้นเขาก็รีบอุ้มร่างของหลี่หวงขึ้นมาจากพื้นและกระโจนเข้าห้วงมิติที่ทะลุไปหาเรือนพักอาศัยของจวิ๋นหลี่จิวได้โดยตรง

     

    “ฉางเจวี่ย! น้องหลี่หวง!?”

     

    จวิ๋นหลี่จิวที่กำลังจะเข้านอนพลันสัมผัสได้ถึงระลอกคลื่นมิติที่บิดเบี้ยวภายในห้องชั่วพริบตาต่อมาก็พลันเห็นทั้งสองปรากฏขึ้นอยู่ตรงเบื้องหน้าแล้ว

     

    “เกิดอะไรขึ้นกับนาง?!”

     

    สีหน้าของจวิ๋นหลี่จิวมืดทมิฬลงทันใด

     

    หรือเป็นไปได้ไหมว่าไอ้วิปลาสตัวนี้จะแอบกินกับน้องสาวเขาแล้วจริงๆ?

     

    ถ้าใช่มันก็กล้าเกินไปแล้ว!!

     

    “เจ้ารีบวินิจฉัยนางเร็ว!นางถูกวางยา!”

     

    หลิงฉางเจวี่ยในตอนนี้ตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูกรัศมีที่ดูสูงส่งและหยิ่งผยองก่อนหน้ากลับหายวับไร้ร่องรอย และถูกแทนที่มาด้วยความกังวลและเป็นเดือดเป็นร้อนใจยิ่งกว่าอะไรไม่เหมือนบุรุษหนุ่มดั่งตอนกลางวันเลย

     

    เมื่อได้ยินเช่นนั้นสีหน้าการแสดงออกของจวิ๋นหลี่จิวก็ยิ่งมืดทมิฬยิ่งขึ้น!เขารีบรับร่างของหลี่หวงจากอ้อมกอดของหลิงฉางเจวี่ยมาวางไว้บนฟูกนอนของตนทันที

     

    หลิงฉางเจวี่ยใช้จังหวะนี้รีบหยิบเสื้อคลุมตัวนอกออกจากแหวนมิติของตนอและนำมาห่มให้แก่นาง ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความกังวลขึ้นว่า

     

    “นางเป็นหนักหรือไม่?”

     

    จวิ๋นหลี่จิวขมวดคิ้วแน่นจับจ้องไปยังหลี่หวงที่กำลังนอนกระสับกระส่ายไปมาด้วยความเจ็บปวดแม้จะถูกตบต้นคอจนหมดสติไปแล้วแต่นางก็ยังบิดซ้ายทีขวาทีตามสัญชาตญาณความเจ็บปวดของร่างกาย

     

    “เป็นยาปลุกกำหนัดผสมหลายสูตรรวมกันแต่วางใจเถิด มันไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต”

     

    จวิ๋นหลี่จิวกล่าวอธิบายขึ้นอย่างแช่มช้าพลางยกมือขึ้นมาลูบไล้ใบหน้าของหลี่หวงอย่างระมัดระวัง

     

    ฝ่ามือของเขารู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมานี่ยิ่งกระตุ้นความโกรธเกรี้ยวของจวิ๋นหลี่จิวเข้าไปใหญ่!

     

    “เป็นฝีมือของสุนัขตัวใด!”

     

    หลิงฉางเจวี่ยส่ายหน้าอย่างว่างเปล่า

     

    “ข้าเองก็ไม่ทราบ ทว่าทันทีที่นางกลับมาถึงเรือนก็ดูเหมือนจะเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติได้”

     

    ดวงตาของจวิ๋นหลี่จิวพลันเฉียบคมขึ้นมาในทันใด

     

    “จะต้องเป็นตอนทานอาหารแน่นอน!”

     

    “บ้าเอ๊ย!น้องหลี่หวงใช้ชีวิตภายใต้คนพวกนี้มาได้อย่างไรตั้งหลายปี!”

     

    ในเวลาเดียวกันจวิ๋นหลี่จิวก็รู้สึกโกรธตัวเองอย่างมากเช่นกันเหตุใดเขาถึงคิดส่งหลี่หวงมายังสถานที่บัดซบเช่นนี้ด้วย!?

     

    จวิ๋นหลี่จิวต้องการจะฆ่าล้างทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการร้ายหลี่หวงทว่าตอนนี้อาการเจ็บป่วยของน้องสาวเป็นสิ่งสำคัญที่สุดต้องรีบรักษาให้นางหายโดยไว!

    “ในโรงประมูลทงเทียนมีน้ำพุเหมันต์หรือไม่?”

     

    คล้อยหลังไม่นานนรักจวิ๋นหลี่จิวก็เงยหน้าขึ้นมองหลิงฉ่างเจวี่ยและเอ่ยถามประโยคนี้ขึ้น

     

    หลิงฉางเจวี่ยพยักหน้าตอบ

     

    “มี”

     

    จวิ๋นหลี่จิวรีบจัดแจงเสื้อผ้าของตนใส่ให้หลี่หวงทันทีและอุ้มร่างอันร้อนระอุของนางขึ้นไว้ในอ้อมอก เขาหันมากล่าวกับหลิงฉางเจวี่ยว่า

     

    “เอาล่ะ รีบไปกันเถอะ!”

     

    หลิงฉางเจวี่ยไม่เอ่ยถามอะไรอีกต่อไปยกมือข้างหนึ่งฉีกห้วงมิติจนเปิดกว้างและทั้งสามก็กระโดดเข้าไปโดยตรง

     

    จวิ๋นหลี่จิวไม่สนใจอะไรอีกแล้วในตอนนี้เมื่อมาถึงภายในโรงประมูล เขาก็หันไปเห็นน้ำพุเหมันต์บ่อหนึ่งที่แผ่ไอน้ำแข็งยะเยือกออกมาเสี้ยวอึดใจขณะเขากระโดดลงไปทันทีโดยไม่มีลังเล

     

    พอน้ำพุเหมันต์เย็นเฉียบจับขั้วกระดูกเข้าสัมผัสกับร่างกายอันร้อนระอุของหลี่หวงนางก็เผลอสั่นสะท้อนออกมาโดยไม่รู้ตัว

     

    แต่อย่างไรก็ตาม ไอร้อนในร่างกายของนางก็ลดลงมากในชั่วพริบตา!

     

    หลิงฉางเจวี่ยเองก็กระโดดลงในบ่อน้ำพุเหมันต์ด้วยเช่นกันตรงเข้ามาพยุงร่างของหลี่หวงอยู่ที่ด้านซ้ายส่วนด้านขวาเป็นหน้าที่ของจวิ๋นหลี่จิว เพื่อป้องกันไม่ใหนางจมลงไปทั้งตัว

     

    แม้ความเจ็บปวดที่หลี่หวงได้รับจะไม่สามารถถ่ายโอนไปให้ทั้งสองได้ แต่ความเย็นเฉียบจับขั่วกระดูกของน้ำพุเหมันต์จวิ๋นหลี่จิวและหลิงฉางเจวียก็เต็มใจที่ลงไปแช่และยอมทุกข์ทรมานไปพร้อมกับหลี่หวง!

     

    หลิงฉางเจวี่ยรู้เรื่องโอสถเพียงเล็กน้อยเท่านั้นและสู้กับคนที่เดินทางท่องไปทั่วยุทธจักรอนย่างจวิ๋นหลี่จิวไม่ได้

     

    “ข้าดีใจมากที่เจ้าเลือกพาน้องหลี่หวงมาหาข้า”

     

    ขณะที่ทั้งสองกำลังแช่อยู่ในบ่อน้ำพุเหมันต์อย่างทรมานจวิ๋นหลี่จิวก็หันมากล่าวกับหลิงฉางเจวี่ย ด้วยความรู้สึกปลาบปลื้มเป็นอย่างยิ่ง