ผ่านไปประมาณหนึ่งสัปดาห์ งานของเขาก็เริ่มเป็รูปเป็ร่าง
แพคเกจที่เขากับอีกฝ่ายช่วยกันคิดพิชิตมั่นใจว่ามันจะต้องดูดีไม่แพ้งานออกแบบของปรารถนาใน่เวลาที่ผ่านมา
ในเมื่อเด็ก ๆ ชอบตัวการ์ตูน เขาก็จัดให้แต่จัดออกไปในลักษณะที่ต่างจากงานของอานุภาพเมื่อคราวก่อนนะเพราะเขาก็มีแนวทางเป็ของตนเอง
อานุภาพเคยออกแบบตัวการ์ตูนที่มีสไตล์ไปทางอนิเมะฝั่งญี่ปุ่นแต่คราวนี้เขากับฤทธิชัยจะออกแบบตัวการ์ตูนที่มีสไตล์เป็ฝั่งเกาหลีบ้าง !
‘เอาซี่ มาดูกัน !’
ชายหนุ่มคิดอย่างหมายมาด
แต่ก็ต้องยกความดีความชอบให้ไอเดียของฤทธิชัยล่ะนะ จะว่าไปผู้ชายหน้าหวานคนนี้ก็เก่งไม่ใช่เล่นเหมือนกันพิชิตได้มีโอกาสพูดคุยกับอีกฝ่ายมากขึ้นเพราะเื่งานก็รู้สึกว่าฤทธิชัยเองไม่ใช่คนที่เป็แบบแฟนของอานุภาพเลย
ฤทธิชัยเป็ลูกครึ่งแต่ไม่ไฮโซทั้งที่ตนเองหน้าตาดีขนาดนั้นแต่ไม่เย่อหยิ่ง ถือตัว มิหนำซ้ำเสียงพูดยังเพราะมากถึงแม้จะปนด้วยสำเนียงฝรั่งก็ตาม
...แต่พิชิตก็ไม่คิดจะทำความรู้จักกับอีกฝ่ายมากไปกว่าเื่งาน
ตัวเขาเองไม่้าสนิทสนมกับใครเป็พิเศษ เพราะเขามีความเชื่อว่าแค่มาทำงานของตนเองตามที่ได้รับมอบหมาย ไม่จำเป็ต้องคบหาสนิทกับใครเป็พิเศษนอกเวลางาน
ใน่บ่ายชายหนุ่มลุกไปเข้าห้องน้ำ
แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อเจอกับ บรมวุฒิพนักงานจากฝ่ายขายซึ่งอยู่ชั้นสามขึ้นมาเดินแถว ๆ ออฟฟิศของเขา
บรมวุฒิอาจมีธุระมาติดต่อคนในฝ่ายของเขาก็ได้แต่นี่ความคิดที่ผุดเข้ามาตอนแรก แต่แล้วชายร่างโย่งก็รู้สึกเอะใจเมื่อเงาร่างของคนที่เขาคุ้นเคยเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วบรมวุฒิรีบปรี่เข้าไปหา
“สวัสดีครับ คุณเพิ่งเข้ามาทำงานเหรอคือผมชื่อบรมวุฒินะทำงานอยู่ฝ่ายขาย”
ชายที่ติดจะหลุกหลิกแนะนำตัว พิชิตมองเห็นใบหน้าของฤทธิชัยดูงงน้อย ๆ
“สวัสดีครับคุณบรมวุฒิ”
ฤทธิชัยทักทายตอบอย่างมีมารยาท พิชิตเฝ้าดูสถานการณ์อย่างเงียบ ๆ
“ผมเห็นคุณที่สถานีรถไฟใต้ดินเมื่อวันก่อน ฮึ่ยคือหน้าตาคุณน่ารักมากเลยตอนแรกผมคิดว่าผู้หญิงเสียอีก”
“ฮ่ะ ๆ ครับ”
ชายหนุ่มลูกครึ่งยิ้มให้ เพราะถูกทักแบบนี้จนชิน
บรมวุฒิเป็ชายหนุ่มรุ่นพี่ซึ่งมีท่าทีก้อร่อก้อติกและชีกอเขาขึ้นชื่อเื่เ้าชู้ไก่แจ้และชีกอกับสาว ๆ ในบริษัทแต่พิชิตคิดไม่ถึงว่าบุคคลดังกล่าวจะมาแสดงท่าทีเช่นนี้ต่อฤทธิชัยซึ่งเป็ผู้ชายด้วย
แต่ก็ไม่แปลก เพราะฤทธิชัยหน้าตาหวานหมดจด แถมยังเป็ลูกครึ่ง ซึ่งใครๆ ก็น่าจะสนใจ...
บริษัทของเขาไม่เคยมีลูกครึ่งเข้าทำงานมาก่อน นี่จึงเป็ปรากฏการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจทีเดียว
แต่มันก็ดูน่าสยองแปลก ๆ ที่ผู้ชายกำลังถูกจีบ
ถึงแม้บรมวุฒิจะมีนิสัยก้อร่อก้อติกแค่ไหนแต่พิชิตก็ไม่อยากคิดว่าเขาจะหน้ามืดตามัวถึงขนาดมาจีบผู้ชายได้ อาจจะแค่หยอกเอินเล่นๆ มากกว่า
ชายหนุ่มจึงเดินผ่านไปตรงนั้น บรมวุฒิเห็นเขาก็ทักทาย
“อ้าว สวัสดีครับคุณพิชิตฝ่ายของคุณเนี่ยมีคนสวยขนาดนี้มาทำงานด้วยเหรอ น่าอิจฉาจัง”
พิชิตยิ้มเฝื่อน
“น่าอิจฉาอะไรล่ะครับพี่ ผมรู้สึกเฉย ๆ นะ”
“เหรอ... คุณนี่ตาไม่มีแววเลยน้า... สวยขนาดนี้ถ้าเป็ผู้หญิงผมคง...”
บรมวุฒิหันไปยิ้มให้ฤทธิชัยซึ่งยิ้มตอบตามมารยาทแต่พิชิตกลับรู้สึกไม่ค่อยพอใจสักเท่าไรนักกับการที่ตนเองโดนลากเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
หรืออีกอย่างหนึ่ง
ตัวเขาเองก็เคยคิดแบบบรมวุฒิในตอนที่เจอฤทธิชัยครั้งแรกแต่มันก็แค่ความคิดตามประสา ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้นเพราะเขาไม่อยากกลายเป็แบบอานุภาพกับอิทธิพงษ์ซึ่งความสัมพันธ์ของสองคนนั้นก่อปัญหาวุ่นวายตามมายกใหญ่ แถมยังดูผิดแปลกชอบกล
การมีแฟนเป็คนในบริษัทเดียวกัน ฝ่ายเดียวกันพิชิตคิดว่าไม่ใช่ไอเดียที่ดี แต่สิ่งที่ไม่ใช่ไอเดียที่ดียิ่งกว่าก็คือการมี่แฟนเป็เพศชายเหมือนตน
พิชิตไม่คิดอยากจะ ‘ลอง’
บอกเลยว่าความคิดนี้ไม่เคยมีในสารบบ
ยิ่งตัวเขาซึ่งไม่ชอบสนิทชิดเชื้อกับใครเกินความจำเป็ด้วยแล้ว ประเด็นนี้เป็อันปัดตกไป
...แต่เขาไม่ชอบเลย ไม่ชอบท่าทีที่บรมวุฒิมาทำเ้าชู้ไก่แจ้ใส่ฤทธิชัยและไม่ชอบที่ฤทธิชัยดูนุ่มนิ่มจนเหมือนไม่พยายามปกป้องตนเอง
มันเป็นิสัยของฝ่ายนั้น พิชิตพอรู้ว่าฤทธิชัยเป็คนเรียบร้อย พูดน้อยแต่การที่เป็แบบนี้บางทีมันทำให้เสียเปรียบพวกหมาป่าที่จ้องจะงาบลูกแกะ
“เอ้อ คุณเบสท์ พอดีผมนึกขึ้นมาได้เื่านออกแบบของพวกเราน่ะ พอดีพี่กบ...”
พิชิตแสร้งพูดออกไปแบบนั้นเพื่อหวังให้ฤทธิชัยเดินมาทางเขาและเ้าตัวก็เดินมาจริง ๆ บรมวุฒิจึงเลิกสนใจและตรงไปยังลิฟต์แทน
“อะไรเหรอครับ ?”
ฤทธิชัยถาม
“เปล่า ที่จริงไม่มีอะไรหรอก เพียงแต่หมอนั่น... คุณบรมวุฒิน่ะ ไม่ใช่คนที่ควรจะเข้าใกล้สักเท่าไหร่นะครับ”
“ขอบคุณนะครับ ผมเองก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน แต่คิดว่าตัวเองเป็ผู้ชายคงไม่เป็ไร...”
“โอย ! สมัยนี้จะผู้หญิงหรือผู้ชายก็ไม่ปลอดภัยทั้งนั้นแหละครับ”
“จริงด้วย”
ฤทธิชัยยิ้ม เป็รอยยิ้มที่น่ารักจนชวนให้หายใจติดขัด แต่พิชิตกลับไม่เป็เช่นนั้นเขายิ้มตอบไปอย่างปกติ