เชียงยืนฟื้นฮัก

    ตอนที่ 65 ต้นแก้ว ดวงใจ

         สมบุกสมบันกันมากับระยะเส้นทาง ตั้งแต่ออกจากบ้านดงคงโคก


    ก็เป็นเวลาหลายปี ที่ต้องเร่ร่อนแสวงหาหลักแหล่ง


    หลังจากยุติคดีเข่นฆ่าเด็กผู้ชาย บรรดาเกณฑ์อายุ


    ประมาณใกล้เคียงกับโอรสในครรภ์ของคาระปงเทวี


    ที่ซมซานหนีรอดจากหลักประหารมาได้ ทั้งพ้นเงื้อมมือคณะตามล่า


    เปลี่ยนชื่อนามเป็นคำปง นางเก็บตัวใช้ชีวิตกลมกลืนวิถีชุมชนดงคงโคก


    อยู่มาไม่เท่าไร ลายสือจำเป็นเกี่ยวข้องกับเรื่องราวเหล่านี้


    แรกคิดที่จะอยู่แบบเงียบ ๆ ดั่งชะตาพาไปให้กลับมาทวงความถูกต้อง


    กระทั่งกลายเป็นผู้นำด้านจิตวิญญาณแห่งความเสมอภาค


    ถูกรุกรานด้วยกลุ่มอนุรักษ์เก่า จนลุกขึ้นมาปกป้องศักดิ์ศรีตนเอง


    โชคเข้าข้างได้ท้าวเทศ เชื้อพระวงศ์ศักดิ์เป็นอา นำพากันไปในทิศทางที่ดี


    สาเหตุท้าวเทศโดนกดดันหลายด้าน จากฝั่งตรงข้ามสารพัดคิดกำจัด


    เลยตัดใจถอดยศฐาศักดินา คืนสู่สามัญชนอิสระ


    ปลุกสะดมฝ่ายค้าน ต้านระบบรวมอำนาจเบ็ดเสร็จ 


    ช่วงตกอยู่ในกำมือจามรเทวี ผู้สำเร็จราชการที่มีนัยยะแอบแฝง 


    หมายให้ศรีจนาศะเป็นเมืองขึ้นตรงต่อบิดาพระนาง


    ท้าวแสนขรหวังจะแทรกแซง สำหรับขยับขยายอิทธิพลจากเพชบุระ


    ลงมาจรดแอ่งโคราช รวบรวมแผ่นดินขมวดเข้าด้วยกัน


    เหตุผลบังอาจนำร่อง ท้าวเทศดุจกบฏขนบขัดขืน เพื่อวันข้างหน้าจะไม่ถูกกดขี่


    เมื่อมียอดต้นแก้ว ดวงใจเลือดเนื้อเชื้อไขกษัตรา


    จึงส่งเสริมให้ลายสือ เข้ามามีบทบาทสำคัญ


    เส้นทางการจะขึ้นเป็นผู้ปกครอง ต้องกุมหัวใจมวลชนเป็นหลัก


    และท้าวฟ้าฟื้นก็ทำได้ จุดเริ่มต้นเด็กชายรับจ้างขนเกลือข้ามถิ่น


    จวบจนมาถึงวันนี้ วีรกรรมย่อมมีที่มาที่ไป ควรกล่าวถึง


    ผู้อยู่เบื้องบน คงล่วงรู้สักอย่างเกี่ยวกับชะตากรรมของมัน


    พิจารณาเนื้อนาบุญภูมิหลังสร้างมาดี จึงประทานธำมรงค์


    วัตถุมงคลปราบมาร แทนสัญลักษณ์ครอบจักรวาล


    เขียวมรกตวงแรก ประดับบารมีสวมนิ้วแถนท่าน แบบฉบับเทวาธิปไตย ในแดนสวรรค์


    แหวนวิเศษอีกวงไพลินน้ำเงินเข้ม หรือนิลกาฬ สื่อถึงผู้สามารถปกครองแบบราชาธิปไตย


    คัดเลือกจากวงศ์ตระกูลบรรพบุรุษขององค์เลอสรวง 


    เจ้าฟ้าลิไทผู้บุกเบิกอาณาจักรศรีจนาศะ สืบรุ่นกันมานับศตวรรษ


    กรณีส่อแววกุลียุค เกิดจากแรงปรารถนาขับเคลื่อน


    โดยปุโรหิตมังคลา โหรหลวงซึ่งรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในสถานะ


    หากยากจะเทียบเท่าเชื้อสายราชา ความศรัทธาเชื่อมั่นต่างกัน


    เห็นบิดาพราหมณ์กฤษณะ ทุ่มเททั้งชีวิตรับใช้เป็นข้าราชบริพาร


    ลำพังแค่ตำแหน่งสูงส่งปุโรหิต ซึ่งไม่พอกับความทะเยอทะยานของมังคลา


    ประกอบกับฝั่งจามรเทวี สตรีที่ถูกบิดาส่งมาเพื่อทำให้อาณาจักรล่มสลาย


    แต่ละฝ่ายจ้องจะล้มล้างกันตลอด ถ้าสบโอกาสเหมาะ


    จุติวงแหวนทับทิมแดง เกิดขึ้นพร้อมกับทารก คนที่จะกอบกู้ประชาธิปไตย


    ตอนองค์หญิงคาระปงคลอดลูก ในจอมปลวกกลางสถูปร้าง


    ระยะอันตราย จึงซ่อนตัวให้ปลอดภัยจากเพชฌฆาตมวลตามล่า


    ล้วนเหตุการณ์ทั้งหมด จากชั้นฟ้าลงมาถึงพื้นพิภพ


    ...แดดเดือนห้า ร้อนจนรจนาหาวิธีทำให้เย็น


    เปิดบานหน้าต่าง ลมจะได้พัดผ่าน เวลาเรียนในห้อง


    หน้าที่สอนหนังสือ อาสาเพราะพอมีความรู้อยู่บ้าง


    คนในชุมชนเชียงยืน ต้องอ่านออกเขียนได้ เริ่มปลูกฝังตั้งแต่เด็ก


    แบ่งเรือนส่วนที่พัก จัดเป็นสัดส่วนแบ่งตรงกลางบ้าน


    ตั้งกระดานชนวนขนาดให้ขีดเขียนถนัด วันนี้รจนาพานักเรียนหัดวาดเส้น 


    เพื่อใช้เฉพาะภายในชุมชน คิดค้นวิธีง่าย ๆ จากสิ่งที่มี


    วงกลมหมายถึง การหมุนเวียนของสายลม วนจนคล้ายลายก้นหอย


    เส้นโค้งงูเลื้อย ดูเหมือนสายน้ำพริ้วไหวในจินตนาการ


    ส่วนลายก้านขด ดัดแปลงเอามาจากเถาวัลย์พันเลื้อย ไม่มีที่สิ้นสุด


    อาศัยการสังเกตสิ่งรอบ ๆ ตัว นำมาสร้างสรรค์จนเป็นเอกลักษณ์


         “มึงเขียนจังซี่แหมะ”


    บักเม่าจ้ำจี้จ้ำไชบักดอนเพื่อนของมัน ให้ค่อย ๆ บรรจงวาดเส้นขดวน


    เพื่อขยายขึ้นทีละน้อย จนเป็นวงกว้างเด่นชัด


         “กูบ่มักอันใหญ่ ๆ บักปาด”


    ทางบักดอน บอกสหายชอบขนาดวงเล็ก ๆ ดูสบายตากว่า


         “บ่ได่ ๆ บักดอน ไผเห็นกะต้องฮู้ว่าฝีมือเฮาเฮ็ดไว้”


    อีกด้านโต้แย้งให้เหตุผล แสดงให้รู้ใครคือคนเขียน


         “จังซั่นเบาะ”


    บักเขียดที่นั่งข้าง ๆ พยายามลงมือขีดลายก้นหอยวนไปเรื่อย ๆ


    จนเต็มกระดานชนวนของมัน ท่าทางสนุกสนามกับคาบเรียนวิชาวาดเขียน


         “เอาหละสู คั่นสิเล่น พุ่นตะล่าง”


    อีหลอดรำคาญขึ้นมา เอ่ยไล่เด็กชายทั้งสามที่คุยกันเสียงดัง ขัดสมาธิขณะจดจ่อ


         “ไสของมึง เป็นจังได๋”


    ฟากบักเม่ายังชวนอีหลอดคุย อ้างผลงานประชันกัน


    ตามประสาเด็ก อีหลอดเลยอวดภาพบนแผ่นชนวน


         “งามบ่”


    เด็กชายทั้งสามที่นั่งวงล้อมเดียวกัน พอมองขั้นอุทาน


         “ป๊าดติโธ่! คึอีหลี”


    ชมลายเส้นในความสมจริง บักดอนออกปากชื่นชม


    แต่ละวงนั่งจับกลุ่ม ต่างหันมาดูภาพของอีหลอดที่วาด


         “มึงวาดเองแม่นบ่”


    บางคนย้ำถามเพื่อความแน่ใจ เพราะแทบไม่อยากเชื่อ


         “งามหลาย ๆ สูเบิ่งแหน่”


    เป็นบักเม่ายอมรับในฝีมือ เมื่อเทียบกับมันแล้ว


    ได้ยินเสียงคุยกัน รจนาหันมาดูเด็ก ๆ เธอจึงขยับมาใกล้


         “ต่อไป อีนางหลอดซ่อยซ้วนหมู่แหน่เด้อ”


    เห็นแววในตัวนักเรียน รจนาฝากฝังให้ช่วยแนะนำเพื่อนบ้าง


         “กะได่ แม่ครู”


    ภูมิใจในตัวเอง อีหลอดรับปากกับครูผู้เป็นต้นแบบ


    ...ณ ขณะนี้ชุมชนบ้านเชียง อยู่ในช่วงสงบ ไร้การบุกรุกของศรีจนาศะ


    เนื่องทางจามรเทวีมีวิธีเรียกคะแนนจากราษฎร ใช้อริยะเป็นเครื่องมือ 


    ส่วนท้าวรณชัยทำอะไรมากไม่ได้นัก ประการความรักบดบังตา


    ยอมทุกอย่างแก่จามรเทวี แค่พระนางบีบน้ำตา อันเป็นว่าสวามีต้องคล้อยตาม


    อีกทั้งส่งคนภายในอาณาจักร ให้ไปเป็นส่วย ทาสรับใช้แรงงาน


    ข้อเงื่อนไขที่ให้ไว้ต่อท้าวแสนขร เจ้านครเพชบุระ


    ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ จากเสียงส่วนใหญ่ราษฎรที่ถูกส่งไปต่างแดน


    ความรู้สึกที่มีต่อผู้ปกครองบ้านเมือง จึงขาดซึ่งความเชื่อมั่น


    ชนาดว่าพากันหลบหนีออกจากเขตที่อยู่ อพยพมาสู่ถิ่นใหม่เพื่อความสบายใจ


    ชุมชนเชียงยืนจึงมีผู้มาสมทบเพิ่มเติม ปากต่อปากเล่าถึงความสงบสุข


    อันท้าวฟ้าฟื้นยืนอยู่เคียงข้างประชาชน ผลทำให้ใครก็อยากมาอยู่ด้วย


    ต่างทยอยมุ่งหน้ามาพึ่งบารมี ผังพื้นที่ชุมชนเริ่มคับแคบ


    ศาลากลางจึงมีประชุมสำคัญ เพื่อปรึกษาหารือ


    รับมือกับจำนวนคนที่หลั่งไหลขนกันมา โดยต้องมีการตรวจสอบ


    เกรงทางท้าวรณชัย ใช้อุบายส่งคนมาสอดแนม


    ซึ่งก็ใช่จริง ๆ บักสากถูกคุมตัวมาสอบสวน มันอุตส่าห์โกหก บอกเป็นชาวบ้านธรรมดา


    ประสงค์มาตั้งหลักกับพวกชุมชนเชียงยืน เพราะเกลียดชังผู้นำของอาณาจักรศรีจนาศะ


    มันสร้างเรื่องขึ้น หวังตบตาไม่ให้มีใครจับได้


    บุญหรือจะแพ้บาป จำปาจดจำว่าเป็นบุคคลที่มักมาติดต่อกับนายอนันต์ พ่อของเธอนั้น


    คือลูกน้องฝั่งท้าวรณชัยแน่ ๆ สมัยที่ยังไปมาหาสู่กัน 


    เรื่องหลอกลวงมวลเด็กชายให้ไปตาย ใช้การจ้างงานบังหน้า


    จำปาไม่ปล่อยผ่านตรงนี้ เห็นว่าควรบอกผู้ใหญ่


    ไหว้วานเสือหาญกับตาลุน ให้จับตาดูพฤติกรรมอันน่าสงสัย ในตัวผู้มาใหม่อย่างบักสาก


         “เว้ามาดู๊หล่ะ มึงจังกล้ามาเหยียบฮอดพี้”


    เสือหาญถามเอาความกระจ่าง ทั้งที่รู้แล้วว่าเจตนามันมาเพื่ออะไร


    ตามเฝ้าสักระยะ จนมั่นใจบักสากเป็นไส้ศึกแน่นอน


         “สาบานได่ ข่อยอยากมาหาม่องอยู่ใหม่ ซือ ๆ บ่มีหยังหลายดอก”


    บักสากยังปากแข็ง ยืนยันคำพูดขั้นเอ่ยสาบานต่อหน้าทุกคน


         “กูบ่เชื่อ!”


    ตาลุนเองไม่หลงกลในตัวมัน หาวิธีคาดคั้นให้จนได้


         “สิยากหยัง”


    บักสิมเสนอให้ท้าวฟ้าฟื้นเป็นผู้พิสูจน์ โดยใช้อิทธิฤทธิ์แหวน


    คัดกรองคนไม่ดีออกไป อันเคยเห็นในอานุภาพมาก่อน


    ขันน้ำวางตรงหน้า ถอดแหวนจุ่มวนทั้งอธิษฐานจิต ท้าวฟ้าฟื้นยื่นให้บักสาก


    สำหรับบักสากไม่สะทกสะท้าน คิดว่ากินลงท้องก็จบ หมดข้อกล่าวหา


    รับมายกดื่มทันที พอธารทิพย์ไหลผ่านลำคอ พลันบักสากเหมือนมีใบมีดกรีดข้างใน


         “อึกค์! โอ๊ย”


    กระเพาะแสบร้อน เข่าอ่อนยวบ จน*เหงื่อกาฬไหลท่วมตัว ภาวะหายใจลำบาก


    ล้มตรึงหงายหลัง ดิ้นรนสูดอากาศเฮือกสุดท้ายปากพะงาบ


    ความขลังของแหวน ซึ่งบักสากเจอกับตัวห้วงจวนเจียนขาดใจ


         “ขมาสาพุทธคุณ ข้าพเจ้าขอบ่ให้เถิงตาย ซัมนี่กะหลาบจำแล้ว”


    ถ้อยคำท้าวฟ้าฟื้น พนมมือกล่าวกับแหวนที่สวมกลับเข้านิ้ว


    เท่านั้นบักสากรอดตาย จากการท้าทายต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์


    สายตารับรู้ในปรากฏการณ์ หลายร้อยคนเห็นพลังมหัศจรรย์เป็นที่ประจักษ์


    เสริมสร้างความศรัทธาในเมตตาของท้าวฟ้าฟื้น ที่มีให้แก่มนุษยชาติด้วยกัน


    ตำนานเหนือธรรมชาติ ความลี้ลับกลายเป็นสิ่งทำให้ชุมชนเชียงยืน 


    ถูกเล่าขานในด้านคุณธรรม ไม่มีผู้ใดกล้าทำผิดศีลห้า


    ข้อปฏิบัติพื้นฐานซึ่งตกลงกัน นำมาใช้พัฒนาชุมชนขัดเกลาจิตใจ.


      

    คล้ายกับเรื่องเชียงยืนฟื้นฮัก ที่คุณอ่าน