แม้การศึกครั้งนี้กองทัพของตนจะมีชัยเหนือแคว้นโจว แต่ทหารทุกนายก็ไม่รู้สึกดีใจ เพราะผ่านไปแล้วสามวันหลินอ๋องยังคงไม่รู้สึกตัว ตงอ๋องฉู่ฉือและเหออ๋องฉู่เหลียงเฝ้าดูอาการอยู่ไม่ห่าง
“พี่สี่ขอรับ พี่ห้า...พี่ห้ามีโอกาสรอดแค่ไหนหรือขอรับ” เหออ๋องถามด้วยความกังวล
“การผ่าตัดผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เพียงแต่ข้าก็ยังไม่แน่ใจว่าเหตุใดน้องข้าจึงยังไม่ฟื้น” ตงอ๋องตอบน้องชาย
ในขณะที่ทุกคนเฝ้ารอการฟื้นคืนสติของหลินอ๋องอยู่อย่างกังวลใจ วิญญาณของหลินอ๋องก็ได้ไปปรากฏอยู่ในสถานที่ที่เขาไม่รู้จัก เขามองเห็นหญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งนั่งร่ำไห้อยู่กับพื้นด้วยความโศกเศร้าและน่าเวทนา และพูดภาษาที่เขาไม่อาจเข้าใจได้
“ช้อยเอ๊ย แม่ขอโทษด้วยนะลูก ที่แม่ทำตามสัญญาไม่ได้” แม่ของช้อยร่ำไห้มองดูศพของลูกสาวที่ถูกห่อหุ้มด้วยเสื่อกกเพื่อเตรียมนำไปเผา
“แกจะร้องไห้ให้ได้อะไรขึ้นมา นังช้อยมันตายไปแล้ว แกมีปัญญาหาเงินมาไถ่ตัวมันหรือยังไงวะ” พ่อของช้อยต่อว่าภรรยาอย่างไม่พอใจ
“เป็นเพราะพี่นั่นล่ะ ถ้าพี่ไม่ไปเล่นการพนัน เราจะต้องเอาช้อยมาขายไหม”
“แกกล้าขึ้นเสียงกับข้าหรือวะ ได้...งั้นกลับไปข้าจะขายแกไปอีกคนหนึ่ง”
“พี่ก็ลองดูสิ ฉันไม่ยอม และฉันจะไปแจ้งทางการเพื่อขอเลิกกับพี่”
“แก...แกกล้าทำอย่างนั้นหรือ”
ลินอ๋องมองดูเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้าอย่างสงสัย ยังไม่ทันจะได้คำตอบวิญญาณของเขาก็ไปปรากฎอยู่อีกสถานที่หนึ่ง สถานที่แห่งที่สองนี้ต่างจากสถานที่แรกเป็นอย่างมาก การแต่งกายและทรงผมไม่เหมือนกัน สิ่งของเครื่องใช้ก็ดูแปลกตา เขาไม่สามารถบรรยายถึงสิ่งที่เขาเห็นออกมาเป็นคำพูดได้เลย ไม่นานหลินอ๋องก็ได้ยินเสียงหญิงชราพูดกับภาพของหญิงสาวคนหนึ่ง
“ยัยเมย์เป็นยังไงบ้างลูก เหงาไหม ยายกับเจ้าธัสอยู่ทางนี้สบายดี หลานไม่ต้องเป็นห่วงเรานะ ไม่ว่าหลานจะไปอยู่ในภพภูมิไหน ยายก็ขอให้หลานมีความสุขนะลูก” ยายศรีพูดด้วยน้ำเสียงเศร้า
“พี่เมย์ ไม่ต้องเป็นห่วงเรานะ หลายปีมานี้ผมดูแลยายอย่างดีเลยล่ะ ผมไม่ให้ยายออกไปขายขนมแล้วนะ เพราะผมได้งานทำแล้ว แต่เสียดายที่ผมยังไม่มีโอกาสตอบแทนพี่เมย์เลย” เมธัสน้องชายของเมธาวีพูดปนเสียงสะอื้น
หลินอ๋องฟังคนทั้งสองพูดจนจบ แต่ก็ยังเป็นภาษาที่เขาไม่สามารถเข้าใจได้เช่นเดิม เขาจึงเบนสายตาไปมองดูรูปที่อยู่ตรงหน้าของหญิงชราและเด็กหนุ่มคนนั้น เขามองเห็นภาพของหญิงสาวที่มีรอยยิ้มสดใส ดวงตากลมโต ผมยาวสลวย ทันใดนั้นก็ปรากฏภาพของหญิงสาวสองคนในอิริยาบทต่างๆ และมีเสียงดังขึ้นในหัวของเขา
‘หลินอ๋องฉู่อัน นี่คือเรื่องราวของชายาของท่าน หญิงสาวในยุคอดีตนั้นเป็นชาติแรกของนาง นางมีชื่อว่าช้อย ถูกพ่อแม่ขายไปเป็นทาส นางเป็นคนขยัน ได้รับความรักความเมตตามากมาย แต่โชคร้ายป่วยเป็นไข้ป่าตายจากไปเสียก่อน หลังจากนั้นดวงวิญญาณของนางก็ได้ไปเกิดใหม่ในร่างของเด็กผู้หญิงอีกคนหนึ่งชื่อเมธาวี นางใช้ชีวิตอย่างดี มีวิชาความรู้ติดตัว มีความกตัญญูแต่เพราะชะตาของนางผูกติดอยู่กับคนรักในอดีตชาติ นางจึงจากไปอีกครั้ง และได้ไปอยู่ในร่างของหลิวจางหมิ่น ซึ่งก็คือชายาของท่านในปัจจุบัน’
“ข้าคือคนรักในอดีตชาติของนางอย่างนั้นหรือขอรับ ท่านผู้วิเศษถ้าเช่นนั้นนางจะไม่จากข้าไปอีกใช่หรือไม่ขอรับ”
‘หลินอ๋อง ท่านกับนางพลัดพรากกันมาหลายชาติภพ เวลานี้พวกท่านได้ครองคู่กันอย่างมีความสุขแล้ว ชะตาของพวกท่านจะไม่เปลี่ยนแปลงและจะไม่มีผู้ใดมาแยกพวกท่านจากกันได้’
“ท่านผู้วิเศษขอรับ เหตุใดจนถึงป่านนี้ข้าถึงยังไม่ฟื้นคืนสติจากอาการบาดเจ็บได้ขอรับ ข้าได้ยินเสียงร้องไห้ของจางหมิ่น นางบอกให้ข้ารีบตื่นขึ้นมาหานางและลูก”
‘เพราะเจ้าจะต้องรู้จักกับอดีตชาติของชายาของเจ้าว่านางผ่านความสุขความทุกข์มามากมายเพียงใดกว่าที่พวกเจ้าจะได้กลับมาครองคู่กัน เจ้าไม่ต้องเป็นกังวล เมื่อวิญญาณของเจ้ากลับเข้าร่างแล้ว เจ้าก็จะฟื้นขึ้นได้อย่างเป็นปกติ จำเอาไว้ว่าเจ้าต้องดูแลความรักของพวกเจ้าที่มีให้กันเป็นอย่างดี’
เสียงสนทนาในหัวของหลินอ๋องเงียบหายไป พร้อมกับดวงวิญญาณของเขาก็กลับเข้าร่าง หลินอ๋องลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างช้าๆ เขาพยายามมองไปรอบห้องก็พบเข้ากับตงอ๋องและเหออ๋องยืนหน้าเครียดอยู่ข้างเตียง
“น้ำ ขอน้ำให้ข้ากินหน่อย” หลินอ๋องพูดเสียงแหบ
“พี่ห้า ท่านฟื้นแล้วหรือขอรับ” เหออ๋องได้ยินเสียงก็รีบหันไปมองที่เตียงด้วยความดีใจ
“น้องหก เจ้าไปเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดรอบปากให้เขาก่อน หลังจากนั้นค่อยให้เขาจิบน้ำทีละน้อย” ตงอ๋องหันไปสั่งน้องชาย
เหออ๋องรีบวิ่งออกจากห้องไปตามคำสั่งของพี่ชาย และยังได้ออกไปบอกเล่าอาการของหลินอ๋องให้แม่ทัพเปาเฉินอวี้และหัวหน้าหน่วยทุกคนให้ช่วยกระจายข่าวว่าขณะนี้หลินอ๋องทรงฟื้นขึ้นมาแล้ว เมื่อทุกคนได้ฟังก็รีบไปแจ้งข่าวที่หน่วยของตนอย่างรวดเร็ว ทำให้บรรยากาศในกองทัพกลับมามีชีวิตชีวาขึ้นในทันที
“พี่สี่ ข้านอนหลับไปนานเท่าไหร่หรือขอรับ”
“เจ้านอนหลับไปสามวัน หลังจากที่ข้าทำการผ่าตัดเพื่อรักษาเจ้า ข้าตรวจไม่พบความผิดปกติใด แต่ทำอย่างไรเจ้าก็ไม่ฟื้นขึ้นมา พวกเรากังวลใจกันมาก น้องห้าแล้วเวลานี้เจ้ารู้สึกเจ็บที่ใดอยู่หรือไม่”
“ไม่มีส่วนใดผิดปกติหรอกขอรับ บาดแผลก็อาการทุเลามากแล้ว พี่สี่ เราเดินทางกลับเมืองหลินกันเถอะขอรับ”
“มันไม่สะดวกที่จะเคลื่อนย้ายเจ้าในเวลานี้ อีกทั้งบาดแผลของเจ้าก็ไม่ควรที่จะได้รับการกระทบกระเทือน เจ้านอนดูอาการอีกสักสามวัน หากไม่พบความผิดปกติใด พวกเราก็ออกเดินทางได้ทันที น้องห้า ข้าเป็นหมอ ข้าย่อมรู้ดีว่าสิ่งใดดีต่อเจ้า และเจ้าก็ควรจะเชื่อฟังข้า หรือว่าเจ้าไม่อยากมีชีวิตกลับไปหาชายากับลูกชายของเจ้าแล้ว” ตงอ๋องไม่เปิดโอกาสให้น้องชายปฏิเสธ
หลินอ๋องได้แต่เพียงพยักหน้ารับปาก เมื่อไม่เห็นน้องชายโต้แย้งสิ่งใด ตงอ๋องก็ปล่อยให้น้องชายพักผ่อนต่อ
“จางหมิ่น เจ้ารอข้านะ ข้าจะรีบรักษาตัวและจะรีบกลับไปหาเจ้ากับลูก” หลินอ๋องพูดเสียงเบาก่อนที่จะหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย