*เนื้อหาในนิยายต่อไปนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งในงานเขียน
บุคคลและสถานที่ต่าง ๆ ไม่มีอยู่จริง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์แต่อย่างใด
ทั้งนี้ขอให้ผู้อ่าน อ่านด้วยความสนุก ไม่คิดมากถึงความไม่สมเหตุผลในบางกรณี
บทที่ 5 : สุ่มสกิลใหม่
ในที่สุดลั่วซือหานก็เดินกลับมาถึงบ้าน โดยที่ตลอดทางเขายังคงได้ยินเสียงซุบซิบอยู่บ้าง
แต่มันคือเรื่องปกติในชีวิตชนบท เนื่องจากยุคนี้ ผู้คนส่วนใหญ่ยังไม่มีทีวีหรือมือถือ ทำให้สิ่งที่จะสามารถสร้างความบันเทิงได้ คงมีเพียงเรื่องซุบซิบนินทาเท่านั้น!
ซึ่งเรื่องนั้นเขาไม่สามารถไปห้ามใครได้
ตอนที่มาถึงบ้าน ลั่วซือหายเห็นลั่วตงกำลังนั่งสานไม้ไผ่อยู่ตรงลานหน้าบ้าน
ลั่วตงได้ยินเสียงคนเปิดประตูบ้านจึงหันไปมอง เมื่อเห็นว่าเป็นลั่วซือหานเขาก็ไม่ได้พูดอะไร ก้มหน้าสานตระกร้าไม้ไผ่ของตัวเองต่อไป โดยไม่พูดถึงเรื่องเมื่อตอนกลางวันอีก
เมื่อเห็นว่าลั่วตงไม่ว่าอะไร เขาจึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก จากนั้นจึงเดินเข้าบ้านไป
หลังจากที่เข้าบ้านมาก็เจอกับ ฟู่อันฉี เธอคือแม่ของเขาในตอนนี้
ฟู่อันฉีเป็นหญิงสาววัยสี่สิบปี ที่ยังไม่ได้ดูแก่มากเท่าไหร่ นอกจากใบหน้าที่ดำคล้ำ เพราะต้องตากแดดตากฝนตลอดเวลา ถ้าเธอรู้จักดูแลตัวเองอีกสักหน่อย เธอคงจะเป็นสาวสวยคนหนึ่ง แม้ว่าจะมีลูกแล้วก็ตาม
ลั่วซือหานคิดว่าที่ร่างนี้หน้าตาดีส่วนหนึ่งมาจากฟู่อันฉี แต่แปลกตรงที่เขาไม่มีส่วนไหนเลยที่เหมือนกับลั่วตง ซึ่งเขาคิดว่าลั่วซือหานคงได้แม่มาเยอะ
“ซือหานกลับมาแล้วเหรอ? แม่ทำกับข้าวใกล้เสร็จแล้ว ลูกไปอาบน้ำก่อนไป ร่างกายของลูกยิ่งไม่ค่อยจะดีอยู่! ทำไมต้องไปช่วยคนอื่นเขาอีก ถ้าลูกเป็นอะไรขึ้นมาแม่กับพ่อของลูกจะอยู่กันยังไง?!”
แม้ฟู่อันฉีจะพูดดุด่าเขา แต่แววตาของเธอ นอกจากความห่วงใย ในแววตานั้นยังคงมีความภูมิใจอยู่เล็กน้อย
ไม่ง่ายเลยที่ลั่วซือหานจะทำสิ่งดี ๆ สักครั้ง อย่างการช่วยเหลือคน
ดังนั้นเมื่อฟู่อันฉีได้ทราบข่าวว่า ลูกชายของตัวเองช่วยเหลือคนจมน้ำ ตัวเธอเองยังไม่เชื่อ และคิดว่าคนอื่นเข้าใจผิด จนกระทั่งกลับมาถึงบ้านแล้ว เธอจึงพูดถามลั่วตง
คำตอบที่ได้จากลั่วตงคือเรื่องจริง ลั่วซือหานช่วยคนจมน้ำไว้จริง ๆ เธอรู้สึกตกใจ แต่เมื่อนึกถึงคนที่พูดชมลูกชายของเธอ ฟู่อันฉีจึงรู้สึกเบิกบานใจ อารมณ์ดีกว่าทุกวัน
ลั่วซือหานมองใบหน้าที่แก่เกินวัยของฟู่อันฉี ด้วยความรู้สึกผิด จากความทรงจำเดิม ตัวเขานั้นอ่อนแอมาตั้งแต่เด็ก
โชคดีที่ได้หมอคนหนึ่ง ซึ่งเดินทางผ่านหมู่บ้านของพวกเขาพอดีช่วยชีวิตเขาเอาไว้ ทำให้เขารอดตายมาได้
ตั้งแต่นั้นมาพ่อ และแม่ของเขาก็ดูแลเขาเป็นอย่างดีมาโดยตลอด
นอกจากนั้นเพราะคลอดลั่วซือหาน ฟู่อันฉีจึงมีร่างกายอ่อนแอตามไปด้วย ทำให้เธอไม่สามารถมีลูกได้อีก ดังนั้นเมื่อทั้งคู่รู้ว่าร่างกายของลูกชายไม่ดีจึงมักจะตามใจ และไม่เคยให้ทำงานหนักเลยสักครั้ง
แต่ความจริงแล้วโรคนั้นดีขึ้นตั้งแต่ลั่วซือหานเริ่มโต แต่เพราะความเจ้าเล่ห์ของเขา
ลั่วซือหานจึงมักจะแกล้งไม่สบายอยู่บ่อยครั้ง เพราะไม่อยากไปทำงานแลกคะแนน ดังนั้นคนที่ต้องทำงานหนักจึงเป็นสองสามีภรรยา
ร่างกายของฟู่อันฉีที่อ่อนแออยู่แล้วก็ยิ่งอ่อนแอลงไปอีก ดังนั้นคนที่ทำงานหนักจริง ๆ ก็คือลั่วตง แต่เขาก็ไม่เคยดุด่าลูกชายหรือภรรยาเลยสักครั้ง ทั้งที่ความจริงแล้ว เขาจะหย่ากับเธอไปเลยก็ได้ ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยมีใครหย่ากัน แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเลย
“ผมไม่เป็นไร ให้ผมช่วยแม่ดีกว่า” พูดจบลั่วซือหานก็เดินเข้าไปช่วยแม่ของเขาเตรียมกับข้าว
ตอนนี้ลั่วซือหานถือว่าฟู่อันฉีและลั่วตงเป็นพ่อแม่ของเขาแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่อยากให้พวกท่านต้องทนลำบากอีก
ในอนาคตเขาจะทำให้พวกท่านสุขสบายไม่ต้องเหนื่อยยากแบบนี้อีก
“ไม่ต้อง ๆ เดี๋ยวแม่ทำเอง” ฟู่อันฉีพยายามจะแย่งผักที่อยู่ในมือลั่วซือหานคืนมา แต่ลั่วซือหานเร็วกว่า เขารีบเดินหนีฟู่อันฉีออกไปล้างผักที่หลังบ้าน
ฟู่อันฉีมองตามหลังของลูกชายไป ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เธอรู้สึกได้ว่าลูกชายของเธอเปลี่ยนไป
หรือว่าลูกชายของเธอจะคิดได้แล้วจริง ๆ ?
ลั่วซือหานล้างผักเสร็จแล้ว จึงนำไปให้ฟู่อันฉี แต่ว่าหลังจากนั้นเขาก็ไม่สามารถช่วยงานอะไรได้อีก เพราะเขาทำอาหารไม่เป็น แถมฟู่อันฉียังไม่ต้องการให้เขาช่วย
“ไม่ต้องช่วยแม่ ลูกเข้าไปนอนรอในห้องก่อนไป” ฟู่อันฉีพูดไล่
ดังนั้นลั่วซือหานจึงได้กลับไปที่ห้องนอนของตัวเอง
ลั่วซือหานกลับมาที่ห้องนอนของตัวเอง จากนั้นเขาก็ไปอาบน้ำ ตั้งแต่กระโดดลงไปช่วยซูเหม่ยหลิง เขาก็ยังไม่มีโอกาสได้เปลี่ยนเสื้อผ้าเลย จนชุดของเขามันแห้งไปเอง
โชคดีที่เขาไม่ต้องต้มน้ำอาบเนื่องจากตอนนี้ยังอยู่ในช่วงฤดูร้อน ทำให้การอาบน้ำเย็น ๆ จะรู้สึกสบายตัวมากกว่า
หลังจากอาบน้ำเสร็จ ฟู่อันฉีเองก็ทำอาหารเสร็จแล้วเช่นกัน
อาหารที่ฟู่อันฉีทำมีแต่ผักไม่มีเนื้อเลย โชคดีที่ยังมีไข่ต้มให้คนละฟอง ได้จากแม่ไก่ไข่ที่เลี้ยงไว้เองสามตัว
เนื่องจากยุคนี้เป็นยุคที่อาหารขาดแคลนอย่างหนัก ทำให้มีอาหารไม่เพียงพอต่อประชากร และทุกอย่างก็มีราคาแพงมาก
ดีขึ้นมาหน่อยตอนนี้รัฐบาลได้ให้ประชาชน สามารถปลูกผักกินเองและสามารถทำการค้าขายกันเองได้แล้ว แต่ยังคงต้องใช้คูปองอยู่เหมือนเดิม
ไม่เหมือนปีก่อนที่ทุกอย่างต้องถูกส่งให้ทางรัฐบาลทั้งหมด และสิ่งที่สามารถซื้อได้ต้องซื้อจากร้านค้าสหกรณ์เท่านั้น
แต่ถึงอย่างนั้นชาวบ้านในชนบทที่ทำเป็นแต่การเกษตร จะทำการค้าขายเป็นได้ยังไง?
คงมีเพียงพวกคนที่อยู่ในตัวอำเภอหรือในเมืองเท่านั้น ที่สามารถฉกฉวยโอกาสในการทำกินได้ก่อน
“กินเยอะ ๆ วันนี้ลูกตกน้ำมา เดี๋ยวจะไม่สบายเอา” ฟู่งอันฉีหยิบไข่ต้มของตัวเองส่งให้ลั่วซือหาน
“แม่กินเถอะ ผมกินไปแล้ว” ลั่วซือหานหยิบไข่คืนฟู่อันฉี
ฟู่อันฉีแปลกใจ ปกติลูกชายของเธอคงรีบหยิบกิน โดยที่ไม่พูดอะไรสักคำ แต่วันนี้ลั่วซือหานกลับไม่อยากกินไข่ในส่วนของเธอแล้ว?
ดูเหมือนว่าลูกชายของเธอจะเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ แต่มันเป็นการเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น!
ฟู่อันฉียกยิ้มอย่างมีความสุข
ลั่วตงมองลั่วซือหาน เขานึกถึงเรื่องที่ชาวบ้านพวกนั้นพูดถึงลั่วซือหาน ในตอนที่เขานั่งสานตะกร้าไม้ไผ่อยู่หน้าบ้าน เขาได้ยินบ้านข้าง ๆ คุยกันเสียงดัง เกี่ยวกับลูกชายของเขา
สิ่งที่เขาได้ยินมาคือ ลั่วซือหานแอบจับหน้าอกของซูเหม่ยหลิง! แค่นั้นยังไม่พอ เขายังจูบเธออีกด้วย แต่เพราะเขารู้ความจริงแล้ว เขาจึงไม่ได้ต่อว่าอะไรลั่วซือหาน
ส่วนชาวบ้านพวกนั้นอยากจะพูดอะไรก็ให้พูดไป เขาไม่สามารถเอามือตัวเองไปปิดปากคนอื่นได้
แต่ลั่วตงยังคงมีสีหน้าเคร่งเครียดเล็กน้อย เขารู้สึกสงสารซูเหม่ยหลิง อายุยังน้อยแต่มีข่าวลือเรื่องแบบนี้แล้ว ต่อไปใครจะอยากแต่งงานด้วย?
ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะเป็นปัญหาใหญ่! ถ้าซูเหม่ยหลิงเต็มใจ เขาจะให้ลั่วซือหานแต่งงานกับเธอเอง ลั่วตงคิดในใจ
แต่ไม่รู้ว่าลั่วซือหานตัดใจจากหลิวถิงถิงได้หรือยัง
ก่อนหน้านี้ลั่วซือหานได้ยินข่าวว่า หวังห่าวซวนจะพิการทำให้หลิวถิงถิง ไม่อยากแต่งงานกับเขาอีกต่อไป
ทำให้ลั่วซือหานที่แอบรักหลิวถิงถิงมาโดยตลอด รีบไปขอให้ลั่วตงและฟู่อันฉี ไปสู่ขอหลิวถิงถิงให้เขา
แต่โชคร้ายที่พวกเขาช้าไปหนึ่งก้าว หลิวถิงถิงได้มีคู่หมั้นคนใหม่แล้วชื่อ ซ่งลี่หยาง เขาคือแฟนเก่าของหลิวผิงอัน แต่กลับไปหมั้นหมายกับหลิวถิงถิงแทน
ตอนนี้ชื่อเสียงของซูเหม่ยหลิงถือได้ว่าป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดีแล้ว แม้จะกลับมาแก้ไขความเข้าใจผิดได้ในทีหลัง แต่ชื่อเสียงของเธอได้เสียไปแล้ว แล้วแบบนี้ใครจะอยากได้เธอเป็นลูกสะใภ้?
ดังนั้นลั่วตงจึงคิดจะให้ลั่วซือหานเป็นคนรับผิดชอบในเรื่องที่เกิดขึ้น!!
ความคิดของลั่วตงและฟู่อันฉีนั้นตรงกัน พวกเขาต้องการรับซูเหม่ยหลิงมาเป็นลูกสะใภ้
บนโต๊ะอาหาร ต่างคนต่างจมอยู่กับความคิดของตัวเอง จนกระทั่งอาหารถูกกินจนหมด
“ผมล้างไปเอง” จากนั้นลั่วซือหานก็ได้ยกจานชามไปล้างเอง
ฟู่อันฉีไม่ได้ปฏิเสธ เธอมองตามหลังลูกชายไปด้วยสายตาของความภาคภูมิใจ
ลั่วตงต้องการพูดบางอย่างกับลั่วซือหาน แต่รอให้เขาล้างจานเสร็จก่อน
เมื่อล้างจานเสร็จแล้ว ลั่วซือหานก็เห็นว่าทั้งพ่อและแม่ของเขายังไม่ได้เข้าห้องไปนอน แต่ว่ายังคงนั่งอยู่ เหมือนกำลังรอเขา?
ลั่วซือหานมีความรู้สึกว่าเรื่องที่จะคุยต้องเกี่ยวข้องกับ ซูเหม่ยหลิงอย่างแน่นอน แต่ลั่วซือหานไม่ต้องการคุยกับพวกเขาเรื่องนี้
ดังนั้นก่อนที่ลั่วตงและฟู่อันฉีจะได้พูดอะไร เขาได้รีบพูดขึ้นมาก่อน “ผมรู้สึกไม่สบายขอไปนอนก่อนนะ”
จากนั้นเขากผ้เดินผ่านทั้งสองคนไปเข้าห้องตัวเอง
ลั่วตงมองตามหลังลูกชายไปโดยที่ยังไม่ทันได้พูดอะไรสักคำ เขามองหน้าฟู่อันฉีที่มองมายังเขา ก่อนหน้านี้พวกเขาได้คุยกันแล้ว เรื่องซูเหม่ยหลิง
“เอาไว้คุยพรุ่งนี้ก็แล้วกัน” ลั่วตงพูดอย่างหมดหนทาง
ฟู่อันฉีที่เห็นว่าไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว จึงถอนหายใจออกมา
เมื่อเข้ามาในห้อง ลั่วซือหานได้เปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาอีกครั้ง ตอนที่อยู่โรงพยาบาล เขาตรวจสอบแค่สกิลตรวจสอบเท่านั้น ยังไม่ได้ตรวจสอบระบบร้านค้าเลย
ลั่วซือหานยังคงติดใจการหมุนกาชา เขามองดูจำนวนเงินในระบบ เขามีทั้งหมดยี่สิบหยวน เงินจำนวนยี่สิบหยวนไม่ใช่จำนวนเงินที่น้อยเลย บางคนต้องทำงานครึ่งเดือนถึงจะได้มันมา
ที่ลั่วซือหานมีเงินมากขนาดนี้ ก็เพราะเขาแอบลักเล็กผสมน้อย จากเงินที่ลั่วตงใช้ให้เขาไปซื้อของในเมือง
เงินจำนวนยี่สิบหยวนนี้ ลั่วซือหานใช้เวลาเก็บนานถึงสองปี!
แต่เพื่ออนาคตที่ดีกว่าเดิม ลั่วซือหานตัดใจกดสุ่มกาชาครั้งละยี่สิบหยวน
เขายังคงไม่กล้ามอง ดวงตาของเขารีบหลับลงทันที ที่กดปุ่มสุ่มกาชา
เมื่อคิดว่าระบบสุ่มของเสร็จแล้ว ลั่วซือหานจึงเห็นหน้าจอโปร่งแสง พร้อมข้อความรายละเอียดต่าง ๆ
[ยินดีด้วยคุณได้รับ สกิลเก็บเกี่ยวระดับ F (สามารถพัฒนาได้)]
จากนั้นเขาก็กดไปที่รายละเอียดของสกิล
[สกิลเก็บเกี่ยว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บเกี่ยว และยังสามารถสุ่มเพิ่มปริมาณในการเก็บเกี่ยวได้อีกด้วย]
ดูเหมือนว่ามันจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มปริมาณได้ แต่มันจะต่างจากปกติยังไง?
ลั่วซือหานสงสัย?!
จากนั้นเขาจำได้ว่า พรุ่งนี้ทุกคนจะทำการเก็บเกี่ยวข้าวสาลีกันแล้ว ดังนั้นเขาสามารถทดลองด้วยการทำงานในวันพรุ่งนี้ได้!
ลั่วซือหานจึงเลิกสนใจสกิลเก็บเกี่ยวไปก่อน เพราะยังไม่สามารถทดสอบการใช้งานได้ในตอนนี้ แล้วหันมาสนใจสกิลตรวจสอบ
ก่อนหน้านี้ตอนที่กินข้าวกันอยู่ ลั่วซือหานได้แอบใช้สกิลตรวจสอบ ตรวจสอบสถานะของฟู่งอันฉีและลั่วตงดู
เมื่อตรวจสอบเสร็จลั่วผวือหานกผ้ต้องตกใจ!