ฉู่หลินเห็นว่าฝ่าบาททรงมีพระอาการทรงๆตัวนางจึงรีบเก็บรวบรวมสมุนไพร 20ชนิดตามตำราของท่านหมอเหวยซูนางมีประสบการณ์มาก่อนเรื่องการวางยาพิษในยาที่ใช้รักษาโรค เพื่อป้องกันเหตุนี้ดังนั้นนางจึงกระทำเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่เก็บเกี่ยวต้น ต้มสมุนไพร และการยกไปถวายให้ฝ่าบาททรงเสวย
หลังจากรักษาเป็นเวลาสามวันฝ่าบาทก็ทรงสามารถตรัสคุยได้ปกติ สภาพพระวรกายแข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“ทรงเป็นอย่างไรบ้างพะย่ะค่ะ”องค์รัชทายาทเสด็จมาเข้าเฝ้าฝ่าบาท
“เราดีขึ้นมากแล้วโชคดีที่ได้หมอฉู่หลินช่วยรักษา” ฝ่าบาทตรัส
“กระหม่อมรื้อคดีกบฏอดีตฮองเฮาแล้วนะพะย่ะค่ะ”องค์รัชทายาทตรัสรายงาน
“เป็นอย่างไรบ้าง”ฝ่าบาททรงรอฟัง
“กระหม่อมมีหลักฐานว่าอดีตฮองเฮาและท่านแม่ทัพเจียงฝานถูกปรักปรำจริงๆพะย่ะค่ะ”องค์รัชทายาทตรัสอย่างมั่นพระทัย
“ใครกันที่กล้าสร้างหลักฐานเท็จเช่นนั้น”ฝ่าบาททรงกริ้วและรู้สึกผิดที่พระองค์ทรงประหารผู้บริสุทธิ์
“กระหม่อมแค่สงสัยแต่ยังไม่มีหลักฐานเอาผิดพะย่ะค่ะ”องค์รัชทายาทตรัส
“คิดว่าเป็นใคร” ฝ่าบาททรงอยากรู้
“เอ่อ พระสนมเอกพะย่ะค่ะ”องค์รัชทายาททรงยอมตรัส
“เราไม่อยากหุนหันพลันแล่นลงโทษใครอีกแล้วเพราะไม่เช่นนั้นหากนางเป็นผู้บริสุทธิ์จะแก้ไขอะไรไม่ได้อีกเหมือนอดีตฮองเฮา”ฝ่าบาทตรัส
“กระหม่อมจะสืบสวนคดีอย่างระมัดระวังพะย่ะค่ะ”องค์รัชทายาทตรัสคำมั่น
******************************
ณ ห้องบรรทมของฝ่าบาท
ฝ่าบาททรงแข็งแรงขึ้นพระองค์จึงมีรับสั่งให้พระสนมเอกเข้าเฝ้า
“ถวายบังคมเพคะ”พระสนมเอกตรัส
“เจ้ามักใหญ่ใฝ่สูงเกินไปแล้วสนมเอก”ฝ่าบาททรงกริ้ว
“ทรงตรัสอะไรเพคะหม่อมฉันไม่เห็นจะรู้เรื่องอะไรเลย” พระสนมเอกทรงแสดงสีหน้านิ่งเฉย
“เจ้ากล้าสร้างหลักฐานปรักปรำอดีตฮองเฮาและหาว่านางก่อการกบฏเพียงเพื่อที่ตัวเองจะได้เลื่อนเป็นฮองเฮาเสียเองไม่เพียงเท่านั้นเจ้ายังเตรียมการสนับสนุนองค์ชายน้อยให้ขึ้นครองราชย์และตนจะได้เป็นผู้สำเร็จราชการแทนใช่หรือไม่”ฝ่าบาทตรัสแผนการของพระสนมเอก
“หม่อมฉันไม่กล้าคิดเช่นนั้นหรอกเพคะ”พระสนมเอกทรงแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
“เจ้าแอบซ่องสุมกำลังพลทำไมเราจะไม่รู้” ฝ่าบาทตรัส
“ในเมื่อพระองค์ทรงจับได้แล้วหม่อมฉันก็ไม่มีอะไรจะพูดเพคะ”พระสนมเอกทรงยอมสารภาพโดยไร้ซึ่งความกลัวเกรง
“ยอมรับแล้วสินะเจ้านี่ช่างเป็นนังงูพิษเสียจริง ทหาร!” ฝ่าบาททรงกำลังตรัสเรียกทหารให้มาจับกุมตัวพระสนมเอก
“555 สายเกินไปแล้วเพคะ” พระสนมเอกทรงหัวเราะอย่างสะพระทัย
สักพักท่านจอมยุทธ์ก็กระโดดเข้ามาในห้องบรรทม
“เจ้าเป็นใครน่ะ บังอาจนี่กล้าลอบฆ่าเราเลยงั้นหรือ” ฝ่าบาททรงมองวัตถุประสงค์ของคนร้ายออก
“ช่วยไม่ได้นี่เพคะหากหม่อมฉันไม่ทำ พระองค์ก็ทรงประหารหม่อมฉันอยู่ดี” พระสนมเอกตรัส
จอมยุทธ์ที่อยู่ข้างกายพระสนมเอกได้แอบเข้ามาให้ห้องบรรทมพร้อมกับใช้งูพิษเป็นอาวุธกำจัดศัตรูพิษของงูนั้นไม่ได้ทำให้ฝ่าบาททรงถึงแก่ชีวิตแต่ทำให้พระองค์ทรงเป็นอัมพาตพูดไม่ได้ ตอนนี้ฝ่าบาททรงล้มไปกองกับพื้น พอจอมยุทธ์หลบหนีไปแล้วพระสนมเอกจึงทรงตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ
“ช่วยด้วยใครก็ได้ช่วยด้วย” พระสนมเอกทรงตะโกน
ฉู่หลินรีบวิ่งเข้าไปเพื่อดูพระอาการของฝ่าบาทแต่ทว่า
“เป็นเพราะเจ้าฉู่หลิน เจ้าเป็นเพียงหมอหญิงยังบังอาจกล้ารักษาฝ่าบาทอีกยาของเจ้าต้องมีผลข้างเคียงทำให้ฝ่าบาททรงเป็นเช่นนี้เป็นแน่” พระสนมเอกทรงตรัสอ้าง
“ขอหม่อมฉันตรวจพระอาการของฝ่าบาทก่อนเพคะ”ฉู่หลินต้องการตรวจพระอาการให้แน่ใจ
“ทหาร! พาตัวนางไปขัง รอลงอาญา” พระสนมเอกทรงแสร้งไม่ฟังและรีบสั่งทหารให้จับกุมตัวหมอหญิง
“ปล่อยหม่อมฉันนะเพคะยาที่หม่อมฉันใช้รักษาฝ่าบาทไม่ได้มีพิษ ได้โปรดให้หม่อมฉันตรวจพระอาการของฝ่าบาทก่อนเพคะ”ฉู่หลินตะโกนในระหว่างที่ทหารจับกุมตัวนาง
“ทหารไปตามหมอหลวงมาที่นี่เร็วเข้า” พระสนมเอกทรงตรัสสั่ง
“พะย่ะค่ะ”ทหารรับคำ
******************************
ตอนนี้ฉู่หลินถูกนำตัวไปขังในคุกหลวง
องค์รัชทายาททรงทราบข่าว พระองค์และองครักษ์ต้าหยวนรีบไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทเป็นการด่วน
“มันเกิดอะไรขึ้น”องค์รัชทายาทตรัสกับพระสนมเอก
“ฮือ ฮือฝ่าบาททรงได้รับผลข้างเคียงของยาที่ฉู่หลินใช้รักษาฝ่าบาทเพคะหมอหลวงบอกว่าฝ่าบาททรงเป็นอัมพาตตรัสอะไรไม่ได้เลยเพคะ” พระสนมเอกทรงอธิบาย
องค์รัชทายาททรงเข้าไปดูพระอาการฝ่าบาททรงพยายามจะตรัสอะไรบางอย่าง คือพยายามขยับพระโอษฐ์แต่เสียงไม่ออกมาพระองค์ทรงพยายามยกพระหัตถ์ชี้ไปที่พระสนมเอก แต่ก็ยกไม่ได้เพราะไร้ซึ่งเรี่ยวแรง
องค์รัชทายาททรงเห็นความไม่ชอบมาพากลแต่ทรงทำอะไรไม่ได้ ดังนั้นพระองค์จึงทรงหันไปหาหมอหลวงและตรัสถามว่า “ฝ่าบาททรงเป็นอะไรกันแน่”
“ทูลองค์รัชทายาทพระองค์ทรงได้รับผลข้างเคียงของยาสมุนไพรที่ฉู่หลินนำมารักษาพะย่ะค่ะ” หมอหลวงกล่าว
“แล้วตอนนี้ฉู่หลินอยู่ที่ไหนแล้ว”องค์รัชทายาททรงรู้สึกเป็นห่วงฉู่หลินมาก
“หม่อมฉันให้ทหารจับตัวนางไปขังแล้วเพคะรอลงอาญา” พระสนมเอกทรงต้องการให้ฉู่หลินเป็นแพะรับบาป
ตอนนี้องค์รัชทายาททรงทำอะไรไม่ได้เพราะพระสนมเอกทรงใช้ฉู่หลินเป็นข้ออ้างทำให้ทุกคนคิดว่าหมอหญิงผู้ซึ่งปองร้ายฝ่าบาทเป็นคนขององค์รัชทายาทแล้วพระนางก็ทรงวางเวรยามแน่นหนา เพื่อป้องกันไม่ให้องค์รัชทายาททรงเข้าใกล้ฝ่าบาท
******************************
องค์รัชทายาทเสด็จกลับมาที่ตำหนักเพื่อปรึกษาหารือเรื่องราวที่เกิดขึ้น
“ฝ่าบาททรงได้รับผลข้างเคียงของยาจริงๆงั้นหรือ”องค์รัชทายาททรงสงสัย
“เมื่อวานฝ่าบาททรงมีพระอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแต่ทรงมีพระอาการแย่ลงหลังพบพระสนมเอกพะย่ะค่ะ” ต้าหยวนกล่าว
“พระนางจะกล้าปองร้ายฝ่าบาทอย่างนั้นหรือ”องค์รัชทายาทตรัส
“ฝ่าบาทอาจทรงเค้นถามเรื่องคดีที่อดีตฮองเฮาทรงก่อการกบฏก็เป็นได้นะพะย่ะค่ะ”เหลียงอ้ายกล่าว
“นางอาจเผยตัวและชิงทำร้ายฝ่าบาทก่อนสินะแล้วเราจะทำอย่างไรดี” องค์รัชทายาทตรัส
“ตอนนี้ต้องช่วยฉู่หลินออกจากคุกก่อนพะย่ะค่ะนางเป็นคนเดียวที่จะตอบได้ว่าฝ่าบาททรงเป็นอะไรกันแน่”เหลียงอ้ายแนะนำ
“ตอนนี้พระสนมเอกทรงจับตามองเราอยู่คงช่วยนางไม่ได้” องค์รัชทายาทตรัส
“นางเป็นชายาของกระหม่อมพะย่ะค่ะใครก็มาแตะต้องนางไม่ได้” ต้าหยวนหรือองค์ชายรองตรัส
“ได้! งั้นเราจะใช้ข้ออ้างนี้ในการพาตัวนางมาอยู่ที่ตำหนักเราก่อน” องค์รัชทายาทตรัส
“ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ”องค์ชายรองทรงห่วงฉู่หลินมากแต่ทรงไม่อาจเผยตัวเป็นองค์ชายรองได้ในตอนนี้
******************************
ณ คุกหลวง
“องค์รัชทายาทเพคะ! หม่อมฉันสาบานได้เพคะตัวยาสมุนไพรที่หม่อมฉันใช้ไม่ได้มีพิษขนาดนั้นเลยนะเพคะ” ฉู่หลินกล่าว
“เราขอโทษด้วยแม้เราจะเชื่อเจ้า แต่เราไม่มีหลักฐานเพราะหมอหลวงต่างให้การตรงกันว่าที่ฝ่าบาททรงเป็นเช่นนี้เป็นเพราะยาของเจ้า”องค์รัชทายาทตรัส
“ได้โปรดให้หม่อมฉันตรวจพระอาการของฝ่าบาทก่อนเถิดเพคะบางทีหม่อมฉันอาจช่วยรักษาฝ่าบาทได้ทัน แล้วจะลงโทษหม่อมฉันยังไงหม่อมฉันก็ยอมทุกอย่างเพคะ” ฉู่หลินห่วงพระอาการของฝ่าบาท
“เราจำเป็นต้องใช้ความเป็นชายาขององค์ชายรองมาช่วยชีวิตเจ้าครั้งนี้”องค์รัชทายาทตรัสเกริ่น
“แต่ เอ่อหม่อมฉันหย่าขาดจากองค์ชายรองไปแล้วนะเพคะ” ฉู่หลินกล่าว
“องค์ชายรองทรงฉีกใบหย่าไปแล้วเขารอให้เจ้าสมัครใจติดตามเขาไปชายแดนกับเขาเท่านั้น” องค์รัชทายาททรงยอมเผย
“แต่ว่า…..” ฉู่หลินลังเล
“มันเป็นทางเดียวที่จะช่วยไม่ให้เจ้าต้องโทษประหารชีวิตในตอนนี้เพราะในฐานะชายา เหล่าขุนนางจะต้องพิจารณาคดีอย่างถี่ถ้วนแต่ถ้าเจ้าเป็นเพียงหมอหญิงอีกไม่นานเพชฌฆาตจะนำยาพิษกรอกใส่ปากเจ้าทันทีโดยไร้ซึ่งการไต่สวนใดๆ” องค์รัชทายาททรงอธิบาย
“ขอบพระทัยเพคะ” ฉู่หลินจำใจยอมรับว่าตนเป็นชายาขององค์ชายรอง
“ทหาร! ปลดโซ่ตรวน พระนางทรงเป็นชายาขององค์ชายรอง ไว้มีการไต่สวนเมื่อไหร่พระนางจะไปขึ้นศาลเอง” องค์รัชทายาทตรัส
“พะย่ะค่ะ” ผู้คุมคุกรีบมาปลดโซ่ตรวนให้
ต้าหยวนเข้าไปช่วยประคองฉู่หลินกลับตำหนักองค์รัชทายาททันที
******************************
ณ ตำหนักองค์รัชทายาท
“กระหม่อมไปสืบมาแล้วพระสนมเอกทรงวางเวรยามไว้แน่นหนามากพะย่ะค่ะ” เหลียงอ้ายรายงาน
“ได้โปรดให้หม่อมฉันตรวจพระอาการของฝ่าบาทด้วยเถิดเพคะหม่อมฉันคิดว่ามันต้องมีต้นสายปลายเหตุเป็นแน่” ฉู่หลินขอร้อง
“แม่ขอไปพบฝ่าบาทได้มั้ย”อดีตฮองเฮาเป็นห่วง
“มันจะดีหรือพะย่ะค่ะ”องค์รัชทายาททรงไม่เห็นด้วย
“ให้แม่ไปเถอะนะลูก”อดีตฮองเฮาขอร้องเช่นกัน
“งั้นกระหม่อมขออาสาเป็นตัวล่อให้พะย่ะค่ะแล้วพระองค์ก็ทรงพาอดีตฮองเฮาและฉู่หลินไปพบฝ่าบาท” ต้าหยวนอาสา
“คงต้องเป็นอย่างนั้นมันต้องมีอะไรแน่ ไม่เช่นนั้นพระสนมเอกคงไม่วางกองกำลังคุมตำหนักฝ่าบาทไว้เช่นนั้น”องค์รัชทายาททรงสงสัย
และแล้วองค์รัชทายาทก็ทรงรีบดำเนินการตามแผนการ
******************************
ณ ห้องบรรทมของฝ่าบาท
ต้าหยวนรีบนำทีมทหารองครักษ์สวมชุดดำเพื่อแสร้งทำตัวเป็นคนร้ายบุกรุกเข้าห้องบรรทมของฝ่าบาทจากนั้นก็แสร้งวิ่งหนีออกไปทำให้สามารถล่อทหารที่คุมตำหนักของฝ่าบาทออกมาได้ทั้งหมด
เมื่อสบโอกาสเหมาะ องค์รัชทายาททรงให้ทหารองครักษ์เป่าลูกดอกเคลือบยาสลบใส่กงกงและนางกำนัลที่ดูแลฝ่าบาททั้งหมดจากนั้นองค์รัชทายาทค่อยพาตัวฉู่หลินและอดีตฮองเฮาเข้าไปในห้องบรรทมของฝ่าบาท
ฉู่หลินรีบเข้าไปตรวจพระอาการ จับชีพจรสำรวจร่องรอยตามพระวรกาย พอรู้แล้วก็รีบรายงาน “ทูลองค์รัชทายาท ฝ่าบาททรงมีรอยเขี้ยวของงูพิษเพคะพิษของงูชนิดนี้มีผลทำให้ฝ่าบาททรงเป็นอัมพาตพูดอะไรไม่ได้เลยเพคะ”
“และเจ้ารักษาได้หรือไม่”องค์รัชทายาททรงมีความหวัง
ฉู่หลินแสดงสีหน้าเศร้าพร้อมกับส่ายหน้าช้าๆ“พิษของงูได้แพร่กระจายไปทั่วพระวรกายแล้วเพคะขับพิษไม่ทันแล้วเพคะ”
“ไม่จริงต้องมีวิธีรักษาสิ” อดีตฮองเฮาทรงรับไม่ได้
“หมอหลวงตั้งเยอะแยะเหตุใดถึงไม่รู้ ไม่งั้นคงรักษาได้ทัน” องค์รัชทายาททรงกริ้ว
“พระสนมเอกน่าจะทรงกีดกันไม่ให้หมอหลวงเข้าไปดูพระอาการเพคะเพราะถ้าหมอได้เห็น ยังไงพวกเขาก็ต้องรู้เพคะ” ฉู่หลินคาดการณ์
“น่าเจ็บใจจริงๆ” องค์รัชทายาททรงกำพระหัตถ์ไว้แน่น
อดีตฮองเฮาไม่สนใจอะไรอีกแล้วพระนางเข้าไปนั่งข้างๆฝ่าบาทพร้อมกับจับพระหัตถ์ของฝ่าบาทไว้แน่น
ฝ่าบาททรงตกพระทัยที่ได้ทราบว่าอดีตฮองเฮายังไม่ตายแต่ถึงอย่างนั้นฝ่าบาทก็ทรงตรัสอะไรไม่ได้อยู่ดี
“หม่อมฉันรู้เพคะว่าพระองค์ทรงตกพระทัยที่หม่อมฉันยังไม่ตาย แต่หม่อมฉันยังคงยืนยันคำเดิมหม่อมฉันไม่ได้คิดก่อการกบฏจริงๆนะเพคะ แต่ก่อนหม่อมฉันยอมรับว่าหม่อมฉันเคยแค้นพระองค์ที่พระองค์ทรงไม่เคยเชื่อใจหม่อมฉันเลยแต่มาถึงตอนนี้ที่ฝ่าบาททรงพยายามให้องค์รัชทายาทรื้อคดีก่อการกบฏขึ้นมาใหม่หม่อมฉันรู้สึกซึ้งใจและต้องขอขอบพระทัยด้วยเพคะ” อดีตฮองเฮาพูดเปิดใจ
ฝ่าบาททรงมีน้ำตาไหลพระองค์ทรงอยากจะตรัสและอยากจะจับมืออดีตฮองเฮาก็ทรงทำไม่ได้
อดีตฮองเฮาทรงเช็ดน้ำตาให้ฝ่าบาทและตรัสว่า “หม่อมฉันรักพระองค์เพคะทรงแข็งพระทัยไว้นะเพคะ”
“พวกเราต้องรีบไปแล้วพะย่ะค่ะทหารเวรเริ่มกลับมาแล้ว” องค์รัชทายาททรงดูต้นทางให้
อดีตฮองเฮาทรงกอดฝ่าบาทไว้ก่อนที่จะรีบตามองค์รัชทายาทและฉู่หลินหนีออกนอกห้องบรรทมเพราะหากทหารเห็นองค์รัชทายาททรงอยู่ในห้องนี้ คงมีข่าวลือกันว่าองค์รัชทายาททรงเป็นผู้ลอบปลงพระชนม์ของฝ่าบาทเพื่อตนจะได้ขึ้นครองราชย์ทันที
******************************
ทั้งสามกลับมาถึงตำหนักองค์รัชทายาทด้วยความเศร้าหมองผ่านไปไม่นานก็มีกงกงประกาศว่าฝ่าบาททรงสวรรคตแล้ว
อดีตฮองเฮาทรงเป็นลมทำให้ฉู่หลินต้องรีบเข้าไปดูอาการของนาง
องค์รัชทายาทและต้าหยวนต้องรีบไปดูพระศพของฝ่าบาทและช่วยกันจัดพิธีพระศพตอนนี้องค์รัชทายาทในฉลองพระองค์ชุดผ้าดิบกำลังนั่งคุกเข้าต่อหน้าพระศพของฝ่าบาท
ผ่านไปไม่นานพระสนมเอกก็เสด็จมาที่งานพระศพพร้อมกับทรงกรรแสงคร่ำครวญและกล่าวเอาเรื่องหมอหญิงฉู่หลิน
“เป็นเพราะหมอหญิงฉู่หลินรักษาผิดพลาดฝ่าบาทถึงทรงเป็นเช่นนี้ องค์รัชทายาททรงกำลังปกป้องหมอหญิงคนนั้นอยู่นั่นหมายความว่าพระองค์ทรงเป็นผู้บงการลอบปลงพระชนม์ฝ่าบาทใช่มั้ยเพคะ” พระสนมเอกตรัสอย่างเอาเรื่อง
“บังอาจ! พระองค์ทรงกล่าวอะไร โปรดระวังคำพูดด้วย” องค์รัชทายาททรงกริ้ว
“หม่อมฉันพูดความจริงเพคะตอนนี้หมอฉู่หลินก็อยู่ในตำหนักของพระองค์” พระสนมเอกตรัสอ้าง
ขุนนางทุกคนที่ได้ยินต่างพากันคุกเข่ากดดันให้องค์รัชทายาททรงจับตัวฉู่หลินเข้าคุกหลวงเพื่อรอลงอาญา
“นี่พวกเจ้า”องค์รัชทายาททรงนึกไม่ถึงว่าเหล่าขุนนางจะทำเช่นนี้
“โปรดอย่าปกป้องผู้กระทำผิดเลยพะย่ะค่ะ”ขุนนางคนหนึ่งกล่าว
องค์รัชทายาททรงกำพระหัตถ์ไว้แน่นและจำต้องยอมทำตามเหล่าขุนนางดังนั้นพระองค์จึงยอมจับฉู่หลินเข้าคุกหลวงเพื่อรอการตัดสินโทษในขณะเดียวกันก็ให้หมอชันสูตรแอบตรวจสอบพระศพของฝ่าบาทอย่างลับๆและให้เก็บหลักฐานทั้งหมดไว้เพื่อรอการสอบสวนต่อไป
******************************
ณ ตำหนักองค์รัชทายาท
“เหตุใดถึงทรงจับฉู่หลินเข้าคุกหลวงล่ะพะย่ะค่ะทั้งๆที่พวกเราก็รู้ว่าฝ่าบาททรงได้รับพิษงู” ต้าหยวนไม่เข้าใจ
“เราต้องการให้เจ้าคอยคุ้มกันนางที่คุกหลวงเราอยากรู้ว่าจะมีใครปองร้ายนางหรือไม่ หากมี ให้เจ้ารีบจับตัวมันไว้และเค้นถามหาตัวผู้บงการ” องค์รัชทายาทตรัสสั่ง
“ขุนนางพากันกดดันให้ลงโทษฉู่หลินเช่นนี้จะทำอย่างไรพะย่ะค่ะ” ต้าหยวนกังวล
“เจ้ามีวิธีหรือไม่”องค์รัชทายาททรงหันไปถามกุนซือเหลียงอ้าย
“กระหม่อมคิดว่า….” เหลียงอ้ายกำลังจะบอกแต่ถูกขัดจังหวะ
“แย่แล้วพะย่ะค่ะมีคนร้ายมาชิงตัวนักโทษหมอเจียงหลีออกจากคุกพะย่ะค่ะ” ทหารองครักษ์รายงาน
“ใครกันช่างบังอาจยิ่งนักยังไงเราจะตามล่ามันให้ถึงที่สุด” องค์รัชทายาทตรัส
ในตอนนี้องค์รัชทายาททรงอยู่ในช่วงวิกฤตเพราะเหล่าขุนนางต่างพากันคิดว่าองค์รัชทายาททรงเป็นผู้บงการให้หมอหญิงฉู่หลินทำร้ายฝ่าบาทไม่เพียงเท่านั้นนักโทษที่ลอบปลงพระชนม์ฝ่าบาทตัวจริงยังถูกพรรคพวกช่วยเหลือออกจากคุกได้สำเร็จอีก
******************************
ตกกลางคืนก็เป็นไปตามที่องค์รัชทายาททรงคาดการณ์เอาไว้มีนักฆ่าแอบเข้าไปในคุกหลวงเพื่อลอบฆ่าหมอหญิงฉู่หลินปิดปากโชคดีที่ต้าหยวนป้องกันไว้ทันและเขาก็ต้องนำตัวฉู่หลินมาหลบอยู่ที่ตำหนักองค์รัชทายาทเช่นเดิม แต่น่าเสียดายนักฆ่ามีวรยุทธ์สูงมากมันจึงหนีไปได้
“พวกมันดำเนินการเร็วจริงๆ เหมือนวางแผนมาเป็นอย่างดี” องค์รัชทายาททรงนึกไม่ถึง
“ต้องเป็นฝีมือพระสนมเอกแน่ๆพะย่ะค่ะคงต้องการให้องค์รัชทายาทยื่นมือไปปกป้องหมอหญิงและทำให้พระองค์ทรงดูเหมือนเป็นผู้บงการปลงพระชนม์ฝ่าบาทขุนนางจะได้พากันคัดค้านการครองราชย์ของพระองค์” ต้าหยวนคาดการณ์
“ผลชันสูตรเป็นอย่างไรบ้าง” องค์รัชทายาทตรัสถามหมอชันสูตรศพ
“ฝ่าบาททรงถูกงูกัดจริงๆ และน่าจะสวรรคตเพราะพิษงูพะย่ะค่ะ” หมอชันสูตรรายงาน
“งูไปอยู่ในห้องบรรทมได้อย่างไร แล้วเหตุใดคนอื่นถึงไม่เห็นงูสักตัว”องค์รัชทายาททรงสงสัย
“ใครน่ะ” ต้าหยวนรีบจับดาบ
“ช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ” หญิงสาววิ่งเข้ามาที่ตำหนักสักพักอาการก็กำเริบ นางล้มไปกองกับพื้นในสภาพคนเป็นอำพาตและกลายเป็นพูดไม่ได้
ฉู่หลินรีบเข้าไปดูอาการหญิงสาวปริศนาพอเห็นรอยเขี้ยวงู นางจึงรีบกินยาสกัดพิษ ใช้ผ้ารัดแขนข้างที่ถูกงูกัดก่อนจะใช้ปากดูดพิษให้กับหญิงปริศนาและถ่มทิ้ง
ฉู่หลินรีบบ้วนปากด้วยน้ำแล้วรีบฝังเข็มให้ จากนั้นก็สั่งนางกำนัลไปต้มยาสมุนไพรพอหญิงสาวปริศนาทานยาสมุนไพรหมดก็ให้นางนอนพักผ่อน
“นางเป็นอะไรอย่างนั้นหรือ” องค์รัชทายาทตรัสถาม
“นางถูกงูกัดเพคะ และน่าจะเป็นงูชนิดเดียวกับงูที่กัดฝ่าบาทด้วยเพคะ”ฉู่หลินกล่าว
“เจ้าต้องรักษานางให้ถึงที่สุด พวกเราจะได้รู้ต้นสายปลายเหตุก็ทีนี้แหละ”องค์รัชทายาททรงบังคับให้ฉู่หลินรักษานางให้จงได้
******************************
เช้าวันรุ่งขึ้นองค์รัชทายาททรงรีบไปดูอาการของหญิงสาวปริศนาทันที
“ถวายบังคมเพคะ องค์รัชทายาท” หญิงสาวมีอาการดีขึ้นเสียงกลับคืนมาและขยับตัวได้ปกติ
“เจ้าเป็นใครกัน” องค์รัชทายาททรงถามตรงๆ
“หม่อมฉันชื่อ หงเยี่ยน เป็นนางกำนัลประจำตำหนักพระสนมเอกเพคะ”
“เหตุใดเจ้าถึงโดนงูกัดแบบนี้” องค์รัชทายาททรงสงสัย
“เอ่อ คือ….” หงเยี่ยนมีน้ำตาคลอและไม่กล้าบอก
“บอกเรามาเถิด เราจะได้ช่วยเหลือเจ้าได้ถูก” องค์รัชทายาททรงพยายามกล่อม
“พระสนมเอกทรงจ้างท่านจอมยุทธ์ท่านหนึ่งให้มาทำงานรับใช้พระองค์แต่นอกจากจ่ายค่าจ้างเป็นอัฐแล้ว พระสนมเอกทรงยังต้องส่งนางกำนัลให้ไปบำเรอจอมยุทธ์ท่านนั้นด้วยเหล่านางกำนัลต่างพากันถูกย่ำยีไปทีละคนบางคนถึงขั้นตั้งครรภ์ก็ต้องพากันแอบกินยาขับเลือดเพื่อทำแท้งเด็กเพราะนางกำนัลเหล่านั้นกลัวความผิดต้องโทษประหารฐานผิดกฎลอบมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวเพคะ”นางกำนัลหงเยี่ยนเล่า
“เหตุใดถึงต้องเอาใจจอมยุทธ์คนนั้นถึงขั้นนี้ด้วย” องค์รัชทายาททรงไม่เข้าพระทัย
“เขาคือมารฟงเหวินเพคะ เขามีวรยุทธ์สูงมากและเลี้ยงงูพิษไว้ข้างกายหากนางกำนัลคนใดขัดขืนหรือแข็งข้อ เขาก็จะปล่อยงูพิษมากัดหญิงผู้นั้นเพคะ” หงเยี่ยนกล่าวเพราะตนเป็นหนึ่งในคนที่ขัดขืนจอมยุทธ์ชั่วคนนั้น
“เจ้าพักผ่อนก่อนเถิด เราจะกันเจ้าเป็นพยานและปกป้องชีวิตเจ้าเอง” องค์รัชทายาทตรัสคำมั่น
“ขอบพระทัยเพคะ” หงเยี่ยนรู้สึกซึ้งใจ
องค์รัชทายาททรงปล่อยให้ฉู่หลินดูแลหงเยี่ยนตามลำพังแล้วตัวพระองค์ก็เสด็จไปที่ห้องทรงงานเพื่อปรึกษาหารือกับเหลียงอ้ายและต้าหยวน
******************************
ณห้องทรงงาน
“พระสนมเอกทรงเป็นผู้บงการสังหารฝ่าบาทจริงๆนางคงใช้ให้จอมยุทธ์ข้างกายนำงูพิษไปกัดพระศอของฝ่าบาทแต่พิษนั่นไม่ได้ทำให้สิ้นพระชนม์ทันที มันมีฤทธิ์ทำให้เกิดอัมพาตพูดไม่ได้สักพักไม่นานคนถูกงูกัดก็ต้องตาย” องค์รัชทายาทตรัส
“พระนางช่างอำมหิตยิ่งนัก แล้วจะทำอย่างไรดีพะย่ะค่ะ” เหลียงอ้ายกล่าว
“เราได้ตัวหงเยี่ยนมาเป็นพยานให้แล้วคงต้องรบกวนเจ้าพาพรรคพวกไปจับกุมตัวมารฟงเหวิน” องค์รัชทายาทตรัสสั่งต้าหยวน
“ระวังตัวด้วย จอมยุทธ์ผู้นี้มีวรยุทธ์สูง แถมมีงูพิษเป็นอาวุธอีก” เหลียงอ้ายเตือนต้าหยวน
“กระหม่อมจะไม่ยอมปล่อยมันไปทำร้ายใครได้อีกพะย่ะค่ะ” ต้าหยวนกล่าวคำมั่น
สักพักก็ได้ยินเสียงเหล่าขุนนางพากันประท้วงให้จับกุมตัวหมอหญิงฉู่หลินไปประหารชีวิต
เสียงตะโกนดังขึ้นเรื่อยๆ ดังเช่น “ได้โปรดจับหมอหญิงประหารชีวิตด้วยเถิดพะย่ะค่ะ”
อีกคนก็กล่าวว่า “ทรงอย่าปกป้องคนผิดเลยพะย่ะค่ะ”
เสียงประท้วงยังคงดังไม่หยุด
องค์รัชทายาททรงทนไม่ไหวพระองค์รีบเสด็จไปที่กลุ่มประท้วงที่กำลังกดดันพระองค์
******************************
“พวกเจ้าต้องการอะไรกันแน่เรื่องคดีลอบปลงพระชนม์ฝ่าบาท เรากำลังสืบอยู่” องค์รัชทายาทตรัส
“เห็นๆอยู่ว่าเป็นฝืมือหมอหญิงฉู่หลินนางเป็นชาวแคว้นฝางนางอาจเป็นสายให้ฮ่องเต้แคว้นฝางและลอบทำร้ายฝ่าบาทแคว้นฉีก็เป็นได้นะพะย่ะค่ะ”ขุนนางคนหนึ่งกล่าวอ้าง
“พวกเจ้าไม่มีหลักฐานนั่นล้วนแต่เป็นความคิดเห็นของพวกเจ้าทั้งสิ้น อย่าปรักปรำนาง” องค์รัชทายาทตรัส
“แต่ถึงอย่างไรนางก็เป็นผู้ต้องสงสัยนะพะย่ะค่ะพระองค์ควรจับนางไปขังรอลงอาญาถึงจะถูกไม่ใช่ให้นางมาอยู่ที่ตำหนักของพระองค์แบบนี้” ขุนนางคนหนึ่งกล่าว
“นางถูกคนร้ายลอบสังหารเราจำเป็นต้องปกป้องชีวิตของนาง” องค์รัชทายาทตรัส
“พวกเราไม่เชื่อพะย่ะค่ะพระองค์ทรงมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสวรรคตของฝ่าบาทใช่หรือไม่”ขุนนางอีกคนกล่าว
“บังอาจ! เราเป็นลูก เราจะอกตัญญูแบบนั้นได้อย่างไร” องค์รัชทายาททรงกริ้ว
เหล่าขุนนางกำลังจะอ้าปากพูดเพื่อกดดันองค์รัชทายาทต่อแต่ทว่า
“ช่วยด้วยช่วยด้วยเพคะ” พระสนมเอกทรงอุ้มองค์ชายหยางเจี้ยนมาที่ตำหนักองค์รัชทายาทอย่างตื่นตระหนก
“มันเกิดอะไรขึ้น”องค์รัชทายาทตรัสสอบถาม
“องค์ชายหยางเจี้ยนถูกวางยาพิษเพคะ”พระสนมเอกตรัสอย่างร้อนรน
“แล้วทำไมไม่เรียกหมอหลวงมาที่ตำหนักนี้ทำไม” องค์รัชทายาททรงไม่เข้าพระทัย
“ฮือ ฮือหม่อมฉันเรียกหมอหลวงมาดูอาการแล้วเพคะหมอหลวงบอกว่าหยางเจี้ยนถูกพิษชนิดเดียวกับฝ่าบาทหมอเจียงหลีต้องเป็นผู้วางยาหยางเจี้ยนเป็นแน่เพคะ” พระสนมเอกตรัสทั้งน้ำตา
“ก็ท่านเป็นคนบอกเองไม่ใช่หรือว่าฝ่าบาททรงได้รับผลข้างเคียงจากยาสมุนไพรที่ฉู่หลินใช้รักษาฝ่าบาทแล้วท่านกล้าให้ฉู่หลินรักษาโอรสของท่านได้อย่างไร” องค์รัชทายาทตรัส
“ได้โปรดเถิดเพคะหม่อมฉันยอมแล้ว หมอฉู่หลินสามารถแก้พิษเพียงหลับได้จริงๆ” พระสนมเอกทรงเช็ดน้ำตา
“เหลียงอ้ายเจ้าจงไปตามฉู่หลินมารักษาองค์ชายน้อย ส่วนเจ้าจงทำหน้าที่แทนนาง” องค์รัชทายาทตรัสสั่ง
เหลียงอ้ายเข้าใจความหมายนั่นคือให้บอกฉู่หลินมารักษาองค์ชายหยางเจี้ยนวัย 7 พรรษาส่วนตนนั้นต้องคอยเฝ้าอาการหงเยี่ยนแทนฉู่หลิน
ฉู่หลินมาถึงก็รีบไปตรวจพระอาการขององค์ชายน้อยพอรู้ว่าองค์ชายน้อยทรงได้รับพิษชนิดเดียวกับฝ่าบาทจริงๆ นางจึงรีบไปเบิกสมุนไพร 20 ตัวมา พร้อมกับต้มสมุนไพรเอง จนถึงขั้นตอนยกถ้วยยาให้องค์ชายน้อยเสวย
“ทำไมขมจังเลย”องค์ชายหยางเจี้ยนตรัสอย่างอ่อนแรง
“อดทนเสวยหน่อยนะเพคะพระองค์จะได้หายไวๆไงเพคะ” ฉู่หลินกล่าว
องค์ชายหยางเจี้ยนทรงยอมเสวยแต่โดยดี
“พวกท่านเห็นมั้ยว่าพอองค์ชายหยางเจี้ยนเสวยยาเข้าไปแล้ว เขาก็ปกติดีทุกอย่างไม่เห็นว่าจะมีผลข้างเคียงทำให้เกิดอัมพาตพูดไม่ได้ดังที่พวกเจ้าคิดเลย” องค์รัชทายาทตรัส
“ยาที่ใช้รักษาอาจต่างชนิดกันก็เป็นได้นะพะย่ะค่ะ”ขุนนางคนหนึ่งไม่เชื่อ
“พวกเจ้าจะปรักปรำคนอื่นอีกนานแค่ไหนเราเห็นกับตาว่าฝ่าบาททรงมีพระอาการดีขึ้นหลังทานยาของฉู่หลินแต่ที่ฝ่าบาททรงมีพระอาการเป็นอัมพาตเช่นนี้ เพราะมีคนปองร้ายพระองค์ต่างหากที่พระศอฝ่าบาทมีรอยเขี้ยวงูพิษด้วย” องค์รัชทายาททรงยอมเผย
“เป็นความจริงหรือพะย่ะค่ะ”ขุนนางคนหนึ่งตกใจ
“หมอชันสูตรยืนยันเช่นนั้นจริงๆให้เวลาเราหน่อยเถิด เราจะสืบคดีนี้ให้กระจ่างเอง” องค์รัชทายาทตรัส
“ก็ได้พะย่ะค่ะพวกเรายอมเชื่อพระองค์ก็ได้ งั้นพวกเรากลับกันเถอะ” ขุนนางยอมเชื่อ
เหล่าขุนนางยอมแยกย้ายเพราะพวกเขาได้เห็นแล้วว่าพระสนมเอกทรงกล้าให้ฉู่หลินรักษาองค์ชายน้อยนั่นหมายความว่ายาของฉู่หลินรักษาพิษเพียงหลับได้จริงและที่ฝ่าบาททรงเป็นอัมพาตพูดไม่ได้นั้นอาจมาจากสาเหตุอื่น