พลิกชะตามาเป็นสาวงาม

    ตอนที่ 36 ผลข้างเคียง

              ฉู่หลินเห็นว่าฝ่าบาททรงมีพระอาการทรงๆตัวนางจึงรีบเก็บรวบรวมสมุนไพร 20ชนิดตามตำราของท่านหมอเหวยซูนางมีประสบการณ์มาก่อนเรื่องการวางยาพิษในยาที่ใช้รักษาโรค เพื่อป้องกันเหตุนี้ดังนั้นนางจึงกระทำเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่เก็บเกี่ยวต้น ต้มสมุนไพร และการยกไปถวายให้ฝ่าบาททรงเสวย

              หลังจากรักษาเป็นเวลาสามวันฝ่าบาทก็ทรงสามารถตรัสคุยได้ปกติ สภาพพระวรกายแข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

              “ทรงเป็นอย่างไรบ้างพะย่ะค่ะ”องค์รัชทายาทเสด็จมาเข้าเฝ้าฝ่าบาท

              “เราดีขึ้นมากแล้วโชคดีที่ได้หมอฉู่หลินช่วยรักษา” ฝ่าบาทตรัส

              “กระหม่อมรื้อคดีกบฏอดีตฮองเฮาแล้วนะพะย่ะค่ะ”องค์รัชทายาทตรัสรายงาน

              “เป็นอย่างไรบ้าง”ฝ่าบาททรงรอฟัง

              “กระหม่อมมีหลักฐานว่าอดีตฮองเฮาและท่านแม่ทัพเจียงฝานถูกปรักปรำจริงๆพะย่ะค่ะ”องค์รัชทายาทตรัสอย่างมั่นพระทัย

              “ใครกันที่กล้าสร้างหลักฐานเท็จเช่นนั้น”ฝ่าบาททรงกริ้วและรู้สึกผิดที่พระองค์ทรงประหารผู้บริสุทธิ์

              “กระหม่อมแค่สงสัยแต่ยังไม่มีหลักฐานเอาผิดพะย่ะค่ะ”องค์รัชทายาทตรัส

              “คิดว่าเป็นใคร” ฝ่าบาททรงอยากรู้

              “เอ่อ พระสนมเอกพะย่ะค่ะ”องค์รัชทายาททรงยอมตรัส

              “เราไม่อยากหุนหันพลันแล่นลงโทษใครอีกแล้วเพราะไม่เช่นนั้นหากนางเป็นผู้บริสุทธิ์จะแก้ไขอะไรไม่ได้อีกเหมือนอดีตฮองเฮา”ฝ่าบาทตรัส

              “กระหม่อมจะสืบสวนคดีอย่างระมัดระวังพะย่ะค่ะ”องค์รัชทายาทตรัสคำมั่น

                        ******************************

              ณ ห้องบรรทมของฝ่าบาท   

            ฝ่าบาททรงแข็งแรงขึ้นพระองค์จึงมีรับสั่งให้พระสนมเอกเข้าเฝ้า

              “ถวายบังคมเพคะ”พระสนมเอกตรัส

              “เจ้ามักใหญ่ใฝ่สูงเกินไปแล้วสนมเอก”ฝ่าบาททรงกริ้ว

              “ทรงตรัสอะไรเพคะหม่อมฉันไม่เห็นจะรู้เรื่องอะไรเลย” พระสนมเอกทรงแสดงสีหน้านิ่งเฉย

              “เจ้ากล้าสร้างหลักฐานปรักปรำอดีตฮองเฮาและหาว่านางก่อการกบฏเพียงเพื่อที่ตัวเองจะได้เลื่อนเป็นฮองเฮาเสียเองไม่เพียงเท่านั้นเจ้ายังเตรียมการสนับสนุนองค์ชายน้อยให้ขึ้นครองราชย์และตนจะได้เป็นผู้สำเร็จราชการแทนใช่หรือไม่”ฝ่าบาทตรัสแผนการของพระสนมเอก

              “หม่อมฉันไม่กล้าคิดเช่นนั้นหรอกเพคะ”พระสนมเอกทรงแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

              “เจ้าแอบซ่องสุมกำลังพลทำไมเราจะไม่รู้” ฝ่าบาทตรัส

              “ในเมื่อพระองค์ทรงจับได้แล้วหม่อมฉันก็ไม่มีอะไรจะพูดเพคะ”พระสนมเอกทรงยอมสารภาพโดยไร้ซึ่งความกลัวเกรง

              “ยอมรับแล้วสินะเจ้านี่ช่างเป็นนังงูพิษเสียจริง ทหาร!” ฝ่าบาททรงกำลังตรัสเรียกทหารให้มาจับกุมตัวพระสนมเอก

              “555 สายเกินไปแล้วเพคะ” พระสนมเอกทรงหัวเราะอย่างสะพระทัย

              สักพักท่านจอมยุทธ์ก็กระโดดเข้ามาในห้องบรรทม

              “เจ้าเป็นใครน่ะ บังอาจนี่กล้าลอบฆ่าเราเลยงั้นหรือ” ฝ่าบาททรงมองวัตถุประสงค์ของคนร้ายออก

              “ช่วยไม่ได้นี่เพคะหากหม่อมฉันไม่ทำ พระองค์ก็ทรงประหารหม่อมฉันอยู่ดี” พระสนมเอกตรัส

              จอมยุทธ์ที่อยู่ข้างกายพระสนมเอกได้แอบเข้ามาให้ห้องบรรทมพร้อมกับใช้งูพิษเป็นอาวุธกำจัดศัตรูพิษของงูนั้นไม่ได้ทำให้ฝ่าบาททรงถึงแก่ชีวิตแต่ทำให้พระองค์ทรงเป็นอัมพาตพูดไม่ได้ ตอนนี้ฝ่าบาททรงล้มไปกองกับพื้น พอจอมยุทธ์หลบหนีไปแล้วพระสนมเอกจึงทรงตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ

              “ช่วยด้วยใครก็ได้ช่วยด้วย” พระสนมเอกทรงตะโกน

              ฉู่หลินรีบวิ่งเข้าไปเพื่อดูพระอาการของฝ่าบาทแต่ทว่า

              “เป็นเพราะเจ้าฉู่หลิน เจ้าเป็นเพียงหมอหญิงยังบังอาจกล้ารักษาฝ่าบาทอีกยาของเจ้าต้องมีผลข้างเคียงทำให้ฝ่าบาททรงเป็นเช่นนี้เป็นแน่” พระสนมเอกทรงตรัสอ้าง

              “ขอหม่อมฉันตรวจพระอาการของฝ่าบาทก่อนเพคะ”ฉู่หลินต้องการตรวจพระอาการให้แน่ใจ

              “ทหาร! พาตัวนางไปขัง รอลงอาญา” พระสนมเอกทรงแสร้งไม่ฟังและรีบสั่งทหารให้จับกุมตัวหมอหญิง

              “ปล่อยหม่อมฉันนะเพคะยาที่หม่อมฉันใช้รักษาฝ่าบาทไม่ได้มีพิษ ได้โปรดให้หม่อมฉันตรวจพระอาการของฝ่าบาทก่อนเพคะ”ฉู่หลินตะโกนในระหว่างที่ทหารจับกุมตัวนาง

              “ทหารไปตามหมอหลวงมาที่นี่เร็วเข้า” พระสนมเอกทรงตรัสสั่ง

              “พะย่ะค่ะ”ทหารรับคำ

                                 ******************************

              ตอนนี้ฉู่หลินถูกนำตัวไปขังในคุกหลวง

              องค์รัชทายาททรงทราบข่าว พระองค์และองครักษ์ต้าหยวนรีบไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทเป็นการด่วน

              “มันเกิดอะไรขึ้น”องค์รัชทายาทตรัสกับพระสนมเอก

              “ฮือ ฮือฝ่าบาททรงได้รับผลข้างเคียงของยาที่ฉู่หลินใช้รักษาฝ่าบาทเพคะหมอหลวงบอกว่าฝ่าบาททรงเป็นอัมพาตตรัสอะไรไม่ได้เลยเพคะ” พระสนมเอกทรงอธิบาย

              องค์รัชทายาททรงเข้าไปดูพระอาการฝ่าบาททรงพยายามจะตรัสอะไรบางอย่าง คือพยายามขยับพระโอษฐ์แต่เสียงไม่ออกมาพระองค์ทรงพยายามยกพระหัตถ์ชี้ไปที่พระสนมเอก แต่ก็ยกไม่ได้เพราะไร้ซึ่งเรี่ยวแรง

              องค์รัชทายาททรงเห็นความไม่ชอบมาพากลแต่ทรงทำอะไรไม่ได้ ดังนั้นพระองค์จึงทรงหันไปหาหมอหลวงและตรัสถามว่า “ฝ่าบาททรงเป็นอะไรกันแน่”

              “ทูลองค์รัชทายาทพระองค์ทรงได้รับผลข้างเคียงของยาสมุนไพรที่ฉู่หลินนำมารักษาพะย่ะค่ะ” หมอหลวงกล่าว

              “แล้วตอนนี้ฉู่หลินอยู่ที่ไหนแล้ว”องค์รัชทายาททรงรู้สึกเป็นห่วงฉู่หลินมาก

              “หม่อมฉันให้ทหารจับตัวนางไปขังแล้วเพคะรอลงอาญา” พระสนมเอกทรงต้องการให้ฉู่หลินเป็นแพะรับบาป

              ตอนนี้องค์รัชทายาททรงทำอะไรไม่ได้เพราะพระสนมเอกทรงใช้ฉู่หลินเป็นข้ออ้างทำให้ทุกคนคิดว่าหมอหญิงผู้ซึ่งปองร้ายฝ่าบาทเป็นคนขององค์รัชทายาทแล้วพระนางก็ทรงวางเวรยามแน่นหนา เพื่อป้องกันไม่ให้องค์รัชทายาททรงเข้าใกล้ฝ่าบาท

                                           ******************************

              องค์รัชทายาทเสด็จกลับมาที่ตำหนักเพื่อปรึกษาหารือเรื่องราวที่เกิดขึ้น

              “ฝ่าบาททรงได้รับผลข้างเคียงของยาจริงๆงั้นหรือ”องค์รัชทายาททรงสงสัย

              “เมื่อวานฝ่าบาททรงมีพระอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแต่ทรงมีพระอาการแย่ลงหลังพบพระสนมเอกพะย่ะค่ะ” ต้าหยวนกล่าว

              “พระนางจะกล้าปองร้ายฝ่าบาทอย่างนั้นหรือ”องค์รัชทายาทตรัส

              “ฝ่าบาทอาจทรงเค้นถามเรื่องคดีที่อดีตฮองเฮาทรงก่อการกบฏก็เป็นได้นะพะย่ะค่ะ”เหลียงอ้ายกล่าว

              “นางอาจเผยตัวและชิงทำร้ายฝ่าบาทก่อนสินะแล้วเราจะทำอย่างไรดี” องค์รัชทายาทตรัส

              “ตอนนี้ต้องช่วยฉู่หลินออกจากคุกก่อนพะย่ะค่ะนางเป็นคนเดียวที่จะตอบได้ว่าฝ่าบาททรงเป็นอะไรกันแน่”เหลียงอ้ายแนะนำ

              “ตอนนี้พระสนมเอกทรงจับตามองเราอยู่คงช่วยนางไม่ได้” องค์รัชทายาทตรัส

              “นางเป็นชายาของกระหม่อมพะย่ะค่ะใครก็มาแตะต้องนางไม่ได้” ต้าหยวนหรือองค์ชายรองตรัส
              “ได้! งั้นเราจะใช้ข้ออ้างนี้ในการพาตัวนางมาอยู่ที่ตำหนักเราก่อน” องค์รัชทายาทตรัส

              “ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ”องค์ชายรองทรงห่วงฉู่หลินมากแต่ทรงไม่อาจเผยตัวเป็นองค์ชายรองได้ในตอนนี้

                                                    ******************************

              ณ คุกหลวง

              “องค์รัชทายาทเพคะ! หม่อมฉันสาบานได้เพคะตัวยาสมุนไพรที่หม่อมฉันใช้ไม่ได้มีพิษขนาดนั้นเลยนะเพคะ” ฉู่หลินกล่าว

              “เราขอโทษด้วยแม้เราจะเชื่อเจ้า แต่เราไม่มีหลักฐานเพราะหมอหลวงต่างให้การตรงกันว่าที่ฝ่าบาททรงเป็นเช่นนี้เป็นเพราะยาของเจ้า”องค์รัชทายาทตรัส

              “ได้โปรดให้หม่อมฉันตรวจพระอาการของฝ่าบาทก่อนเถิดเพคะบางทีหม่อมฉันอาจช่วยรักษาฝ่าบาทได้ทัน แล้วจะลงโทษหม่อมฉันยังไงหม่อมฉันก็ยอมทุกอย่างเพคะ” ฉู่หลินห่วงพระอาการของฝ่าบาท

              “เราจำเป็นต้องใช้ความเป็นชายาขององค์ชายรองมาช่วยชีวิตเจ้าครั้งนี้”องค์รัชทายาทตรัสเกริ่น

              “แต่ เอ่อหม่อมฉันหย่าขาดจากองค์ชายรองไปแล้วนะเพคะ” ฉู่หลินกล่าว

              “องค์ชายรองทรงฉีกใบหย่าไปแล้วเขารอให้เจ้าสมัครใจติดตามเขาไปชายแดนกับเขาเท่านั้น” องค์รัชทายาททรงยอมเผย

              “แต่ว่า…..” ฉู่หลินลังเล

              “มันเป็นทางเดียวที่จะช่วยไม่ให้เจ้าต้องโทษประหารชีวิตในตอนนี้เพราะในฐานะชายา เหล่าขุนนางจะต้องพิจารณาคดีอย่างถี่ถ้วนแต่ถ้าเจ้าเป็นเพียงหมอหญิงอีกไม่นานเพชฌฆาตจะนำยาพิษกรอกใส่ปากเจ้าทันทีโดยไร้ซึ่งการไต่สวนใดๆ” องค์รัชทายาททรงอธิบาย

              “ขอบพระทัยเพคะ” ฉู่หลินจำใจยอมรับว่าตนเป็นชายาขององค์ชายรอง

              “ทหาร! ปลดโซ่ตรวน พระนางทรงเป็นชายาขององค์ชายรอง ไว้มีการไต่สวนเมื่อไหร่พระนางจะไปขึ้นศาลเอง” องค์รัชทายาทตรัส

              “พะย่ะค่ะ” ผู้คุมคุกรีบมาปลดโซ่ตรวนให้

              ต้าหยวนเข้าไปช่วยประคองฉู่หลินกลับตำหนักองค์รัชทายาททันที
                                                    ******************************

              ณ ตำหนักองค์รัชทายาท

              “กระหม่อมไปสืบมาแล้วพระสนมเอกทรงวางเวรยามไว้แน่นหนามากพะย่ะค่ะ” เหลียงอ้ายรายงาน

              “ได้โปรดให้หม่อมฉันตรวจพระอาการของฝ่าบาทด้วยเถิดเพคะหม่อมฉันคิดว่ามันต้องมีต้นสายปลายเหตุเป็นแน่” ฉู่หลินขอร้อง

              “แม่ขอไปพบฝ่าบาทได้มั้ย”อดีตฮองเฮาเป็นห่วง

              “มันจะดีหรือพะย่ะค่ะ”องค์รัชทายาททรงไม่เห็นด้วย

              “ให้แม่ไปเถอะนะลูก”อดีตฮองเฮาขอร้องเช่นกัน

              “งั้นกระหม่อมขออาสาเป็นตัวล่อให้พะย่ะค่ะแล้วพระองค์ก็ทรงพาอดีตฮองเฮาและฉู่หลินไปพบฝ่าบาท” ต้าหยวนอาสา

              “คงต้องเป็นอย่างนั้นมันต้องมีอะไรแน่ ไม่เช่นนั้นพระสนมเอกคงไม่วางกองกำลังคุมตำหนักฝ่าบาทไว้เช่นนั้น”องค์รัชทายาททรงสงสัย

              และแล้วองค์รัชทายาทก็ทรงรีบดำเนินการตามแผนการ
                                                    ******************************

              ณ ห้องบรรทมของฝ่าบาท

              ต้าหยวนรีบนำทีมทหารองครักษ์สวมชุดดำเพื่อแสร้งทำตัวเป็นคนร้ายบุกรุกเข้าห้องบรรทมของฝ่าบาทจากนั้นก็แสร้งวิ่งหนีออกไปทำให้สามารถล่อทหารที่คุมตำหนักของฝ่าบาทออกมาได้ทั้งหมด

              เมื่อสบโอกาสเหมาะ องค์รัชทายาททรงให้ทหารองครักษ์เป่าลูกดอกเคลือบยาสลบใส่กงกงและนางกำนัลที่ดูแลฝ่าบาททั้งหมดจากนั้นองค์รัชทายาทค่อยพาตัวฉู่หลินและอดีตฮองเฮาเข้าไปในห้องบรรทมของฝ่าบาท

              ฉู่หลินรีบเข้าไปตรวจพระอาการ จับชีพจรสำรวจร่องรอยตามพระวรกาย พอรู้แล้วก็รีบรายงาน “ทูลองค์รัชทายาท ฝ่าบาททรงมีรอยเขี้ยวของงูพิษเพคะพิษของงูชนิดนี้มีผลทำให้ฝ่าบาททรงเป็นอัมพาตพูดอะไรไม่ได้เลยเพคะ”

              “และเจ้ารักษาได้หรือไม่”องค์รัชทายาททรงมีความหวัง

              ฉู่หลินแสดงสีหน้าเศร้าพร้อมกับส่ายหน้าช้าๆ“พิษของงูได้แพร่กระจายไปทั่วพระวรกายแล้วเพคะขับพิษไม่ทันแล้วเพคะ”

              “ไม่จริงต้องมีวิธีรักษาสิ” อดีตฮองเฮาทรงรับไม่ได้

              “หมอหลวงตั้งเยอะแยะเหตุใดถึงไม่รู้ ไม่งั้นคงรักษาได้ทัน” องค์รัชทายาททรงกริ้ว

              “พระสนมเอกน่าจะทรงกีดกันไม่ให้หมอหลวงเข้าไปดูพระอาการเพคะเพราะถ้าหมอได้เห็น ยังไงพวกเขาก็ต้องรู้เพคะ” ฉู่หลินคาดการณ์

              “น่าเจ็บใจจริงๆ” องค์รัชทายาททรงกำพระหัตถ์ไว้แน่น

              อดีตฮองเฮาไม่สนใจอะไรอีกแล้วพระนางเข้าไปนั่งข้างๆฝ่าบาทพร้อมกับจับพระหัตถ์ของฝ่าบาทไว้แน่น

              ฝ่าบาททรงตกพระทัยที่ได้ทราบว่าอดีตฮองเฮายังไม่ตายแต่ถึงอย่างนั้นฝ่าบาทก็ทรงตรัสอะไรไม่ได้อยู่ดี

              “หม่อมฉันรู้เพคะว่าพระองค์ทรงตกพระทัยที่หม่อมฉันยังไม่ตาย แต่หม่อมฉันยังคงยืนยันคำเดิมหม่อมฉันไม่ได้คิดก่อการกบฏจริงๆนะเพคะ แต่ก่อนหม่อมฉันยอมรับว่าหม่อมฉันเคยแค้นพระองค์ที่พระองค์ทรงไม่เคยเชื่อใจหม่อมฉันเลยแต่มาถึงตอนนี้ที่ฝ่าบาททรงพยายามให้องค์รัชทายาทรื้อคดีก่อการกบฏขึ้นมาใหม่หม่อมฉันรู้สึกซึ้งใจและต้องขอขอบพระทัยด้วยเพคะ” อดีตฮองเฮาพูดเปิดใจ

              ฝ่าบาททรงมีน้ำตาไหลพระองค์ทรงอยากจะตรัสและอยากจะจับมืออดีตฮองเฮาก็ทรงทำไม่ได้

              อดีตฮองเฮาทรงเช็ดน้ำตาให้ฝ่าบาทและตรัสว่า “หม่อมฉันรักพระองค์เพคะทรงแข็งพระทัยไว้นะเพคะ”

              “พวกเราต้องรีบไปแล้วพะย่ะค่ะทหารเวรเริ่มกลับมาแล้ว” องค์รัชทายาททรงดูต้นทางให้

              อดีตฮองเฮาทรงกอดฝ่าบาทไว้ก่อนที่จะรีบตามองค์รัชทายาทและฉู่หลินหนีออกนอกห้องบรรทมเพราะหากทหารเห็นองค์รัชทายาททรงอยู่ในห้องนี้ คงมีข่าวลือกันว่าองค์รัชทายาททรงเป็นผู้ลอบปลงพระชนม์ของฝ่าบาทเพื่อตนจะได้ขึ้นครองราชย์ทันที

                                                              ******************************

              ทั้งสามกลับมาถึงตำหนักองค์รัชทายาทด้วยความเศร้าหมองผ่านไปไม่นานก็มีกงกงประกาศว่าฝ่าบาททรงสวรรคตแล้ว

              อดีตฮองเฮาทรงเป็นลมทำให้ฉู่หลินต้องรีบเข้าไปดูอาการของนาง

              องค์รัชทายาทและต้าหยวนต้องรีบไปดูพระศพของฝ่าบาทและช่วยกันจัดพิธีพระศพตอนนี้องค์รัชทายาทในฉลองพระองค์ชุดผ้าดิบกำลังนั่งคุกเข้าต่อหน้าพระศพของฝ่าบาท

              ผ่านไปไม่นานพระสนมเอกก็เสด็จมาที่งานพระศพพร้อมกับทรงกรรแสงคร่ำครวญและกล่าวเอาเรื่องหมอหญิงฉู่หลิน

              “เป็นเพราะหมอหญิงฉู่หลินรักษาผิดพลาดฝ่าบาทถึงทรงเป็นเช่นนี้ องค์รัชทายาททรงกำลังปกป้องหมอหญิงคนนั้นอยู่นั่นหมายความว่าพระองค์ทรงเป็นผู้บงการลอบปลงพระชนม์ฝ่าบาทใช่มั้ยเพคะ” พระสนมเอกตรัสอย่างเอาเรื่อง

              “บังอาจ! พระองค์ทรงกล่าวอะไร โปรดระวังคำพูดด้วย” องค์รัชทายาททรงกริ้ว

              “หม่อมฉันพูดความจริงเพคะตอนนี้หมอฉู่หลินก็อยู่ในตำหนักของพระองค์” พระสนมเอกตรัสอ้าง

              ขุนนางทุกคนที่ได้ยินต่างพากันคุกเข่ากดดันให้องค์รัชทายาททรงจับตัวฉู่หลินเข้าคุกหลวงเพื่อรอลงอาญา

              “นี่พวกเจ้า”องค์รัชทายาททรงนึกไม่ถึงว่าเหล่าขุนนางจะทำเช่นนี้

              “โปรดอย่าปกป้องผู้กระทำผิดเลยพะย่ะค่ะ”ขุนนางคนหนึ่งกล่าว

              องค์รัชทายาททรงกำพระหัตถ์ไว้แน่นและจำต้องยอมทำตามเหล่าขุนนางดังนั้นพระองค์จึงยอมจับฉู่หลินเข้าคุกหลวงเพื่อรอการตัดสินโทษในขณะเดียวกันก็ให้หมอชันสูตรแอบตรวจสอบพระศพของฝ่าบาทอย่างลับๆและให้เก็บหลักฐานทั้งหมดไว้เพื่อรอการสอบสวนต่อไป

                                                              ******************************

              ณ ตำหนักองค์รัชทายาท

              “เหตุใดถึงทรงจับฉู่หลินเข้าคุกหลวงล่ะพะย่ะค่ะทั้งๆที่พวกเราก็รู้ว่าฝ่าบาททรงได้รับพิษงู” ต้าหยวนไม่เข้าใจ

              “เราต้องการให้เจ้าคอยคุ้มกันนางที่คุกหลวงเราอยากรู้ว่าจะมีใครปองร้ายนางหรือไม่ หากมี ให้เจ้ารีบจับตัวมันไว้และเค้นถามหาตัวผู้บงการ” องค์รัชทายาทตรัสสั่ง

              “ขุนนางพากันกดดันให้ลงโทษฉู่หลินเช่นนี้จะทำอย่างไรพะย่ะค่ะ” ต้าหยวนกังวล

              “เจ้ามีวิธีหรือไม่”องค์รัชทายาททรงหันไปถามกุนซือเหลียงอ้าย

              “กระหม่อมคิดว่า….” เหลียงอ้ายกำลังจะบอกแต่ถูกขัดจังหวะ

              “แย่แล้วพะย่ะค่ะมีคนร้ายมาชิงตัวนักโทษหมอเจียงหลีออกจากคุกพะย่ะค่ะ” ทหารองครักษ์รายงาน

              “ใครกันช่างบังอาจยิ่งนักยังไงเราจะตามล่ามันให้ถึงที่สุด” องค์รัชทายาทตรัส

              ในตอนนี้องค์รัชทายาททรงอยู่ในช่วงวิกฤตเพราะเหล่าขุนนางต่างพากันคิดว่าองค์รัชทายาททรงเป็นผู้บงการให้หมอหญิงฉู่หลินทำร้ายฝ่าบาทไม่เพียงเท่านั้นนักโทษที่ลอบปลงพระชนม์ฝ่าบาทตัวจริงยังถูกพรรคพวกช่วยเหลือออกจากคุกได้สำเร็จอีก

              ******************************

            ตกกลางคืนก็เป็นไปตามที่องค์รัชทายาททรงคาดการณ์เอาไว้มีนักฆ่าแอบเข้าไปในคุกหลวงเพื่อลอบฆ่าหมอหญิงฉู่หลินปิดปากโชคดีที่ต้าหยวนป้องกันไว้ทันและเขาก็ต้องนำตัวฉู่หลินมาหลบอยู่ที่ตำหนักองค์รัชทายาทเช่นเดิม แต่น่าเสียดายนักฆ่ามีวรยุทธ์สูงมากมันจึงหนีไปได้

            “พวกมันดำเนินการเร็วจริงๆ เหมือนวางแผนมาเป็นอย่างดี” องค์รัชทายาททรงนึกไม่ถึง

            “ต้องเป็นฝีมือพระสนมเอกแน่ๆพะย่ะค่ะคงต้องการให้องค์รัชทายาทยื่นมือไปปกป้องหมอหญิงและทำให้พระองค์ทรงดูเหมือนเป็นผู้บงการปลงพระชนม์ฝ่าบาทขุนนางจะได้พากันคัดค้านการครองราชย์ของพระองค์” ต้าหยวนคาดการณ์

            “ผลชันสูตรเป็นอย่างไรบ้าง” องค์รัชทายาทตรัสถามหมอชันสูตรศพ

            “ฝ่าบาททรงถูกงูกัดจริงๆ และน่าจะสวรรคตเพราะพิษงูพะย่ะค่ะ” หมอชันสูตรรายงาน

            “งูไปอยู่ในห้องบรรทมได้อย่างไร แล้วเหตุใดคนอื่นถึงไม่เห็นงูสักตัว”องค์รัชทายาททรงสงสัย

            “ใครน่ะ” ต้าหยวนรีบจับดาบ

            “ช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ” หญิงสาววิ่งเข้ามาที่ตำหนักสักพักอาการก็กำเริบ นางล้มไปกองกับพื้นในสภาพคนเป็นอำพาตและกลายเป็นพูดไม่ได้

            ฉู่หลินรีบเข้าไปดูอาการหญิงสาวปริศนาพอเห็นรอยเขี้ยวงู นางจึงรีบกินยาสกัดพิษ ใช้ผ้ารัดแขนข้างที่ถูกงูกัดก่อนจะใช้ปากดูดพิษให้กับหญิงปริศนาและถ่มทิ้ง

            ฉู่หลินรีบบ้วนปากด้วยน้ำแล้วรีบฝังเข็มให้ จากนั้นก็สั่งนางกำนัลไปต้มยาสมุนไพรพอหญิงสาวปริศนาทานยาสมุนไพรหมดก็ให้นางนอนพักผ่อน

            “นางเป็นอะไรอย่างนั้นหรือ” องค์รัชทายาทตรัสถาม

            “นางถูกงูกัดเพคะ และน่าจะเป็นงูชนิดเดียวกับงูที่กัดฝ่าบาทด้วยเพคะ”ฉู่หลินกล่าว

            “เจ้าต้องรักษานางให้ถึงที่สุด พวกเราจะได้รู้ต้นสายปลายเหตุก็ทีนี้แหละ”องค์รัชทายาททรงบังคับให้ฉู่หลินรักษานางให้จงได้

              ******************************

            เช้าวันรุ่งขึ้นองค์รัชทายาททรงรีบไปดูอาการของหญิงสาวปริศนาทันที

            “ถวายบังคมเพคะ องค์รัชทายาท” หญิงสาวมีอาการดีขึ้นเสียงกลับคืนมาและขยับตัวได้ปกติ

            “เจ้าเป็นใครกัน” องค์รัชทายาททรงถามตรงๆ

            “หม่อมฉันชื่อ หงเยี่ยน เป็นนางกำนัลประจำตำหนักพระสนมเอกเพคะ”

            “เหตุใดเจ้าถึงโดนงูกัดแบบนี้” องค์รัชทายาททรงสงสัย

            “เอ่อ คือ….” หงเยี่ยนมีน้ำตาคลอและไม่กล้าบอก

            “บอกเรามาเถิด เราจะได้ช่วยเหลือเจ้าได้ถูก” องค์รัชทายาททรงพยายามกล่อม

            “พระสนมเอกทรงจ้างท่านจอมยุทธ์ท่านหนึ่งให้มาทำงานรับใช้พระองค์แต่นอกจากจ่ายค่าจ้างเป็นอัฐแล้ว พระสนมเอกทรงยังต้องส่งนางกำนัลให้ไปบำเรอจอมยุทธ์ท่านนั้นด้วยเหล่านางกำนัลต่างพากันถูกย่ำยีไปทีละคนบางคนถึงขั้นตั้งครรภ์ก็ต้องพากันแอบกินยาขับเลือดเพื่อทำแท้งเด็กเพราะนางกำนัลเหล่านั้นกลัวความผิดต้องโทษประหารฐานผิดกฎลอบมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวเพคะ”นางกำนัลหงเยี่ยนเล่า

            “เหตุใดถึงต้องเอาใจจอมยุทธ์คนนั้นถึงขั้นนี้ด้วย” องค์รัชทายาททรงไม่เข้าพระทัย

            “เขาคือมารฟงเหวินเพคะ เขามีวรยุทธ์สูงมากและเลี้ยงงูพิษไว้ข้างกายหากนางกำนัลคนใดขัดขืนหรือแข็งข้อ เขาก็จะปล่อยงูพิษมากัดหญิงผู้นั้นเพคะ” หงเยี่ยนกล่าวเพราะตนเป็นหนึ่งในคนที่ขัดขืนจอมยุทธ์ชั่วคนนั้น

            “เจ้าพักผ่อนก่อนเถิด เราจะกันเจ้าเป็นพยานและปกป้องชีวิตเจ้าเอง” องค์รัชทายาทตรัสคำมั่น

            “ขอบพระทัยเพคะ” หงเยี่ยนรู้สึกซึ้งใจ

            องค์รัชทายาททรงปล่อยให้ฉู่หลินดูแลหงเยี่ยนตามลำพังแล้วตัวพระองค์ก็เสด็จไปที่ห้องทรงงานเพื่อปรึกษาหารือกับเหลียงอ้ายและต้าหยวน

              ******************************

            ณห้องทรงงาน

            “พระสนมเอกทรงเป็นผู้บงการสังหารฝ่าบาทจริงๆนางคงใช้ให้จอมยุทธ์ข้างกายนำงูพิษไปกัดพระศอของฝ่าบาทแต่พิษนั่นไม่ได้ทำให้สิ้นพระชนม์ทันที มันมีฤทธิ์ทำให้เกิดอัมพาตพูดไม่ได้สักพักไม่นานคนถูกงูกัดก็ต้องตาย” องค์รัชทายาทตรัส

            “พระนางช่างอำมหิตยิ่งนัก แล้วจะทำอย่างไรดีพะย่ะค่ะ” เหลียงอ้ายกล่าว

            “เราได้ตัวหงเยี่ยนมาเป็นพยานให้แล้วคงต้องรบกวนเจ้าพาพรรคพวกไปจับกุมตัวมารฟงเหวิน” องค์รัชทายาทตรัสสั่งต้าหยวน

            “ระวังตัวด้วย จอมยุทธ์ผู้นี้มีวรยุทธ์สูง แถมมีงูพิษเป็นอาวุธอีก” เหลียงอ้ายเตือนต้าหยวน

            “กระหม่อมจะไม่ยอมปล่อยมันไปทำร้ายใครได้อีกพะย่ะค่ะ” ต้าหยวนกล่าวคำมั่น

              สักพักก็ได้ยินเสียงเหล่าขุนนางพากันประท้วงให้จับกุมตัวหมอหญิงฉู่หลินไปประหารชีวิต

              เสียงตะโกนดังขึ้นเรื่อยๆ ดังเช่น “ได้โปรดจับหมอหญิงประหารชีวิตด้วยเถิดพะย่ะค่ะ”

              อีกคนก็กล่าวว่า “ทรงอย่าปกป้องคนผิดเลยพะย่ะค่ะ”

              เสียงประท้วงยังคงดังไม่หยุด

              องค์รัชทายาททรงทนไม่ไหวพระองค์รีบเสด็จไปที่กลุ่มประท้วงที่กำลังกดดันพระองค์

              ******************************

              “พวกเจ้าต้องการอะไรกันแน่เรื่องคดีลอบปลงพระชนม์ฝ่าบาท เรากำลังสืบอยู่” องค์รัชทายาทตรัส

              “เห็นๆอยู่ว่าเป็นฝืมือหมอหญิงฉู่หลินนางเป็นชาวแคว้นฝางนางอาจเป็นสายให้ฮ่องเต้แคว้นฝางและลอบทำร้ายฝ่าบาทแคว้นฉีก็เป็นได้นะพะย่ะค่ะ”ขุนนางคนหนึ่งกล่าวอ้าง

              “พวกเจ้าไม่มีหลักฐานนั่นล้วนแต่เป็นความคิดเห็นของพวกเจ้าทั้งสิ้น อย่าปรักปรำนาง” องค์รัชทายาทตรัส

              “แต่ถึงอย่างไรนางก็เป็นผู้ต้องสงสัยนะพะย่ะค่ะพระองค์ควรจับนางไปขังรอลงอาญาถึงจะถูกไม่ใช่ให้นางมาอยู่ที่ตำหนักของพระองค์แบบนี้” ขุนนางคนหนึ่งกล่าว

              “นางถูกคนร้ายลอบสังหารเราจำเป็นต้องปกป้องชีวิตของนาง” องค์รัชทายาทตรัส

              “พวกเราไม่เชื่อพะย่ะค่ะพระองค์ทรงมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสวรรคตของฝ่าบาทใช่หรือไม่”ขุนนางอีกคนกล่าว

              “บังอาจ! เราเป็นลูก เราจะอกตัญญูแบบนั้นได้อย่างไร” องค์รัชทายาททรงกริ้ว

              เหล่าขุนนางกำลังจะอ้าปากพูดเพื่อกดดันองค์รัชทายาทต่อแต่ทว่า

              “ช่วยด้วยช่วยด้วยเพคะ” พระสนมเอกทรงอุ้มองค์ชายหยางเจี้ยนมาที่ตำหนักองค์รัชทายาทอย่างตื่นตระหนก

              “มันเกิดอะไรขึ้น”องค์รัชทายาทตรัสสอบถาม

              “องค์ชายหยางเจี้ยนถูกวางยาพิษเพคะ”พระสนมเอกตรัสอย่างร้อนรน

              “แล้วทำไมไม่เรียกหมอหลวงมาที่ตำหนักนี้ทำไม” องค์รัชทายาททรงไม่เข้าพระทัย

              “ฮือ ฮือหม่อมฉันเรียกหมอหลวงมาดูอาการแล้วเพคะหมอหลวงบอกว่าหยางเจี้ยนถูกพิษชนิดเดียวกับฝ่าบาทหมอเจียงหลีต้องเป็นผู้วางยาหยางเจี้ยนเป็นแน่เพคะ” พระสนมเอกตรัสทั้งน้ำตา

              “ก็ท่านเป็นคนบอกเองไม่ใช่หรือว่าฝ่าบาททรงได้รับผลข้างเคียงจากยาสมุนไพรที่ฉู่หลินใช้รักษาฝ่าบาทแล้วท่านกล้าให้ฉู่หลินรักษาโอรสของท่านได้อย่างไร” องค์รัชทายาทตรัส

              “ได้โปรดเถิดเพคะหม่อมฉันยอมแล้ว หมอฉู่หลินสามารถแก้พิษเพียงหลับได้จริงๆ” พระสนมเอกทรงเช็ดน้ำตา

              “เหลียงอ้ายเจ้าจงไปตามฉู่หลินมารักษาองค์ชายน้อย ส่วนเจ้าจงทำหน้าที่แทนนาง” องค์รัชทายาทตรัสสั่ง

              เหลียงอ้ายเข้าใจความหมายนั่นคือให้บอกฉู่หลินมารักษาองค์ชายหยางเจี้ยนวัย 7 พรรษาส่วนตนนั้นต้องคอยเฝ้าอาการหงเยี่ยนแทนฉู่หลิน

              ฉู่หลินมาถึงก็รีบไปตรวจพระอาการขององค์ชายน้อยพอรู้ว่าองค์ชายน้อยทรงได้รับพิษชนิดเดียวกับฝ่าบาทจริงๆ นางจึงรีบไปเบิกสมุนไพร 20 ตัวมา พร้อมกับต้มสมุนไพรเอง จนถึงขั้นตอนยกถ้วยยาให้องค์ชายน้อยเสวย

              “ทำไมขมจังเลย”องค์ชายหยางเจี้ยนตรัสอย่างอ่อนแรง

              “อดทนเสวยหน่อยนะเพคะพระองค์จะได้หายไวๆไงเพคะ” ฉู่หลินกล่าว   

              องค์ชายหยางเจี้ยนทรงยอมเสวยแต่โดยดี

              “พวกท่านเห็นมั้ยว่าพอองค์ชายหยางเจี้ยนเสวยยาเข้าไปแล้ว เขาก็ปกติดีทุกอย่างไม่เห็นว่าจะมีผลข้างเคียงทำให้เกิดอัมพาตพูดไม่ได้ดังที่พวกเจ้าคิดเลย” องค์รัชทายาทตรัส

              “ยาที่ใช้รักษาอาจต่างชนิดกันก็เป็นได้นะพะย่ะค่ะ”ขุนนางคนหนึ่งไม่เชื่อ

              “พวกเจ้าจะปรักปรำคนอื่นอีกนานแค่ไหนเราเห็นกับตาว่าฝ่าบาททรงมีพระอาการดีขึ้นหลังทานยาของฉู่หลินแต่ที่ฝ่าบาททรงมีพระอาการเป็นอัมพาตเช่นนี้ เพราะมีคนปองร้ายพระองค์ต่างหากที่พระศอฝ่าบาทมีรอยเขี้ยวงูพิษด้วย” องค์รัชทายาททรงยอมเผย

              “เป็นความจริงหรือพะย่ะค่ะ”ขุนนางคนหนึ่งตกใจ

              “หมอชันสูตรยืนยันเช่นนั้นจริงๆให้เวลาเราหน่อยเถิด เราจะสืบคดีนี้ให้กระจ่างเอง” องค์รัชทายาทตรัส

              “ก็ได้พะย่ะค่ะพวกเรายอมเชื่อพระองค์ก็ได้ งั้นพวกเรากลับกันเถอะ” ขุนนางยอมเชื่อ

              เหล่าขุนนางยอมแยกย้ายเพราะพวกเขาได้เห็นแล้วว่าพระสนมเอกทรงกล้าให้ฉู่หลินรักษาองค์ชายน้อยนั่นหมายความว่ายาของฉู่หลินรักษาพิษเพียงหลับได้จริงและที่ฝ่าบาททรงเป็นอัมพาตพูดไม่ได้นั้นอาจมาจากสาเหตุอื่น

    คล้ายกับเรื่องพลิกชะตามาเป็นสาวงาม ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    364K 318
    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912