บทที่ 10 ได้กำไรก้อนโต
"พี่สะใภ้ใหญ่ รีบมาดูเร็วเข้า! ในรถมีของดีมากมายยิ่งนัก!"
หยางลี่ฮวาอุ้มจูจูเข้ามาดูใกล้ ๆ เหลือบมองครั้งหนึ่งก็กำชับไท่จี้เย่ "เ้าอยู่ตรงนี้รอก่อน คอยเฝ้าไว้ให้ดี ข้าจะแอบกลับไปเรียกพี่ชายใหญ่กับพี่ชายรองของเ้าให้มาช่วย"
ไท่จี้เย่รีบพยักหน้าทันที
จูจูไม่รู้ว่าท่านแม่กับอาสามวางแผนอะไรกัน นางเหยียดมือน้อย ๆ ชี้ตรงไปที่กล่องขนมพยายามจะหยิบมัน
"หนม! หนม!"
ไท่จี้เย่คว้าขนมสองชิ้นยัดใส่อ้อมอกของหลานสาว ยิ้มพลางพูดว่า "จูจู รีบกลับบ้านนะ รออาสามเอาของดีกลับไปให้"
จูจูยิ้มแย้มอย่างมีความสุข ฟันขาวเล็ก ๆ หลายซี่เป็ประกายระยับ
หยางลี่ฮวารีบเดินไปข้างหน้า กลัวว่าลูกสาวจะอ้าปากกินขนมแล้วลมเย็นจะเข้าไปในท้อง นางกำลังจะพูดปลอบประโลมสองสามคำ ก็เห็นว่ามือเล็ก ๆ ของลูกกำขนมไว้แน่น
ในบริเวณบ้านครอบครัวไท่ ไท่ซานเย่และคนอื่น ๆ ได้จากไปแล้ว
ผู้เฒ่าไท่นั่งอยู่ที่หน้าประตู สูบกล้องยาสูบเปล่า ๆ สีหน้าไม่ค่อยดีนัก
ไท่จี้จงกับภรรยาและลูก ๆ ไม่กล้าพูดอะไร ได้แต่เงียบไว้หาอะไรทำเพื่อให้ตัวเองไม่ว่าง ส่วนไท่จี้จู่เป็ห่วงภรรยาและลูกสาวที่ยังไม่กลับมา เขาจึงออกไปมองหาที่หน้าประตูบ่อย ๆ
ในที่สุดเมื่อคอยจนคนที่รอกลับมาถึง เขาก็รีบไปเปิดประตูและอุ้มลูกสาวเข้ามา พร้อมบ่นว่า "ไปไหนนานเหลือเกิน ข้างนอกหนาวยิ่งนัก ระวังจูจูจะหนาวเกินไป"
แต่จูจูกลับดิ้นเตะขาอ้วนป้อมของตน แสดงความร้อนใจอยากลงพื้น ไท่จี้จู่กลัวลูกสาวสุดที่รักจะร่วงตก จึงรีบวางนางลง
เด็กน้อยถือขนมในมือแล้ววิ่งไปหาท่านปู่ "ท่านปู่ กิน!"
ท่านผู้เฒ่าไท่ถูกหลานสาวกอดที่ขา คิ้วที่ขมวดแน่นก็คลายลง "หลานกินเถอะ ปู่สูบยา..."
พูดได้ครึ่งทาง เขาถึงนึกขึ้นได้จึงถามว่า "พวกเ้าได้ขนมนี้มาจากไหน?"
หยางลี่ฮวาถูกลมเย็นทำให้ระคายคอ เพิ่งหายใจได้สะดวกก็เล่าเื่ทั้งหมดให้ฟัง ทุกคนในครอบครัวตื่นเต้นขึ้นมาทันที พร้อมกันมองไปที่ชายชรา
ท่านผู้เฒ่าไท่คิดไปคิดมาแล้วพูดว่า "เ้าใหญ่ เ้ารองกับพวกเด็ก ๆ แบกตะกร้าไว้ด้วย คนอื่นเห็นเข้าก็บอกว่าไปตัดฟืน ไปหาของกินหน่อย"
"ถ้ามีของชิ้นใหญ่ที่เอากลับมาไม่สะดวกก็ฝังไว้ในหิมะก่อน แล้วค่อยไปเอาตอนกลางคืน"
"ขอรับ ท่านพ่อ!" ไท่จี้จู้รีบตอบรับแล้วพาน้องชายกับพวกเด็ก ๆ ไปเตรียมตัว จากนั้นก็รีบออกจากบ้านอย่างคล่องแคล่ว
ไท่จี้เย่หนาวจนเท้าทั้งสองชา รอพี่ชายกับพวกหลาน ๆ มาถึงอย่างทุกข์ทรมาน พอมาถึงก็รีบพาพวกเขาขนของออกจากรถม้าจนหมด
ตัวรถทั้งคันเอาไปไม่ได้ ทุกคนในครอบครัวจึงกลบหิมะปิดมันไว้อย่างมิดชิด
โชคดีที่อากาศหนาวมาก ทุกครัวเรือนในหมู่บ้านต่างมีชีวิตยากลำบาก กินโจ๊กเหลวแค่วันละสองมื้อ ทั้งไม่อิ่มท้องและทนหนาวไม่ไหว ใครก็ตามที่สามารถอยู่ในบ้านได้ ก็จะไม่ออกไปข้างนอกเด็ดขาด
ไม่มีใครรู้ว่าบ้านไท่แอบรวย ‘เล็กน้อย’ อย่างเงียบ ๆ !
เมื่อฟ้ามืดสนิท ท่านผู้เฒ่าไท่ออกไปด้วยตัวเอง พาลูกหลานถอดชิ้นส่วนรถกลับมาด้วย
ไท่จี้เย่ทำงานรับจ้างทั่วไปหลายปี เขาเคยเรียนรู้งานช่างไม้มาบ้าง ที่บ้านยังมีเครื่องมือเครื่องไม้อยู่หลายชิ้น ทำให้ช่วยได้มาก
แต่ถึงกระนั้นเมื่อครอบครัวนั่งล้อมรอบเตาผิงในห้องโถง ก็ต้องใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะหยุดสั่นสะท้าน
ไท่จี้จู่อดใจไม่ไหวถามขึ้นว่า "แม่ของลูก ของที่เอากลับมาใช้ได้ทั้งหมดหรือเปล่า?"
"ได้สิ ได้!" หยางลี่ฮวาตอบ
นางกับหลิวตงเหนียงได้ตรวจนับสิ่งของแล้ว ทั้งสองสะใภ้ต่างก็ดีใจมาก
สำหรับครอบครัวร่ำรวย การเตรียมตัวออกไปข้างนอกในฤดูหนาวย่อมละเอียดรอบคอบเป็ธรรมดา
ของดี ๆ ในรถม้าถูกนำออกไปหมดแล้ว แต่ข้างของที่เหลืออยู่ก็เพียงพอที่จะทำให้คนรู้สึกประหลาดใจได้
ภายในห้องโดยสารมีฟูกหนาบุด้วยนวมฝ้ายหนักแปดชั่ง ผ้าห่มที่ใช้คลุมหนักสิบชั่ง และหุ้มด้วยผ้าฝ้ายเนื้อละเอียดที่ยังใหม่ประมาณเจ็ดถึงแปดส่วน
ยังมีหมอนอิงใบใหญ่สี่เหลี่ยมสี่ใบ ซึ่งเย็บด้วยผ้าฝ้ายละเอียดสีฟ้ายัดด้วยนุ่นจนเต็มแน่น
เตาทองแดงขนาดเท่ากับอ่างดินเผาเล็ก ๆ ด้านล่างสามารถใช้เผาถ่าน ้าสามารถต้มชาได้ โดยรอบแกะสลักเป็ลวดลายฉลุ ดูประณีตมาก
ในช่องเก็บของด้านล่างของตู้รถม้า มีข้าวขาวสิบชั่ง ข้าวฟ่างห้าชั่งกับกระปุกเนื้อฝอย คงเป็วัตถุดิบที่เตรียมไว้สำหรับให้เด็ก ๆ กินระหว่างเดินทาง
นอกจากนี้ยังมีถ่านเงินชั้นดีอีกห้าหกชั่ง ถุงมือขนกระต่ายที่ใช้แล้วใหม่ประมาณแปดส่วน และขนมที่แตกหักอีกสองกล่อง!
สิ่งเหล่านี้ในสายตาของคนรวย เป็เพียงของใช้ธรรมดาที่สามารถทิ้งได้ตามใจชอบ แต่สำหรับครอบครัวไท่ในยามนี้ มันเป็สมบัติล้ำค่าและผลตอบแทนที่หาได้ยาก!
จูจูดีใจจนตัวโยก กลิ้งไปกลิ้งมาด้วยร่างเล็กอวบอ้วนของตน มุดเข้ามุดออกมาอยู่ในผ้านวม
เมื่อเห็นคนในบ้านเข้ามา นางยิ่งรู้สึกตื่นเต้น
สองวันที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมา ก็เห็นท่านแม่จะดึงผ้าห่มคลุมตัวนางไว้ด้วยกลัวว่านางจะหนาว
แต่ท่านแม่ก็หนาวเหมือนกันนะ!
ผ้าห่มและเครื่องนอนเหล่านี้ช่างอุ่นสบายจริง ๆ หนากว่าของที่บ้านเยอะเลย!
ทั้งหมดอุ่นจัง นุ่มจัง ทำจากฝ้ายทั้งนั้น!
ท่านแม่สามารถทำเสื้อคลุมได้แล้ว จะได้สวมใส่ให้อุ่น ๆ !
นางพยายามดึงผ้าห่มสุดแรง หวังจะคลุมให้มารดา
น่าเสียดายที่จูจูไม่มีแรงพอจะดึงมันได้ ใบหน้าเล็ก ๆ แดงก่ำด้วยความเหนื่อย ผ้าห่มเคลื่อนไปได้ไม่ถึงสองนิ้ว สุดท้ายก็เหนื่อยจนทิ้งก้นลงบนขอบเตียงเตา
จูจูลูบก้นเล็ก ๆ ด้วยความน้อยใจ แล้วหันไปมองมารดา ดวงตากลมโตเป็ประกาย ฟ้องเสียงอ่อนว่า "เจ็บ!"
ทุกคนที่เห็นต่างพากันหัวเราะ ไม่สนใจข้าวของที่เกลื่อนเตียง รีบเข้าไปปลอบเด็กน้อยคนนี้
"จูจูไม่เจ็บ พี่ชายช่วยเ้าเอง!"
"จูจูอย่าร้องไห้ ปู่จะช่วยตีมันให้เอง!"
"มานี่เร็ว แม่อุ้ม!"
จูจูวิ่งเข้าไปในอ้อมกอดของมารดา มองดูคนในครอบครัวแล้วยิ้มพลางเตะขาเล็ก ๆ ของตนไปมา
หยางลี่ฮวาจูบเบา ๆ ที่หน้าผากของลูกสาว ในใจหวานละมุนเหมือนน้ำผึ้ง ชมว่า "จูจูของแม่ช่างกตัญญูจริง ๆ !"
พอพูดจบ นางก็หันไปถามพ่อสามี "ท่านพ่อ ถุงมือหนังกระต่ายขนาดพอดีมาก ข้าอยากเอาไปแกะเป็เสื้อกั๊กให้จูจู"
ท่านปู่แน่นอนว่ารีบพยักหน้าเห็นด้วยทันที และสั่งว่า "เ้าเป็คนดูแลบ้านอยู่แล้ว เื่พวกนี้จัดการตามที่เห็นสมควรเถอะ"
หยางลี่ฮวากวาดสายตามองน้องสะใภ้ เห็นว่าหลิวตงเหนียงไม่ได้แสดงอาการไม่พอใจอะไร นางจึงเริ่มพูดขึ้น เพราะเมื่อครู่ตอนที่เก็บของ นางก็ได้คิดคำนวณไว้ในใจเรียบร้อยแล้ว
"ได้ ผ้านวมและหมอนอิงรวมกันแล้ว สามารถแกะนุ่นได้เกือบยี่สิบชั่ง ข้าตั้งใจจะเอาไปทำเสื้อกั๊กและกางเกงตัวใหม่ให้คนในบ้าน ยัดนุ่นดี ๆ พวกนี้ใส่เข้าไป”
"นอกจากนี้ผ้าห่มพวกนี้รีดเสียหน่อยก็จะดัดแปลงเป็เสื้อผ้าดี ๆ ได้สามตัว พ่อหย่งอันกับน้องรอง น้องสาม ต้องออกไปข้างนอกบ่อย ๆ ไม่ควรใส่เสื้อผ้าที่เก่า ๆ ขาด ๆ เกินไป ถ้ายังมีนุ่นเหลือก็เปลี่ยนผ้าห่มของท่านพ่อด้วย"
ทุกคนพากันพยักหน้า แต่ชายชรากลับโบกมือ "ผ้าห่มของข้าอุ่นพอแล้ว ให้หย่งหนิงดีกว่า เด็กคนนี้ชอบไอเพราะหนาวตอนกลางคืนตลอด!"
ไท่หย่งหนิงส่ายหน้าอย่างแรง หวังจะปฏิเสธ แต่ถูกบิดากดไว้
"ฟังที่ท่านปู่พูด ถ้าเ้าป่วยเพราะความหนาว ครอบครัวเรายังต้องเชิญหมอมาจ่ายยาอีก!"
ไท่หย่งหนิงได้แต่หุบปากไว้ สีหน้าดูรู้สึกผิดอยู่บ้าง เพราะขาของเขาทำให้ครอบครัวต้องลำบากไม่น้อยอยู่แล้วในทุกวัน
หยางลี่ฮวาคว้าเตาทองแดงและถ่านเงินมาพลิกดูอีกครั้ง แล้วผลักไปตรงหน้าไท่จี้เย่
"ตอนน้องสามกลับเข้าไปในเมือง เอาของสองอย่างนี้ไปขาย เก็บเงินที่ได้ไว้สำหรับใช้ทำนาในฤดูใบไม้ผลิที่จะถึงนี้"
ดวงตาของไท่จี้เย่เป็ประกายวาววับ เขารีบพยักหน้าทันที
เขาไม่ได้อยากเก็บเงินไว้เอง แต่เพราะมีความสนใจในเื่การซื้อขายมาแต่กำเนิด จึงตบอกตัวเองอย่างแรง
"พี่สะใภ้วางใจได้ เื่นี้ให้ข้าจัดการ รับรองขายได้ราคาดีแน่นอน!"
ท่านผู้เฒ่าจ้องมองลูกชายอย่างเอาเื่ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดถึงเื่การพนันอีก
ขนมที่เหลือและข้าวขาว ข้าวฟ่าง และของอื่น ๆ ถูกเก็บไว้ด้วยกัน พวกเด็ก ๆ มองตาปริบ ๆ อดกลืนน้ำลายไม่ได้