ครามเดินออกมานอกห้องด้วยความอ่อนเพลียกับการทดสอบ 1,000 ข้อ และเขามั่นใจว่าทำได้ ราว 9 ใน 10 ส่วนอย่างแน่นอน ที่รู้สึกเช่นนี้เพราะมีสมุนไพรบางประเภทที่หน้าตาคล้ายกันจนแยกไม่ออก หากนำไปผสมผิดสูตรย่อมทำให้ได้ผลเสียอย่างคาดไม่ถึง แม้ว่าเขาจะมีการไตร่ตรองอย่างดีแล้วในช่วงทำข้อสอบ แต่ก็ไม่วางใจเต็มที่ แต่เมื่อเขาเดินออกมาจากห้องสอบ บัดนี้ผู้ทดสอบทุกคนออกไปนอกห้องกันหมด เพราะนี่คือกฎ เมื่อสอบเสร็จห้ามอยู่ข้างในเด็ดขาด
“อ้า ผู้อาวุโสผู้คุมสอบหายไปไหนกันหมด แม้แต่สาวๆ ในชุดต้นไม้เหล่านั้น” ครามบ่น
ในระหว่างที่เขากำลังเดินออกไปข้างนอก
“ว่าไง เจอกันอีกแล้วเจ้าหนุ่ม” ชายคนหนึ่งเอ่ย ครามจำหน้าได้อย่างดี “ข้าควรเรียกชื่อเต็มเจ้าว่า คงครามสินะ”
“ครับท่านลุง ข้าไม่คิดว่าท่านควบคุมการสอบในครั้งนี้ด้วย”
ผู้อาวุโสคุมสอบอีก 10 คน บางคนมีเครายาวเฟื้อย ปราดตัวเข้ามายืนยิ้มข้างหลังปรมะ
“มาสิ ข้าจะแนะนำให้เจ้ารู้จักกับผู้อาวุโส ของหอโอสถ” ไม่ทันขาดคำ เหล่าผู้เฒ่าทั้งหลายได้ปรี่กันเข้ามาจับมือของครามกันอย่างดีใจ บางคนจับไปพลางมีน้ำตาคลอเบ้า ทำเอาเขาคิดว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น หรือว่านี่คือประเพณีการต้อนรับของหอโอสถแห่งนี้
ไม่ช้าดรุณีนางหนึ่งก็ก้าวเข้ามา ทำเอาครามอดยิ้มไม่ได้ เมื่อเผยใบหน้ายิ้มแก้มปริ เรียกได้ว่าหน้าบาน เฌอปราง ได้แทรกตัวเข้ามาพร้อมๆ กับหนุ่มสาวอีก 8 คน บางคนก็มีป้ายนักปรุงยาระดับ 1 หรือ 2 ประดับที่หน้าอก
ปรมะกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า
“ก่อนอื่นมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในการแข่งขันครั้งนี้ เดิมทีการทดสอบความรู้ด้านสมุนไพร ที่เราจัดขึ้นเป็นประจำทุก 5 ปี เพื่อเป็นด่านแรกในการเข้าสู่การเลื่อนระดับการเป็นนักปรุงโอสถ ตั้งแต่ระดับที่ 1-4 โดยไม่มีข้อยกเว้น แม้จะได้รับตรานักปรุงโอสถระดับ 3 แล้วก็ตาม หากผู้ใดได้ตราระดับ 4 จะสามารถเป็นนักปรุงโอสถประจำหอของเราได้ และจะได้รับทรัพยากรจำนวนมากจากหอของเรา
“แต่วันนี้กิจกรรมทดสอบความรู้ด้านสมุนไพร จากที่เคยเป็นด่านแรกในการสอบเลื่อนระดับนั้น กลับกลายมาเป็นด่านสำคัญ ที่มาเปลี่ยนแปลงวิถีของนักปรุงโอสถของนครเนรดีอย่างสิ้นเชิง เท่าที่ทุกคนทราบ เนื่องจากมีผู้ทำคะแนนได้ 10 ใน 10 ส่วน ทำให้ศิลาที่เคยเพียงบันทึกชื่อธรรมดา กลายเป็น ‘ศิลาผลึกสวรรค์’ ทำให้นักปรุงโอสถของนครเนรดีสามารถเข้าร่วมการแข่งขันการปรุงโอสถชั้นยอดที่จักรวรรดิมโหสถได้นับแต่นี้ต่อไป นับเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ของพวกเรา การเปิดหูเปิดตา การเลื่อนระดับที่สูงกว่าที่เป็นอยู่ และก่อนอื่น
…ศิลาผลึกสวรรค์ได้มอบบางสิ่งแก่พวกเรา นั่นคือ ป้ายปัญญาสวรรค์
“พวกเจ้าคือผู้ที่ผ่านการทดสอบวัดภูมิความรู้ด้านสมุนไพรปรุงโอสถ อันดับที่ 1-10 หากตัดชื่อข้าที่เป็นอันดับ 2 ออกไป เท่ากับว่า ผู้ที่ได้อันดับที่ 1 - 11 จะมีสิทธิพิเศษ และในปีนี้จะเป็นปีแรกที่พวกเจ้าจะได้เป็นตัวแทนในการเข้าร่วมการแข่งขัน มหกรรมการปรุงโอสถเจ้าภิภพรุ่นใหม่ ที่มีระดับไม่เกิน 4” แต่แทนที่น้ำเสียงยินดีจะปะทุขึ้น กลับเต็มไปด้วยความเงียบงัน
ครู่เดียวชายคนหนึ่งได้ก้าวเท้าออกมา ข้าไม่ยอมรับการทดสอบครั้งนี้” บนหน้าอกของเขามีป้ายนักปรุงยาระดับ 2 สีทองอร่าม ตรงกลางมีอัญมณีสีม่วง ประดับอยู่
“เป็นไปไม่ได้ ต้องมีบางอย่างผิดปกติ ข้ามั่นใจว่าข้าตอบได้ทุกข้อ แต่ทำไมการแสดงผลถึงไม่ใช่ข้าที่เป็นที่ 1”
“นั่นก็เพราะว่ามันไม่ใช่อย่างไรเล่า เจ้าคิดหรือว่าศิลาจะผิดเพี้ยนไป”
“ใช่ บิดาข้าเป็นนักปรุงยาระดับ 5 แห่งมหานครประจิม ฉายาโอสถประจิม ข้าได้รับการถ่ายทอดวิชาจากท่านพ่อตั้งแต่ยังเด็ก สมุนไพรต่างๆ ในภิภพล้วนอยู่ในหัวข้า”
“เห็นทีว่าจะไม่ใช่ทุกอย่างกระมัง” ผู้อาวุโสท่านหนึ่งพูด
“หากเจ้าไม่อยากร่วมทีมการแข่ง พวกข้าก็ไม่ขัด ข้าจะให้อันดับที่ 12 มาแทนที่เจ้า หรือถ้าพวกเจ้าพร้อมใจกับสละสิทธิ์ ข้าก็ยินดี ยังมีอันดับที่ 13 ไล่ลงมา โดยข้ามอันดับที่ผู้อาวุโสต่างๆได้ทำทิ้งไว้ก่อนหน้านี้ ”
ว่าแล้วชายหนุ่มคนนั้นก็สะบัดแขนอย่างไม่พอใจ แล้วหดมือกลับเข้าไขว้หลัง แล้วใช้สายตาสำรวจครามตั้งแต่หัวจรดเท้า “ข้าอยากรู้นักว่าอีก 6 วัน จะมีการทดสอบภายในเพื่อเลื่อนระดับ เจ้าจะมีความสามารถปรุงโอสถได้สักแค่ไหน”
“พวกเราเปลี่ยนวันเป็นอีก 8 วันถัดไป หวังว่าท่านจะรอได้” ปรมะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
อะไรนะ!!! หนุ่มสาวทั้ง 8 อุทานพร้อมกัน เป็นไปได้อย่างไร “ในเมื่อกฎที่มีมานาน ว่าหลังจากนี้ 6 วัน อ๋อหรือว่า เจ้าหมอนี่ต่อรองเพื่อให้มีเวลาฝึกซ้อมมากขึ้น” เด็กหนุ่มคนหนึ่งเอ่ย
“เกรงว่าจะไม่ใช่ข้า ที่เป็นต้นเรื่อง” ครามเอ่ยสวน “จะให้ข้าทำการทดสอบการปรุงยาเดี๋ยวนี้เลย ข้าก็ไม่หวั่น หากเป็นหนทางให้เจ้าสงบปากสงบคำลงได้”