แม่หนูน้อยฤดูกาล

    ตอนที่33 ผลผลิตในพื้นที่ที่ทดลองทำฤดูใบไม้ผลิดีมากๆ

         อาหารเช้าสำหรับวันนี้ก็เป็นที่ชื่นชอบสำหรับทุกๆคน เพราะยังเป็นมื้ออาหารที่มีส่วนประกอบที่สำคัญก็คือ เนื้อ…เนื้อ…และผักสดๆ นั่นเอง

         “ดีจังเลยนะน้องหมั่นโถวน้อย พวกเราได้กินเนื้ออีกแล้วล่ะ”พี่สาวเปาจื่อ

         “ต่อจากนี้ไปในทุกๆมื้อที่พวกเราทุกๆคนกิน จะต้องมีอาหารจานเนื้ออย่างน้อยๆ 1 จานแน่นอนพี่เปาจื่อ เชื่อหมั่นโถวได้เลย”หมั่นโถวน้อย

         “พี่เปาจื่อเชื่อน้องหมั่นโถวน้อยอยู่แล้ว เพราะน้องสาวของพี่เก่งมว๊ากกกก…!!”พี่สาวเปาจื่อ

         “วางใจได้เลยพี่เปาจื่อ อย่างที่หมั่นโถวบอกไปเมื่อวานจากนี้ไปชีวิตของพวกเราจะมีแต่ดีขึ้นอย่างแน่นอน….ปุ๊….ปุ๊…”หมั่นโถวน้อย ตบหน้าอกเล็กๆของเธออย่างมั่นใจในตัวเองมากๆ!!   

         สองสาวน้อยพากันพูดคุยกันเล็กๆน้อยๆระหว่างกินอาหารมื้อเช้าอันแสนเอร็ดอร่อย ย่า ยาย แม่ อาสะใภ้ทั้งสองคนเองก็ได้ยินบทสนทนาพูดคุยของสองสาวน้อยด้วยเช่นกัน 

         “จริงอย่างที่หมั่นโถวน้อยพูดไว้นะคะ ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเราดีขึ้นจริงๆ”แม่

         “ดีขึ้นมากๆเลยล่ะค่ะ แบบไม่เคยมีความคิดอะไรแบบนี้เลย”อาสะใภ้ต้งฝู่

         “จริงค่ะ มันดีมากอย่างเหลือเชื่อเหมือนพวกเรากำลังฝันกันอยู่เลยนะคะ”อาสะใภ้เจียนตุย

         “ใช่.!!”

         ทุกๆคนตอบ และคิดไม่ต่างจากกันเลยแล้วก็พากันหันไปมองทางหมั่นโถวน้อยกันอีกครั้ง เพราะเป็นเด็กน้อยคนนี้นั่นแหละที่นำพาครอบครัวทั้งสองตระกูลมีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ!!! แค่เพียงวันเดียวเท่านั้นจริงๆ!! ทุกๆอย่างก็สามารถเห็นและสัมผัสกันได้

         แตกต่างจากพวกท่านที่พยายามกันมานานมาไม่รู้กี่ปีต่อกี่ปี การเปลี่ยนแปลงในครอบครัวยังไม่มากเท่ากับหมั่นโถวน้อยทำแค่เพียงวันเดียวเท่านั้น!!! 

         “สาวน้อยที่มาพร้อมกับพลังที่ท่านเซียนมอบให้มา!!! ไม่ใช่แค่ผลิกชีวิตของตระกูลสวี ตระกูลเซียวเพียงเท่านั้น แต่กลับช่วยคนได้อีกมากมายมหาศาลเลยค่ะ”แม่

         “ใช่!!!!...ฝนตกลงมาช่วยหล่อเลี้ยงชีวิตมากมายจริงๆ!!!”ยาย

         “ถ้าเราจะพูดว่าหมั่นโถวน้อยช่วยชีวิตคนทั้งเมืองเฉิงหลงได้ มันก็ไม่เกินจริงหรอก!!!”ย่า

         “ใช่..!!!”ย่า แม่ อาสะใภ้ทั้งสองคน

         “ความสามารถพิเศษแบบนี้ ไม่มีใครในเมืองเฉิงหลงของเราเคยมีมาก่อนแน่นอนค่ะ”แม่

         “ใช่…!!!”ย่า ยาย อาสะใภ้ทั้งสองคน

         “คงจะไม่มีใครนึกถึงเลยอย่างแน่นอนว่า ถ้าเมืองเฉิงหลงของพวกเราพ้นสภาวะภัยแล้งมาได้แบบรวดเร็ว ผืนป่า ภูเขา ต่างก็กลับมาอุดมสมบูรณ์เพียงเพราะแค่เด็กน้อยบ้านเราเพียงคนเดียวจริงๆ!!!!!”แม่

         “อือ……”ย่า ยาย อาสะใภ้ทั้งสองคน

         เพราะเหตุผลนี้นั่นแหละที่ทำให้พวกท่านเองอดที่จะขนลุกซู่ทั้งตัวกันไม่ได้เลย เมื่อนึกถึงทีไรก็จะเป็นแบบนี้กันหมด เพราะมันเป็นเรื่องที่เกินจะเชื่อจริงๆ 

          ที่จะมีเด็กน้อยอายุเพียงแค่ 4 ปี สามารถสั่งฟ้า สั่งฝนให้ตกลงมาได้ตามความต้องการ ไหนจะฤดูใบไม้ผลิล่าสุดที่พวกท่านเห็นกันอีกล่ะ!!!! เด็กน้อยคนนี้สามารถสร้างป่าเล็กๆในพื้นที่ที่ตัวเองต้องการให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ได้ ต้นไม้ ต้นหญ้า ฯลฯ เติบโต ออกดอก ออกผล ขึ้นมาได้เพียงพริบตาเดียว

         “พวกเราไปที่แม่น้ำกันเลยไหมคะแม่????”หมั่นโถวน้อย 

         สองสาวน้อยของบ้านพอกินอาหารเช้ากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เรียกร้องจะขอออกข้างนอกกันเลยทีเดียว

         “เดี๋ยวรอปู่ ตา พ่อ อา และพวกพี่ชายก่อนนะลูกสาว สักพักทุกๆคนคงจะกลับจากสวนใบไม้ผลิของหนูกันแล้วล่ะ”แม่

         “ได้ค่ะ…”สองสาวน้อยตอบรับ และหันมาพูดกันเองต่อว่า…

         “ถึงว่าสิพวกพี่ชายไม่อยู่ ไปช่วยเก็บข้าวโพด เก็บหัวมันที่น้องหมั่นโถวน้อยทำเอาไว้นี่เอง”พี่สาวเปาจื่อ

         “หมั่นโถวนึกว่าจะแอบไปเล่นกันโดยไม่รอเราเสียมากกว่านะพี่เป่าจื่อ พวกพี่ชายน่ะซนจะตายไปนะ”หมั่นโถวน้อย

          “.............!!!???”พวกพี่ชาย 

          “ไม่เหมือนพวกเราเนอะน้องหมั่นโถวน้อย??”พี่สาวเปาจื่อ

         “.....???”ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ อาผู้ชาย อาสะใภ้ พี่ชาย ที่กำลังรอคำพูดต่อไปว่าไม่เหมือนกันที่ตรงไหน??

         “แน่นอนสิพี่เปาจื่อ พวกเราจะเหมือนพวกพี่ชายได้ยังไงกันล่ะ เมื่อวานก็เล่นน้ำเล่นโคลนกันเสียสนุกเลยเชียว แอบซนในระหว่างทำงานกันน่ะ พวกพี่ชายฉลาดมากนะพี่เป่าจื่อเพราะอย่างไรเสีย แม่กับอาสะใภ้ไม่มีทางดุหรือบ่นหรอกนะถ้าทำเสื้อผ้าเปื้อนน่ะ”หมั่นโถวน้อย 

         “...........!!!”พวกพี่ชาย

         สองสาวน้อยของบ้านที่ดูเหมือนจะพูดกระซิบกระซาบแต่ก็ไม่ใช่เลย เพราะว่าเสียงที่ฝนตกลงมานั้นมันแข่งกับเสียงพูดน่ะสิถ้าพูดเบาๆกันจะไม่ได้ยินกัน

          “ฮ่า….ฮ่า…….”ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ อาผู้ชาย อาสะใภ้

          แม่เองพูดไม่ทันขาดคำสักพักปู่ ตา พ่อ อาผู้ชายและพวกพี่ชายก็มาถึงกันแล้ว และได้ยินบทสนทนาพูดคุยของสองสาวน้อยกันเต็มๆเลย ยิ่งพวกพี่ชายได้ยินยิ่งแล้วใหญ่พากันตาโตมองหน้ากันไป มองหน้ากันมาว่าพวกเขาโดนน้องสาวเล่นงานกันแต่เช้าอีกแล้วหรือนี่????

         ส่วนปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ อาผู้ชาย อาสะใภ้ ก็พากันหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังๆอย่างชอบใจ ไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบกันแล้ว

         “นี่นะถ้าไม่ได้พวกเราช่วยมอบให้ทำนู้นทำนี่ พวกพี่ชายก็หาทางไปเล่นซนไม่ได้หรอกนะพี่เป่าจื่อ”หมั่นโถวน้อย

         “...........!!!”พวกพี่ชาย

         “ใช่ๆ…น้องหมั่นโถวน้อย”พี่สาวเปาจื่อ ก็ฝ่ายสนับสนุกน้องสาวคนเล็กของเธอเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะทำอะไรพูดอะไรเห็นด้วยเสมอๆเลย

         ทางด้านพวกพี่ชายน่ะเหรอ ตอนนี้ก็โดนไปหลายดอกกันเลยทีเดียว ถึงขั้นต้องสอบถามถึงความผิดพลาดกันเองเลยว่า….

         “เมื่อวานนี้พวกเราไปทำอะไรให้น้องสาวทั้งสองคนงอน หรือโกรธอะไรหรือเปล่านะ???”พี่ใหญ่ซึ่งท้อ

         “ไม่น่าจะมีนะพี่ใหญ่ อือ……”พี่รองเปาจี

         “อือ……”พวกพี่ชายคนอื่นๆ

         “หรือว่าจะเป็นวันนี้กันล่ะ???”พี่ม่ายปิ่ง

         “ไม่น่าจะใช่วันนี้นะนี่พึ่งจะตอนเช้าเองด้วยนะ และพวกน้องสาวก็พึ่งจะตื่นนอนกันเอง”พี่อิ๋วปิ่ง

         “หรือว่าเพราะน้องสาวทั้งสองคนตื่นมาแล้วไม่เจอพวกเราหรือเปล่าล่ะ???...”พี่ส่านจือ

         “จริงด้วย..!!!”พี่ชายคนอื่นๆ

         “แต่ก็อาจจะไม่ใช่ก็ได้นะครับทุกๆคน เพราะบางวันพวกเราก็ออกไปข้างนอกก่อนพวกน้องสาวตื่นก็ออกจะบ่อยนะครับ เพราะพวกเราจะต้องไปช่วย ปู่ ตา พ่อ ลุงทำงานก่อนน่ะ”พี่อิ่วก้วย            

         “ก็นั่นน่ะสิ…!!??”พี่ชายคนอื่นๆ

         “แต่จะว่าไปพวกน้องสาวก็เคยงอนล่ะที่ออกไปข้างนอกแล้วตื่นมาไม่เจอพวกเรากันเลยน่ะ ใช่ว่าจะไม่มีนะ”พี่ใหญ่ซึ่งท้อ

         “เมื่อวานนี้ กับวันนี้พวกน้องสาวได้กินเนื้อ..ผมว่าไม่น่าจะอารมณ์ไม่ดีนะ”พี่รองเปาจี

         “ก็นั่นน่ะสิ..”พี่ชายคนอื่นๆ

         “ขนาดพวกเราได้กินเนื้อกันยังอารมณ์ดีมากๆเลยนะ”พี่อิ่วก้วย

         “ใช่ๆ…”พวกพี่ชาย

         “วันนี้พวกน้องสาวบ่นพวกเราแต่เช้าแบบนี้ ก็คงจะไม่โดนอะไรกันแล้วใช่ไหมล่ะพวกเรา???”พี่ส่านจือ

         “ก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นล่ะนะครับ”พี่ม่ายปิ่ง

         “แต่พวกเราก็ไม่รู้อีกล่ะว่าวันนี้พวกน้องสาวจะทำอะไรกันอีกน่ะสิ อย่าพึ่งดีใจกันไปเลยนะครับว่าจะไม่โดนกันอีกน่ะ!!!!”พี่อิ๋วปิ่ง

         “................!!!”พี่ชายคนอื่นๆ

         “ถ้าอย่างนั้นแล้ววันนี้พวกเราก็พยายามเอาใจน้องสาวทั้งสองคนของพวกเราให้มากหน่อยก็ละกันนะ เข้าใจไหม??”พี่ใหญ่ซึ่งท้อ

         “ครับพี่ใหญ่…!!!”พวกพี่ชายคนอื่นๆ

         “เฮ้อ………….”พวกพี่ชาย

         พวกพี่ชายเองก็พากันบ่นหาสาเหตุการโดนน้องสาวทั้งสองคนนินทาว่าร้ายกันตั้งแต่เช้าตรู่กันเลยทีเดียว ว่าต้นเหตุจะเกิดจากอะไรกันได้บ้าง เพราะเรื่องบางเรื่องไม่น่าจะโดนน้องสาวงอนก็งอนกัน พวกเด็กผู้หญิงนี่ช่างเอาใจยากมากจริงๆ !!!!

         “เอาล่ะเด็กๆ ตอนนี้พวกเราก็มาพร้อมกันหมดแล้วนะพร้อมจะไปที่แม่น้ำกันหรือยังล่ะ???”แม่

         “พร้อมค่ะ” “พร้อมครับ”พวกเด็กๆ รีบตอบรับกันอย่างรวดเร็วกันเลยทีเดียว

         “โอ้..จริงด้วยสิคะ ปู่ ตา พ่อ อาอา ได้ทำแบบที่หมั่นโถวน้อยบอกไปหรือเปล่าคะ???..”หมั่นโถวน้อย

         “ทำครับลูกสาว/หลานสาว…!!”ปู่ ตา พ่อ อาอา รีบตอบกันอย่างตื่นเต้นแบบปิดไม่มิดกันเลย

         ในตอนแรกก็กะว่าจะมาพูดถึงเรื่องนี้กันนี่แหละ แต่ดันได้ยินเจ้าสองตัวแสบน้อยของบ้านกำลังนินทาพวกพี่ชายอย่างเมามัน พวกท่านก็พากันฟังจนเพลินไปเลย พวกพี่ชายเองก็มัวแต่ตกใจว่าไปทำอะไรให้น้องสาวงอนอีก เลยลืมกันไปเลยว่าพึ่งกลับมาจากบริเวณพื้นที่ที่หมั่นโถวน้อยขอทดลองทำฤดูใบไม้ผลิกันนั่นเอง

         เมื่อเจ้าหมั่นโถวน้อย ถามออกมาแบบนี้พวกท่านเลยนึกขึ้นได้และเตรียมที่จะเล่าให้ฟังด้วยความตื่นเต้นและดีใจกันออกมาว่า…..

         “พ่อได้ลงเมล็ดพันธุ์ที่เก็บมาจากรอบแรกตามที่หมั่นโถวน้อยบอกเลยลูก แค่ฝังลงใต้ดินยังไม่ทันได้ลุกหนีเลยมันก็ค่อยๆเติบโตขึ้นจนปู่ ตา พ่อ กับอา และพวกพี่ชายของหนูต้องเร่งมือกันฝังเมล็ดพันธุ์ให้เร็วที่สุดกัน”พ่อ

         “หัวมันเทศก็ทำตามที่หลานสาวบอกเลยนะ ตัดแบ่งแค่เสี้ยวนิดเดียวจริงๆ ถ้าเป็นปรกติแล้วคงไม่มีทางเติบโตได้อย่างแน่นอน แรกๆลองตัดขนาดที่หมั่นโถวน้อยบอกอานะก็นึกเสียดายถ้ามันไม่ดตขึ้นมา แต่พอเอาลงดินเท่านั้นล่ะไม่ต่างจากเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลยมันค่อยๆเติบโตขึ้นจนน่าตกใจมากจริงๆ”อาหูปิ่ง

         “ใครจะเชื่อล่ะว่ามันเทศตัดเท่าๆกับเมล็ดข้าวโพดจะทำให้มันเติบโตขึ้นมาได้ผลผลิตไม่รู้กี่สิบหัวต่อหลุมหนึ่งน่ะ มันไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ”อาล่าเถียว

         “น้องหมั่นโถวน้อย เชื่อไหมว่าหัวมันเทศใหญ่เหมือนกับรอบแรกเลยนะทั้งๆที่อากับพ่อตัดชิ้นเท่าเมล็ดข้าวโพดน่ะ มันน่าตกใจมากๆเลย”พี่ใหญ่ซึ่งท้อ

         “ใช่ๆ…น้องหมั่นโถวน้อย”พี่ชายคนอื่นๆ

         “ตาบอกได้เลยว่าผลผลิตแต่ละรอบมันน่าทึ่งมากนะหลานสาวเล็กของตา และแต่ละผลก็ออกมาสวยๆทั้งนั้นเลยไม่มีลูกไหน หัวมันเทศหัวไหนที่จะมีปัญหาเล็กแกนเลยแม้แต่น้อย”ตา

         “แถมพวกเราไม่ต้องเสียเวลารอเป็นเดือนๆ ในการปลูกผลผลิตเหมือนเมื่อก่อนนี้อีก นี่แค่จัดการฝังกลบลงแค่ชั่วพริบตาเดียวก็แทงราก ชูช่อกิ่งก้านใบออกมากันเต็มที่เลยมันน่าเหลือเชื่อจริงๆในแต่ละรอบที่ปู่กับทุกๆคนช่วยกันปลูกน่ะ”ปู่

         “ใช่ๆ….”พ่อ อาผู้ชาย และพวกพี่ชาย

         “แบบนี้ก็ดีเลยสิคะ นี่ก็เท่ากับว่าขอแค่เรามีเศษเสี้ยวของเมล็ดพันธุ์ หรือชิ้นส่วนของพืชผลอะไรก็ตามต่อให้เป็นชิ้นเล็กๆก็ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด ถ้ามันยังคงเติบโตอยู่ในบริเวณที่หมั่นโถวทำเอาไว้”หมั่นโถวน้อย 

         เจ้าตัวเล็กเองก็ยิ้มอย่างพึงพอใจในผลงานมากจริงๆ เพราะต้องลองทดลองหลายๆสิ่งหลายๆอย่าง เพื่อให้แน่ใจว่าจะสามารถทำอะไรได้บ้างนั่นเอง นี่ก็ถือว่าพิสูจน์ได้แล้วว่าเพียงแค่เศษชิ้นส่วนเล็กๆน้อยๆก็สามารถทำให้เติบโตได้ในบริเวณที่หมั่นโถวน้อยทำฤดูกาลขึ้นมาเอง

         ขนาดย่า ยาย แม่ อาสะใภ้เองก็อดไม่ได้ที่จะออกไปดูผลผลิตที่เก็บเกี่ยวมาเพิ่มเติมอย่างตื่นเต้น ทั้งๆที่เห็นแล้วเมื่อวานก็ตามที ในเวลานี้ถือว่าพื้นที่เก็บเสบียงที่เคยว่างเปล่ากลับมีกระสอบใส่หัวมันเทศเยอะแยะไปหมด ไหนจะกองฝักข้าวโพดพวกนั้นอีก      

    ************


         ปู่ ตา พ่อ อาอา และพวกพี่ชายพากันไปปลูกข้าวโพด มันเทศกันอย่างเต็มที่เลยทีเดียว เพื่อเร่งผลผลิตมาเก็บเป็นเสบียงไว้เพื่อความอุ่นใจ ทั้งๆที่พวกท่านก็รู้ว่าอย่างไรเสียพวกท่านก็จะไม่ประสบปัญหาใดๆเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว

     


    คล้ายกับเรื่องแม่หนูน้อยฤดูกาล ที่คุณอ่าน