อลินตา... หมอผีข้ามภพ

    บทที่ 147

    ตำแหน่งที่ผ้าพันธุ์ภพทำลายตัวเองนั้นมันตรงกับตำแหน่งคุ้มเชียงภูแสนพอดิบพอดี เจ้าหลวงแสนยาศักดิ์ยังอยู่ในวัยเด็กไม่รู้เรื่องอะไรแต่บังเอิญเห็นแสงประหลาดสีน้ำเงินและสีเขียวกระจายอยู่บนท้องฟ้า ไม่นานก็หายวับเป็นเประกายแสงแล้วหายเข้าไปในหอแสนหลวงอันศักดิ์สิทธิ์แห่งคุ้มเชียงภูแสนแม้เจ้าหลวงแสนยาศักดิ์จะตามเข้าไปดูก็หาได้พบสิ่งใดไม่มีเพียงลำแสงประหลาดขนาดใหญ่สีดำทะมึนพุ่งทะยานมาทางคุ้มเชียงภูแสนเจ้าหลวงแสนยาศักดิ์ในวัยเด็กยกมือขึ้นปกป้องตัวเอง แต่แล้วแสงประหลาดนั่นก็หายวับไปราวกับไม่เคยมีปรากฏการใดๆมาก่อนเลย

                    เจ้าหลวงแสนยาศักดิ์ในวัยเด็กงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นยิ่ง และฝังใจมาตั้งแต่นั้นว่าหอแสนหลวงจะต้องเป็นที่สถิตแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างแน่นอนหอแสนหลวงจึงเป็นที่เก็บรักษาวัตถุที่ล้ำค่าและสำคัญทางจิตใจ ทั้งยังไม่อนุญาตให้ใครเข้าออกได้ตามอำเภอใจนอกจากเจ้าภูแสนและองครักษ์ที่เจ้าภูแสนไว้ใจทั้งสองคนนั่นก็คือชัยยันตร์และอวยชัย เพราะชั้นบนสุดในหอแสนหลวงนั้น เป็นที่ซ่อนประตูแห่งกาลเวลาของเจ้าภูแสนอีกด้วย!

                    อลินตาแหงนมองกลุ่มด้ายที่อยู่บนเพดานห้องอีกครั้งเส้นด้ายเหล่านั้นไม่ได้หายไปไหนเลยแต่อลินตาเข้าใจแล้วว่าทำไมห้องนี้ถึงถูกจัดประดับประดาได้เหมือนงานวัดยิ่งนักเพราะมันระโยงระยางไปด้วยกลุ่มเส้นดายเยอะแยะเต็มไปหมดอลินตาหันกลับมามองหน้าแพงอรนิ่งๆ ไม่พูดอะไร แต่ที่มั่นใจนั่นคือ

                    ผ้าพันธุ์ภพต้องถูกถักทอขึ้นมาใหม่ด้วยกี่อันนี้และต้องหาทับทิมหยดเลือดของจอมเทพสีน้ำเงินให้พบรวมทั้งเครื่องประดับล้ำค่าจากคุ้มเชียงภูแสนอีก 2 ชิ้น เพื่อนำมาปักกลางผืนผ้า เรื่องนี้อลินตามั่นใจยิ่งนักและเห็นทางที่จะเดินหน้าปราบปีศาจอสูรกายดำซึ่งหนทางข้างหน้านั้น อลินตาเริ่มเห็นแสงสว่างที่อยู่ปลายอุโมงค์รำไรๆ

                    เพียงแต่..น่าเสียดายน้าปลายนภา ถ้าเนตรนภารู้เรื่องคงจะเศร้าใจไม่น้อยกับเส้นทางที่น้าปลายนภาเลือกและชะตามกรรมของน้าปลายนภาที่จะได้รับในท้ายที่สุดอลินตาได้แต่ปลงตกกับสิ่งที่น้าแท้ๆ ของเธอตัดสินใจกระทำ แต่อลินตาก็ต้องบอกเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้เนตรนภาได้รับฟังเมื่อคิดมาถึงตรงนี้อลินตานึกขึ้นได้ รีบถามวิญญาณของแพงอรก่อนที่เธอจะกลับไปซุ่มซ่อนร่างอยู่ที่เสากลางเรือน

                    “เดี๋ยวนะเธอบอกว่าเจ้าภูแสนที่จริงคือ ปราถะนาคราช แล้วเจ้าภูแสนตัวจริงอยู่ที่ไหน?” เพราะคำถามนี้กระมังทำให้แพงอรถึงกับก้มหน้านิ่งดูก็รู้ว่าเศร้าสลดกับสิ่งที่ถามจนอลินตาอยากตบปากตัวเองซะจริง ถามอะไรก็ลืมดูว่าคนถูกถามสะเทือนใจเพียงใด

                    “เอ่อ..ขอโทษที.. ฉันไม่ได้ตั้งใจทำให้เธอสะเทือนใจเลยนะ” แม้แพงอรจะก้มหน้างุดแต่ก็ส่ายหน้าปฏิเสธเป็นการปลอบขวัญอีกฝ่ายว่าไม่ได้เป็นอะไรอลินตาแอบเห็นความเข้มแข็งในกิริยาอาการของวิญญาณแพงอร

                    “ข้าเจ้าไม่รู้ว่าเจ้าภูแสนไปอยู่ที่ใดเพราะตั้งแต่ข้าเจ้าตาย ข้าเจ้าก็ถูกนำวิญญาณมาซ่อนทันทีก่อนที่ปีศาจอสูรกายดำมันจะมาเจอข้าเจ้าก่อนท่านปถานาคราชเคยบอกข้าเจ้าว่านับวันปีศาจวายร้ายพวกนี้ก็จะมีพลังแข็งแกร่งขึ้นไปทุกที”อลินตาส่ายหน้าช้าๆ พลางถอนหายใจ แล้วจะสืบเรื่องนี้ยังไงต่อดี ขณะนั้นเองร่างของแพงอรก็ชัดบ้างหายวับๆ บ้าง น่าจะเป็นเพราะพลังของเนตรนภามีไม่มากพอ และถ้าขืนยังอยู่ต่อก็ไม่แน่ว่าปีศาจอสูรกายดำอาจจะจับกระแสวิญญาณของแพงอรได้

     

                    “ข้าเจ้าต้องไปแล้ว..”วิญญาณของแพงอรพูดขึ้นในที่สุด อลินตาพยักหน้ารับรู้ เข้าใจ

                    “อืม..ไว้เจอกันครั้งหน้านะแม่แพงอร” พูดยังไม่ทันจะจบดีวิญญาณของแพงอรก็หายวับไปอย่างรวดเร็วเมื่อวิญญาณของแพงอรออกจากร่างเนตรนภาแล้ว เนตรนภาก็สะบัดหน้าแรงๆ และสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ ราวกับคนเพิ่งตื่นจากฝันร้าย

                    “เกิดอะไรขึ้นคะพี่อลินทำไมเหมือนเนตรสมองเบลอๆ ยังไงไม่รู้ค่ะ อ้าวแล้วเนตรมายืนตรงนี้ได้ยังไงคะก็เมื่อกี้เนตรกำลังจะทอผ้า” เนตรนภาถามผู้เป็นพี่สาวอย่างคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้น ทั้งยังสงสัยว่าตัวเองมายืนอยู่ต่อหน้าอลินตาได้ยังไงถามจบก็เคลื่อนตัวเองไปนั่งหน้ากี่ทอผ้าเช่นเดิมพร้อมตั้งท่าทอผ้าให้กับผู้เป็นพี่สาวได้ดูอลินตาได้แต่ยิ้มให้เนตรนภา และบอกกับตัวเองว่าคงจะบอกตอนนี้ไม่ได้ แต่จะค่อยๆดึงพลังทายาทหมอผีคืนให้เนตรนภา เพราะอลินตารู้แล้วว่า เนตรนภามีหน้าที่ทอผ้าพันธุ์ภพขึ้นมาอีกครั้งและยังรู้อีกด้วยว่าคำใบ้ทั้งหมด มันแปลว่าอะไร!

                    เนตรนภากุลีกุจอจัดเตรียมด้ายเข้ากี่ทอผ้าซึ่งด้ายนั้นไม่ใช่ด้ายที่ขึงอยู่ด้านบนเพดานแต่เป็นเส้นด้ายที่อยู่ในตู้เก็บอุปกรณ์ด้านข้าง ซึ่งอลินตาเป็นคนนำมาให้เนตรนภาเพราะอลินตารู้ดีว่าไม่มีใครสามารถแตะต้องด้ายที่จะนำมาใช้ทอผ้าพันธุ์ภพได้!

                    เมื่อจัดเตรียมทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยหญิงสาวก็ลงนั่งประจำที่เพื่อโชว์ฝีมือให้กับอลินตาญาติผู้พี่ของเธอได้เห็นว่าเธอสามารถทอผ้าได้อย่างที่พูดจริงๆอลินตาแม้สายตาจะมองไปยังเนตรนภาที่กำลังทอผ้าอยู่แต่ทว่าสมองกลับทำงานประมวลเหตุการณ์ปริศนาทุกอย่างที่เริ่มคลี่คลายแล้วและเหตุการณ์หลายอย่างที่ยังไม่คลี่คลายแต่มันก็เป็นสะพานเชื่อมไปสู่การคลี่คลายปริศนาต่อไปซึ่งอย่างแรกที่อลินตารู้เต็มอกนั่นคือ ปริศนาของผ้าพันธุ์ภพ อลินตาถามเนตรนภาด้วยความสงสัยที่ค้างคาใจ

                    “เนตรพี่ถามอะไรเธอหน่อยสิ?” เนตรนภาที่กำลังขมีขมันทอผ้าอยู่นั้นก็หยุดแล้วหันหน้ามองอลินตา

                    “พี่อลินจะถามอะไรเนตรคะ?”อลินตาทำท่าใช้ความคิด สองมือยกขึ้นกอดอกก่อนจะขยับมืออีกข้างเท้าคางตนเอง เพราะแม้จะรู้ว่าต้องผ้าพันธุ์ภพต้องทอขึ้นมาใหม่แต่เธอจะละเลยปริศนาในคำใบ้ทุกตัวไม่ได้

                    “เนตรพอจะรู้ไหมว่าเพ ลา แปลว่าอะไร?” เนตรนภาได้ฟังก็ทำท่าคิดอลินตาเลือกจะถามเนตรนภาเพราะคิดว่าถ้ารอมานพเพื่อนรักของเธอก็คงจะช้าไปเนตรนภาเองก็เก่งภาษาไทยไม่แพ้มานพ ทางด้านเนตรนภาคิดไปคิดมาสักพักก็เอ่ยตอบ

                    “หมายถึงกาล คราว เวลา ประมาณนั้นนะคะ” อลินตายืนนิ่งพยักหน้ารับฟังแต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรออกมาเนตรนภาก็พูดต่อ

                    “แต่อีกความหมายถ้าเอามาอ่านรวมคำว่า เพลา มันจะแปลว่าแกนสำหรับสอดในดุมรถหรือดุมเกวียน โดยรวมๆก็จะหมายถึงแกนสำหรับให้ล้อหรือใบจักรหมุน” อลินตาได้ฟังตรงนี้ก็รีบทวนคำทันที

                    “หมุนเหรอ?”อลินตามองไปยังกี่ทอผ้า สายตาก็พุ่งตรงไปยังแกนม้วนด้ายพร้อมกับพยักหน้าช้าๆ เธอเข้าใจคำใบ้ปริศนาเกือบทั้งหมดแล้ว เพลา แท้จริงแล้วไม่ใช่เพ ลา หรือว่า กาลเวลาอย่างที่คิดไว้แต่แรกจริงๆแต่เป็นคำที่เอามาป้องกันการสื่อความหมายของอีกคำ ซึ่งถ้าออกเสียง เพ - ลาแบบนี้ก็ต้องแปลว่ากาลเวลาอย่างแน่นอน แต่ถ้าอ่านติดกันเป็นคำเดียว ว่าเพลาซึ่งเวลาอ่านในคำใบ้จะอ่านว่า เพ ลา แต่ถ้ารวบมาอ่านว่า เพลา  นั่นก็หมายความถึงแกนสำหรับให้ล้อหรือใบจักรหมุนแต่ถ้าแปลให้มันตรงกับความหมายในคำใบ้ นั่นก็คือ การหมุนของเส้นด้ายเพื่อทอผ้านั่นเอง!!ดังนั้นปริศนาแถวแรก

                    เงยคอ มอระ ไนยะ.. จะแปลว่า มรดกของเนตรนภา ผู้มีดวงตาสีน้ำเงินอันเป็นทายาทแห่งตระกูลปราบผี ซึ่งอยู่บนชั้นสองของเรือน.. อลินตาเดินไปมาช้าๆ ราวกับเดินจงกลมเพราะเมื่อปัญญาทำงาน สมองก็เริ่มสนองการทำงานของปัญญาทันทีเนตรนภาที่เห็นอลินตาเดินวนรอบห้องก็ตั้งท่าเตรียมจะถาม แต่อลินตารีบยกมือขึ้นเป็นการห้ามว่าอย่าเพิ่งรบกวนสมาธิในตอนนี้นั่นจึงทำให้เนตรนภาหันกลับมาสนใจทบทวนการทอผ้าตรงหน้าเหมือนเดิมส่วนอลินตาก็เดินวนต่อ พลางแปลความหมายจากคำใบ้ ในบรรทัดต่อไปอย่างต่อเนื่อง...

    คล้ายกับเรื่องอลินตา... หมอผีข้ามภพ ที่คุณอ่าน