บทที่ 9
งำประกาย
หลิวซื่อมองแผ่นหลังของจวี๋ฮุ่ยที่ค่อยๆ ลับหายไปใบหน้าก็ยิ่งฉายความพอใจ นึกถึงวันที่คนกันเองจะเปลี่ยนมาเป็ครอบครัวเดียวกันก็ยิ่งมีความสุข!
มีบ้านไหนบ้างที่ไม่หมายตาจวี๋ฮุ่ย ที่ยังรีๆ รอๆ กันอยู่ก็เพราะกลัวว่านางจะอายุมากเกินไป ทั้งยังมีเหล่าน้องๆ มากมาย แต่เวลานี้ได้เห็นน้องชายของนางด้วยตาของตนเองก็รู้แล้วว่านางเลี้ยงน้องๆ ได้ดีเพียงใด!
สตรีที่เริ่มต้นจากติดลบแต่ใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีก็มีทรัพย์สินมากมาย ทั้งยังเลี้ยงน้องๆ ให้เติบโตจนมีสง่าราศีไม่ธรรมดาได้ ยังต้องขบคิดอะไรมากมายอีก!
หลิวซื่อถูมือหมายมาดให้แม่สื่อสู่ขอจวี๋ฮุ่ยมาเป็สะใภ้ให้จงได้!
หลังจากจวี๋ฮุ่ยและโจวอี้เดินพ้นบ้านของเหอโถว โจวอี้ก็พูดขึ้น
“จวี๋ฮุ่ยไม่เห็นต้องร้องขอผู้อื่นเพียงนั้น ข้าไม่เป็นายพรานแล้วก็ได้”
โจวอี้เหลือบมองจวี๋ฮุ่ยสีหน้าของเขาคับข้องหมองใจ นึกถึงท่าทางของจวี๋ฮุ่ยที่ต้องก้มหน้าร้องขอผู้อื่นเขาก็รู้สึกไม่ชอบใจเป็อย่างมาก
คนเช่นจวี๋ฮุ่ยจะไปร้องขอผู้อื่นได้อย่างไร!
“เอาแต่ใจนัก มิใช่เ้าบอกอยากจะเป็นายพรานหรอกหรือ ข้าถึงได้แบกหน้ามาร้องขอหลิวซื่อ หากมิใช่เพราะเ้าข้าจะทำหรือ!” จวี๋ฮุ่ยจิ้มหน้าผากของโจวอี้ด้วยความหงุดหงิดใจ แววตาของเขาที่มองนางเหมือนคนไร้ศักดิ์ศรีนี่น่าโมโหอยู่บ้าง
“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น” โจวอี้ที่เห็นนางโกรธเขาถึงหดคอ คว้าจับแขนเสื้อของนางแล้วพูดเสียงเบา ใบหน้าบิดเบ้ราวกลืนยาขม
“ขึ้นเขาล่าสัตว์ก็ไม่ยากเย็นอะไร ข้าถือเสียมอันหนึ่งขึ้นไปก็ได้สัตว์กลับมาแล้ว เื่แค่นี้ไม่ถึงขั้นที่ต้องให้จวี๋ฮุ่ยร้องขอผู้อื่น” โจวอี้แย้งเสียงเบา ท่าทางหูลู่คอตกของเขาความขุ่นเคืองก็หายไปเกือบครึ่ง จิ้มหน้าผากของโจวอี้แรงๆ
“อวดดีจริงๆ! ไม่รู้หรือว่าสัตว์ป่าน่ากลัวเพียงใด เสือตัวโต หมาป่าเขี้ยววับวาวจ้องจะฉีกเนื้อเ้า ไม่กลัวแขนขาดขาขาด กลายเป็อาหารสัตว์ร้ายรึ!”
“ไม่กลัว” โจวอี้ส่ายหัวแววตาไร้ความหวั่นเกรงแม้แต่เศษเสี้ยว แรงที่จับแขนเสื้อเพิ่มขึ้นอีกหน่อย ย้อนถามนางเสียงเบา
“จวี๋ฮุ่ยไม่โกรธแล้วได้หรือไม่ ข้าจะไม่ดื้อแล้ว”
ประโยคนี้ของโจวอี้มาพร้อมกับความขลาดกลัว แววตาที่ช้อนมองมานี้มองดูเหมือนกระต่ายน้อยกำลังตื่นตระหนก
จวี๋ฮุ่ยไร้ถ้อยคำใดจะเอื้อนเอ่ย เขาไม่กลัวสัตว์ป่าที่มีกรงเล็บแหลมคมหรือเขี้ยวยาววับวาว แต่กลัวว่านางจะโกรธ!
นางดูน่ากลัวเหมือนสัตว์ร้ายเ่าั้มากหรือไร
นางเป็เพียงแค่ไก่เองนะ!
“เฮ้อ...ช่างเถอะ!”
ท้ายแล้วจวี๋ฮุ่ยก็อดทนต่อแววตาออดอ้อนน่าสงสารของเขาไม่ได้ สะบัดมืออย่างไม่ใส่ใจหนหนึ่ง
“จวี๋ฮุ่ยดีต่อข้าที่สุด ถ้าเหอโถวยอมรับข้า ข้าจะตั้งใจเรียน” โจวอี้ยิ้มแฉ่งพูดประจบเอาใจอย่างคล่องปาก ทำหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูใส่นางไม่หยุด
จวี๋ฮุ่ยเห็นแล้วก็เบือนหน้าหนีไม่มองอีก
ทำหน้าตาเช่นนี้ผู้ใดจะโกรธลง!
สามวันถัดมาเหอเหลียงมาถึงบ้าน บอกว่าท่านพ่อยอมรับโจวอี้ให้ขึ้นเขาไปล่าสัตว์ด้วยกันได้ จวี๋ฮุ่ยได้ยินแล้วก็แสนจะดีใจ ยินยอมให้โจวอี้ขึ้นเขาล่าสัตว์ด้วยความเบิกบาน
“พี่จวี๋ฮุ่ยไม่ต้องกลัวนะ โจวอี้ไม่เป็อะไรหรอก ข้าตามท่านพ่อกับพี่ชายขึ้นเขาั้แ่สิบขวบแล้ว!”
จวี๋ฮุ่ยพยักหน้ามองเหอเหลียงที่กำลังเดินนำโจวอี้ไปสมทบกับบิดาและพี่ชาย
“พี่สาวจวี๋ฮุ่ยไม่กลัวหรือ ไม่ร่ำลาโจวอี้หรือ”
เสียงเล็กๆ ของเสี่ยวหยางดังขึ้น หันมองไปก็เห็นทั้งเอ้อร์เกอ ซานซานและฉู่จีเกาะรั้วมองส่งโจวอี้จนลับตา
“เขาเพียงแค่ไปล่าสัตว์ ไม่ได้ไปเป็อาหารสัตว์บนูเาสักหน่อย ไว้ตอนเย็นก็กลับมาแล้ว”
จวี๋ฮุ่ยยอบกายลงอยู่ในระดับเดียวกับเสี่ยวหยาง มือบีบแก้มของเขาด้วยความเอ็นดู
เสี่ยวหยางและฉู่จีเข้าบ้านเป็ลำดับสุดท้าย ยามที่เป็ก้อนแป้งในห่อผ้าก็ดูผอมแห้งตัวเล็กเท่าลูกแมว แต่พอได้กินอาหารดีๆ พวกเขาก็กลายเป็เด็กน้อยอ้วนๆ ขาวๆ น่าเอ็นดู!
“โจวอี้ไปล่าสัตว์มาให้พวกเรากิน วันหน้าพวกเ้าห้ามกินข้าวเหลือนะ รู้หรือไม่” คำพูดนี้จวี๋ฮุ่ยพูดกับฉู่จีเ้าตัวน้อยที่กำลังเกาะขาซานซาน พยักหน้าหงึกๆ อย่างเชื่อฟัง
“เป็เ้าตัวน้อยที่ไม่รู้จักความลำบาก!”
จวี๋ฮุ่ยจิ้มหัวเล็กๆ ของพวกเขาทีสองที โจวอี้ ต้าเกอ เอ้อร์เกอและซานซาน รับรู้ถึงความยากลำบากและความหิวโหย แม้แต่เสียวเสี่ยวก็ยังรับรู้ถึงเื่นี้ แต่เสี่ยวหยางและฉู่จีไม่รับรู้ถึงความยากลำบาก พวกเขาเลือกกินและบางหนก็กินข้าวเหลือ เอ้อร์เกอเห็นอาหารเหลือก็ไม่กล้าทิ้งจึงได้แต่กินเข้าไปจนกลายเป็ถุงหนังอ้วนกลมใบใหญ่!
“พวกเ้าจะเอาอย่างไร วิ่งตามโจวอี้แล้วบอกไม่ให้ไปดีหรือไม่”
“พี่สาวจวี๋ฮุ่ย...”
เอ้อร์เกอและซานซานได้ยินจวี๋ฮุ่ยหยอกล้อก็ขัดเขินขึ้นมา พากันร้องท้วงจวี๋ฮุ่ยเสียงอ่อนนึกถึงตอนที่พวกเขาร้องไห้โฮ วิ่งตามจวี๋ฮุ่ยในยามที่เป็เด็ก
“ไม่ต้องเป็ห่วงเขาหรอก ดูสิโจวอี้ตัวสูงกว่าเหอเหลียงตั้งหลายชุ่น ข้าเลี้ยงเขามาดีขนาดนี้จะเป็อะไรง่ายๆ ได้อย่างไร”
เอ้อร์เกอและซานซานได้ยินแล้วก็คิดว่ามีเหตุผลกังวลอยู่ครู่เดียวแล้วก็หายกังวลใจอีก
การขึ้นเขาครั้งแรกนี้โจวอี้เพียงถือเสียมขุดดินติดตามเหอเหลียงสมทบกับเหอโถวและเหอหลางที่ขึ้นเขารออยู่ก่อนแล้ว
เหอโถวได้เห็นหนุ่มน้อยโจวอี้ั์ตาก็หรี่ลงกึ่งหนึ่ง มองใบหน้าและท่าทางของเขาแล้วในใจนึกดูแคลน
หมูก็มีท่าทางดังหมู แมวก็มีท่าทางดังแมว แต่เ้าหนุ่มน้อยนี่ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ไม่ใกล้เคียงกับคำว่านายพรานเลยสักนิด
ไม่เพียงผิวพรรณหรือรูปโฉม แม้แต่ท่วงท่าก็ไม่เหมาะสม หากเขาอยู่บ้านอ่านตำราหรือเขียนพู่กันมองแล้วคงดูเข้าทีเสียมากกว่า ท่าทีคงแก่เรียนนี้คงทนลำบากบนเขาได้ไม่นาน!
แม้เหอโถวจะคิดเช่นนี้แต่เขาก็ไม่ได้ไล่โจวอี้กลับบ้านไปในทันที ได้ยินชื่อเสียงของจวี๋ฮุ่ยมาอยู่บ้างว่าเป็หญิงสาวน่าสงสารก็ลอบเห็นใจ ยิ่งได้ยินภรรยาเกลี้ยกล่อมจึงได้ใจกว้าง ยอมรับเ้าหนุ่มคนนี้
“การขึ้นเขาล่าสัตว์ไม่ได้มีวิธีซับซ้อนยากเย็นอะไร เพียงแค่สังหารมันให้ได้ก่อนที่มันจะสังหารเ้าก็เท่านั้น ส่วนจะล่าได้หรือไม่ได้ก็ขึ้นอยู่กับฟ้าและตัวเ้าว่าจะมีความอดทนมากเพียงไร”
โจวอี้เพียงแค่ผงกหัวลงอย่างว่าง่ายหนหนึ่ง เหอโถวเห็นแล้วจึงพาคนทั้งหมดเดินเข้าไปในป่าลึก ในใจวาดแผนการเอาไว้ อยากเรียนใช่ว่าจะเรียนได้เลย เ้าหนุ่มน้อยเข้าป่าหนแรกท่าทางดูไม่หวาดกลัวก็รู้สึกไม่พอใจ
ใช่ว่า้าข่มขู่เด็กน้อยคนหนึ่ง แต่ความรู้สึกกลัวสำหรับการล่าสัตว์ก็ถือเป็เื่ดีที่จะทำให้เกิดความระมัดระวังตัว
โจวอี้ปรายตามองเหอหลางอยู่ครู่หนึ่งแผนการก็ผุดขึ้นมาในหัว “ในป่ามีเสือหรือไม่”
เหอหลางอยู่ด้านข้างได้ยินคำถามของเด็กหนุ่มก็พยักหน้าแล้วกลั้วหัวเราะ
“ย่อมต้องมี ข้าขอเตือนไว้หากเ้าดื้อรั้นไม่เชื่อฟังข้าหรือท่านพ่อ วิ่งเปะปะออกไปนอกเส้นทาง ข้าจะปล่อยให้เ้าเป็อาหารเสือเสีย” เหอหลางขู่เสียงขรึม คำพูดนี้ใช่ว่าเคยพูดกับโจวอี้ผู้เดียว น้องชายที่ติดตามขึ้นเขาในตอนอายุสิบขวบเขาก็พูดเื่ทำนองนี้เช่นเดียวกัน
เหอหลางมองโจวอี้คิดว่าจะได้เห็นสีหน้าขลาดกลัวของโจวอี้ หากเขากลัวตนเองก็จะได้ตบอกแสดงตัวเป็ผู้พิทักษ์คอยดูแลความปลอดภัยเพื่อซื้อใจเด็กหนุ่ม บางคราเขาอาจจะพูดเื่ดีๆ ของตนต่อหน้าพี่สาวบ้าง
ทว่าเหอหลางพลันต้องงุนงงเมื่อเห็นโจวอี้ยกยิ้มมุมปาก ไม่ได้ดูหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย...
โจวอี้รับรู้ถึงสายตาของเหอหลางที่มองมาก็หลุบตาลง ใช้แพขนตาหลบซ่อนแผนในใจเอาไว้
------------
ร่วมกิจกรรมแจกอีบุ๊กเื่นี้ฟรีได้ที่หน้าเพจ โรงน้ำชาสกุลเฉิน ได้เลยจ้า เงื่อนไขแจ้งไว้ที่โพสเพจแล้วน้าา
ลิขิตฟ้ามิอาจขวาง!
อีบุ๊กออกแล้วจ้าา
ฟีลกู๊ดนุ่มฟู ไม่ดราม่าเน้นอ่านสบายน้า
ตอนนี้มีโปรโมชันอยู่ด้วยน้า ราคา 199 บาท 636 หน้า (≈ 98,446 คำ)