เพียงแค่ก้าว

    ตอนที่17

    ในที่สุดร้านสุราก็เงียบลงเหตุเพราะสุราหมดไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว ร่างสามร่างที่นั่งหลังพิงกันอย่างหมดเรี่ยวหมดแรงยกมือขึ้นปาดเหงื่อก่อนจะพากันหัวเราะเมื่อหันมามองหน้ากันเพราะใบหน้าของแต่ละคนนั้นแดงก่ำแทบจะดูไม่ได้ไม่รู้ว่าเพราะเหนื่อยหรือว่าเมากลิ่นสุรากันแน่ ด้วยลูกค้าที่มารอลิ้มรสสุรากันอย่างเนืองแน่น ทำให้ต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ อี้ฟงจากที่นั่งดูเฉยๆ ก็กลายเป็นเสี่ยวเออร์ตัวน้อยวิ่งวุ่นกันเลยทีเดียว ส่วนท่านตาที่ทราบชื่อภายหลังว่า ท่านตาซางซุนเหว่ย ชายชราขี้เมาที่ผันตัวมาเปิดร้านสุราประทังชีวิตและมีภรรยาที่ป่วยหนักต้องดูแลโดยการหมักสุราธรรมดาๆ ขึ้นขายเองก็กลายเป็นมือชงมือฉมัง เพียงสองชั่วยามสุราที่ท่านตาซางนำมาขายก็หมดเกลี้ยง

    "เรามานับเงินกันดีกว่าเจ้าค่ะ" 

    พูดพลางทั้งสามจึงนั่งล้อมวงกันเทเงินอีแปะที่ขายสุราได้ทั้งหมดออกมานับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ใช้เวลานับถึงครึ่งชั่วยามกว่าจะนับหมดและทุกคนต่างยิ้มอย่างยินดีเพราะพวกเขาขายได้ถึงสามหมื่นอีแปะหรือสามสิบตำลึงเลยทีเดียว จากนั้นนางจึงแบ่งสันปันส่วนตามที่ได้ตกลงกันไว้ให้ท่านตาซางสิบสองตำลึงส่วนของนางนั้นสิบแปดตำลึงแต่มือเหี่ยวย่นนั้นกลับหยิบไปแค่ห้าตำลึงเท่านั้น

    "ซินเอ๋อส่วนของตาขอแค่ห้าตำลึงก็พอ ความจริงสุรานั่นก็ไม่ถึงหนึ่งตำลึงเสียด้วยซ้ำ" 

    อี้ซินที่รีบเก็บส่วนที่เหลือของท่านตาซางวางลงบนมือเหี่ยวย่น

    "ไม่ได้เจ้าค่ะเราตกลงกันไว้แล้วท่านตาเก็บไว้เถอะนะเจ้าคะ นี่ก็จะเข้าฤดูหนาวแล้วจะได้ซื้อผ้าห่มหนาๆ และของกินกักตุนเอาไว้ไหนจะซื้อยาให้ท่านยายอีก" 

    ชายชรามองเด็กสาวตรงหน้าอย่างซาบซึ้งในน้ำใจของอีกฝ่ายได้แต่ส่งยิ้มให้ ฤดูหนาวปีนี้ยายแก่คงไม่ต้องทนหนาวจนตัวสั่นงันงกอีกแถมยังมีเงินซื้อยาดีๆ ราคาแพงอีกด้วย

    " ขอบใจเจ้ามากนะซินเอ๋อ เป็นบุญของตาแก่เช่นข้าแล้วที่ได้เจอคนเช่นเจ้า"

    อี้ซินที่ส่งยิ้มให้ก่อนจะขอตัวกลับเพราะดึกมากแล้ว

    "โชคดีนะซินเอ๋อ ฟงเอ๋อหวังว่าจะมีวาสนาได้เจอกันอีก"

    "เช่นกันเจ้าค่ะท่านตา"

    อี้ซินและอี้ฟงที่เอ่ยร่ำลาชายชราก่อนจะพากันเดินซื้อของกินกลับมาเต็มไม้เต็มมือและยังมีของใช้ที่ตอนขามาได้แต่ชื่นชมเท่านั้น 

    เมื่อเดินย้อนกลับมาที่ท่านป้าหวังขายเป็ดย่างปรากฏว่าตุ๊กตาสัตว์ของนางนั้นขายหมดเป็นที่เรียบร้อยโดยที่ท่านป้าหวังไม่คิดค่าขายสักอีแปะ งานฉลองในคืนนี้เป็นแหล่งหาเงินที่ยอดเยี่ยมมากจริงๆ ไว้โอกาสหน้านางจะต้องหาเงินให้ได้เยอะกว่านี้

    เวลาแห่งความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ ในที่สุดงานเลี้ยงก็เลิกรา วันนี้ถือว่านางได้โชคครั้งใหญ่เลยทีเดียว พรุ่งนี้ก็ยังคงมีงานที่ต้องทำอีกมาก ชีวิตมันต้องก้าวไปข้างหน้า แค่เพียงก้าวเราก็จะสามารถไปถึงจุดหมายปลายทางได้ในที่สุด แต่หากหยุดอยู่กับที่นั่งรอเวลา รอโชค รอวาสนา ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะถึงจุดหมาย

    กว่าจะกลับถึงร้านของท่านป้าหวังก็ล่วงเข้าสู่ยามโฉ่ว (01.00-2.59) แล้ว ท่านป้าหวังจึงให้นางและน้องนอนที่ร้าน ตอนแรกนางปฏิเสธแต่ก็ทนการรบเร้าของท่านป้าไม่ไหวบอกว่าเดินทางกลับตอนนี้กลัวจะเกิดอันตรายขึ้นจึงได้ยอมตกลงเพราะคิดว่าพรุ่งนี้นางจะต้องซื้อของใช้จำเป็นต่างๆ กลับบ้านด้วยเลย

    เช้าวันรุ่งขึ้นท่านป้าหวังที่จะให้รถม้าไปส่งนางกลับบ้าน นางจึงขอตัวไปซื้อของก่อน โดยไม่ลืมซื้อเบาะรองนอนที่หนานุ่มกับผ้าห่มหนาเนื้อดีอีกหนึ่งผืนและยังได้เสื้อผ้าเนื้อหนานุ่มสำหรับใส่ในหน้าหนาวมาอีกคนละสองชุดและของใช้จำเป็นอีกหลายอย่างเมื่อนำของทุกอย่างขึ้นรถม้าเทียมเกวียนเรียบร้อยแล้วจึงหันไปหาอี้ฟงเพื่อบอกให้เจ้าตัวเล็กนั่งเล่นอยู่แถวนี้ก่อนเพราะนางมีเรื่องจะปรึกษาท่านป้าหวังสักครู่ ก่อนจะเดินเข้าไปหาท่านป้าหวังที่กำลังตรวจบัญชีของร้านอยู่ด้านใน นางอยากสอบถามท่านป้าหวังถึงการที่นางจะหาคนงานหรือทาสใช้แรงงานสำหรับจ้างรายวันว่าจะหาได้จากที่ไหน เมื่อเช้าระหว่างกำลังซื้อของนางก็ครุ่นคิดอยู่ตลอดว่าจะต่อเติมบ้าน ห้องครัว ห้องน้ำ ห้องสำหรับเก็บฟืนและถ่าน และอีกหลายอย่างที่คิดเอาไว้ แต่เงินที่มีก็จำเป็นต้องใช้อย่างรอบคอบ คิดวางแผนใช้เงินให้เกิดประโยชน์ที่สุดและคุ้มค่าที่สุด และนางก็คิดใคร่ครวญอย่างถี่ถ้วนแล้วว่าการจะจ้างช่างโดยตรงเลยนั้นต้องใช้เงินจ้างหลายตำลึงแน่และคงจะได้แค่ต่อเติมบ้าน ไม่สู้นางหาทาสใช้แรงงานหรือคนที่ทำงานวันต่อวันมาและมีนางคอยกำกับอย่างนี้จะไม่คุ้มค่ากว่าหรือแล้วยังได้รูปแบบตามที่นางต้องการอีกด้วย 

    "ท่านป้าเจ้าคะ" 

    เสียงเรียกของอี้ซินทำให้เถ้าแก่เนี้ยหวังเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้างดงามของดรุณีน้อยที่มานั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามโต๊ะที่นางนั่งอยู่

    "มีอะไรหรือซินเอ๋อ" 

    "ข้าจะสอบถามท่านป้าว่าจะหาทาสใช้แรงงานหรือคนที่รับจ้างใช้แรงงานโดยจ่ายค่าจ้างเป็นรายวันได้จากที่ไหนเจ้าคะ"

    "เจ้าจะจ้างไปทำอะไรหรือซินเอ๋อ ป้าจะได้จัดหาให้ได้ถูกประเภท" 

    "คือข้าอยากจะต่อเติมบ้านเจ้าค่ะ แต่ไม่อยากจ้างช่างเพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายและไม่ได้ต่อเติมใหญ่มากจึงอยากได้คนงานสัก 2-3 คน"

    เถ้าแก่เนี่ยที่มองสตรีตรงหน้าอย่างชื่นชมอายุแค่นี้แต่มีความคิดที่ละเอียดอ่อน รู้จักวางแผนอย่างเป็นขั้นเป็นตอนช่างเป็นเด็กสาวที่มองสิ่งรอบตัวได้กว้างยิ่งนัก

    " ป้ามีคนที่ไว้ใจได้อยู่ 3 คนพอดี และเป็นคนที่ทำงานได้อย่างดีเยี่ยม ป้ามักจะเรียกใช้อยู่บ่อยๆ ป้าจะติดต่อให้ แล้วเจ้าต้องการเมื่อไหร่หรือ" 

    "ข้าอยากจะได้พรุ่งนี้เลยเจ้าค่ะ อยากจะทำทุกอย่างให้เสร็จเรียบร้อยก่อนจะเข้าฤดูหนาว" 

    "อ้อ ถ้าเช่นนั้นพรุ่งนี้ป้าจะให้เดินทางไปบ้านของเจ้าตั้งแต่เช้าก็แล้วกันนะ"

    " ขอบคุณมากเจ้าค่ะท่านป้า แล้วเขาคิดค่าจ้างเท่าไหร่หรือเจ้าคะ"

    เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นอย่างยินดี นางคงต้องกลับไปวางแผนการทำงานพรุ่งนี้จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเมื่อคนงานมาถึงจะได้ลงมือทำงานทันที

    " หากงานใช้แรงงานหนักอย่างแบกหามก็วันละ200-250 อีแปะถือว่าสูงมากแล้วกับอาหารอีกหนึ่งมือ"

    อี้ซินที่คิดคำนวณค่าจ้าง นางคิดว่าทุกอย่างน่าจะเสร็จคงใช้เวลาไม่เกินห้าวัน หากจ้างวันละ250อีแปะ ก็ตกคนละ 1ตำลึงกับ250อีแปะ 3 คน ก็ 3 ตำลึง กับ750 อีแปะ ความจริงงานที่นางจะจ้างให้ไปทำก็ไม่ได้หนักอะไรแต่หากจะให้น้อยกว่านั้นก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก หากจะจ้างช่างก็คงจะประมาณ 4-5 ตำลึงเป็นอย่างต่ำ ไหนจะค่าวัสดุที่จะนำมาต่อเติมอีก แม้จะได้งานที่ได้มาตรฐานกว่าแต่คงจะได้แค่ต่อเติมห้องครัวและห้องน้ำเท่านั้น แต่การที่นางจ้างคนงานเองจะได้งานตามที่นางต้องการและใช้วัสดุที่นางหามาเองแล้วนางนี่แหละนายช่างใหญ่จะไปจ้างช่างให้เสียดายเงินทำไม

    "ตกลงตามนี้นะซินเอ๋อ" 

    เสียงท่านป้าหวังที่เห็นนางเงียบไปจึงเอ่ยถามขึ้น จนนางหลุดจากภวังค์ความคิดส่งยิ้มไปให้สตรีที่มองนางยิ้มๆ ตรงหน้า

    "เจ้าค่ะท่านป้า พรุ่งนี้ท่านป้าให้พวกเขาไปที่บ้านของข้าได้เลยเจ้าค่ะ" 

    "ได้" 

    "ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวกลับบ้านก่อนนะเจ้าคะ ขอบคุณท่านป้าอีกครั้งเจ้าค่ะ" 

    ร่างบางที่กล่าวขึ้นพร้อมก้มศีรษะให้สตรีผู้เป็นดั่งผู้มีพระคุณที่นางเคารพนับถืออย่างซาบซึ้งในความเมตตาที่อีกฝ่ายมอบให้

    " ไม่เป็นไรป้าเต็มใจช่วย เดินทางปลอดภัยนะลูก" 

    " เจ้าค่ะ"

    " อ้อ ซินเอ๋อ เดี๋ยวก่อน"

    ร่างเล็กที่กำลังจะหันหลังออกจากร้านต้องหยุดฝีเท้าก่อนจะหันกลับมาอีกครั้ง เมื่อท่านป้าหวังส่งเสียงเรียก

    "เจ้าคะ" 

    "ป้าว่าจะถามว่าวันปักปิ่นของเจ้าคือวันไหน เกือบลืมเสียแล้ว"

    เมื่อท่านป้าหวังถามขึ้นทำให้นางที่มิได้คิดถึงเรื่องนี้เลยฉุกคิดขึ้น ใช่อีกไม่กี่เดือนนางก็จะถึงวัยปักปิ่นแล้วในความทรงจําของร่างนี้ก็หลังจากผ่านพ้นฤดูหนาวเพียงหนึ่งเดือนนางก็จะอายุครบ 15 ปีเต็ม

    การก้าวเข้าสู่ขวบปีที่ 15 นับเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่สำคัญมากที่สุดในชีวิตของเด็กหญิงในยุคนี้ ด้วยถือกันว่าช่วงเวลาวัยเด็กของเด็กหญิงผู้นั้นได้สิ้นสุดลงและได้ก้าวเข้าสู่วัยสาวโดยสมบูรณ์ จากนี้เป็นต้นไปจะต้องปฏิบัติตัวและได้รับการปฏิบัติจากผู้อื่นในแบบผู้ใหญ่ เป็นสัญลักษณ์ที่แบ่งเขตแดนของความเป็นเด็กหญิงและเด็กสาวออกจากกัน เมื่ออายุครบ 15 ปี บริบูรณ์ จะต้องเข้าสู่พิธีการเกล้าผมปักปิ่น บ่งบอกว่าสตรีผู้นั้นถึงวัยออกเรือนแล้ว

    " ผ่านพ้นฤดูหนาวไปเพียงหนึ่งเดือนเจ้าค่ะท่านป้า"

    เถ้าแก่เนี่ยหวังที่เห็นดรุณีน้อยตรงหน้าเงียบไปก็คิดว่านางคงจะกำลังกังวลและเสียใจเพราะนางรู้ว่าทั้งสองมีกันแค่สองคนพี่น้องเท่านั้น

    " ซินเอ๋อ อย่าว่าอย่างนู้นอย่างนี้เลยนะ ป้านั้นรักและเอ็นดูเจ้ากับฟงเอ๋อมาก หากถึงวันเจ้าปักปิ่น ป้าจะเป็นผู้จัดการทุกอย่างให้เจ้าเอง เจ้าอย่าได้คิดมาก"

    "ขอบคุณเจ้าค่ะท่านป้า"

    "จากนี้ไป คิดเสียว่าป้าคือครอบครัวของเจ้าเถอะนะ หากมีอันใดให้ช่วยเหลือ เจ้าสามารถบอกป้าได้ตลอดเวลา"

    มืออุ่นที่กอบกุมมือนางเอาไว้ทำให้อี้ซินรู้สึกตื้นตันใจยิ่งนัก ก่อนจะถอยออกมา คำนับสตรีตรงหน้าอย่างเต็มพิธีการด้วยความเคารพนับถืออย่างสูงสุด
     

    คล้ายกับเรื่องเพียงแค่ก้าว ที่คุณอ่าน