71.จอมมารคนที่สอง
“แล้วจะจัดการกับคนผู้นี้อย่างไรดี”เป่าเล่อถามขึ้นขณะนั่งยองๆมองย่าหลงที่นอนสลบ บนร่างเต็มไปด้วยไอหยิน บาดแผลบนร่างของเขาทั้งหมดกลับค่อยๆสมานตัวกันอย่างช้าๆ คาดว่าไม่นานบาดแผลเหล่านี้คงหายไป นี่เป็นผลจากการฝึกวิชาเงายมทูตเขาจะไม่แก่ ไม่ตาย...
‘บาดแผลหายเองได้แบบนี้สมควรแล้วที่จะเป็นอมตะ’เป่าเล่อคิดขณะจ้องมองบาดแผลทั้งหลายค่อยๆเลือนหายไปด้วยความสนใจ
“ยังสามารถช่วยเขาให้กลับมาเป็นมนุษย์ได้หรือไม่”หวงหลงถามขึ้น
ไป๋หลงได้ยินแล้วเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ“เหตุใดเจ้าพูดจาหวังดีต่อคนผู้นี้เล่า...ยังหวังให้เขากลับไปเป็นมนุษย์ได้อีกครั้ง เจ้าสมควรดีใจที่เขากลายเป็นตัวประหลาดต้องใช้ชีวิตหลบๆซ่อนๆในเวลากลางวันถึงจะถูก”ไป๋หลงหันไปถามย่าหลงด้วยรอยยิ้มลึกลับ“ในเมื่อคนผู้นี้คือศัตรูหัวใจของเจ้า เขาจะแย่งคนที่เจ้ารักไป...”
“เพราะว่าสำหรับนางแล้วข้าในชาตินี้คงเป็นได้เพียงอาจารย์ของนาง ส่วนชาติก่อนๆข้าก็คือศัตรูของนางชะตาได้ขีดเส้นคั่นระหว่างข้าและนางเอาไว้แล้ว”หวงหลงถอนหายใจด้วยความปลงตก “บัดนี้เขาเหลือแค่ความรักที่บริสุทธิ์ให้นางเท่านั้นหวังแค่นางจะมีความสุข หลุดพ้นจากความทุกข์เกี่ยวกับพลังที่สร้างความทุกข์ใจให้นาง
“เจ้าคิดได้เช่นนั้นนับว่าประเสริฐ!”ไป๋หลงกล่าวชมเชยก่อนจะหันไปมองย่าหลง“สำหรับย่าหลง ความจริงเขาไม่ควรจะถูกไอหยินครอบงำจนไม่หลงเหลือความเป็นมนุษย์เร็วขนาดนี้อย่างน้อยเขาก็มีเวลานับร้อยปีกว่ามันจะครอบงำเขา เฮ้อ....”ไป๋หลงว่าพลางทอดถอนหายใจนึกเวทนากับชะตากรรมของย่าหลง แม้ชะตาฟ้าจะทำอะไรเขาโดยตรงไม่ได้ แต่สุดท้ายก็ยังคงเล่นงานเขาได้โดยกำหนดให้เฮยหลงเป็นคนทำร้ายเขา ถูกสูบพลังชีวิตไปจำนวนมากเมื่อร่างกายเขาอ่อนแอจึงถูกไอหยินครอบงำในทันที
“หลังจากนี้ไปเขาไม่อาจใช้ชีวิตท่ามกลางแสงแดดได้อีกทั้งอุปนิสัยของเขาจะเปลี่ยนไป เขาจะมีสัญชาตญาณมืด นิสัยโหดเหี้ยม นั่นคือผลกระทบของไอหยิน”ไป๋หลงว่าพลางถอนหายใจ
แม้ซือมิ่งจะฝ่าฝืนชะตาฟ้าช่วยให้ย่าหลงไม่ถูกชะตาฟ้าลงทัณฑ์ ไม่ถูกชะตาฟ้าลิขิตชะตากรรมทว่าซือมิ่งก็ยังคงเป็นเทพผู้ทรงธรรม ซือมิ่งลิขิตชะตาให้ย่าหลง สามารถอยู่ข้างกายเฮยหลงได้ในทุกภพชาติที่ต้องเวียนว่ายตายเกิดขณะเดียวกันก็กำหนดให้ย่าหลงต้องพบเจอกับอุปสรรคใหญ่หลวงนั่นคือผลกระทบของวิชายมทูต
เขาจะกลายเป็นตัวประหลาด ผีก็ไม่ใช่คนก็ไม่เชิง นิสัยโหดเหี้ยม ถูกครอบงำด้วยสัญชาตญาณมืด...หลังจากนี้ไปเฮยหลงจะหวาดกลัวรังเกียจตัวประหลาดหรือจะตัดสินใจไม่สนใจว่าย่าหลงเป็นตัวอะไร ยังคงมีมิตรไมตรีให้เขาเช่นปกติ
ไป๋หลงคิดพลางถอนหายใจหลังจากนี้ต่อไป หากเฮยหลง และย่าหลงมีความรักต่อกันทุกภพชาติจะต้องกลายเป็นโศกนาฏกรรมอย่างแน่นอนย่าหลงที่ไม่มีวันตายอายุยืนยาวดุจเทพเซียน เป็นตัวประหลาดโดดเดี่ยวต้องเฝ้ามองเฮยหลงตายทุกภพทุกชาติ.... ‘ชะตากรรมของพวกเจ้าช่างโหดร้ายเหลือเกิน..’
“ข้าเกรงว่าจะไม่มีทางช่วยให้เขากลับมาเป็นมนุษย์ได้อีกครั้ง...หากมีความหวังก็น้อยนิดนัก”คำพูดของไป๋หลงเทพมังกรขาวผู้รอบรู้ทำให้ทุกคนทำสีหน้ากังวล
“ถ้าเช่นนั้นเรื่องระหว่างเขากับเฮยหลง...”เป่าเล่อไม่กล้าพูดจนจบ ‘ระหว่างเขากับเฮยหลงที่เกิดเป็นมนุษย์ก็คงไม่อาจครองคู่กันได้ในโลกมนุษย์อย่างปกติสุข’
“ได้แต่หวังว่าสุดท้ายแล้วพวกเขาจะไม่หลงรักกันและกันหาไม่พวกเขาจะต้องทุกข์กับความรักนี้แน่นอน”เฟยหานตงกล่าวพลางถอดถอนหายใจ
“จับพวกเขาแยกจากกันทุกภพทุกชาติขัดขวางไม่ให้พวกเขาพบกันดีหรือไม่”เป่าเล่อเสนอความคิดอันโหดร้ายทว่าเต็มไปด้วยความหวังดีต่อคนทั้งคู่ ป้องกันไม่ให้พวกเขาต้องพบเจอกับความทุกข์ที่จะเกิดขึ้นเพราะความรักเพราะเคยได้ยินคำสั่งสอนของพุทธะว่า ‘ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์’ดังนั้นนางจึงคิดว่าขอแค่ไม่มีความรัก ก็จะมีทุกข์น้อยลง
ทว่าทุกคนกลับมองเป่าเล่อด้วยสายตาคล้ายตำหนิติเตียนว่าความคิดของนางช่างชั่วร้ายเหลือเกิน! ดังนั้นเป่าเล่อจึงรีบหุบปากทำตัวสงบเสงี่ยมไม่กล้ากล่าววาจาใดๆอีก
“ไม่ต้องทำถึงขั้นนั้นหรอก”ไป๋หลงหันไปบอกเป่าเล่อ“เมื่อเกิดเป็นมนุษย์ ล้วนต้องมีครอบครัวมีคนรัก และคนรักที่ว่าย่อมถูกฟ้ากำหนดมาแล้วว่าคนผู้นั้นจะเป็นใคร...ย่าหลงเดิมทีไม่มีชะตาที่ต้องถือกำเนิดเป็นมนุษย์เขาจะต้องเป็นเทพอสูรทำหน้าที่ของตน และเมื่อไม่ใช่มนุษย์ตามกฎแห่งฟ้าเขาไม่มีทางเป็นคู่ครองของเฮยหลงซึ่งเป็นเพียงมนุษย์ได้”
“ถ้าเช่นนั้นก็หมายความว่า...”เป่าเล่อไม่กล้าพูดต่อเรื่องนี้นับว่าร้ายแรงเกินกว่านางจะรับได้...
“หมายความว่า เฉียนหลงอาจจะไม่สามารถแทรกกลางลิขิตรักของนางได้...สุดท้ายแล้วการที่เขายอมสละความเป็นเทพเพื่อให้ได้มาอยู่ข้างกายนางอาจจะกลายเป็นสิ่งที่ไร้ประโยชน์ในที่สุด...สิ่งที่เขาทำลงไปทั้งหมดกลายเป็นเพียงแค่เขาได้แต่เฝ้ามองนางครองคู่กับบุรุษอื่น”ไป๋หลงกล่าว
ความจริงที่โหดร้ายนี้ทำให้ทุกคนตกอยู่ในภวังค์มองเฮยหลง และเฉียนหลงด้วยความเห็นใจ คล้ายว่าชะตาได้กำหนดมาแล้วพวกเขาไม่มีทางรักและครองคู่กันได้!
ท่ามกลางความเงียบที่คนทั้งหลายตกอยู่ในภวังค์ความคิดและความรู้สึกเห็นใจคนทั้งคู่
“แล้วตอนนี้สมควรจะทำอย่างไรกับเขาดี”หวงหลงกล่าวขึ้น
“ก่อนอื่นต้องแยกเขาออกจากมนุษย์ทั้งหลายให้เขาอยู่ตัวคนเดียวในสถานที่ห่างไกลผู้คน ป้องกันไม่ให้นิสัยโหดเหี้ยมเพราะสัญชาตญาณมืดทำให้เขาฆ่าฟันผู้อื่นบางทีอาจจะต้องกักขังเขาเอาไว้ในถ้ำสักแห่ง...”
ไป๋หลงเริ่มปรึกษาพูดคุยกับทุกคนถึงสถานที่และวิธีการที่จะจัดการกับย่าหลง ป้องกันไม่ให้เขาออกไปอาละวาดเข่นฆ่าผู้คนเพราะสัญชาตญาณมืด อย่างน้อยก็ขังเขาเอาไว้ช่วงระยะเวลาหนึ่งจนกว่าเขาจะควบคุมสติตนเองได้
ในขณะที่ไป๋หลงปรึกษาพูดคุยกันถึงเรื่องของย่าหลงการแข่งขันรอบสองของสำนักฝึกยุทธก็ยังคงดำเนินต่อไปจนจบการแข่งขันปรากฏว่าพวกปีสองในกลุ่มที่สองกลับเหลือรอดเข้าสู่รอบต่อไปหลายสิบคนหนึ่งในนั้นมีพี่ชายคนละมารดาของไป๋หลงรวมอยู่ด้วย
‘ฮึ...น้องสาวที่รักพี่ชายคนนี้จะตามไปเด็ดหัวของเจ้า ในการประลองรอบต่อไปอย่างแน่นอน!’หงซือจินคิดด้วยความอาฆาตแค้น
หงซือจินและเหล่าสหายที่ผ่านเข้าสู่รอบสองต่างพากันไปเยี่ยมอาการของสหายที่ถูกไป๋หลงเล่นงาน จนบาดเจ็บสาหัสหลังกลับจากเยี่ยมสหายความอาฆาตแค้นต่อไป๋หลงยิ่งเพิ่มเป็นเท่าทวี...มากเสียจนอยากจะสังหารนางเสียเดี๋ยวนี้!
ทว่าติดตรงที่ไป๋หลงมีวรยุทธสูงส่งไม่อาจต่อสู้กับนางตรงๆได้ การจะฆ่านางต้องอาศัยวางกับดักจัดการนางในป่าอสูร... ยังดีที่นางได้กินยาสมุนไพรอสูรคลั่งเข้าไปหากนางพบเจอสัตว์อสูรจะต้องถูกพวกมันรุมทึ้งจนตาย!
เป็นเพราะน้องสาวที่น่ารังเกียจผู้นี้ครอบครัวของเขาถึงได้บ้านแตก ไม่อาจอยู่พร้อมหน้ากันพ่อแม่ลูกได้
หงซือจินแยกย้ายกับกลุ่มเพื่อนเดินกลับที่พักของตน จดจ่ออยู่กับความรู้สึกเคียดแค้น ระหว่างทางเดินกลับที่พักเขาไม่ได้รู้ตัวเลยว่าความเคียดแค้นของตนซึ่งเป็นความคิดด้านมืดกำลังดึงดูดบางอย่างเข้าหาเขา!
ตลอดทางเขาไม่ได้สนใจสังเกตสิ่งรอบตัวหากเขาไม่มัวจมอยู่กับความคิดเคียดแค้นชิงชัง เขาจะต้องเห็นว่าบัดนี้กลุ่มควันสีดำค่อยๆคืบคลานไปใกล้เขาเรื่อยๆ จนมันแตะสัมผัสผิวหนังเขา
ความรู้สึกเย็นเยือกขนลุกชันพลันเกิดขึ้น เมื่อถูกบางอย่างสัมผัสผิวหนัง ทำให้หงซือจินหันมองรอบตัว
ทว่าเมื่อเขารู้ตัวก็สายเกินไปแล้ว! หงซือจินตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเห็นกลุ่มควันสีดำ กำลังซึมเข้าสู่ผิวหนังตน ไม่ว่าจะพยายามสะบัดปัดป่านควันสีดำเพียงใดก็ไม่สามารถหยุดกลุ่มควันนี้ได้
ขณะที่พลังสีดำซึมเข้าสู่ร่างเขาพลันรู้สึกได้ถึงพลังอำนาจขุมหนึ่งในร่าง คล้ายรู้สึกว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้นพลังที่จุดตันเถียนวิ่งพล่านราวกับน้ำเดือดอัดแน่นคล้ายเฝ้ารอที่จะปลดปล่อยพลังที่แท้จริงของมัน
ในขณะที่หงซือจินกำลังตื่นตระหนกนั้นจู่ๆก็ได้ยินเสียงใครบางคนพูด
‘เจ้าอยากแก้แค้นน้องสาวไม่ใช่หรือเจ้าอยากทำลายนางไม่ใช่หรือ นี่คือพลังที่จะช่วยให้เจ้าต่อกรกับนางได้’
หงซือจินที่กำลังตื่นตระหนักพลันนิ่งงัน “เจ้าเป็นใคร! เจ้าต้องการอะไรจากข้า!”หงซือจินตะโกนถามเขาไม่เชื่อว่าจะมีใครยอมมอบพลังที่แข็งแกร่งเช่นนี้ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
พลังดำมืดเช่นนี้ย่อมต้องไม่ใช่เทพเซียนอย่างแน่นอนดูท่าเขากำลังเจอมารปีศาจเข้าให้แล้ว...เคยได้ยินมาว่าการจะได้รับพลังจากพวกมารปีศาจต้องใช้ชีวิตเข้าแลกถึงจะได้พลังอำนาจนี้มา
หงซือจินหันมองรอบๆตัวด้วยความหวาดระแวงทว่าเขากลับไม่พบบุรุษที่พูดจาตอบโต้กับตน
‘สิ่งที่ข้าต้องการมีเพียงอย่างเดียว’ชายลึกลับกล่าวด้วยน้ำเสียงชวนขนลุก ‘นั่นคือ ให้ไป๋หลงตาย!’
หงซือจินที่ตอนแรกหวาดระแวงบัดนี้กลับเผยรอยยิ้มชั่วร้าย “ถ้าสิ่งที่ท่านต้องการ คือการให้ไป๋หลงตายเช่นนั้นข้าก็ยินดีรับพลังนี้ไว้ เพื่อใช้สังหารนาง!”
‘ดี...แค่เจ้าทำตามที่ข้าบอกก็สามารถกำจัดนางได้’เสียงลึกลับนั้นกล่าว
หงซือจินเดินกลับถึงที่พักของตนเฝ้ารอให้วันรุ่งขึ้นมาถึงอย่างใจจดใจจ่อ ปรารถนาจะเห็นไป๋หลงตาย! แผนการของบุรุษลึกลับนั้นน่าสนใจมากทีเดียวหากไป๋หลง นางตกหลุมพรางแผนการนี้นางจะต้องตายหรือไม่ก็บาดเจ็บสาหัสแน่...
“นายน้อยขอรับ”เสียงเรียกดังขึ้นทำให้หงซือจินที่กำลังครุ่นคิด ตื่นจากภวังค์ เหลือบมองนอกหน้าต่าง เห็นคนชุดดำใช้ผ้าคาดปิดหน้ากำลังยืนค้อมกายท่าทางนอบน้อม
“มีอะไร”หงซือจินถามคนตรงหน้าซึ่งเป็นนักฆ่าในองค์กรทมิฬ
“แม่ทัพหงซือจินเริ่มลงมือกวาดล้างขุนนางในอาณาจักรฮุ่ยแล้วขอรับ”นักฆ่าผู้นั้นก้มหน้ารายงาน
หงซือจินยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อได้ยินว่าบิดาฉวยโอกาสตอนฮ่องเต้และอ๋องฮุ่ย ไม่อยู่ในอาณาจักรลงมือกำจัดคนในราชสำนัก และยึดครองแผ่นดิน! ตามแผนการที่บิดามารดาหารือกันไว้
“แล้วเรื่องพวกแม่ทัพคนอื่นๆละ”หงซือจินขมวดคิ้วเมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ด้วยเกรงว่าเมื่อบิดาลงมือแต่เหล่าแม่ทัพผู้กุมอำนาจแต่ละกองทัพ ไหวตัวทันระดมพลกองทัพ ต่อสู้กับบิดาของตนการชิงบัลลังก์ครั้งนี้คงจะยุ่งยากมากขึ้นไปอีก
“เรื่องนี้ ท่านจ้าวนิกายได้ส่งนักฆ่ายอดฝีมือ ไปปลิดชีพแม่ทัพเหล่านั้นแล้วขอรับ”น้ำเสียงของชายหนุ่มนอบน้อมทว่ายามที่เขาค้อมศีรษะยืนรายงาน แววตาของเขากลับมิได้นอบน้อมทว่าเต็มไปด้วยความชิงชังต่อคนตรงหน้า
“มีหลักฐานกลับมาด้วยหรือไม่”หงซือจินกล่าว
“หลักฐานนั้น นำกลับมาครบทุกหัว!ขอรับ”ชายหนุ่มชุดดำกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “หัวเหล่านั้นท่านแม่ทัพหงซือจินได้ดูแล้ว และยืนยันว่านั่นคือหัวของเหล่าแม่ทัพทั้งหลาย”
หงซือจินยิ้มอย่างพึงพอใจเรื่องนี้ไม่อาจให้ผิดพลาดได้ มิฉะนั้น หากก้าวพลาดเพียงก้าวเดียว จะต้องกลายเป็นตระกูลของเขาพินาศแทนที่จะเป็นตระกูลฮุ่ย!
“เหลือกำหนดอีกสองวันฮ่องเต้และอ๋องฮุ่ย จะเดินทางกลับ เรื่องวางกำลังพลซุ่มโจมตีจัดการเรียบร้อยหรือยัง”คำถามของหงซือจิน ทำให้แววตาของนักฆ่าที่หลุบมองปลายเท้าลุกวาวด้วยโทสะ
‘สกุลหงพวกเดรัจฉานเลี้ยงไม่เชื่อง! ทั้งวางแผนชิงบัลลังก์ ทั้งลอบสังหาร โฉดชั่วไร้คุณธรรมทั้งตระกูล!’นักฆ่าก่นด่าในใจ แม้จะรู้เรื่องของแผนการของสกุลหงทุกอย่างทว่าพอมาได้ยินเจ้าคนเนรคุณพวกนี้กล่าววาจา ก็อดโมโหไม่ได้แทบอยากจะบีบคอเจ้าเด็กตรงหน้าให้ตายคามือหากไม่เกรงว่าแผนการของเจ้านายจะล้มเหลว มันคงจะสังหารเจ้าเด็กน้อยนี่ไปแล้ว
นักฆ่าฝืนบังคับไม่ให้น้ำเสียงตัวเองแกว่งเพราะอารมณ์โทสะยามเอ่ยตอบวาจา
“ทุกจุด จัดวางกำลังไว้พร้อมแล้วรับรองได้ว่าพวกมันไม่มีชีวิตรอดถึงชายแดนแน่นอนขอรับ”นักฆ่าตอบด้วยน้ำเสียงนอบน้อมทว่าในใจกลับครุ่นคิด‘พวกมันที่ว่าก็คือคนขององค์กรทมิฬทั้งหมด! คราวนี้พวกเจ้าต้องถูกฆ่าล้างบางครั้งใหญ่แน่นอน!’
“แล้ว อย่าลืมระวังพวกหอจิวหรงด้วย อย่าให้คนของสกุลฮุ่ยส่งข่าวไปขอความช่วยเหลือจากหอจิวหรงได้ หาไม่แผนการยึดบัลลังก์ในครั้งนี้จะต้องพินาศอย่างแน่นอน...”หงซือจินขมวดคิ้วด้วยความกังวลแม้ว่าบิดามารดาจะเตรียมการทุกอย่างไว้เป็นอย่างดี ทว่าหอจิวหรง เป็นสถานที่ทรงอิทธิพลและรวบรวมผู้มีความสามารถไว้จำนวนมาก ซ้ำยังมีสาขาในทั่วทุกดินแดน หากต่อต้องสู้กับหอจิวหรงที่มีผู้เชี่ยวชาญในการใช้พิษ เกรงว่าศึกครั้งนี้นิกายทมิฬจะต้องพ่ายแพ้ยับเยินแน่นอน
ดังนั้นก่อนที่จะชิงบัลลังก์สำเร็จไม่อาจปล่อยให้ข่าวเล็ดลอดไปถึงหอจิวหรงได้ แต่เมื่อยึดบัลลังก์ได้สำเร็จหิวจิวหรงแม้จะมีอำนาจมากเพียงใด ก็ไม่มีทางยึดบัลลังก์กลับมาได้เพราะคนสกุลฮุ่ยได้ถูกฆ่าทิ้งหมดแล้ว! หอจิวหรงที่ไร้ผู้นำก็เหมือนมังกรไม่มีหัวไม่มีพิษมีภัยใดๆอีกต่อไป!
“เรื่องคนส่งข่าวพวกเราดักฆ่าในทุกเส้นทาง จากอาณาจักรฮุ่ย ถึงอาณาจักรเฟยต่อให้พวกมันมีปีกก็ไม่มีทางหลบรอดสายตาคนของเราไปได้ขอรับ”นักฆ่ากล่าว“ตอนนี้ทุกคนกำลังให้ความสนใจกับการประลองยุทธแม้กระทั่งเหล่าอาวุโสของหอจิวหรงก็มาที่นี่กันหมด ดังนั้นหอจิวหรงหรือแม้กระทั่งคนสกุลฮุ่ยต้องคาดไม่ถึงแน่ว่านิกายของเราจะลงมือในเวลานี้หลังจากอยู่อย่างเงียบสงบมาถึงสิบปี!”
“ฮึ! ฮึ!”หงซือจินหัวเราะในลำคอด้วยความชอบใจ เมื่อนึกถึงวันที่บัลลังก์ตกเป็นของคนสกุลหง
ตกค่ำณ ที่พักของเสี่ยวเมิ่ง
ไป๋หลงรีบพุ่งตรงมายังที่พักขององค์หญิงเฉินเมิ่งไฉทันทีที่ได้รับแจ้งว่าพบเจ้าเสี่ยวไป๋แล้วแม้จะได้รับแจ้งว่าเสี่ยวไป๋ถูกช่วยชีวิตไว้ได้ทันทว่าไป๋หลงกลับร้อนใจอยากพบเจ้าเสี่ยวไป๋นางร่ายเวทแล้วโผล่กลางลานโล่งที่พักของเฉินเมิ่งไฉ
ทหารและนางกำนัลที่ยืนเฝ้ายามอยู่พากันตกใจทหารตั้งสติได้กุมอาวุธในมือชี้ใส่ไป๋หลง ซึ่งเป็นผู้บุกรุก ด้วยท่าทีหวาดระแวงและระมัดระวังว่านางจะปองร้ายองค์หญิง
“ขอเรียนถาม...”ทหารนายหนึ่งประสานมือร้องทักไป๋หลง“ไม่ทราบว่าท่านเซียนมีธุระใด จึงมาเยือนที่พักขององค์หญิงเฉินเมิ่งไฉได้”ทหารผู้นี้สังเกตว่าสตรีตรงหน้า เป็นมนุษย์ผู้หนึ่ง แต่กลับใช้เวทมนตร์ได้ดังนั้นจึงคาดเดาว่านางเป็นเซียน หรือผู้บำเพ็ญเพียรอีกทั้งนางไม่มีกลิ่นอายของปีศาจ หรือเผ่ามาร
ไป๋หลงที่รีบร้อนจะพบเสี่ยวไป๋จนเกินไปยิ้มแหยทันที นางลืมไปว่าเฉินเมิ่งไฉเป็นองค์หญิง ที่พักของนางย่อมคุ้มกันอย่างแน่นหนาดังนั้นการที่จู่ๆนางก็โผล่มาแบบนี้ย่อมสร้างความหวาดระแวงให้ผู้อื่นไม่น้อย
ยังดีที่แคว้นเฉินเป็นดินแดนของเทพอสูรเผ่าจิ้งจอกเก้าหาง ซึ่งมีคนส่วนหนึ่งใช้เวทมนตร์ได้ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้ตกใจมากนักเมื่อจู่ๆก็มีคนโผล่พรวดจากอากาศให้เห็นเกรงว่าหากเป็นมนุษย์ทั่วไปคงกรีดร้องด้วยความตกใจ นึกว่าเจอภูตผีปีศาจแล้ว
“ไปบอกนายเจ้าว่าข้าไป๋หลงมาขอพบ”ไป๋หลงกล่าว
“โปรดรอสักครู่”นายทหารผู้นั้นกล่าวก่อนจะหันไปสั่งนางกำนัลให้เข้าไปรายงาน
เพียงครู่เดียวเฉินเมิ่งไฉก็ก้าวออกมาต้อนรับไป๋หลงด้วยตัวเอง
“คุณหนูเชิญ”เสี่ยวเมิ่งกล่าวขณะเดินนำไป๋หลงเข้าสู่ด้านใน ขณะเดียวกันก็ไล่นางกำนัลในห้องทั้งหมดออกไป
“เลิกเรียกข้าว่าคุณหนูได้แล้วเทพเฉินเมิ่งไฉ”ไป๋หลงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาขณะเดินตามอีกฝ่ายเพียงครู่เดียวก็มาถึงห้องนอน
“ท่านยังโกรธเรื่องที่ข้ากับเฟยหานตงหลอกลวงท่านหรือ”เฉินเมิ่งไฉน้ำเสียงสำนึกผิด
“ฮึ”ไป๋หลงทำเสียงไม่พอใจสะบัดหน้าใส่อีกฝ่ายเป็นคำตอบ ขณะเดินเข้าไปหาเสี่ยวไป๋ที่กำลังหลับสนิท
ไป๋หลงหยุดยืนข้างกายเจ้ากระต่ายน้อยที่บัดนี้อยู่ในร่างของชายหนุ่มรูปงาม สองตาของมันพริ้มหลับ สีหน้าเปี่ยมสุขยามที่มันลืมตานับว่างามล่มเมืองแล้ว แต่พอมันนอนหลับเช่นนี้กลับดูงามยิ่งกว่า แม้สีหน้ามันจะอิดโรยไปบ้างจากการเสียเลือด
‘ช่างมีใบหน้างามล่มเมืองยิ่งกว่าสตรีจริงๆ’ไป๋หลงคิดขณะยื่นมือไปลูบศีรษะเจ้าเสี่ยวไป๋ด้วยความเอ็นดู“เสี่ยวไป๋ ลุกมาคุยกับข้าก่อน”
เสี่ยวไป๋ขยับตัวเล็กน้อย ไป๋หลงเขย่าตัวมันเบาๆก่อนเสี่ยวไป๋จะลืมตาขึ้นมา
“ไป๋หลง...”เจ้าเสี่ยวไป๋คว้าแขนไป๋หลงไว้ทันทีราวกับกลัวว่าไป๋หลงจะหายไป
“อะไรกัน เจ้าเสี่ยวไป๋ทำไมทำตัวเหมือนเด็กน้อยติดแม่แบบนี้ละ”ไป๋หลงหัวเราะขณะแกะแขนเจ้าเสี่ยวไป๋ออก ทว่าเจ้าเสี่ยวไป๋กลับมือเหนียวยิ่งกว่าตุ๊กแกทำอย่างไรก็ไม่ยอมปล่อยมือสีหน้าของมันราวกับกลัวว่าไป๋หลงจะหายไปจริงๆ
ไป๋หลงยอมแพ้ในที่สุดทรุดตัวนั่งลงเก้าอี้ข้างเตียง ปล่อยให้เสี่ยวไป๋เกาะแขนไว้อย่างนั้นท่าทางมันคล้ายอยากพูดบางอย่าง แต่ไม่ยอมพูดออกมา
“เทพเฉินเมิ่งไฉท่านออกไปก่อน”ไป๋หลงไล่ส่วนเกินในห้องออกไปทันที ไร้ซึ่งความเกรงใจใดๆ
เมื่อเฉินเมิ่งไฉจากไปทั้งคู่ต่างผลัดกันเล่าถึงเรื่องราวที่ตัวเองประสบพบเจอให้อีกฝ่ายฟัง
ตอนไป๋หลงฟังเรื่องราวของเสี่ยวไป๋และเสี่ยวเมิ่ง นางยิ้มอย่างยินดีกับเรื่องราวของทั้งคู่ในที่สุดก็จบตำนานกระต่ายจอมโหดได้เสียที เจ้าตัวน้อยทียึดมั่นในรัก ในที่สุดก็สมหวัง
ขณะที่เสี่ยวไป๋ฟังเรื่องราวที่ไป๋หลงเล่าสีหน้าของมันยิ่งฟังยิ่งเคร่งเครียด แววตากลัดกลุ้มอย่างหนักหากไม่ใช่เพราะร่างกายของมันยังอ่อนแอมันคงลุกขึ้นมาเดินวนไปวนมารอบห้องด้วยความกังวลใจ
“เสี่ยวไป๋ดูเจ้าจะกังวลมากกว่าข้าอีกนะ”ไป๋หลงถามขึ้นด้วยความประหลาดใจถึงอย่างไรเสี่ยวไป๋ก็ไม่มีพลังอำนาจมากพอที่จะจัดการเรื่องราวพวกนี้ได้แล้วเหตุใดมันจึงมีท่าทางกังวลมากถึงเพียงนี้ “เจ้ากำลังกังวลเรื่องอะไรอยู่กันแน่”ไป๋หลงขมวดคิ้วด้วยความข้องใจ
“ไป๋หลงเจ้ารู้หรือไม่ว่าใครเป็นคนทำร้ายข้า...”เสี่ยวไป๋ไม่ตอบคำถามกลับตั้งคำถามให้อีกฝ่ายตอบ
“จากรอยเลือดรูปเท้าสัตว์เล็กๆที่ข้าเห็นบนชุดเยี่ยนเฟย ข้าเดาว่าเป็นเจ้าจงใจทำให้มันเกิดขึ้นเป็นเยี่ยนเฟยที่ทำร้ายเจ้า?”
“ทั้งใช่และไม่ใช่”เสี่ยวไป๋ตอบขณะคิ้วขมวดไม่คลาย
“หมายความว่าอย่างไร”ไป๋หลงถึงกับงุนงงเมื่อได้ยิน
“ข้าบังเอิญไปได้ยินเรื่องที่เยี่ยนเฟยกับเฟยหานตงกำลังคุยกันพวกเขาพูดถึงเรื่องในอดีตชาติของเจ้าก่อนจะเกิดเป็นเทพมังกร”เสี่ยวไป๋ว่าพลางสบสายตาไป๋หลง“ในอดีตเจ้าถือกำเนิดในเผ่าเทพ แต่สุดท้ายไปรักกับเยี่ยนเฟยยอมละทิ้งความเป็นเทพแต่งงานเข้าเผ่ามาร เจ้าถูกทั้งเทพและมารประณาม ดูถูกเหยียดหยาม ทว่าในเวลานั้นเจ้ากลับอดทน เพื่อคำว่ารักคำเดียว
แต่สุดท้ายแล้วเยี่ยนเฟยกลับทรยศความรักของเจ้า ที่แท้แล้วเขาตกลงกับอดีตจอมมารว่ายินยอมให้ลูกที่เกิดมาเป็นเครื่องสังเวยฝึกวิชาแก่จอมมารเมื่อบรรลุข้อตกลงนี้จอมมารจึงยินยอมให้เจ้าแต่งเข้าเผ่ามาร สุดท้ายมีข่าวว่าเจ้าท้องและเจ้าถูกเยี่ยนเฟยสั่งขัง เพื่อให้บิดานำเด็กมาฝึกวิชา! ข้าคิดว่าเรื่องนี้เจ้าน่าจะเคยได้ยินมาบ้าง”เรื่องราวเกี่ยวกับอดีตจอมมารเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว
“อ้อ...ข้านึกออกแล้ว เคยได้ยินเหล่าเทพพูดถึงอยู่บ้าง เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าข้าจะเป็นสตรีโง่งมนางนั้น”ไป๋หลงกล่าวขณะหวนนึกถึงเรื่องเล่า ที่กล่าวขานกันไปทั่ว
เรื่องเล่าหลังจากนั้นก็คือความจริงแล้วสตรีนางนั้นไม่ได้ท้อง นางเพียงแต่เข้าใจผิดคิดว่าตัวเองท้อง จอมมารเมื่อทราบความจริงถึงกับพิโรธลงมือสังหารนาง แต่คาดไม่ถึงว่าฝีมือนางไม่อ่อนด้อยก่อนตายยังสามารถทำร้ายจอมมารให้บาดเจ็บได้ ซ้ำนางยังหนีออกจากเผ่ามารได้ในสภาพบาดเจ็บสาหัสอีกทั้งยังเล่าเรื่องแผนการที่จอมมารคิดจะยึดครองสามภพให้สหายฟังดังนั้นแผนการของจอมมารจึงพังพินาศ เพราะลูกสะใภ้นั่นเอง สุดท้ายเทพและมารจึงทำสงครามกันก่อนที่ฝ่ายมารจะพ่ายแพ้ในที่สุด
“คิดไม่ถึงว่าเรื่องนี้กลับเป็นสาเหตุที่ทำให้เยี่ยนเฟยตามมาสังหารข้าเพื่อปิดปาก”เสี่ยวไป๋กล่าวขณะสีหน้าหวาดผวาเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น
“แต่ที่เลวร้ายกว่านั้นผู้ที่มีจิตมารกลับกำลังควบคุมจิตใจของเยี่ยนเฟยเอาไว้! เป็นคนผู้นั้นที่ทำให้จิตใจเขาบิดเบี้ยวจนคิดจะสังหารข้า... เกรงว่าหากข้าหนีออกมาไม่ทันคงกลายเป็นศพไปแล้ว!”เสี่ยวไป๋หวนนึกถึงเหตุการณ์ขณะที่ถูกเยี่ยนเฟยทำร้ายรอบกายมีแต่กลิ่นอายชั่วร้ายของจิตมาร ดวงตาแดงก่ำ ซ้ำยังมีเสียงเย็นเยือกชวนขนลุกคอยพูดจายุแหย่ให้เยี่ยนเฟยทำร้ายตน
“อะไรนะ!”ไป๋หลงอุทานด้วยความตกใจ“เยี่ยนเฟยถูกจิตมารครอบงำ!”
เยี่ยนเฟยผู้นี้มีพลังเวทสูงส่งเป็นรองแค่พี่ชายซึ่งขึ้นเป็นราชาเผ่ามารองค์ปัจจุบันหากเยี่ยนเฟยถูกจิตมารครอบงำ เขาจะกลายเป็นจอมมาร ที่มีพลังทำลายล้างมหาศาลหากรวมกับอดีตจอมมารที่คืนชีพขึ้นมา เกรงว่าหายนะของสามภพกำลังจะมาเยือนแล้ว!
“คราวนี้เจ้าต้องเลือกแล้วไป๋หลง!”เสี่ยวไป๋กล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดจริงจัง ซึ่งไม่มีให้เห็นบ่อยนัก “เลือกว่าจะปล่อยให้เยี่ยนเฟยถูกอดีตจอมมารครอบงำจนสูญสิ้นสติกลายเป็นจอมมารคนที่สองหรือจะสังหารเยี่ยนเฟยเพื่อยุติทุกอย่าง”
ไป๋หลงได้ฟังแล้วขมวดคิ้วด้วยความกลัดกลุ้มหากว่าเยี่ยนเฟยคิดสังหารเสี่ยวไป๋เพียงเพื่อปกปิดความลับแน่นอนว่าเธอไม่มีวันให้อภัยเยี่ยนเฟยเด็ดขาด หากว่าเสี่ยวไป๋ต้องตาย แต่ว่า...กลับกลายเป็นว่าเยี่ยนเฟยถูกจิตมารครอบงำ ซ้ำยังถูกบิดาคอยยุแหย่ให้จิตใจบิดเบี้ยวเช่นนี้แล้ว จะให้สังหารเยี่ยนเฟยได้อย่างไร
“เรื่องนี้มีทางออกเพียงแค่ความตายจริงๆหรือ...”ไป๋หลงถอนหายใจด้วยความกลัดกลุ้ม